เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 เขตชายแดนต้วนเริ่น

            “หลินเฟิง!!!”

            หลิ่วเฟยตาค้างด้วยความตกตะลึง ที่แท้ชายสวมหน้ากากทองสัมฤทธิ์ก็คือหลินเฟิงนั่นเอง!และเขายังเป็นผู้ช่วยชีวิตบิดาของนางเอาไว้?

            หลิ่วชั่งหลันหันมามองหลินเฟิง เขาเคยพบหลินเฟิงอยู่ 2 ครั้ง และทุกครั้งอีกฝ่ายจะสวมหน้ากากสัมฤทธิ์เอาไว้ นี่เป็นครั้งแรกที่หลิ่วชั่งหลันได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของหลินเฟิง

            ใบหน้าสะอาดสะอ้านปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา ซึ่งในสายตาของคนรุ่นเยาว์แล้วรอยยิ้มนี้กลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันตัวเองอย่างอดไม่ได้

            “เป็นเด็กหนุ่มที่ดี!” หลิ่วชั่งหลันคิดก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดขึ้นมาว่า “ไม่แปลกใจเลย อย่างไรเสียวีรบุรุษรุ่นเยาว์ก็มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว”

            ครั้งแรกที่หลิ่วชั่งหลันได้พบหลินเฟิง หลินเฟิงใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้หัวใจของเขาต้องสั่นสะท้านและละทิ้งความคิดที่จะทำลายการบ่มเพาะของตัวเอง

            ครั้งที่สอง หลินเฟิงก็ยังคงใช้วาจาอันเฉียบคมโต้เถียงกับต้วนเทียนหลางต่อหน้าสาธารณชนจนทำให้มันถึงกับเถียงไม่ออกและยังทำลายศักดิ์ศรีของลานศักดิ์สิทธิ์แห่งเสวี่ยเยว่อีกด้วย

            คนคนนี้ไม่เพียงแค่ฉลาดเท่านั้น แต่ยังมีความกล้าหาญที่ไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใดและยังบ้าบิ่นมากอีกด้วยเขากล้าฉีกหน้าอ๋องเทียนหลางต่อหน้าฝูงชน โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายคือเชื้อพระวงศ์

            หลิ่วชั่งหลันคาดไม่ถึงเลยว่า บุคคลที่ฉลาดไร้ซึ่งความกลัวและยังบ้าบิ่นคนนั้นจะยังเยาว์วัยอยู่มาก

            “หลินเฟิง เมื่อกี้เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นคนรักของเฟยเฟย” ทันใดนั้นหลิ่วชั่งหลันก็นึกถึงคำพูดที่หลินเฟิงได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ทำให้เขาแสดงสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา และถามย้ำว่า “มันเป็นความจริงหรือ?”

            หลินเฟิงยกมือขึ้นเกาหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกอายมาก เมื่อเงยหน้ามองหลิ่วเฟยก็เห็นอีกฝ่ายกำลังถลึงตาใส่เขาอย่างโมโหอยู่

            “ท่านพ่อ ท่านอย่าไปฟังที่ไอ้บ้านี่พูดนะเขาเป็นแค่คนชั่วช้าที่น่ารังเกียจเท่านั้น!!!”

            หลิ่วเฟยกล่าวด้วยความโกรธ ไอ้หมอนี่กล้าดีอย่างไรมาบอกว่านางคือคนรักของเขาต่อหน้าบิดาของนาง? นี่มันน่ารังเกียจเกินไปแล้ว!...

            “คนชั่วช้าที่น่ารังเกียจ?!” หลินเฟิงได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกขัดใจเบาๆนี่เขายังคงเป็นไอ้โรคจิตในสายตาของหลิ่วเฟยอยู่อีกเหรอ??? ด้วยความหมั่นไส้ หลินเฟิงจึงพูดขึ้นมาว่า “ไม่เอาน่าเฟยเฟยวันนั้นไม่ใช่เจ้าเองหรือที่บอกกับคนอื่นๆ ว่าตัวเองเป็นคนรักของข้าน่ะแล้วทำไมข้าถึงกลายเป็นคนชั่วช้าที่น่ารังเกียจไปได้ล่ะ? ถ้าเจ้าอยากจะด่าใคร ก็ควรด่าตัวเองนะ”

            “…” หลิ่วเฟยเกือบจะเป็นลมความโมโหพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาถึงหน้าอก ไอ้… ไอ้คนเลว! ไอ้ขี้โกง!!!

            ได้ยินดังนั้นหลิ่วชั่งหลันก็พลันตาค้างขึ้นมาเขาไม่รู้ว่าควรจะจัดการสถานการณ์แบบนี้อย่างไรดี!!!

            หลินเฟิงเห็นหลิ่วเฟยหน้าแดงขึ้นมาก็นึกลำพองใจอยู่นิดๆ หึๆ ให้มันรู้เสียบ้าง!!! ว่าผลของการมาด่าเขาว่าเป็นคนชั่วช้าจะเป็นอย่างไร?

            เมื่อเห็นหลินเฟิงกับหลิ่วเฟยถลึงตาใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้หลิ่วชั่งหลันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “เอาล่ะๆ เฟยเฟยพวกเรากลับกันเถอะ”

            หลิ่วเฟยถลึงตาใส่หลินเฟิงด้วยความโกรธ แม้ในใจจะไม่ยินยอมแต่นางก็เชื่อฟังบิดาแต่โดยดี

            ทั้งสามคนขี่ม้าจนมาถึงหน้าคฤหาสน์แม่ทัพ ซึ่งด้านหน้าของคฤหาสน์นั้นเต็มไปด้วยกองกำลังทหารม้าโลหิตจำนวนมากทันทีที่พวกเขาเห็นหลินเฟิง ก็รีบร้อนลงจากหลังม้าเพื่อคุกเข่าลงกับพื้นสร้างความตกใจให้กับทั้งสามคนเป็นอย่างมาก ขณะที่กำลังมึนงงอยู่นั้นเหล่าทหารก็พากันโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดัง

            แต่ที่ทำให้หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือคนเหล่านี้ไม่ได้คุกเข่าให้หลิ่วชั่งหลันหรือหลิ่วเฟย แต่เป็น... เขา?!

            “ขอบคุณคุณชายมากที่ช่วยชีวิตท่านแม่ทัพของพวกเราไว้”

            เหล่าทหารต่างตะโกนขึ้นมาอย่างพร้อมเพียงกันจนทำให้หลินเฟิงรู้สึกหูอื้อไปชั่วขณะ

            “ทุกคนรีบลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก”

            หลังจากหายมึนงงแล้ว หลินเฟิงก็ตอบกลับไปทันทีพวกเขาคือทหารที่คอยปกป้องอาณาจักร พวกเขาคือวีรบุรุษ!!!แล้วจะให้พวกเขามาคุกเข่าโขกหัวเพื่อคำนับเขาได้อย่างไร?! เขาไม่อาจรับความเคารพนี้ได้!!!

            “คุณชาย ครั้งนี้ท่านไม่เพียงแต่จะช่วยชีวิตของท่านแม่ทัพเท่านั้นแต่ยังช่วยชีวิตพวกข้าทั้ง 200 คนเอาไว้ หากท่านแม่ทัพของพวกเราตาย เมืองต้วนเริ่นก็คงถูกทำลายลงในไม่ช้าแล้วกองทัพของอาณาจักรโม่เยว่คงกรีธาทัพบุกเข้ามาในอาณาจักรเสวี่ยเยว่เมื่อถึงตอนนั้นเลือดคงไหลนองไปทั่วทั้งแผ่นดินคุณชายท่านได้ช่วยชีวิตประชาชนของอาณาจักรเสวี่ยเยว่จำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้เพียงแค่คุกเข่าโขกหัวให้ท่าน มันยังไม่คู่ควรกับการกระทำของท่านเลย”

            หนึ่งในทหารกล่าวขึ้นมา ขณะสบตากับหลินเฟิงอย่างจริงจังซึ่งมันทำให้หลินเฟิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก

            เรื่องพวกนี้ เขาไม่เคยนึกถึงเลยแม้แต่น้อย

            “…งั้นข้าขอรับการคำนับของพวกท่านทุกท่านโปรดลุกขึ้นเถอะ”

            หลินเฟิงไม่ใช่คนหยิ่งผยอง เขารีบบอกให้ทุกคนลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อทุกคนลุกขึ้นยืน พวกเขาก็หันไปมองหลินเฟิงด้วยสายตาซาบซึ้ง

            “เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ”

            หลิ่วชั่งหลันกล่าวขณะโบกมือให้ทุกคนแยกย้าย

            “หลินเฟิงคนเหล่านี้ถือว่าเป็นกองกำลังที่ดีที่สุดของข้าพวกเขาทุกคนล้วนเป็นผู้นำของกองทหารม้าโลหิตนับพัน พวกเขาคือไพ่ตายของข้าและมีเพียงแค่ 500 คนเท่านั้นข้าไว้ใจพวกเขามากเช่นเดียวกับที่ไว้ใจเหล่าทหารที่ติดตามข้าไปยังเมืองหลวงถ้าหากเจ้ามีโอกาสเข้าร่วมสงคราม พวกเขาเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ช่วยของเจ้า”

            หลิ่วชั่งหลันกล่าว ทำให้หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ “ผู้ช่วย…ของข้า?”

             “ใช่ ผู้ช่วยของเจ้า” หลิ่วชั่งหลันพยักหน้าและกล่าวต่อ“เจ้าคงจะตระหนักได้ว่ามีบางคนต้องการที่จะสังหารข้าเมื่อถึงจุดหนึ่ง พวกเขาอาจจะทำสำเร็จ… ถ้าในอนาคตเจ้าได้มีส่วนร่วมกับสงครามเหล่านี้พวกเขาก็จะมาเพื่อช่วยเจ้า”

            หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต?

            หลินเฟิงสังเกตเห็นประตูทางอื่นและถอนหายใจ พวกเขาอยู่ทางชายแดนตอนเหนือของอาณาจักรซึ่งติดกับอาณาจักรอื่นถ้ามีการโจมตีเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง แม้ว่ามันไม่ควรที่จะเกิดขึ้นก็ตามดินแดนของหลิ่วชั่งหลันคงจะเป็นที่แรกที่ต้องเข้าร่วมสงคราม

            “เฟยเฟย เจ้าไปก่อนข้ากับหลินเฟิงจะไปเดินเล่นกันเสียหน่อย”

            หลิ่วชั่งหลันกล่าว หลิ่วเฟยรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของพ่อตนเองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร

            “ก็ได้” หลิ่วเฟยพยักหน้าอย่างเชื่อฟังก่อนจะชักม้าให้เดินจากไป

            “หลินเฟิง ไปที่ประตูเมืองกันไหม?”

            หลิ่วชั่งหลันหันหน้ามาถามหลินเฟิง

            แม้หลินเฟิงจะรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่เขาก็รู้ดีว่าหลิ่วชั่งหลันคงมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวไม่เช่นนั้นคงไม่บอกให้หลิ่วเฟยจากไป

            “อืม”

            หลินเฟิงพยักหน้า พวกเขาทั้งสองคนขี่ม้าไปยังประตูเมืองทางทิศตะวันตกที่นั่นเต็มไปด้วยเหล่าทหารจำนวนมากที่กำลังยืนประจำการตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบถึงแม้ว่าพวกเขาจะเห็นหลิ่วชั่งหลัน แต่พวกเขาก็ยังคงยืนประจำจุดของตัวเองไม่มีการวิ่งเข้ามาคำนับ

            หลิ่วชั่งหลันพาหลินเฟิงเดินขึ้นบันไดทางฝั่งซ้ายของประตูเมืองเพื่อไปที่ป้อมทันใดนั้นลมหนาวก็พลันลอยเข้ามาปะทะใบหน้าของเขา

            เมื่อมองไปรอบๆ หลินเฟิงก็ถูกทัศนียภาพตรงหน้าดึงดูดความสนใจไป

            “เมืองต้วนเริ่น[1] ดาบที่แตกหัก” ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาในหัวของเขาสมแล้วที่ชื่อต้วนเริ่น

            พื้นดินอันกว้างขวางตรงหน้าเขาเต็มไปด้วยประกายแสงสีเงินสว่างวิบวับจนละลานตาบนพื้นดินก็ปกคลุมไปด้วยดาบทหารที่แตกหัก!

            กองดาบที่แตกหักบางส่วนก็ยังคงเย็นยะเยือก บางส่วนก็เป็นสนิมและบางส่วนก็มีเลือดที่แห้งกรังเกาะติดอยู่

            “กองดาบที่แตกหักพวกนี้ล้วนเป็นอาวุธของเหล่าทหารที่พลีชีพในสงครามข้าไม่เคยสั่งให้พวกเขาเคลื่อนย้ายดาบเหล่านี้ ที่ข้าให้มันอยู่ที่นี่ประการแรกก็เพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในสงครามประการที่สองก็เพื่อย้ำเตือนผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่”

            หลิ่วชั่งหลันกล่าวออกมาช้าๆ เขาชี้นิ้วไปยังทิศหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปซึ่งตรงนั้นมีรอยคูน้ำขนาดใหญ่ มันดูเหมือนภูเขายักษ์ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาถูกดาบฟันออกเป็นสองส่วน ตรงกลางของมันมีช่องว่างขนาดใหญ่ ดูๆ ไปแล้วมันก็คล้ายกับช่องผาในนิกายหยุนไห่ที่หลิ่วเฟยเคยฝึกอยู่ที่นั่น

            แต่รอยคูน้ำนี้มันดูสูงและอันตรายกว่ามากนอกจากนี้บนยอดรอยคูน้ำฝั่งพวกเขา มีทหารหลายคนคอยเฝ้าระวังอยู่ที่นั่นถ้าหากฝั่งตรงข้ามคิดจะก้าวข้ามรอยคูน้ำนี้เข้ามาเกรงว่าคงจะถูกยิงจนตัวพรุนอย่างแน่นอน

            “มันเรียกว่าเขตชายแดนต้วนเริ่นถ้าเจ้าข้ามชายแดนนี้ไป เกรงว่าเจ้าคงไม่มีโอกาสรอดกลับมาได้”

            “ชายแดนต้วนเริ่น” หลินเฟิงพึมพำออกมาเบาๆ

            “อาณาจักรโม่เยว่กับอาณาจักรเสวี่ยเยว่นั้นแตกต่างกันมากอาณาจักรของพวกเขาก่อตั้งขึ้นโดยเหล่าทหาร ทำให้พวกเขาก้าวร้าวและหยาบคายมากอาณาจักรของพวกเขาไม่มีนิกาย ทั่วทั้งอาณาจักรก็รวมกันเป็นปึกแผ่น ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะกองทัพหรือการบริหารของพวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรเสวี่ยเยว่ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีคูน้ำยักษ์อันนี้อยู่เกรงว่าเมืองต้วนเริ่นคงถูกทำลายลงไปนานแล้ว”

            หลิ่วชั่งหลันเล่าเรื่องนี้ออกมา ในอาณาจักรเสวี่ยเยว่มีทั้งนิกายและตระกูลที่แข็งแกร่งอยู่มากมายซึ่งส่วนใหญ่จะเอาแต่พัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองโดยไม่สนใจเรื่องราวของอาณาจักรถ้าหากว่ากองทัพของอาณาจักรไม่สามารถต้านทานกองทัพของอาณาจักรโม่เยว่ได้จะเกิดอะไรขึ้น? ดังนั้นตอนที่อาณาจักรเสวี่ยเยว่ยังอยู่ในช่วงก่อตั้งหลิ่วชั่งหลันจึงตัดสินใจออกจากนิกายเพื่อมารับใช้อาณาจักร เขาหวังว่าเสวี่ยเยว่จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทาน

            “หลินเฟิง สถานการณ์ของข้าเจ้าก็คงได้เห็นแล้วข้าถูกคุกคามโดยราชวงศ์ หึๆ ภายนอกมีข้าศึกที่แข็งแกร่งภายในกลับมีราชวงศ์จ้องจะทำร้ายข้า ข้าไม่ใช่พระเจ้าที่จะอยู่ยงคงกระพันไปได้ตลอดสักวันหนึ่งข้าก็ต้องตาย...”

            หลินเฟิงแสดงสีหน้าซับซ้อนออกมา สิ่งที่หลิ่วชั่งหลันพูดล้วนเป็นความจริงด้วยภัยจากศึกนอกกับศึกใน หากพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียวก็อาจตายได้นอกเสียจากเขาจะละทิ้งเมืองต้วนเริ่นกับกองทัพ รวมไปถึงตำแหน่งแม่ทัพไปถึงจะสามารถได้รับความสงบสุข แต่หลินเฟิงก็รู้ดีว่าคนอย่างหลิ่วชั่งหลันคงไม่อาจทอดทิ้งพี่น้องของเขาและเมืองต้วนเริ่นไปได้

            “หลินเฟิง ข้ามีบางอย่างที่อยากขอร้องเจ้า”

            หลินเฟิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับหลิ่วชั่งหลัน

            หลิ่วชั่งหลันกล่าวอย่างช้าๆ ชัดๆ ว่า “ช่วยดูแลเฟยเฟยให้ข้าด้วย…”

     

     

    ……………………………………………………………………………………………………………….

            [1] เมืองต้วนเริ่น (断刃) หมายถึง ดาบหัก 

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734