16 พฤศจิกายน พ.ศ.2575
"ตอนนี้แหละ !" ซึฮากิตะโกนบอกคิโนริและพวกเด็ก ๆ ที่ดักรอกันอยู่บนต้นไม้ เพียงแค่สัญญาณเสียงสั้น ๆ เจ้ากวางตัวโตเต็มวัยที่กำลังเดินเอ้อระเหยอยู่ก็ถูกเวทไฟปิดล้อมเส้นทางหนีอีกทั้งยังมีเวทดินที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับหอกพุ่งแทงทะลุลำตัวแม้แมรี่จะเล็งหัวใจของมันแต่เพราะมันกำลังตื่นตระหนกเลยวิ่งพล่านไปทั่วไม่หยุดยากที่จะเล็ง
"ทำได้ดีทุกคน อย่างน้อยวันนี้เราก็มีอาหารกินกันแล้วไว้พรุ่งนี้เรามาล่ากันใหม่" เสียงปรบมือช้า ๆ อีกทั้งยังส่งยิ้มอ่อนสร้างแรงใจให้กับพวกเด็ก ๆ ถึงบางคนจะยังไม่ได้แสดงฝีมือสร้างผลงานแต่ก็ยังตั้งใจฝึกฝนต่อไป
"โถ่...ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย" รอนถอนหายใจสั้น ๆ นั่งลงข้าง ๆ จุดที่กวางนอนอยู่
"ฮ่า ๆ ๆ ดูฉันเป็นตัวอย่างสิ หอกแหลมที่ใช้จินตนาการปั้นขึ้นมาปักคาตัวมันเต็ม ๆ เลย" แมรี่หัวเราะเยาะเย้ยคนที่ไม่ได้ทำอะไรราวกับจะบอกว่าเธอคือผู้ชนะอยู่เหนือกว่า
"เอาล่ะใครอยากจะลองแล่เนื้อมันบ้าง?"
"ผม ๆ" เอวิ่งแทรกตัวเข้ามาทันทีทันใด
"คนอื่น ๆ ก็เข้ามาดูใกล้ ๆ จะได้พอรู้จัก" ซึฮากิยื่นมีดสั้นให้กับเอขณะที่กวางตัวนั้นยังมองตาปริบ ๆ ยังไม่ตายสนิท
"ทันทีที่เราฆ่ามันเราจะต้องแล่ให้ไวที่สุดเพื่อความสด เราจะเริ่มจากการแขวนมันไว้ให้อยู่สูงห้อยหัวลงมาด้านล่าง" ซึฮากิจัดการมัดเชือกกวางตัวนั้นกับต้นไม้แขวนขึ้นไปขณะที่มันยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน
"เราจะตัดคอของมันในทีเดียวและปล่อยให้เลือดมันไหลออก คิโนริไปเอาถังน้ำมา"
"ค่ะ !" เธอวิ่งกลับไปหยิบถังน้ำที่ทำจากไม้ขนาดใหญ่พอจะบรรจุน้ำได้มากถึงยี่สิบลิตร
"รวบรวมมานาไว้ที่มีดและลงมือให้รวดเร็ว" เอยืนทำสมาธิจ้องมองดวงตาของกวางตัวนั้นก่อนจะตวัดใบมีดลมตัดคอของมัน
"ดีมากทีนี้ก็รอให้เลือดมันไหลออกมาให้มากที่สุด จากนั้นก็ให้ถลกหนัง ตัดเท้าของมันและควักเครื่องในแยกไว้" ซึฮากิจับมือของเอคอยช่วยเหลือในการแล่เนื้อของมันทุกขั้นตอนยิ่งแววตาที่จ้องมองไปยังปลายมีดแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นจนในที่สุดพวกเขาก็ทำจนเสร็จ
"พวกเขากลับมาแล้ว !" เซนตะโกนยกใหญ่ขณะที่กำลังยกแผ่นไม้และข้าวของที่เหลือแม้จะเป็นของที่พังแล้วก็ตาม
"วันนี้เราได้กวางมาอีกตัวจะกินอะไรกันดี?" ซึฮากิเอ่ยถามขณะที่เก็บของและชิ้นส่วนต่าง ๆ ของกวาง
"ฉันยังไงก็ได้" คานะตอบไปก็คิดถึงของกินไปจะเป็นเมนูไหนก็ไม่เกี่ยง
"จะย่างกวางอีกแล้วเหรอ? ฉันเริ่มจะเอียนแล้วสิ" สเตล่าถึงกับส่ายหัวแบะปากพูด
"โถ่...ฉันบอกแล้วว่าจะทำอาหารให้กิน" ยูกิท่าทางฉุนเฉียวจ้องเซนตาเขม็ง
"เด็กก็อยู่ส่วนเด็กไปสิ" เซนชี้หน้าตะคอกเสียงดัง
"ก็บอกว่าไม่ใช่เด็กไงแล้ว !"
"หา? ดูยังไงก็เด็กแน่จริงก็บอกอายุมาสิ" เซนย่อตัวลงทำท่าทางล้อเลียนส่วนสูงใส่ยูกิ
"ฉันอายุยี่สิบแล้วนะ"
"อืม ๆ ยี่สิบเหรอ...หะ ! ยี่สิบเนี่ยนะตัวแค่เนี่ย?"
"เออ ! ตัวแค่เนี่ยจะทำไม" เสียงตวาดดังก้องไปทั่วป่าทำนกน้อย ๆ ตกใจบินหนีไปหมด
"เลิกเถียงกันเถอะน่า ยูกิจะลองทำอาหารสักมื้อไหม? คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าคนแถวนี้ทำหรอก" เขาพยักหน้าตอบรับทันที
"ขอเวลาไปเก็บวัตถุดิบสักชั่วโมงหนึ่ง" ยูกิยิ้มเล็กยิ้มน้อยสะพายตะกร้าวิ่งออกไปอย่างไว
ระหว่างนั้นซึฮากิก็เตรียมอุปกรณ์และจุดไฟไว้ให้เมื่อกลับมาจะได้เริ่มทำได้ทันทีแต่ทำไมถึงต้องออกไปตั้งหนึ่งชั่วโมงเขาไปหาอะไรกันแน่ก็ได้แต่สงสัย
"กลับมาแล้วจ้า"
"ไปนานเหมือนกันนะเนี่ย" ซึฮากิสังเกตเห็นพืชพันธุ์หลายชนิดในตะกร้าซึ่งบางอย่างก็พอจะรู้จักแต่บางอย่างก็ไม่แม้แต่จะเคยเห็น
"แหม่ ๆ ก็บางอย่างมันดันหายากนะสิ" เขาวางของพวกนั้นลงพื้นและลงมือทำอาหาร ใช้มีดสั้นหั่นเนื้อกวางเป็นชิ้น ๆ แยกไว้และยังหั่นเป็นแผ่นไว้อีกต่างหาก
"เจ้านี่มันคืออะไร?" ซึฮากิคว้าเอาผักแปลกตาที่ไม่เคยเห็นขึ้นมาดูใกล้ ๆ
"ไหมแดงน่ะมันจะช่วยให้กลิ่นหอมและถ้าเอาไปต้มกับเนื้อมันก็จะทำให้เนื้อนุ่มดับกลิ่นอีกต่างหาก"
ยูกิไม่รอช้าตั้งกระทะบนกองไฟใส่เนื้อติดมันลงไปแทนน้ำมันคั่วจนหอมและรอให้น้ำมันออกมาเต็มที่ก่อนจะตักออก ใช้กระทะที่มีน้ำมันเคลือบอยู่แทนและใส่พริกสีแดงสดที่หั่นผสมกับผักหลายชนิดลงไปคั่วจนหอมก่อนจะใส่เนื้อกวางที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไป
หลาย ๆ อย่างก็ดูเหมือนปกติจะพริก หอม ตะไคร้หรือใบมะกรูดแต่ทำไมเราถึงรู้สึกแปลก ๆ เขามองไปยังใบหน้าที่ตั้งใจแน่วแน่กำลังปรุงอาหารสุดฝีมือจู่ ๆ ก็มีออร่ามานาออกจากร่างของยูกิพุ่งลงไปในอาหารทำเอาซึฮากิตกใจไม่น้อย
"เสร็จแล้ว !" เขาใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงในการรังสรรค์อาหารออกมาหลายเมนูเพียงกลิ่นก็ทำให้รู้สึกอยากอาหารจนทนไม่ไหว
"ยูกิขอคุยด้วยสักหน่อยสิ" ซึฮากิกระซิบกับยูกิขณะที่พวกเซนกำลังกินอาหารกันสนุกสนาน
"นายใช้เวทมนตร์กับอาหารพวกนั้นสินะ" เพียงแค่เอ่ยถามก็ทำให้ยูกิผงะตกใจเหมือนรู้ตัวว่าทำอะไรไป
"ถึงจะไม่รู้วิธีใช้ก็เถอะ...แต่เวลาที่ฉันทำอาหารมันจะเหมือนกับอยู่ในโลกคนเดียว อาหารวัตถุดิบตรงหน้าคือสิ่งเดียวที่ฉันสัมผัสได้และทุกเมนูที่ทำก็จะอร่อยถูกปากเกือบทุกคนไม่ว่าจะตอนนี้หรือเมื่อก่อน"
"นั่นคงเป็นความชอบของนายเองก็ได้และยังมีเจ้าเดอะพลังที่แฝงอยู่ในตัวอีก" ยูกิเงยหน้ามองด้วยความสงสัยพร้อมกับเปิดหน้าสเตตัสของตัวเอง
"เดอะอย่างงั้นเหรอ? ฉันไม่รู้หรอกว่าทำงานยังไงแต่มันอยู่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแล้ว"
เดอะกุ๊ก...ดูจากชื่อต้องเกี่ยวกับอาหารแน่ ๆ แต่มันคืออะไรล่ะ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายจะเป็นคนทำอาหาร...พลังมันอาจจะตื่นขึ้นเมื่อได้ใช้มันบ่อย ๆ"
"พวกนายรีบมากินเร็ว ๆ สิเดี๋ยวก็หมดหรอก !" คานะตะโกนเรียกแต่ไกล
"เอาเป็นตามนั้นละกันถ้าเกิดอะไรขึ้นหรือพลังเดอะตื่นให้รีบบอกฉัน...ไปกันเถอะ"
แม้พวกเขาจะไม่มีบ้านดี ๆ อยู่แต่ก็ไม่มีใครบ่นทุกคนล้วนแต่จะช่วยกันสร้างมันขึ้นมาจากเศษซากที่เหลือน้อยนิด จากพื้นที่โล่ง ๆ ที่ไม่มีก็ถูกถากหญ้ากำจัดวัชพืชให้เตียนและวางตั้งหลักของบ้านก่อสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่หนึ่งหากไม่มีซึฮากิที่รู้เรื่องวิธีทำและแรงงานที่สำคัญอย่างเซนและโทลก็คงจะใช้เวลาเป็นเดือน เพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์พวกเขาก็สามารถสร้างบ้านหลังใหญ่เพื่อให้เด็ก ๆ ได้พักผ่อนกันอย่างสบายใจไร้ข้อกังวล บ้านไม้ที่ต่อเติมด้านข้างไปเรื่อย ๆ เป็นดั่งศูนย์กลางของเมืองแห่งนี้
"ห้องน้ำ ที่พัก แหล่งน้ำ พื้นที่เพาะปลูก...ตอนนี้ก็คงจะเพียงพอแล้วแต่ถ้าจะทำให้เป็นเมืองก็จะต้องขยายให้มากขึ้นแต่กำลังคนคงจะไม่พอและที่สำคัญก็คือคมนาคม" ซึฮากิเดินไปรอบ ๆ มองดูพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำเกษตรถูกแบ่งเขตไว้อย่างชัดเจนและมีพวกเด็ก ๆ ช่วยกันทำงานเช่นเดียวกับมังกี้ ลิงเมฆาและลุงโทล
"ต่อไปจะทำอะไรต่อล่ะ?" โทลเอ่ยถามหลังจากที่สังเกตเห็นซึฮากิทำงานไม่หยุด
"เส้นทางการขนส่งหรือการเดินทางสำหรับไปมาเมืองอื่น และถ้ามีกำลังคนมากพอก็จะเริ่มโค่นต้นไม้ที่ไม่จำเป็นออกเพื่อใช้เป็นที่พักหรือแหล่งเพาะปลูก"
"นี่นายคิดไปไกลขนาดนั้นแล้วเหรอ? รู้ไหมว่าการจะสร้างเมืองขึ้นมาไม่ใช่ง่าย ๆ และที่มันเรียกว่าเมืองก็เพราะจำนวนคนที่อาศัยอยู่"
"การวางแบบแผนและโครงสร้างของเมืองไว้ตั้งแต่เริ่มจะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต เขตพื้นที่สำหรับเพาะปลูกก็จะแยกกับระบบประปาของที่อยู่อาศัย ถ้าเราวางบ้านเป็นแถวเป็นแนวทำให้การวางท่อหรือทำถนนหนทางจะทำได้ง่ายและใช้ทรัพยากรน้อยกว่า" ซึฮากิวาดแผนที่ด้วยปากกาและแผ่นกระดาษระบุถึงตำแหน่งที่พักอาศัยและเขตอื่น ๆ อย่างชัดเจนรวมทั้งสิ่งที่จะทำในอนาคตด้วย
"เซน คานะพวกนายสองคนไปลาดตระเวนรอบนอกนะ ดูว่ามีแหล่งอาหารน้ำที่ไหนบ้างและมีสัตว์ที่เป็นอันตรายไหมรวมทั้งดันเจี้ยนและพวกนักผจญภัย"
"เดี๋ยว ๆ ก็บอกให้ดูทุกอย่างแล้วกลับมารายงานก็ได้ถ้าจะขนาดนั้น" เซนพูดขัดทันทีและวิ่งออกไปสำรวจไม่รอคานะเลยสักนิด
"งั้นไปก่อนนะเดี๋ยวกลับมา" คานะบอกลาเป็นพิธีก่อนจะวิ่งหน้าตั้งตามหลังเซนไป
เส้นทางที่เต็มไปด้วยผืนป่าสีเขียวขจีมีละอองน้ำตามใบไม้ทุกครั้งวิ่งหรือเดินผ่านก็ทำให้เสื้อผ้าเปียกชื้นท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้นกลับมีชายหนุ่มผิวดำผู้หนึ่งเดินอย่างระแวดระวังเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
"เหตุใดกวางแถวนี้ถึงหายไปหมด นี่ข้าไม่ได้ออกมาสูดอากาศกี่เดือนแล้วนะหรือว่าจะมีสัตว์อสูรเข้ามาครองถิ่น" ชายหนุ่มผู้นั้นปีนขึ้นต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่วและกระโดดข้ามไปยังกิ่งของต้นอื่นได้สบาย ๆ และยังสอดส่องมองดูภาคพื้นดินว่ามีสิ่งใดอยู่บ้าง
"โห? มีมนุษย์เข้ามาในป่านี้เสียด้วยหรือจะเป็นฝีมือพวกเขากันนะ" เขาจ้องมองพวกเซนที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรผ่านเวทตรวจจับความคมชัดดั่งจอโทรทัศน์เขาไม่จำเป็นต้องวิ่งตามด้วยซ้ำแต่กลับรู้การเคลื่อนไหวทั้งหมด
"เลเวลหกทั้งคู่แถมยังมีอุปกรณ์เวทคนละชิ้นดูเหมือนจะประมาทไปหน่อยนะ เจ้าตัวเล็กไปต้อนรับพวกเขาสักหน่อยแต่อย่าให้เจ็บหนักล่ะ" ภายในถ้ำแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ได้มีสัตว์อสูรคลานออกมาดูน่าเกลียดน่ากลัวเพียงชั่วอึดใจเดียวมันก็หายไปจากสายตาคลานไปตามพื้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าพวกเซนวิ่งสุดกำลังเสียอีก
"นี่เซน ! นายไม่คิดเหรอว่าที่นี่มันเงียบสงบเกินไป" พวกเขาเดินตีคู่กันไปเรื่อย ๆ มองหาสิ่งแปลกปลอมแต่มันกลับไม่ต่างอะไรกับการเดินเล่นและมองนกชมไม้
"นั่นนะสิสงบเกินไปจนน่าสงสัย นี่เราก็มาอยู่กันเป็นอาทิตย์แล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่เจอพวกตัวร้าย ๆ เลย"
"เซน..." คานะดึงมือของเขาไว้พยายามเงี่ยหูฟังบางอย่างขณะที่เซนกำลังงงงวยอยู่นั้นก็มีมังกรโคโมโดพุ่งจู่โจมแหวกกลางระหว่างพวกเธอไป
"ระวังนะเซนมันดูจะว่องไวกว่าที่คิด" คานะใช้มีดสั้นตวัดออกไปกลายเป็นคมดาบวารีแต่เจ้ามังกรโคโมโดก็กระโดดหนีหน้าตาเฉยผิดกับรูปร่างที่ใหญ่โตไม่น่าจะกระโดดขึ้นได้
"โคตรเจ๋งดูท่ามันโดดสิ" เซนที่กำลังตื่นเต้นไม่ทันได้ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีมานาบอลพุ่งกระแทกจนเขาล้มลง
"ฮ่า ๆ ๆ ต้องอย่างงี้สิถึงจะน่าสนุกขึ้นมา" ทันใดนั้นก็มีมานาบอลยิงออกมาอย่างต่อเนื่องจากปากที่เปิดกว้างของมังกรโคโมโดมันเล็งตามหลังเซนไม่หยุดแต่ก็เปิดโอกาสให้คานะเข้าถึงตัวได้ง่าย
"เสร็จฉันล่ะ" เธอยิ้มออกมาอย่างกับได้รับชัยชนะแล้วแต่มันกลับสะบัดหางฟาดขาเธอเสียหลักทั้ง ๆ ที่มันไม่ได้มองมาด้วยซ้ำและยังใช้หางที่ดูหนักอึ้งกระแทกร่างของคานะให้ถอยออกไป
"โอ๊ย ! แน่จริงก็เข้ามาสิวะ" เซนฟาดดาบเพลิงลงเป็นเส้นตรงทะลุทะลวงมานาบอลบังคับให้เจ้ามังกรโคโมโดหลบหลีก
"[เสริมกำลังระดับห้า]" ทั้งคานะและเซนต่างก็เริ่มเอาจริงพวกเขาล้อมหน้าหลังมันไว้ก่อร่างสร้างมานาจำนวนหนึ่ง
"เอาล่ะนะ" เพียงแค่สบตากันก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะใช้เวทยังไงทันทีที่พวกเขากระตุกยิ้มเป็นดั่งสัญญาณเริ่มเมื่อนั้นเวทเพลิงสีชาดก็ได้ก่อรวมเป็นใบดาบขนาดใหญ่ตามด้วยคลื่นน้ำที่ปกคลุมด้านบนไว้ คมดาบไฟใหญ่ยักษ์นั่นฟาดลงตรงกลางร่างของมังกรโคโมโดและดับไฟทั้งหมดด้วยคลื่นน้ำที่ปกคลุมไว้ทำให้ป่าไม่ได้รับความเสียหายมากนัก
"สำเร็จไหม?" ไอน้ำที่ถูกความร้อนจนระเหยปกคลุมเจ้ามังกรโคโมโดจนมองไม่เห็นร่างแต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีกอาจจะหมดลมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"เยี่ยมมันหมดแรงแล้ว" หลังจากที่ไอน้ำสลายหายไปพวกเขาก็ได้เห็นมังกรโคโมโดที่มีรอยไหม้เป็นเส้นตรงนอนชักดิ้นชักงอยังไม่ได้ตายสนิทอีกทั้งมันยังพยายามลุกขึ้นยืนและร่ายเวททั้ง ๆ อย่างงั้นแต่สิ่งที่ได้ก็มีเพียงการพ่นลมออกมา
"เธอคิดว่ามันจะมีรสชาติเป็นยังไง?" เขาหันไปสบตาคานะแววตาอันชั่วร้ายที่จ้องมองต้นขา ท้องและส่วนต่าง ๆ ที่เอาไปทำอาหาร
"เอามันกลับไปทั้งอย่างงี้นี้แหละ ยิ่งเนื้อสดเท่าไหร่ก็ยิ่งอร่อยเท่านั้น" คานะและเซนช่วยกันจับแขนขาและยกมันกลับไปที่บ้าน
เสียงต้นไม้โค่นล้มลงดังสนั่นหลังจากถูกกำปั้นอันโกรธเกรี้ยวชกเข้าไป ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของสัตว์อสูรตนนั้นกำลังโกรธขมวดคิ้วจนเส้นเลือดปูดกระโดดไปตามต้นไม้ตามหาพวกเซน
"พวกแกกล้ามากนักที่มารังแกเจ้าตัวเล็กของข้า"
"กิ ! เราเจอสัตว์ป่าด้วยแหละ" พวกเขายิ้มแก้มปริมาแต่ไกลแต่เพราะร่างกายอันใหญ่โตและน่ากลัวของมังกรโคโมโดทำให้พวกเด็ก ๆ วิ่งเตลิดหายไปหมด
"โห? พวกนายไปหามาจากไหนเนี่ยฉันจำได้ว่าแถวนี้ไม่มีตัวแบบนี้นะ"
"เป็นไงล่ะพวกเราเก่งไหม" ท่าทางอวดเบ่งของเซนและคานะแทบจะลอกกันมาหรือเพราะพวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยจนซึมซับลักษณะนิสัยของกันและกัน
"ว่าแต่ข้างหลังนั้นใคร?" ขณะที่ซึฮากิพูดก็ได้ชักมีดสั้นออกมาเตรียมสู้ไว้อยู่แล้วเพราะท่าทางอันตรายของชายหนุ่มผิวดำคนนั้นกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างกับจะฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่
"ใครก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"เขาตามเรามาหรือเปล่า?" คานะและเซนทิ้งมังกรโคโมโดลงพื้นและชักมีดออกมาเตรียมสู้
"โถ่ ๆ เจ้าตัวเล็กถูกพวกมนุษย์รังแกแถมยังเก็บไว้ทรมานไม่ฆ่าให้ตายอีก" ชายคนนั้นนั่งลงกอดร่างของมังกรโคโมโดแทบจะหลั่งน้ำตาเมื่อได้เห็นสภาพอันน่าสังเวชขณะที่มันเองก็พยายามจะเอื้อมมือมาเกาะแขนเช่นกัน
"พวกแกต้องตาย !" เสียงตะโกนดั่งสะท้านไปยันกระดูกสันหลังมันเต็มไปด้วยไอแค้นพร้อม ๆ กับมานามหาศาลที่คอยกดดันร่างกายของพวกเซนไว้แม้แต่ซึฮากิก็ไม่อาจต้านไว้ได้
"เซนหลบ !" คานะลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากดั่งปีนหน้าผาสวนทางกับน้ำตกแต่วินาทีที่พวกเธอทุกกดลงพื้นก็ได้พ่ายแพ้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะกลุ่มก้อนมานาไร้สีที่มีรูปลักษณ์เหมือนหอกแหลมพุ่งตรงเข้าใส่พวกเขาทั้งสามคนซึฮากิที่เห็นตั้งแต่แรกใช้เวทโล่ลมป้องกันไว้แต่มันก็ทำได้เพียงลดแรงที่มาทิ่มแทงร่างกายเท่านั้น
"พี่ !" เหล่าเด็กตัวน้อยที่จ้องมองอยู่ไกล ๆ ตามคำที่ซึฮากิเคยสอนแต่เมื่อได้เห็นพวกเขาถูกทำร้ายก็อดไม่ได้ที่จะออกมาช่วยแม้มันจะไร้ประโยชน์ก็ตาม
"บังอาจมาทำกับพี่ ๆ" คิโนริขว้างบอลไฟออกไปเหมือนกับการขว้างลูกเบสบอลไม่เพียงแต่แม่นยำและยังเต็มไปด้วยพลังทำลายเท่าที่จะทำได้แต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มคนนั้นแล้วก็คงไม่ต่างอะไรจากสะเก็ดไฟ
"เผ่าหมาป่าเหรอ? ไหนจะเผ่าหมีเผ่าวานรนี่พวกแกรวบรวมเด็กจากหลาย ๆ เผ่าไว้ทำไม?" ชายหนุ่มคนนั้นทำเพียงโบกหลังมือปัดเป่าบอลไฟของคิโนริแต่เขาก็ไม่ได้ทำอันตรายกับพวกเธอและยังเดินเข้ามาใกล้ ๆ ดูท่าทางสงสัยใคร่รู้เป็นพิเศษ
"ไม่ใช่กงการอะไรของแก" ซึฮากิที่เลือดไหลไม่หยุดยังจะเล่นลิ้นไม่มีท่าทีจะยอมแพ้เลยสักนิด
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" ไม่นานพวกมังกี้และโทลก็ตามมา
"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละไม่งั้นเจ้าพวกนี้ตายแน่" เท้าเปล่าที่เหยียบย้ำไปบนแผ่นหลังของเซนขยี้แผลเดิมให้เลือดไหลหนักขึ้นขณะที่พวกเด็ก ๆ พยายามใช้ทั้งเวทมนตร์และกำลังแขนขาผลักกระแทกดันและต่อยแต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้
"พอได้แล้วน่า พวกเธอถูกจับตัวมาหรือ?" เขาไม่ทำอะไรเด็ก ๆ เลยแต่กลับพูดจานุ่มนวล
"ไม่ ! ถอยออกไปเลยนะ" คิโนริอัดบอลไฟเป็นก้อนเล็ก ๆ วางไว้บนฝ่ามือแม้มันจะทำให้ตัวเองถูกลวกไปด้วยแต่เพื่อความแม่นยำก็ยอม
"ก็ได้ ๆ ข้าจะปล่อยไปก่อน เพราะฉะนั้นพวกเธอหยุดตีข้าได้แล้ว" ในที่สุดเขาก็ยอมถอยออกไปอยู่กับเจ้ามังกรโคโมโดตัวนั้นดูเหมือนจะใจเย็นลงกว่าที่คิด
"ชิมม่อนเลเวลแปด" โทลเดินเข้ามาขวางร่างอันสะบักสะบอมของพวกซึฮากิไว้
"รู้ด้วยเหรอ? อ้อแกเองก็เลเวลแปดสินะดูท่าจะมีฝีมือซะด้วย" ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้นชายหนุ่มผิวดำก็ตกใจออกนอกหน้ามองผ่านโทลไปยังด้านหลัง
"ดีแล้วที่ใช้ร่างโคลนมาคอยดูบริเวณรอบนอก" ซึฮากิอีกคนเดินตามมาเช่นเดียวกับร่างโคลนที่นอนจมกองเลือดอยู่ค่อย ๆ สลายไป
"ทำไมถึงมาโจมตีพวกเราล่ะ?" ซึฮากิยืนเว้นระยะห่างพอสมควรคอยระวังทุกการกระทำของชายผิวดำคนนั้น
"สองคนนั้นมันทำร้ายเจ้าตัวเล็กของข้าน่ะสิ" เขาตอบกลับท่าทางฉุนเฉียวพลางรักษามังกรโคโมโดไปด้วย
"ถ้าไม่ว่าอะไรขอฟังความเห็นของพวกเขาก่อนจะได้ไหม? หรือจะสู้กับพวกเราที่มีคนเลเวลเท่ากันกับนักสู้อีกหลายคน"
"เออ ! ข้าก็ไม่อยากจะเปลืองแรงนักหรอก" ทั้งชายผิวดำและพวกซึฮากิใช้เวทรักษากันไม่หยุดนานแค่ไหนแล้วที่พวกเซนไม่ได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้
"ทีนี้พวกนายมีข้อแก้ตัวหรือเหตุผลอะไรไหม?" จู่ ๆ ซึฮากิก็จับพวกเขามานั่งคุยกันหน้าตาเฉยทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้เกือบจะฆ่ากันตายอยู่แล้ว
"พวกเราจัดการกับมังกรโคโมโดจริงแต่เพราะมันมาพุ่งใส่เราก่อน...ที่ทำก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้น" เซนชี้หน้าเจ้ามังกรโคโมโดที่นอนอยู่บนตักของชายผิวดำท่าทางดูใสซื่อกว่าที่คิด
"อืม ๆ มีเหตุผลแล้วทำไมมันถึงจู่โจมคนอื่นแบบนั้นล่ะ? หรือว่าเจ้าของจะเป็นคน-"
"อ้อ ๆ ถ้าป้องกันตัวก็แล้วไป" เวรเอ๊ยลืมไปเลยว่าเราเป็นคนสั่งให้ไปจัดการพวกเขาเอง เขาพูดขัดเสียก่อนท่าทางร้อนรนเหมือนปกปิดอะไรบางอย่างไว้
"ถ้าไม่มีอะไรกันแล้วงั้นมาเรื่องต่อไปกันดีกว่า...คุณทำร้ายเซนและคานะหนักถ้าไม่มีคนอื่นมาช่วยก็คงตายไปแล้ว เรื่องนี้จะชดใช้ยังไง?" ความห้าวหาญของชายหนุ่มได้หดหายไปเหมือนคนละคนเหลือเพียงแค่สายตาที่เลิ่กลั่กไปมาไม่กล้าสบตา
"ข-ข้าจะช่วยทำงาน ข้าเห็นว่าพวกนายกำลังสร้างบ้านกันอยู่ข้าน่าจะช่วยได้ ล-แล้วก็ที่ป่านี้ข้ารู้จักดีกว่าใคร ๆ"
"จริงหรือเปล่า? ไหนลองบอกมาสิว่าทิศตะวันตกมีแม่น้ำกี่สาย"
"เอ่อ...หนึ่งสาย"
"ทิศเหนือมีถ้ำกี่แห่ง?" ซึฮากิจ้องมองแววตาที่กลอกไปมายิงคำถามใส่อย่างต่อเนื่องจนเหงื่อตก
"ส-สิบมั้ง"
"ผิด มีสิบห้าแห่งอีกห้านั้นเป็นถ้ำที่เล็กและคนทั่วไปไม่อาจเข้าไปได้"
"ถ้าเป็นพื้นที่โดยรอบฉันไปดูมาหมดแล้วแต่ถ้าได้คนงานเพิ่มก็ดี" แม้ซึฮากิจะทำหน้าตาเฉยชาแต่กลับรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มภายใต้ใบหน้าเช่นนั้นทำเอาชายผิวดำขนลุก
"ก็ได้ข้าจะช่วยทำงานแต่แค่เดือนเดียวพอนะ" วินาทีนั้นซึฮากิได้แสยะยิ้มออกมา
"แค่เดือนเดียวก็คุ้มแล้ว"
หลังจากที่เขาได้ยอมทำตามคำสั่งแม้จะไม่เต็มใจแต่ก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงจึงไม่ขัดขืน งานก่อสร้างอันหนักหน่วงมีมาไม่หยุดแม้จะมีเวทมนตร์ช่วยทุ่นแรงยกแบกของแต่เพราะเป็นเช่นนั้นเขาจึงไม่ได้พักเลยจนมืด
"ทำไมกันนะ? ทำไมคนอย่างข้าถึงต้องมาทำงานแบกหามแบบนี้" เขาเริ่มตัดพ้อกับโทลที่ทำงานอยู่ด้วยกัน
"เถอะน่าเดี๋ยวนายก็ชินไปเอง ตอนแรกฉันก็ทรมานเหมือนกันคงเห็นว่าเราเลเวลสูงเลยใช้งานหนักเป็นพิเศษ" โทลเองก็ไม่พ้นชะตากรรมเดียวกันเป็นเสมือนแรงงานทาสดี ๆ นี่เอง
"ว่าแต่นายชื่ออะไรนะ?" โทลเอ่ยถามขณะที่กลับไปยังบ้านของพวกเขา
"ชิมม่อนว่าแต่นายก็ดูสเตตัสของข้าแล้วไม่ใช่หรือยังไง"
"แหม่ ๆ ก็อยากจะถามจากปากเป็นมารยาทไม่ได้เหรอ? งั้นเราเข้าไปกินอาหารกันได้แล้วป่านนี้พวกเขาคงทำเสร็จเรียบร้อย"
"โอ้ ! เนื้อตุ๋นนุ่มมากเลยแถมยังอร่อยจนอยากจะกินต่ออีก" เซนพูดทั้ง ๆ ที่ยังมีเนื้ออยู่ในปากกับอาหารที่หลากหลายบนโต๊ะอาหาร
"นี่มันอะไรกันแค่กลิ่นก็ทำเอาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว" ชิมม่อนวิ่งตรงไปยังโต๊ะอาหารมองดูที่มาของกลิ่นอันหอมหวนชวนหลงใหลและพวกเขาก็นั่งกินอาหารด้วยกันทั้ง ๆ ที่เมื่อกลางวันเกือบจะฆ่ากันได้อยู่แล้ว