เหมือนฝูงสุนัขบ้าจะได้ยินคำเชื้อเชิญของอเล็กซ์ พวกมันวิ่งพุ่งเข้าใส่เหยื่อของมันที่ห่างออกไปไม่ไกลอย่างบ้าคลั่ง ด้านอเล็กซ์ก็กัดฟันแน่น เกร็งร่างกายทุกสัดส่วน ในหัวก็คำนวณระยะเวลาของเป้าหมายที่กำลังใกล้เข้ามา ในใจลึกๆ อเล็กซ์ก็แอบดีใจนิดๆ ที่เห็นว่าฝูงสุนัขบ้าฝูงนี้มันไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่ลูกชายของเขาเลย
เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ฝูงสุนัขบ้าก็ลดระยะทางจากหลายสิบเมตรเหลือเพียงเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น อเล็กซ์ใช้ความคิดสั่งการพร์ของตัวเองเปิดใช้ทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า ที่ตอนนี้มันได้ถือเป็ไพ่ตายของเขาไปแล้ว จากนั้นก็ฟันดาบยาวในแนวขวางออกไปในทันที
ด้านฝูงสุนัขบ้า พวกมันไม่คิดเลยว่าด้วยความเร็วของพวกมัน และระยะทางที่ใกล้ขนาดนี้ เหยื่อที่อยู่ตรงหน้าจะโจมตีออกมาได้ทัน และด้วยดาบที่มีความยาวเกินกว่าหนึ่งเมตรของอเล็กซ์ มันตัดผ่านร่างของสุนัขบ้าหลายตัวในคราวเดียวในทันที
แต่มันก็ยังมีสุนัขบ้าบางตัวที่สามารถหลบการฟันครั้งนี้ของเขาได้ แต่สุนัขที่หลบได้ก็ไม่สามารถโจมตีอเล็กซ์ได้เช่นกัน ด้วยทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่านั้น เมื่อถูกเปิดใช้งานค่าสถานะทางร่างกายที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น ค่าความเร็วความคล่องตัวมันก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แต่มันไม่ได้เพิ่มเป็ 2 เท่าเท่านั้นเอง มันคือผลพวงของสรีระร่างกายและแข็งแกร่งซึ่งมีผลเกี่ยวข้องกันอยู่แล้วไม่มากก็น้อย
หลังจากการโจมตีครั้งแรกแบบเต็มกำลังลังของอเล็กซ์สิ้นสุดลง เขาไม่มีเวลามานับเลยว่าสุนัขบ้ากว่าสิบตัวนั้นตายไปแล้วกี่ตัว อเล็กซ์ไม่ได้ดึงดาบยาวกลับมาตั้งท่าใหม่แต่อย่างใด เขากระโจนไปในทิศทางของสุนัขตัวหนึ่งที่มันสามารถหลบการโจมครั้งแรกของเขาได้ และดูเหมือนสุนัขตัวนี้ก็ดูโกรธจัดเช่นกันที่พรรคพวกของมันล้มตายเป็จำมาก มันอ้าปากแยกเขี้ยวที่แหลมคมกระโจนใส่อเล็กซ์อีกครั้งเช่นกัน
ั้แ่อดีตกาลสัตว์ร้ายสามารถฆ่ามนุษย์ได้อย่างง่ายดายเสมอมา แต่มันจะต่างออกไปทันทีถ้ามนุษย์คนนั้นมีอาวุธที่แหลมคมในมือ การต่อสู้ของอเล็กซ์ในครั้งนี้ก็เช่นกัน และด้วยความแข็งแกร่งอันมหาศาลเหนือกว่าสุนัขบ้าตัวนี้มาก ดาบยาวในมือของอเล็กซ์ตวัดกลับมาอย่างรวดเร็วรุนแรง มันฟันแยกศรีษะของสุนัขตัวนี้แยกออกจากกันในแนวขวาง สมองสีขาวขุ่นก็ถูกผ่าแยกจากกันอย่างสวยงาม อเล็กซ์ไม่มีเวลามาชื่นชมในเื่ไร้สาระพวกนี้ เขาหมุนตัวกลับแล้วขว้างมีดเดินป่าไปหาสุนัขที่กำลังจะเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีเป็ลูกชายของเขา
มีดเดินป่าพุ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งผ่านลำคอของสุนัขบ้าที่กำลังจะโจมตีใส่อาเธอร์ทำให้มันล้มกลิ้งไปกับพื้นในทันที แล้วอเล็กซ์ก็จับดาบยาวด้วยสองมือตัดหัวสุนัขบ้าอีกสองตัวที่กระโจนใส่เขาอย่างชำนาญ แล้วการต่อสู้ก็สิ้นสุดลง อเล็กซ์ไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใด เขารีบปิดการใช้งานทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่าในทันที เพราะเพียงการต่อสู้ไม่กี่ลมหายใจเข้าออก ค่าพละกำลังของเขาหายไปกว่าครึ่ง
แล้วอเล็กซ์ก็ยื่นดาบยาวให้อาเธอร์ที่ยังคงกำมีดปลายปืนไว้แน่น อาเธอร์ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาส่งด้ามมีดปลายปืนให้กับพ่อของเขาในทันที แล้วเปลี่ยนมาถือดาบยาวที่เขาเคยใฝ่ฝันจะได้ถือมันมาั้แ่จำความได้ และเสียงพูดของอเล็กซ์ก็ดังขึ้นมาทำให้อาเธอร์กลับมาตั้งสติอีกครั้ง
" จับดาบด้วยสองมือให้แน่น ยกมันขึ้นเหนือหัว เล็งไปที่เป้าหมาย ลูกเห็นไหมสุนัขบ้าตัวนั้นมันยังไม่ตาย ตัดหัวของมันซะ "
เสียงของอเล็กซ์ไม่ต่างอะไรกับคำสั่งของนายทหาร อาเธอร์ที่ถูกเลี้ยงดูมาให้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเช่นนี้แล้ว เขาจะไม่ทำตามได้เช่นไร เด็กชายวัย 10 ปีฟันดาบยาวที่ขนาดความสูงพอๆกับตัวเขาเองลงไปอย่างแม่นยำ หัวของสุนัขบ้าถูกแยกจากร่างในทันที อเล็กซ์ไม่ได้ให้เวลาลูกชายได้ทำความเข้าใจในความรู้สึกของการที่ได้เช่นฆ่าสิ่งมีชีวิตครั้งแรกเลยแม้แต่น้อย
" ตัวนั้นยังไม่ตาย แล้วก็ตัวนั้นด้วย รีบฆ่ามันเสร็จ เราจะได้เดินทางต่อ "
" ครับพ่อ "
อเล็กซ์สังเกตุการกระทำของอาเธอร์ทุกอย่าง เขารู้สึกดีใจเป็อย่างมากที่การฝึกฝนของเขาั้แ่ลูกชายรู้จักความจะสำแดงเดชใน่เวลาแบบนี้ แล้วดูเหมือนว่าลูกชายของเขาจะมีความสามารถไม่ใช่น้อยเช่นกัน เขาจึงปลดเป้เดินป่าขนาดใหญ่ออกมาจากด้านหลังก่อนจะหยิบดาบของชาวสยามที่ฝักดาบและด้ามจับถูกแกะสลักลวดลายต่างๆไว้อย่างสวยงาม และมันยังมีสายสะพายอีกด้วย ยื่นมันให้กับอาเธอร์
" ดาบเล่มนี้เหมาะกับลูกมากกว่า ความยาวและน้ำหนักของมันไม่มาก ไว้ลูกโตกว่านี้ดาบยาวนั้นถึงจะเป็ของลูก "
" ครับพ่อ "
ในระหว่างการต่อสู้ รวมถึงการสั่งอาเธอร์ให้ฆ่าของอเล็กซ์ ดวงแสงมากมายหลายสีสันหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของอเล็กซ์ แม้แต่สุนัขบ้าตัวที่อาเธอร์ลงมือปลิดชีพ ดวงแสงและแต้มสังหารอเล็กซ์ก็ได้รับมันเช่นกัน เขาจึงเกิดข้อสงสัยขึ้นมา จึงได้เปิดหน้าต่างค่าสถานะขึ้นมาดู พร้อมกับพาอาเธอร์รีบเดินจากไปจากสถานที่แห่งนี้
" ชื่อ อเล็กซ์ เรนเดลล์ อายุ 30 ปี
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ ระดับวิวัฒนาการ 1
แต้มสังหาร 50
พร์
1)ระบบไร้ขีดจำกัด ระดับ 1
ใช้แต้มสังหาร 0/1,000,000
2)จ่าฝูง ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ
สมาชิก
อาเธอร์ เรนเดลล์ ความภักดี 100 สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
ค่าสถานะ
พลังชีวิต 131/131 แต้มสีแดง 0
พละกำลัง 63/125 แต้มสีเขียว 5
ความแข็งแกร่ง 125/125 แต้มสีน้ำเงิน 0
ความแม่นยำ 130/130 แต้มสีฟ้า 0
ความเร็วความคล่องตัว 123/123 แต้มสีขาว 10
สติปัญญาและการตอบสนอง 125/125 แต้มสีส้ม 2
ทักษะพิเศษ แต้มสีทอง 1
1)มองเห็นในที่มืด
ติดตัว ระดับ 1
ยิ่งมีระดับสูงขึ้นความคมชัดยิ่งมากขึ้น
2)เพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า
เรียกใช้ ระดับ 1
ลดพละกำลัง 10 หน่วยทุกวินาทีที่ใช้ "
อเล็กซ์แทบไม่ดูข้อมูลในส่วนอื่นเลย เมื่อเขาเห็นพร์ของเขาที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง แล้วเขาก็ใช้มันตัวสอบค่าสถานะของอาเธอร์ในทันที
" ชื่อ อาเธอร์ เรนเดลล์ อายุ 10 ปี
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ ระดับวิวัฒนาการ 0
แต้มสังหารที่ต้องใช้ในการวิวัฒนาการ 6/1,000
พร์
ได้รับความกล้าหาญจากจ่าฝูง ชั่วคราว
ค่าสถานะ
พลังชีวิต 60/65
พละกำลัง 45/60
ความแข็งแกร่ง 50/50
ความแม่นยำ 90/90
ความเร็วความคล่องตัว 55/55
สติปัญญาและการตอบสนอง 62/62
ทักษะพิเศษ "
ค่าสถานะของอาเธอร์บอกอะไรหลายๆ อย่างให้กับอเล็กซ์ โดยเฉพาะแต้มสังหารที่ใช้ในการวิวัฒนาการ มันได้บอกกับเขาว่า พร์ระบบไร้ขีดจำกัดนี้ ที่เขาได้รับมันมาก็คงเพราะการสังหารที่รวดเร็วหลังจากการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของโลก มันเลยเข้าเงื่อนไขการได้รับมาซึ่งพร์ที่เรียกว่าโกงใช้ได้ มันเลยทำให้เขามีความหวังที่จะพาลูกชายของเขารอดชีวิตไปได้ไกลที่สุด และเมื่อไหร่ถ้าเขาไปถึงภาคเหนือที่มีหลุมหลบภัยขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาใน่าโลกครั้งที่ 3 ได้ นั้นจะเป็การดีที่สุด …
หลายชั่วโมงต่อมา สองพ่อลูกที่ตอนนี้พวกเขาได้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้แล้ว พากันเดินไปตามถนนรอบเมืองที่ไม่ต่างอะไรกับเมืองร้างในเวลานี้ อเล็กซ์ได้สังเกตเห็นบางอย่าง มนุษย์ที่กลายสภาพเป็คนบ้าหรือจะเรียกว่าซอมบี้นั้น พวกมันจะพากันอาศัยอยู่ในที่มืด ไม่ออกมาเดินเพ่นพ่านตามถนนเหมือนกับในหนังที่เขาเคยดู แล้วพวกมันยังต่อสู้กับพวกสุนัขบ้า แมวบ้า หรือแม้แต่งูบ้าด้วย อเล็กซ์ตัดสินใจเรียกสัตว์พวกนี้ว่าบ้าไปก่อน ส่วนมนุษย์ที่กลายสภาพไปนั้นเขาเรียกมันว่า ซอมบี้ นั้นคือชื่อเรียกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
อเล็กซ์ยังได้รู้อีกอย่างว่า พวกซอมบี้นั้นมันตรวจจับความร้อนจากตัวของเหยื่อ และมันไวต่อเสียงมาก แทนการมองเห็นแบบมนุษย์หรือสัตว์ป่า มันเลยทำให้การที่อเล็กซ์กับอาเธอร์เดินตากแดดกลางถนนแบบนี้ พวกซอมบี้แทบจะไม่มองมาทางพวกเขาเลย เพราะถ้าเมื่อไหร่พวกมันออกมาในสถานที่ที่มีแดดจ้าที่มีความร้อนสูง พวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดนั้นเอง พวกสัตว์บ้าต่างๆ เลยเป็ภัยคุกคามต่อพวกเขามากที่สุดในเวลานี้โดยเฉพาะสุนัขบ้าที่มีมากเหลือเกิน
ั้แ่การต่อสู้กับสุนัขกลุ่มใหญ่นับสิบตัวนั้นแล้ว อเล็กซ์กับอาเธอร์ยังได้ต่อสู้กับสุนัขบ้าและแมวบ้าตลอดทาง มันเลยทำให้การเดินทางของพวกเข้าช้าลงมาก โดยเฉพาะในเขตชุมชน อเล็กซ์ไม่สามารถเปิดใช้ทักษะพิเศษความแข็งแกร่งสองเท่าของเขาได้เลยเพราะ สัตว์บ้าพวกนี้มันไม่ได้รวมตัวกันเป็กลุ่มใหญ่ มันจะทยอยกันออกมากจากบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียง การเปิดใช้ความสามารถพิเศษที่กินพละกำลังกับเื่แบบนี้ มันเลยเหมือนกับการฆ่าตัวตายดีๆนี้เอง
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึง่เที่ยงของวันที่มีดวงอาทิตย์ลอยโด่งขึ้นเหนือหัว อเล็กซ์กับอาเธอร์จึงจำเป็เป็ต้องหาที่พักเพื่อทำการเติมเต็มอาหารและน้ำลงท้องกับนั่งพักเอาแรง สองพ่อลูกเลยตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังป้อมตำรวจที่เอาไว้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่ตั้งอยู่ไม่ไกล สายตาของอเล็กซ์ตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยละเอียด เขาพบว่าป้อมตำรวจแห่งนี้เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างรุนแรงในค่ำคืนที่ผ่านมา มีรอยะุตามบานหน้าต่างแทบทุกบาน โดยเฉพาะบริเวณประตูที่มีศพของซอมบี้กับสุนัขบ้านอนตายเกลื่อนไปหมด เมื่อสองพ่อลูกเดินเข้ามาใกล้ อเล็กซ์จึงพูดขึ้นเบาๆ ว่า
" เฮ้ ! ยังมีคนอยู่ด้านในไหม ? "
ไม่มีเสียงตอบกลับหรือเสียงใดๆ อยู่ด้านในเลย ตอนนี้อเล็กซ์เปลี่ยนอาวุธที่อยู่ในมือเป็ปืนพกคู่ใจแล้ว เพราะในตอนที่โลกนี้อยู่ใน่บ้าๆ มนุษย์นี้แหละคือสิ่งที่อันตรายที่สุด และมนุษย์ที่มีปืนอยู่ในมือนี้ยิ่งอันตรายเป็ทวีคูณ เมื่ออเล็กซ์เห็นว่าไม่มีเสียงใดๆ เขาจึงค่อยๆ เปิดประตูของป้อมออก ก่อนจะค่อยๆ โน่มหัวเข้าไปดู แล้วสภาพของป้อมตำรวจด้านในก็ไม่ต่างอะไรจากฉากของหนังสยองขวัญเลย
สภาพด้านในป้อมตำรวจมีศพมากมายนอนเกลื้อนพื้นไปหมด มีทั้งศพตำรวจโดนรุมกัดกิน ศพซอมบี้ที่เป็ตำรวจด้วยกันที่ถูกะเิสมองจนเละ ศพสุนัขบ้ามากมายหลายสายพันธุ์ที่ถูกยิงจนพลุน แล้วยังมีหนูสีดำที่ตัวใหญ่เท่าแมวนอนตายอยู่นับร้อยตัวส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปหมด แล้วสายตาของอเล็กซ์ก็เหลือบไปมองเห็นตำรวจหญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ตาย และกำลังหลับอยู่ในมุมห้องซึ่งเป็ส่วนลึกสุดของป้อม มือทั้งสองข้างของเธอยังคงถือปืนเอาไว้แน่น บริเวณข้างกายของเธอมีกล่องะุและปลอกะุกระจายอยู่เต็มพื้น และสิ่งที่ตอบคำถามของอเล็กซ์ว่าเธอยังรอดมาได้ยัง ก็คือปืนทั้งสองกระบอกของเธอนั้นใส่ที่เก็บเสียงอยู่นั้นเอง
อเล็กซ์กับอาเธอร์มองหน้ากันแล้วก็พยักหน้า จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็เดินเข้าไปหาตำรวจหญิงคนนี้ อเล็กซ์ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะหลับได้ลึกขนาดนี้ ขนาดพวกเขาเข้ามาประชิดตัวของเธอแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว อเล็กซ์จึงตัดสินใจใช้ไม้แข็งโดยการหยิบขวดน้ำที่อยู่ใกล้ๆ เทใส่หัวของเธอในทันที ตำรวจสาวสะดุ้งตื่นตามความ้าของอเล็กซ์ พร้อมกับการลั่นไกปืนที่ไม่มีลูกแล้วของเธอ
" แป๊กๆๆๆๆ "
" มีสติหน่อยคุณ ! "
เสียงตะคอกของอเล็กซ์ได้เรียกสติของตำรวจสาวกลับมาได้บางส่วนแสดงให้เห็นปฏิกิริยาของตำรวจสาวคนนี้ดีมาก อเล็กซ์รู้สึกชื่นชมอยู่ในใจเงียบๆ แต่แล้วตำรวจสาวก็ทิ้งปืนลงบนพื้น จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างแรง การกระทำของเธอทำให้อเล็กซ์เก็บความชื่นชมในตัวของตำรวจนางนี้กลับมาแทบไม่ทัน
" เพี๊ยะ !! "
อเล็กซ์ใช้มืออันหยาบกร้านจบหน้าของตำรวจสาวคนนี้ทันที เพื่อไม่ให้สติของเธอแตกสลายจนกลายเป็บ้าไป การตบที่รุนแรงนี้ทำเอาอาเธอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับพูดไม่ออกกับความซาดิสม์ของพ่อตัวเอง
" คุณตบฉันแรงไปไหมเนี้ย ! เืไหลเลย~ ฮือ~ฮือ~ "
" จะเงียบได้ยัง ! " เสียงของอเล็กซ์ตะคอกขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับง้างมือขึ้น
" เงียบแล้วๆ คนร้องไห้มันก็ต้องมีสะอื้นทิ้งท้ายกันบ้างซี่~ " ตำรวจสาวเงยหน้าขึ้นมามองมือที่ตบเธอจนเืออกทั้งปากและจมูก แล้วก็ส่งสายตาลูกแมวที่หลงทางไปหาอเล็กซ์
" เธอชื่ออะไร " อเล็กซ์เริ่มตั้งคำถามเพื่อเรียกสติของเธอ
" จัสมิน หรือจะเรียก มะลิก็ได้ "
" นามสกุลละ ตอบคำถามเหมือนกับคนที่เคยถูกฝึกไม่ได้รึไง ! " อเล็กซ์ยังคงสวมบทจ่าทหารสุดโหดอยู่เช่นเดิม
" จัสมิน ชู ยศร้อยตำรวจตรี สังกัดหน่วยสืบสวนค่ะ "
อเล็กซ์นำบัตรทหารที่เก็บไว้เป็ที่ระลึกก่อนจะขอเกษียณตัวเองออกมาจากกรมแล้วใช้มือปิดวันเดือนปีที่หมดอายุไว้ แสดงให้นายร้อยสาวมะลิได้เห็น และก็เป็ตามคาด มะลิรีบตะเบ๊ะทำความเคารพทันทีทั้งที่เธอยังคงนั่งอยู่ แล้วเธอจะโดนบูทหัวเหล็กของอเล็กซ์สะกิดเข้ากระโดกซี่โครงเบาๆ แต่มันเจ็บมากจนทำให้สติของเธอกลับมาเต็มร้อย ก่อนจะลุกยืนขึ้นตัวตรงและตะเบ๊ะอีกครั้งไปทางอเล็ก เมื่อเห็นว่าตำรวจสาวคนนี้ได้สติกลับมาสมบูรณ์แล้ว อเล็กซ์จึงได้ออกคำสั่งว่า
" ช่วยทำหน้าที่คุ้มกันผมกับลูกด้วย เราจะรับประทานอาหารกันสักพัก "
" ค่ะท่าน "
เมื่อสถานการณ์อยู่ในการควบคุม อเล็กซ์กับอาเธอร์ก็เริ่มกินอาหารกลางวันกันอย่างเร่งรีบตามแบบทหารที่อยู่ในสนามรบ เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีอเล็กซ์กับอาเธอร์ก็พร้อมเดินทางอีกครั้งหลังจากสำรวจป้อมตำรวจแห่งนี้แล้วเสร็จ เมื่อทุกอย่างพร้อม อเล็กซ์ก็หันหน้าไปหามะลิและถามออกไปว่า
" เธอจะไปกับผมไหม ? หรือมีที่อื่นที่ต้องไปอีก ? … "