““อ..เออคือว่าข้าขอแนะนำตัวอีกครั้ง...ข้าถง...ทงน้อยจอมยุทธพเนจร
(๑˃-ᴗ˂-)و (ทำหน้าตาน่ารัก ยิ้มจนตาหยี)
““จุดประสงค์ของข้าน้อยคืออยากเป็นคนร่ำรวยเงินทองข้าจึงคิดอยากมาลงทุนในกิจการรถเข็นขายซาลาเปาร่วมกับท่านเจ้าค่ะ !
“……………………
೭【㊀⍜㊀】೨ มองเฉยเฉย...จ้องจับผิด !
เขาที่ยังมึนงง สับสน และ มีอาการบาดเจ็บบอบช้ำภายในจากฝีมือของเจ๊ซีโร่มิได้พูดหรือกล่าวสิ่งใดออกมาเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมามองที่ดรุณีน้อยแซ่ถงที่กล่าวกับเขาเรื่องการลงทุน...
*นางบ้าหรือโง่กันวะถึงมาลงทุนในกิจการรถเข็นขายซาลาเปา?
*ก็เห็นเห็นกันอยู่ว่ารถเข็นก็ตั้งอยู่ตรงนี้นานโขแต่ซาลาเปาสักลูกยังมิอาจขายออกไป ยังจะคิดเพ้อฝันมาร่ำรงร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยจากที่ไหนดินรึ ?
เขายันตัวลุกขึ้นจากพื้นเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาพยายามเดินอ้อมรถเข็นไปด้านหน้าหน้าแม่นางน้อย ก่อนที่เขาจะเอามือแตะไปที่หน้าผากของนางเท่านั้นมิพอยังเอาหลังมือทั้งสองข้างแนบใต้คางของนางด้วยก่อนจะถามออกมาว่า
“แม่นางถง เจ้าเป็นไข้ มิสบายใช่หรือไม่ ?
““ข...ข้าสบายดีเจ้าค่ะ...
“แต่ตัวเจ้าร้อนมากเลยนะแม่นางถงเจ้าแน่ใจนะว่ามิได้เป็นไข้?
ถงทงน้อยโตมาขนาดนี้ยังมิเคยมีบุรุษเพศรุ่นราวคราวเดียวกันมาสัมผัสร่างกายของนางแต่กับเขาที่มิได้พูดกล่าวมากความก็ถือวิสาสะมาสัมผัสร่างกายนางโดยที่นางมิได้ตั้งตัวมาก่อนถงน้อยผู้ไร้เดียงสาจึงเกิดอาการเขินอาย ใบหน้าเห่อร้อนทำให้กันจิเข้าใจผิดคิดว่านางป่วยเป็นไข้ไม่สบาย
“ถ้าแม่นางยืนยันว่าสบายดีแล้วเหตุไฉนเจ้าถึงพูดจาเลอะเทอะอย่างเช่นจะมาลงทุนในธุรกิจกิจการรถเข็นขายซาลาเปาของข้า...
““ข...ข้า....
กันจิมิปล่อยให้เธอได้กล่าวสิ่งใดออกมายังคงกล่าวต่อด้วยวาจาสงสัยว่า
“แถมยังมาคิดจะร่ำรวยเงินทองอีกเจ้าก็เห็นอยู่ว่ารถเข็นก็ตั้งอยู่ตรงนี้นานโข แต่ซาลาเปาสักลูกยังมิอาจขายออกไปถ้าหากมิได้เป็นไข้ แล้วเจ้าจะมีความคิดแบบนี้ได้เยี่ยงไรกันรึ แม่นางน้อย ?
นางเงียบไปสักพักก่อนจะหาเหตุผลมาโน้มน้าวพี่ชายน้อยตรงหน้าของนางเพื่อให้เขายอมรับการค้าขายแลกเปลี่ยนในครั้งนี้
““ข้าน้อยสบายดีเจ้าค่ะ และเหตุผลที่ข้าคิดจะขอร่วมแลกเปลี่ยนการค้าขายในครั้งนี้เพราะข้าเห็นว่าซาลาเปาของท่านต้องขายดิบขายดีเป็นแน่...
“……
o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
““ข้าน้อยเห็นว่าจะสามารถทำให้ธุรกิจของท่านเฟื่องฟูได้แน่เจ้าค่ะ...
“……
o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
““ข้าน้อยตัวคนเดียวมีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการร้านค้า ข้าคงจะสามารถทำตามปณิธานของข้าได้ถ้าร่วมกิจการกับท่านเจ้าค่ะ...
จะสามารถทำให้ธุรกิจของท่านเฟื่องฟูได้แน่เจ้าค่ะ...
“……
o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
““ข้าน้อยมีความสามารถทำให้ธุรกิจของท่านเฟื่องฟูได้แน่เจ้าค่ะ...
“……
o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
เหตุผลที่นางนำมากล่าวอ้างออกมาน่าจะยังมิเป็นที่พอใจของกันจิมากนักเพราะเขาเอาแต่เงียบมิได้กล่าวตอบนางกลับไปเลย จนนางหมดสิ่งที่จะพูดจะกล่าวอ้างจึงได้พูดความจริงข้อนึงที่นางเห็นร่วมกับสตรีทั้งหลายด้วยความระอาย...
““ข...ข้าเห็นว่าท่านเป็นคุณชายน้อยรูปงามมีความเป็นสุภาพบุรุษ และนิสัยดีเจ้าค่ะ ....
o(︶︿︶)o (เอื้อมระอาใจ)
“ดี ดี ดีแม่นางเจ้าเป็นคนตาถึงจริงจริง ฮ่าฮ่าฮ่า....
\⟅♥□♥⟆/Love เลย
““… (⊙ヮ⊙) ! (อึ้ง)
*แคว้ก...แคว้ก...
““…=///= (เขินแหลก)
เสียงอะไรฉีกกันแน่ ถงน้อยถึงมีอาการเขินอายอีกครั้ง
“แม่นางน้อยในเมื่อเจ้าอยากจะร่วมลงทุนพี่ชายอย่างข้าจะไม่เอารัดเอาเปรียบเจ้าแล้วกันเจ้าคงจะเห็นใช่หรือไม่ว่าไม่มีคนมาซื้อซาลาเปาของข้าสักคนแถมข้ายังเป็นมือใหม่ในเรื่องนี้อยู่ด้วย พึ่งลองทำได้เพียง 2 วันเท่านั้น 2วันนะมิใช่ 2 เดือน หรือ 2 ปี และไม่รู้ว่าพี่ชายจะขายได้ถึงตอนไหนเดิมทีรถเข็นคันนี้ก็เป็นสมบัติประจำตระกูลของท่านยายซุนพี่แค่มาช่วยแกขายเท่านั้นด้วยเมื่อเจ้ารู้แบบนี้แล้วยังคิดจะร่วมลงทุนลงแรงในกิจการนี่อยู่หรือไม่แม่นางน้อยเจ้าตัดสินใจเอาเองแล้วกัน ?
เมื่อกันจิกล่าวคำพูดด้วยความจริงใจออกมาต่อหน้านางเสร็จนางใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะกล่าวคำตอบให้กับกันจิ
““พี่ชายน้อยในเมื่อท่านกล่าวพูดอย่างจริงใจกะทั้ง...กะทั้งยังพูดเปิดอกกับข้าตรงตรงแบบนี้ นั้นข้าจะมิปิดบังเช่นกัน...
ข้ามีชื่อว่าถงทงปีนี้อายุย่างเข้า 17 ปี ข้าน้อยเป็นลูกสาวของชาวเมืองเหนือบิดามารดาของนางถูกโจรฆ่าระหว่างเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อค้าขายหลังจากนั้นตั้งแต่ข้าอายุได้ 10 ขวบปีต้องหาเลี้ยงปากท้องด้วยตัวเองมาตลอดจนได้เจอกับป้าชงที่เป็นคนล้างจานในโรงเตี๊ยมทรายขาวรับข้าไปดูแล
อืม...ต้องบอกว่าพาไปช่วยทำงานมากกว่าข้านับถือแกเหมือนแม่คนที่สองเคยทำหน้าที่เป็นสาวรับใช้คอยเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้าในโรงเตี๊ยมท่านมิต้องกังวลข้าเป็นคนอัธยาศัยดีจึงทำให้ทุกคนในโรงเตี๊ยมนั้นเอ็นดูข้าเหมือนคนในครอบครัว
แต่ที่ข้าออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนั้นเพราะข้าอยากทำตามความฝันอยากทำตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ นั้นคือเป็นเจ้าของกิจการเป็นเถ้าแก่ของตนเองเจ้าค่ะ
*เชรด!!! ประวัติมาข้อดีพร้อม เหลือแต่ยื่น Resume อย่างเดียว
*นี่ตรูต้องเปิดรับสมัครงานไหมเนี้ย ?
*แต่ขอดูประวัติเบื้องหลังของนางหน่อยแล้วกันคงมิได้ปลอมตัวหรืออะไรมาอีกนะ...
หลังจากนั้นเขาก็เพ่งสายตาไปที่ดรุณีน้อยวัยแรกแย้มตรงหน้าของเขาและข้อมูลก็ปรากฏขึ้นในหัวของมัน
*ติ๊ดดด..ดวงตาแห่งการตรวจสอบขั้นพื้นฐาน (เปิดใช้งาน)*

ชื่อ : ถงทง
ธาตุ : ทอง
ค่าความเงี่ยน : 1%
พลังลมปราณระดับ พื้นฐาน ขั้น 1
*เชรด!!! สุดจัด ปลัดบอกคนธาตุทอง...
(ธาตุทองซาวด์ ? ถรุยไม่ใช่แหละ 555+)
*เฮ้ออออออ.....
*ตกลงตัวเอกของเรื่องแบบข้านี่แหละที่ชีวิตรันทดอยู่คนเดียว
“ถ้าเจ้าตัดสินใจดีแล้วก็ตามใจเจ้าแล้วกัน...
““ขอบคุณเจ้าค่ะพี่ชายน้อย
““เจ้าตัวเล็กทั้ง 2 มาอยู่กับข้าสิ
**วูบ...วูบ...
**หงิง หงิง อาดิง อาดิง…
(*≧▽≦)(งุงิงุงิ)
“ฮิฮิ อย่าเลียหน้าข้าสิเจ้าตัวน้อย
(✿ ◜◒◝ ) (หึหึ / ฮิฮิ)
**พรึบ...พรึบ...
**อาโฮก โฮก อาโฮก โฮก...
(*≧▽≦)(งุงิงุงิ)
“คริคริ อย่าเอาหางของเจ้ามาจักจี้ข้านะ
(✿ ◜◒◝ ) (หึหึ / ฮิฮิ)
ภาพตรงหน้าของเขาในตอนนี้ยังดูสดใสสะเหลือเกิน...สาวน้อยหนึ่งคนกับสัตว์เลี้ยงตัวแสบอีก2 ตัว
ครืน ครืน ครืน....
“เสียงอะไรกันเหมือนเสียงแผ่นดินไหว...หรือมีร้านอาหารเปิดใหม่รึ?!
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อเอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
““หุหุ...มากันแล้วสินะ
(๑✧◡✧๑) (เห็นโอกาส....)
ถงน้อยกล่าวกระซิบกับตนเองและมิได้พูดสิ่งใดมากนางเดินไปหน้ารถเข็นขายซาลาเปาแล้วนำป้ายจากไหนไม่รู้ออกมา นำมาติดที่ด้านหน้ารถเข็นในป้ายนั้นได้เขียนสิ่งที่กันจิเห็นแล้วยิ่งคิดว่านางบ้าไปแล้วแน่แน่...จนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยทักกล่ามถามข้อสงสัยกับถงน้อยออกมามิได้
“แม่นางถง นี่นี่เจ้ากำลังกระทำสิ่งใดกัน ?
(;ꏿ︿ꏿ) ตกตะลึงจนใบ้กิน !
“ราคาซาลาเปาหนึ่งลูกตามรถเข็นหรือแผงลอยปกติขายในราคา2-3 ผลึกดิน
“ราคาซาลาเปาหนึ่งลูกตามโรงเตี๊ยมปกติขายในราคา5 ผลึกดินเพียงเท่านั้นแต่เจ้า...
“เจ้ากับตั้งราคาเป็น 2เท่าจากราคาโรงเตี๊ยม ?
“แม่นางจะมีใครสักคนไหมที่ยอมมาซื้อซาลาเปาของข้ากัน?
““พี่ชายน้อยเชื่อข้านะเจ้าค่ะราคานี้ขายได้แน่นอนในกาลหน้าอาจจะต้องเพิ่มราคาด้วยซ้ำ...
(*•̀ᴗ•́*)و̑̑ มั่นใจ¹⁰⁰ %
“อ...เอิ่ม...นี่ใช่เรียกว่าเด็กเล่นขายของหรือป่าว?
(๑•﹏•) บรึย
“เฮ้อออออ...ตามใจเจ้าแล้วกัน ยังไงก็ไม่มีคนมาซื้อซาลา....
ヾゞหืม!?....
ดวงอาทิตย์สาดแสงแดดที่เริ่มทำให้อากาศทั่วบริเวณอุ่นขึ้นมันเริ่มเอียงขึ้นค่อนมาทางหัวของเขาแล้ว ตอนนี้เป็นเวลา ๑๐.๓๐ น. กลับยังไม่มีใครสักคนมาซื้อซาลาเปาของเขาเลยมีคนเดินมาจะสอบถามอยู่เหมือนกันประมาณ 4-5 คนแต่เมื่อพวกเขาเห็นราคาที่ติดไว้ก็ถอยหนีกันทั้งนั้น ดูจากหน้าตาของพวกเขากันจิก็พอจะจำได้บ้างเป็นพวกชาวยุทธชาย ที่ร่วมเดิมพันก่อนหน้านี้ 2 คนนี่คงจะสงสารมาช่วยซื้อกระมั้ง ?
#จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึง ๑๑.๓๐น.
ครืน ครืน ครืน ครืน ครืน ครืน....
“เสียงนี่อีกแล้ว...เหมือนจะเป็นเสียงของฝูงชนปริมาณเยอะมากมากกำลังเคลื่อนที่มาพร้อมกันเลย สรุปมีโรงเตี๊ยมหรือร้านอาหารเปิดใหม่ทางฝั่งตะวันตกแห่งนี้เหรอ?!
O_o? (ทำหน้าสะเหร่อ เอ๊ย ตั้งคำถามแบบหันซ้าย)
““ฮิฮิเดี๋ยวพี่ชายน้อยก็จะรู้เองเจ้าค่ะ...
(✿ ◜◒◝ ) (หึหึ / ฮิฮิ)
10 ลมหายใจผ่านไปบริเวณทางลงจากเทือกเขา มันเป็นทางเดียวกันที่กันจิได้เข็นรถเข็นลงมา
“อยู่ไหน อยู่ที่ไหน?! ขอซาลาเปาให้ฉันที
ชาวบ้านหญิงวัยกลางคนที่กำลังมองดูเจ้าหนุ่มหน้าขาวด้วยความรู้สึกสมเพซที่ไม่มีใครมาซื้อซาลาเปาของเขาเลยสักคนถ้ามีคนไปซื้อสิถึงจะแปลก ราคาที่เขาตั้งมันสูงเสียดฟ้า ทะลวงไปถึงสวรรค์เธอคิดว่าเขากะขายทีเดียวให้ร่ำรวยเลยกระมั้ง...แต่เธอเห็นว่ามีลูกค้ามาร้านแผงลอยข้างทางของเธอเธอจ้องไปยังเจ้าหนุ่มหน้าขาวนั้นอย่างดุเดือด ที่ทำให้เธอเสียเงินเดิมพันไปเยอะก่อนที่จะสมน้ำหน้าเขาแล้วรีบกลับไปร้านแผงลอยข้างทางของเธอและพูดว่า “มาแล้ว...มาแล้ว...”
““พี่สา..
ถงน้อยที่ยังกล่าวมิจบคำกับต้องเปลี่ยนสรรพนามการเรียกใหม่อย่างรวดเร็วเมื่อเธอเห็นสายตาที่ดูดุร้ายจ้องมาที่ตัวของเธอ
**ชิ้ง...ชิ้ง...
=_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)
““อ...เออพี่ชาย ท่านมาแล้วสินะเจ้าค่ะ !!!
(๑˃-ᴗ˂-)و (ทำหน้าตาน่ารัก ยิ้มจนตาหยี)
**หงึก หงึก
“มาถามอีกตามเคยสินะเห็นราคาคงเดินหนีตามเคย...”
“เฮ้ออออออ !”
เขาที่นั่งเล่นนอนเล่นเขี่ยพื้นดินเล่น X-O เล่นกับเจ้าตัวน้อยทั้งสองอยู่นั้นกลับได้ยินเสียงของถงน้อยคุยกับใครสักคนหน้ารถเข็นทำให้เขาที่เกียจคร้านอดมิได้จนต้องกล่าวบ่นออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อต้อนรับลูกค้าดู ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นแบบไหนก็ตามทีเหตุผลนั้นช่างง่ายดาย คือ เมื่อเลือกจะเป็นพ่อค้าก็ต้องบริการลูกค้าด้วยร้อยยิ้มที่เป็นมิตรร้อยยิ้มที่จริงใจ แม้พวกเขามิซื้อก็ต้องยิ้มสู้...
“ถงน้อยคงเป็นคนมาสอบถามอีกตามเคยสินะพี่บอกแล้วดรุณีน้อยแบบเจ้าตั้งราคาแบบนี้ใครจะ...
กันจิกล่าวบ่นออกมาด้วยความสับสนเขามองไปทิศทางเดียวกันกับที่ถงทงน้อยกำลังยืนอยู่พร้อมด้วยอาการที่ตกใจจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ตาของเขาได้เห็นคือกลุ่มคนที่ออกันเต็มอยู่ด้านหน้ารถเข็นขายซาลาเปาอย่างน้อยสิบคนและทุกคนยังมีอารการเหม่อลอยคล้ายโดนสะกดวิญญาณตรงกลางด้านหน้าพวกคนเหล่านี้มีหญิงงามที่แต่งตัวเป็นบุรุษเหมือนอาเหออีกคนแม้นางจะมิได้แต่งหน้าทาปากแถมยังสวมใส่ชุดของบุรุษเพศกับยังส่งออร่าความสง่างามเปล่งปลั่งออกมาจนทำให้เขาแสบตาเลือดกำเดาแทบไหลอีก เขาถึงกลับยืนจ้องมองนางต่อตาสบตากันอยู่แบบนั้นจนกระทั่ง...

““พี่ชายน้อย...
““พี่ชายน้อย...
““พี่ชายน้อยเจ้าค่ะ...
“อ...เออ..
o_O? (ทำหน้าฉงนแบบหันขวา)
““หึหึ !!! ท่านจะจ้องพี่ชายท่านนี้อีกนานไหมเจ้าค่ะ...
+(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ )+ (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)
“อ...เออ..เจ้าพูดอะไรกันถงน้อยใคร ไหนใครจ้องเขากัน....
(¬ε¬…) วี้ดวิ้ว...ผิวปากกลบเกลื่อน
รูปลักษณ์ที่น่าประทับใจของนางนั้นโดดเด่นเหลือเกินส่วนฝูงชนที่ล้อมรอบพวกนางนั้นกับมีทั้งบุรุษสตรีต่างต่างกันไปโดยมีฝูงชนที่เห็นความคึกคักนึกถึงเรื่องเมื่อยามเช้าแล้ว ยิ่งมากันเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยเพื่อมารอมุงดูกลุ่มคนที่มาออกันอยู่หน้ารถเข็นขายซาลาเปาของเขา ต่างคนต่างความคิดแต่ที่เห็นตรงกันแน่แน่คือพวกเขาชาวยุทธชายชาวบ้านชาย กำลังตกตะลึงกับความงามของสตรีที่แต่งตัวเป็นบุรุษที่อยู่หน้าขบวน
หลังจากนั้นกลุ่มคนเหล่านี้ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนกำลังยืนออกันตรงหน้ารถเข็นซาลาเปาของเขามีแม่นางที่แต่งตัวเป็นบุรุษยืนหน้าสุดของขบวน เวลานี้นิ้วของเจ้าอ้วนลงพุงคนหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนเถ้าแก่กับยกมือขึ้นและชี้ไปที่ทิศทางของเขาแต่หน้ากับหันไปทางถงทงน้อยพร้อมกับกล่าวคำพูดออกมาว่า
“นั่นคือเขา!อย่างนั้นรึถงน้อย ?!”
*หงึก หงึก หงึก
ถงทงน้อยพยักหน้าถึงสามครั้ง ก่อนจะเดินอ้อมรถเข็นมายืนทางด้านซ้ายมือของกันจิเธอนำมือขวาที่ขาวนวลของตีเบาเบาที่ไหล่ซ้ายของเขา ก่อนจะเอ่ยตอบเบาเบาว่า
“เจ้าค่ะ....
⊂(◉‿◉)つ (ยิ้มน้อยๆพร้อมกับตบไปที่ไหล่ซ้าย)