หลังจากที่พวกไลท์กินอาหารไปกว่าครึ่งชั่วโมง พวกเดซี่ก็กลับมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ จัดการเรียบร้อยแล้วหรอ? ” ไลท์ถามขึ้นพร้อมกับดื่มน้ำไปด้วย
“ เรียบร้อยแล้วอาจารย์ ” เดซี่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม คำว่าเรียบร้อยของเธอคือสังหารทุกคนในกลุ่มไปหมดแล้ว นอกจากคนที่ยอมแพ้จริงๆที่เธอไม่ได้สังหาร
“ ได้มาเท่าไหร่? ” ไลท์ถาม
“ ประมาณหกล้านกว่าค่ะอาจารย์ ” เดซี่ตอบพร้อมกับวางเงินไว้บนโต๊ะ
“ ก็ไม่เลว ” ไลท์พยักหน้ารับ
“ ทีแมนนายมานี้หน่อย ” ไลท์เรียกทีแมนที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“ ครับท่าน? ” ทีแมนเดินมาด้วยความสงสัย
“ เอาไปสิหนึ่งล้านจีเซล ” ไลท์แบ่งเงินหนึ่งล้านให้กับทีแมน
ทีแมนตกใจและรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที เพราะเขาไม่กล้าที่จะรับเงินจากไลท์หรอก นอกจากนี้ความเสียหายที่เขาได้รับนั้นไม่ถึงหนึ่งแสนจีเซลเลยด้วยซ้ำ การที่ได้รับเงินหนึ่งล้านมันมากเกินไป
“ เอาน่าเดี๋ยวเงินที่เหลือฉันก็จะมอบให้กับคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มนักเลงเมื่อกี้ เอางี้นายไปเรียกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มของคองบรีสมาที่นี้ให้หมดฉันจะมอบเงินชดเชยค่าความเสียหายให้กับพวกเขา ” ไลท์พูดขึ้น
ในขณะที่ทีแมนกำลังปฏิเสธ จู่ๆก็มีเพื่อนของเขาวิ่งเข้ามาในร้านด้วยท่าทีเร่งรีบ
“ ทีแมนเกิดเรื่องแล้ว!! ” เพื่อนของทีแมนตะโกนออกมาด้วยความเร่งรีบ
“ เกิดอะไรขึ้นแซน? ” ทีแมนถามด้วยความตกใจ
“ ก็กลุ่มวิญญาณถูกฆ่าไปหมดแล้ว มีคนรอดเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ” แซนพูดออกมาด้วยท่าทีหวาดกลัว
“ อะไรนะ!! ” ทีแมนตกใจและรีบหันไปมองพวกเดซี่ที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยความหวาดกลัว
“ แล้วก็อีกเรื่องนะทีแมน ไม่รู้ทำไมจู่ๆท่านเลอซิยอสถึงได้พาทหารไปบุกถล่มกลุ่มอสรพิษ แถมยังสังหารคนของอสรพิษไปเป็นจำนวนมากอีกด้วย ” แซนพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัวและตกใจ
ทีแมนเหลือบมองไปที่ไลท์อีกครั้ง เขาอยากจะพูดว่าเป็นเพราะคนๆนี้ที่สั่งให้ท่านเลอซิยอสไปถล่มกลุ่มอันธพาลทั้งหมดในเมือง
“ แซนนายมาก็ดีแล้ว นายกับฉันไปเรียกพวกชาวบ้านที่ถูกกลุ่มวิญญาณสร้างความเสียหายให้มาที่ร้านของฉันหน่อย ” ทีแมนพูดขึ้น
“ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอทีแมน? ” แซนถามด้วยความสงสัย
“ เอาน่านายมากับฉันเถอะน่า ” ทีแมนไม่ตอบแต่ลากแซนออกจากร้านไป
หลังจากที่ทีแมนกับแซนจากไปแล้ว ไลท์ก็บอกให้พวกเดซี่นั่งกินอาหารด้วยกัน
ผ่านไปเกือบๆหนึ่งชั่วโมง ทีแมนก็พาคนที่ได้รับความเสียหายจากกลุ่มวิญญาณมาทั้งหมดแล้ว
“ ท่านครับผมพามาแล้วครับ ” ทีแมนพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ แม้แต่แซนก็รู้สึกเคารพกลุ่มของไลท์ เพราะตอนที่เขาออกมาจากร้านของทีแมน ทีแมนได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในร้านของเขาให้ฟัง แซนจึงเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมถึงเกิดเรื่องราวมากมายขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เพียงเพราะคำสั่งของคนๆหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา
ไลท์กวาดสายตามองรอบๆทีแมนด้วยความประหลาดใจเพราะเขารู้สึกว่าคนที่ทีแมนพามานั้นมีน้อยกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ซึ่งชาวบ้านที่ทีแมนพามานั้นมีไม่ถึงยี่สิบคนเลยด้วยซ้ำ ความจริงแล้วเขาคิดว่ามีไม่ต่ำกว่าสามสิบคนเลยทีเดียว
ทุกๆคนที่ถูกทีแมนตามมาก็พากันสงสัยว่าทีแมนจะตามพวกเขามาทำไม แต่เพราะว่ารู้จักทีแมนมานานทำให้ทุกๆคนก็ตามทีแมนมาทั้งหมด
“ พวกคุณคือคนที่ถูกพวกกลุ่มวิญญาณทำลายข้าวของตอนที่ติดหนี้พวกมันใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
ทุกๆคนก็พากันพยักหน้าและก็พากันบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองที่ถูกกลุ่มวิญญาณทำลายข้าวของ
“ งั้นพี่ชายคนนี้ถูกกลุ่มวิญญาณทำลายข้าวของไปเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่? ” ไลท์ถามขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปีคนหนึ่ง
“ ฉันหรอ? ” ชายหนุ่มตกใจพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง
ไลท์พยักหน้าเป็นคำตอบ
“ ขอคิดแปปนึงนะ ” ชายหนุ่มครุ่นคิดก่อนที่จะตอบว่า “ ฉันโดยพวกมันทำลายข้าวของไปไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นจีเซล ”
“ แปดหมื่นจีเซลงั้นหรอ ”ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะหยิบเงินหนึ่งแสนจีเซลให้กับชายหนุ่มคนนั้น
“ นี้มัน? ” ชายหนุ่มและคนอื่นๆพากันตกใจ
“ ไม่ต้องตกใจไปเงินพวกนี้ก็คือเงินของพวกกลุ่มวิญญาณ ฉันไปเอาคืนมาให้พวกคุณทุกคน แต่ว่าอย่าได้โกหกฉันในเรื่องของจำนวนเงินเพราะฉันสามารถตรวจสอบได้ว่าคนไหนพูดจริงหรือพูดโกหก เพราะถ้าหากว่าฉันจับได้ว่าคนๆนั้นพูดโกหกฉันก็จะไม่ให้เงินแล้วก็ยังจับตัวมันเข้าคุกอีกด้วย ” ไลท์พูดขึ้น
ทันทีที่ทุกคนได้ยินว่าเงินจำนวนนี้คือเงินที่มาจากกลุ่มวิญญาณก็พากันตกใจยิ่งกว่าเก่า แน่นอนว่าพวกเขารู้ว่าตอนนี้กลุ่มวิญญาณได้ถูกทำลายไปแล้วแต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนทำลาย การที่ชายหนุ่มด้านหน้าบอกว่าเงินที่พวกเขาได้คือเงินของกลุ่มวิญญาณก็เป็นการบอกนัยๆแล้วว่าพวกเขานี้แหละคือตัวการที่ทำลายกลุ่มวิญญาณ
ด้วยเหตุนี้ทุกๆคนจึงไม่กล้าที่จะโกหกต่อไลท์
หลังจากที่แจกจ่ายเงินไปมากกว่าสองล้านจีเซล เงินก็ยังเหลืออยู่อีกสามล้านกว่า ไลท์จึงนำเงินเหล่านี้เก็บเข้าเป็นกองกลาง
ส่วนทางด้านของไลก้าและคอลรุย ทั้งสองได้ติดตามดูเลอซิยอสทำลายกลุ่มอันธพาล
หลังจากที่ทำลายกลุ่มอสรพิษไปแล้วก็มุ่งหน้าสู่พื้นที่ของกลุ่มดอกเบญจมาศ
ผ่านไปสองชั่วโมงกลุ่มเบญจมาศก็ได้ถูกทำลายลงไปเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะทำลายกลุ่มทั้งสองกลุ่มแล้วแต่เจ้าหน้าที่และทหารก็ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นเลอซิยอสก็ยังไม่ถอยเขาได้บุกไปยังพื้นที่ของกลุ่มโลกมรณะต่อและตามด้วยกลุ่มแสงจันทร์
แม้ว่ากลุ่มอันธพาลแต่ละกลุ่มจะมีตัวตนระดับAสองถึงสามคนแต่พวกมันก็ไม่อาจที่จะสู้กับกองกำลังทหารและเจ้าหน้าที่นับพันคนได้ ทำให้สี่กลุ่มใหญ่ที่ปกครองเมืองสเตนทาวน์มานานหลายสิบปีก็กลายเป็นเพียงแค่เรื่องราวในอดีตเท่านั้น
หลังจากที่ทำลายกลุ่มใหญ่ทั้งสี่ไปแล้ว เลอซิยอสก็ได้แบ่งกำลังคนออกไปหลายกลุ่มและไปทำลายกลุ่มอัธพาลที่เหลืออยู่ทั้งหมดจนทำให้กลุ่มอัธพาลบางคนรีบพาลูกน้องของตัวเองหนีออกจากเมืองไปด้วยความหวาดกลัว
หลังจากที่เลอซิยอสกำจัดกลุ่มอัธพาลทั้งหมดในเมืองไปแล้ว ชาวบ้านก็พากันตะโกนด้วยความตื่นเต้น แน่นอนว่าชาวบ้านทั้งหมดต่างก็ได้รับความเสียหายจากกลุ่มอัธพาล พวกเขาต้องทนอยู่ภายใต้การกดขี่ของพวกอัธพาล
ในตอนที่เลอซิยอสกำลังจะกลับไปพักผ่อน จู่ๆที่ด้านหน้าของเขาก็มีชายวัยกลางคนยืนอยู่
“ เกร็น? ” เลอซิยอสมองไปที่เกร็นด้วยความสงสัย
เกร็นคือผู้นำกิลจอมเวทย์ดาร์กวูฟ หรือก็คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองสเตนทาวน์นั้นเอง
“ เลอซิยอสทำไมจู่ๆแกถึงได้ทำลายพวกอันธพาลแบบนั้น? ” เกร็นถามออกมาด้วยความโกรธ
“ แกคิดหรอว่าฉันอยากจะทำแบบนั้น? ” เลอซิยอสส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมา
ความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะทำลายกลุ่มอัธพาลแบบนั้นหรอก อีกอย่างเขาก็ได้เงินจากกลุ่มอัธพาลเป็นจำนวนมากในทุกๆเดือน แล้วเขาอยากจะทำลายถังเงินของตัวเองทำไม
เกร็นเองก็เหมือนกัน เขาเองก็ได้เงินจากพวกกลุ่มอันธพาลเป็นจำนวนมากเหมือนกันเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่พอใจที่เลอซิยอสกวาดกล้างพวกอัธพาลแบบนั้น
เกร็นขมวดคิ้วและถามออกมาว่าเพราะอะไร
เลอซิยอสจึงเล่าเรื่องพวกไลท์ให้กับเกร็นฟัง
เกร็นที่ได้ฟังคำพูดของเลอซิยอสก็ยิ่งแสดงสีหน้าจริงจัง
“ แล้วนายรู้ไหมว่าพวกมันเป็นใครกันแน่? ” เกร็นถามด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นคือใครกันแน่
“ ฉันยังไม่รู้แต่ฉันกำลังตรวจสอบอยู่ อีกอย่างฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงไหมที่คนพวกนั้นบอกว่านั่งกินข้าวกับท่านผู้พิทักษ์มาแล้วเพราะฉะนั้นฉันจึงติดต่อไปที่สภาจอมเวทย์แล้วและอีกประมาณสองวันพวกเขาก็จะมาที่นี้ ตอนนั้นพวกเราจะได้รู้กันว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือใครกันแน่ ” เลอซิยอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ เดี๋ยวนะเลอซิยอส นายบอกว่าในกลุ่มคนเหล่านั้นมีมังกรสาวและเอลฟ์สาวด้วยงั้นหรอ นอกจากนี้หัวหน้ากลุ่มก็ยังเป็นชายหนุ่มที่อายุประมาณยี่สิบปีด้วย? ” เกร็นหรี่ตาลงพร้อมกับถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ จากนั้นเขาก็หยิบแผ่นกระดาษบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ
“ ใช่พวกนี้ไหม? ” เกร็นหยิบกระดาษใบหนึ่งที่พับสองฝั่งบนล่างเอาไว้
เลอซิยอสเดินไปดูก็พบว่าเป็นกลุ่มคนเหล่านี้จริงๆ
“ ใช่ๆพวกนี้แหละเกร็น! ” เลอซิยอสพยักหน้าพร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา จากนั้นเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่าง
“ เดี๋ยวนะทำไมนายถึงมีรูปพวกนี้ได้? ” เลอซิยอสถามอย่างสงสัย
เกร็นมองไปที่เลอซิยอสและถอนหายใจออกมา
“ งั้นก็ไม่แปลกที่พวกนั้นบอกว่าเคยนั่งกินอาหารกับผู้พิทักษ์ เพราะพวกเขามีความสามารถแบบนั้นจริงๆ ” เกร็นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องที่กลุ่มอันธพาลที่ถูกกวาดล้างได้แล้ว
“ นายหมายความว่ายังไง? ” เลอซิยอสขมวดคิ้ว
“ ก็เพราะพวกเขาคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ส่วนหัวหน้าที่นายเจอก็คือไลท์ ตัวตนที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของมนุษย์ ” เกร็นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ที่โด่งดังนั่นนะหรอ!! ” เลอซิยอสตกใจ เขาเองก็รู้จักกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ แต่ว่าเขาไม่เคยเห็นตัวจริงๆหรือแม้แต่รูปของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้มาก่อนจึงทำให้เขาไม่รู้จักพวกไลท์
“ ใช่เป็นพวกเขานั้นแหละ ” เกร็นพยักหน้ารับจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าโชคร้ายจริงๆที่พวกไลท์มาที่นี้และทำลายถังเงินของพวกเขา
“ งั้นก็ไม่แปลกที่ฉันรู้สึกว่าพวกเขาไม่ธรรมดาเลย ” เลอซิยอสถอนหายใจออกมา
“ งั้นก็ช่างมันเถอะ ฉันจะกลับไปนอนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันค่อยไปทักทายพวกท่านไลท์ ” เกร็นส่ายหน้าและกลับไปนอนทันที
“ บ้าเอ้ย ฉันก็ลืมถามเลยว่าพวกเขาพักที่ไหนแล้วจะอยู่ที่นี้อีกนานไหม ” เลอซิยอสพึมพำออกมาจากนั้นก็คิดว่าไว้ค่อยคิดพรุ่งนี้แล้วกัน การที่จะได้พูดคุยกับตัวตนระดับนั้นก็นับว่าเป็นโชคของเขาและสามารถนำเรื่องนี้ไปโอ้อวดใครต่อใครได้
เช้าวันต่อมาพวกไลท์ก็มานั่งกินอาหารของทีแมนเช่นเดิม
“ ดูเหมือนว่าบรรยากาศของเมืองจะเปลื่ยนไปมากตั้งแต่ที่พวกอัธพาลได้หายไปหมดแล้ว ” เดซี่พูดขึ้นพร้อมกับมองดูด้านนอกร้านอาหาร
“ ก็พวกทำลายบรรยากาศไม่อยู่แล้วเมืองก็สงบสุขไง ” ไลก้าหัวเราะ
พนักงานเสิร์ฟวางอาหารไว้บนโต๊ะก่อนที่จะมองดูพวกไลท์ด้วยแววตาเคารพ
ไม่นานทีแมนก็เดินมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณที่พวกไลท์ทำให้เมืองของพวกเขาปราศจากพวกอัธพาล ทำให้เมืองของพวกเขาดีขึ้น
“ เรื่องเล็กน้อยน่า ” ไลท์ส่ายหน้า สำหรับเขาเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับแต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชาวเมืองแห่งนี้
ไม่นานเลอซิยอสก็เดินเข้ามาในร้านอาหารพร้อมกับเกร็น
“ ท่านไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกท่าน ” เลอซิยอสและเกร็นรีบทำความเคารพพวกไลท์ทันที
ไลท์และคนอื่นๆไม่ได้ประหลาดใจนักที่เลอซิยอสจะรู้แล้วว่าพวกไลท์คือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้
หลังจากที่เลอซิยอสและเกร็นคุยกับพวกไลท์อยู่นานกว่าชั่วโมงพวกเขาก็ขอตัวกลับไป
นอกจากนี้ทั้งสองยังให้คำสัญญาว่าจะไม่มีกลุ่มอันธพาลปรากฏขึ้นมาในเมืองอีก ถ้าหากมีอีกครั้งล่ะก็ท่านไลท์สามารถปลดพวกเขาออกจากตำแหน่งได้เลย
พวกไลท์พักอยู่ที่นี้กว่าสิบวัน ในที่สุดยูเทียก็เดินทางมาถึงเมืองสเตนทาวน์
ไลท์และคนอื่นๆมายืนรอเรือยนต์ของยูเทียในระยะไกล
ผ่านไปสิบกว่านาทีพวกไลท์ก็เห็นเรือยนต์ของยูเทียที่ใกล้จะเข้ามาจอดที่ท่าเรือยนต์
หลังจากที่จอดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยูเทียก็วิ่งออกมาพร้อมกับมองไปดูรอบๆก่อนที่จะเจอพวกไลท์ที่ยืนอยู่
“ พี่เบเรียล ” ยูเทียตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะรีบวิ่งไปกอดเบเรียลทันที
ทั้งสองกอดกันนานก่อนที่จะปล่อยออกมา
“ เป็นอย่างไรบ้างยูเทีย? ” เบเรียลถามด้วยความเป็นห่วง
“ สบายมากเลยพี่เบเรียล ฉันสามารถควบคุมเมืองทะเลสาบได้แล้วและตอนนี้ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี พี่เบเรียลเชื่อใจฉันได้เลย ฉันจะไม่ทำให้เมืองทะเลสาบของพี่ต้องมีปัญหาแม้แต่นิดเดียว ” ยูเทียยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ ฉันเชื่อใจเธออยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะให้เธอเป็นเจ้าเมืองคนต่อจากฉันทำไมกันล่ะ ” เบเรียลยิ้มออกมา
“ เบเรียล ” น้ำเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของทั้งสอง
เบเรียลหันไปมองตามต้นเสียงก็พบว่าเป็นคาริน เพื่อนสนิทของเบเรียล
“ เป็นไงบ้างคาริน ฉันคิดถึงเธอจริงๆ ” เบเรียลเดินไปหาคารินพร้อมกับสวมกอดคาริน
ไลท์มองไปที่ยูเทีย เขาสัมผัสได้ว่าออร่าของยูเทียนั้นทรงพลังกว่าที่เจอในตอนแรกมาก ถ้าเขาจำไม่ผิดตอนที่เจอยูเทียครั้งแรกยูเทียมีความแข็งแกร่งในระดับB แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของยูเทียอยู่ในระดับAแล้วและยังแข็งแกร่งกว่าเบเรียลในตอนนั้นเสียอีก
“ ไปกินข้าวกันเถอะ พวกเราจองร้านอาหารไว้แล้ว ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับลากสองคนนี้มาด้วยกัน
ไลท์พักที่นี้อีกหนึ่งวันก่อนที่พรุ่งนี้จะเดินทางไปที่เมืองมิลเลอร์ฟรอส
เนื่องจากตอนนี้ยังพอมีเวลาอีกหนึ่งเดือนนิดๆ ซึ่งการที่เดินทางจากเมืองสเตนทาวน์ไปยังเมืองมิลเลอร์ฟรอสใช้เวลาประมาณยี่สิบวัน ทำให้พวกไลท์น่าจะไปยังเมืองมิลเลอร์ฟรอสก่อนถึงเวลางานประมูลประมาณสิบกว่าวันเลยทีเดียว