เทพ​ยุทธ​สะท้านโลกา

    ตอนที่​ 40 โอกาส

    ตอนที่​ 40 โอกาส

     

    กระดาษ​แผ่นหนึ่งวางบนอยู่โต๊ะ​

     

    หยุนรุ่ยหยิบเปิดอ่านและกวาดข้อความ

     

    ดวงตาสว่างสดใส​และมีสีหน้าพึงพอใจ

     

    เขาเอ่ยเบาๆว่า "ดูเหมือน​ว่ามีสุดยอด​อัจฉริยะ​ศิษย์​สายในเกิดขึ้น"

     

    ในเวลาไม่ถึงหกเดือนเขาเอาชนะศิษย์​ร้อยอันดับแรกและกลายเป็น​อันดับ​หนึ่ง

     

    ศิษย์​คนนี้มีนามว่า ซูเวย เขาเป็นคนมีพรสวรรค์​และทรงพลังมาก แต่มันน่าเสียดายที่เขาอายุมากเล็กน้อย

     

    "ออกคำสั่งและให้ลี่เหลียนประเมิน" เขาครุ่นคิด​และสั่งการ

     

    หากเหล่าศิษย์​สายในมีสุดยอด​อัจฉริยะ​เกิดขึ้น​ภายในหกเดือน จะได้รับการแนะนำจากศิษย์​หลักเพื่อฝึกฝนและเรียนรู้​

     

    หยุนรุ่ยปิดตาและนึกคิด​ในหัว

     

    [สำหรับศิษย์​สายในเขาไม่ได้​เป็นคนดูแลมันเต็มที่​ แต่มันยังเป็นส่วนหนึ่งในใจเขา]

     

    ... 

     

    ณ.พื้นที่ศิษย์​หลัก

     

    ลูกศิษย์​คนหนึ่งไปหา หยูไท่ และกล่าวออกมาว่า "ศิษย์​พี่หยูไท่ ผู้อาวุโส​ได้รับคำสั่งจากท่านผู้นำ"

     

    หยูไท่ยกคิ้วขึ้นและมองรายงาน​ด้วยความสงสัย​

     

    ในท้ายที่สุด​มันเป็นคำสั่งที่ออกจากผู้นำและเขาไม่กล้าที่จะปฏิเสธ​

     

    เขาเปิดอ่านรายละเอียด​และยกคิ้วขึ้นและปากขยับแสดงรอยยิ้ม​แปลกๆ

     

    "ศิษย์​ใหม่ได้รับความสนใจจากผู้นำ?"

     

    ศิษย์​ทุกคนต่างอุทานและตกตะลึง

     

    "ซูเวยทำได้ดีมากในบรรดาศิษย์​สายในและเข้าสู่ศิษย์​อันดับ​หนึ่งในเวลาอันสั้น"

     

    "ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นศิษย์​เก่งกาจ​สุดในเหล่าศิษย์​สายในและเป็นสุดยอด​อัจฉริยะ"

     

    "เขาสามารถ​ล้มศิษย์​ปีหนึ่ง-ปีสี่ได้หมด"

     

    ทุกคนนึกถึง​ข่าวลือและชื่อเสียงของเขา

     

    เรื่องราว​ของเขาเข้ามาถึงพื้นที่ศิษย์​หลัก 

     

    ทุกคนคิดว่า​ [มันเป็นวีรกรรม​ที่ศิษย์​ใหม่ยากทำได้ในช่วงเวลาไม่ถึงหกเดือน]​

     

    "เสียดายที่เค้าอายุมากไปหน่อย!!!"

     

    ศิษย์​หลักบางคนตกใจและมีใบหน้าเวทนา เพียงเพราะอายุมากไปเล็กน้อย​จึงเสียโอกาสในการได้กลายเป็นศิษย์​แท้จริง

     

    "น่าเสียดาย" หยูไท่ถอนหายใจ​และมีสีหน้าเศร้า

     

    เขาเห็นเนื้อหาข้อความแล้วเข้าใจความหมายมันดี อาวุโส​ระดับสูงไม่​ให้โอกาสเขา

     

    หลังจากเงียบชั่วครู่​ หยูไท่กล่าวต่อว่า "ดูเหมือนเขายังพอมีโอกาส​อยู่บ้าง ตราบใดที่​เขาฝึกฝน​พลังลมปราณ​ได้สำเร็จภายในเวลาสามเดือน เขาจะกลายเป็น​คนสำคัญ หากเขาเป็น​สุดยอด​อัจฉริยะอย่างที่ได้ยินมาจริง เขาสามารถ​ทำมันได้อย่างแน่นอน"

     

    "ถ้าไม่... ค่อยเริ่มจากศิษย์​สายในขึ้นมาเป็นศิษย์​หลัก และกลายเป็น​ศิษย์​แท้จริงก้าวทีละขั้นอนาคต​นั้นยิ่งใหญ่​กว่าแน่นอน​"

     

    หยูไท่ยิ้มและเร่งเร้า​ก้าวเดินออกไป

     

    ณ.ที่พักศิษย์​อันดับ​สอง

     

    ฮุ่ยเว่ยมีสีหน้ายุ่งเหยิง​และหมดอาลัยตายอยาก

     

    เขาเหมือนคนหลงทางและคนเมา

     

    ความคิดมากมายเกิดขึ้นในใจ

     

    ความจริงที่เขาพบเจอและมองเห็น ทำให้ความภาคภูมิใจ​ทั้งหมด​สลายหายไป

     

    เมื่อซูเวยชนะฝ่ายตรงข้าม​ที่แข็งแกร่ง​และทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเล็กลงและเล็กลงมากขึ้นเรื่อยๆ

     

    เขาเริ่มที่เผชิญหน้า​กับความจริงและไม่หลงระเริง​ในความภาคภูมิใจ​ของคำว่าอัจฉริยะ​อีกต่อไป

     

    เมื่อร่องรอย​สุดท้าย​ถูกลบออกจากใจ เขารู้สึก​ว่าเป็นการดีที่จะพึ่งพา​ซูเวย

     

    เจียจิงและฉุ่ฉีเป็นตัวอย่างที่ดี

     

    เจียจิงคือใคร เขาเป็นศิษย์ใหม่ที่ยังไม่เคยเรียนรู้​ฝึกฝน​ทักษะ​การต่อสู้​มาก่อน และฉุ่ฉีเคยเป็นศิษย์​ร้อยอันดับแรกแต่เขาก็ไม่ได้แข็งแกร่ง​และเก่งกาจ​มากเท่าไหร่

     

    สองคนฮุ่บเว่ยเพิกเฉย​และไม่เหลือบมอง

     

    อย่างไรก็ตาม​เนื่องจาก​ซูเวยได้ทำการอบรมสั่งสอน​ทักษะการต่อสู้​ พวกเขาก้าวกระโดด​และทะยานเข้าสู่สิบอันดับแรกได้

     

    แม้ว่าฮุ่ยเว่ยเผชิญหน้า​กับพวกเค้า เขาก็รู้สึกกดดันมากและหนักขึ้นเรื่อยๆ

     

    หลายวันผ่านไปเขารู้สึกชัดเจน​ว่าทั้งสองก้าวหน้าขึ้นทุกวัน

     

    ตอนนี้ฮุ่ยเว่ยไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป

     

    นี้คือพลังและความสามารถ​ของซูเวย

     

    ไม่เพียงเขาแข็งแกร่ง​ขึ้นอย่างพรวดพราด​ แต่เขาก็ทำให้คนรอบตัวแข็งแกร่งขึ้นด้วย

     

    ความสามารถ​นี้น่าดึงดูด​สำหรับฮุ่ยเว่ยมาก

     

    [ตอนนี้เขาเป็นศิษย์​อันดับ​หนึ่งที่มีชื่อเสียง​และเขายังเป็นศิษย์​เก่าใหม่อีกด้วย การไปพบเขามันไม่ทำลายชื่อเสียง​และศักดิ์ศรี​ตัวเอง...?] ฮุ่ยเว่ยคิดลับๆและเงียบๆในใจ

     

    เขากำมือแน่นหนาและดวงตาส่องประกาย 

     

    การแสวงหาพลังและความแข็งแกร่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง​และสำคัญ มันไม่ใช่เรื่องน่าละอายที่เขาเสียหน้า​​ ตราบใดที่​เขาแข็งแกร่ง​และทรงพลัง ทุกคนจดจำสิ่งนี้]

     

    เขาตัดสินใจแน่วแน่​และเดินออกจากห้อง

     

    คล้ายกับเรื่องเทพ​ยุทธ​สะท้านโลกา ที่คุณอ่าน