ตอนที่6 ตอบแทนพี่ชาย
ซุนเสวี่ยมี่จ้องมองสบตาพี่ชายจำเป็ทั้งสามคนที่เข้ามาห้อมล้อมตนอยู่อย่างเข้าใจนางคิดว่าไม่จำเป็ต้องสงวนท่าทีและความเก่งกาจเหนือทารกทั้งหมดในโลกนี้เพราะนางเป็ถึงธิดาของเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์แห่ง์จึงละการดูดนิ้วรอคอยน้ำนม แล้วหัวเราะร่าโชว์เหงือกแดงพร้อมชี้นิ้วตรงไปยังคอกโคนมตัวใหม่อย่างสบายใจ
“ฮ้า! เหยี่ยนเอ๋อร์เป็เด็กอัจฉริยะ! ใช่แน่เลย!”
พี่ใหญ่และน้องเล็กต่างอุทานเสียงดังด้วยความตื่นใเพราะไม่คาดคิดว่าทารกเพิ่งคลอดเพียงวันเดียวจะสามารถเข้าใจภาษามนุษย์แล้วสื่อสารด้วยท่าทางแทนคำพูดได้ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับทุกคนเป็อย่างยิ่ง
หลี่หนิงหลงผู้เคยเป็พูดน้อยทว่าตอนนี้พูดเยอะขึ้นั้แ่มีน้องสาวจำเป็เขามั่นใจในบางอย่างจึงสอบถามน้องสาวอีกครั้งอย่างมีความหวังว่า
“งั้นเหยี่ยนเอ๋อร์ถ้าน้อง้าให้พวกเราเป็พี่ชาย หัวเราะให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม”
“เอิ๊กอ๊าก ๆ ๆๆ ๆ”
เทพผู้อาภัพหัวเราะร่าโชว์เหงือกแดงอีกครั้งพลางลอบส่ายหน้าให้กับพี่ชายจำเป็ที่้าทดสอบความสามารถอีกทว่านางเข้าใจได้ว่าความเก่งกาจเหนืุ์ของตนจะต้องทำให้ผู้คนบนโลกนี้ประหลาดใจแน่นอนจึงยินยอมทำตามคำสั่งหวังให้รีบนำตนไปดื่มนมโดยเร็ว
คราวนี้พี่ชายจำเป็ทั้งสองคนต่างร้องลั่นด้วยความใยกเว้นเพียงหลี่หนิงหลงเพราะคาดเดาบางอย่างไว้ก่อนหน้าแล้วเขารู้สึกดีที่เชื่อในสัญชาตญาณั้แ่อยู่ศาลเ้าร้างพลางคิดว่าการเข้าไปช่วยเหลือนำตัวทารกออกมา ย่อมจะทำให้ชีวิตวันข้างหน้าของพวกตนดีขึ้นอย่างแน่นอน
จากนั้นพี่รองไม่ทดสอบอะไรทารกอีกเพราะหลังสิ้นสุดเสียงหัวเราะไม่กี่คำทารกน้อยดิ้นกุกกักในห่อผ้าพร้อมชี้นิ้วตรงไปยังคอกใหม่หวังได้ดื่มนมโดยเร็วซึ่งเขาเข้าใจท่าทีของน้องสาวแล้วจึงรีบอุ้มนำตัวไปนอนหงายโดยยื่นให้ตัวน้องน้อยอยู่ใต้เต้าโคนมตัวใหม่พลางปล่อยให้น้องใช้สองมือเล็กขาวป้อมจับเต้าเข้าปากดูดดื่มนมต่ออย่างสบายใจ
ครู่เดียวหลี่หนิงหลงเบิกตากว้างอีกครั้งด้วยความประหลาดใจทว่าเขาช่วยอำนวยความสะดวกโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมามากนักเพราะรู้ดีว่าน้องสาวบุญธรรมของตนเป็เด็กประหลาดและมีความอัจฉริยะเหนือกว่าทารกทั่วไป
“อ๊ะ! ดูดช้า ๆ ก็ได้ ระวังสำลักเอานะ”
พี่รองอดพูดเตือนน้องสาวไม่ได้เพราะเห็นว่าดูดเร็วเกินไปเขาไม่อยากเห็นน้องสำลักจนเจ็บป่วยได้เพราะตนและพี่น้องในกลุ่มไม่มีเงินสักหยวนดังนั้นจึงไม่สามารถช่วยเหลือน้องสาวมากไปกว่านี้ได้
หลี่หนิงอันและหลี่หนิงหวงต่างรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมากะทันหันทั้งคู่ต่างนั่งยองซุกตัวเข้าหาพี่รองของกลุ่มซึ่งนั่งยองอยู่ตรงกลางพร้อมทำหน้าที่เป็คนอุ้มทารกน้อยอยู่ใต้เต้าโคนม
เด็กหนุ่มทั้งสามคนจำเป็ต้องนั่งเบียดเสียดกันหวังเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายทว่าหลังจากนั้นไม่กี่วินาที ทั้งสามคนกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลจนพี่ใหญ่และน้องเล็กต่างพูดด้วยความประหลาดใจว่า
“เอ๋! เมื่อตะกี้ยังหนาว ๆ อยู่เลยแต่ตอนนี้ทำไมมันอุ่นขึ้นแล้วล่ะ”
หลี่หนิงอันพูดพลางกวาดตามองรอบตัวด้วยความสงสัยใคร่รู้เขาไม่จำเป็ต้องกอดตัวเองแน่นหวังเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายเหมือนเดิมแต่ลูบแขนสองข้างโดยกอดตัวเองหลวม ๆ แทน ทั้งอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มพวกตนกันแน่
“นั่นสิพี่ใหญ่ตอนนี้ฉันอุ่นขึ้นมากเลย อย่าบอกนะว่าเ้าก้อน.....เหยี่ยนเอ๋อร์ช่วยพวกเราไว้”
หลี่หนิงหวงพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ใหญ่เขาเหลือบมองทารกตัวน้อยดูดนมอย่างสบายใจด้วยความสงสัยเนื่องจากหลายเหตุการณ์อันเหนือจินตนาการมักเกิดจากสิ่งที่ไม่คาดคิดจากตัวน้องสาวบุญธรรม กระนั้นเขารีบเปลี่ยนชื่อเรียกขานน้องใหม่เพราะจดจำได้ว่าน้องไม่ชอบชื่ออื่นนอกจากชื่อเล่นว่า“เหยี่ยนเอ๋อร์”
ก็ข้านี่แหละเป็คนช่วยไว้ตอนนี้ดื่มนมเข้าไปมากจนพลังปราณในตัวข้ามันเริ่มมีนิดหน่อยละถึงจะแค่หนึ่งในพันส่วนก็เถอะ แต่แค่นี้ข้าก็เตะพวกเ้าลอยโด่งได้เชียวนะ ดูเหมือนประสาทััข้ามันจะเฉียบคมขึ้นนะเนี่ยหรือจะเป็เพราะเนตร์กำลังฟื้นตื่นขึ้นมากันแน่?!
เทพซุนเสวี่ยมี่ลอบกลอกตามองบนขณะได้ยินคำพูดของหลี่หนิงหวงพร้อมกำลังดื่มนมอยู่นางี้เีอธิบายเพราะลิ้นยังไม่แข็งแรงมากพอในการเปล่งเสียงออกมาเป็ภาษามนุษย์จึงช่วยเหลือพี่ชายทั้งสามคนไว้ชั่วคราวด้วยการส่งพลังปราณออกมาห่อหุ้มคนทั้งหมดไว้คลายหนาว
ส่วนตนนั้นรู้สึกสบายดีท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเพราะครึ่งหนึ่งของจิติญญายังมีพลังจากมารดาผู้เป็ถึงเทพธิดาแห่งเผ่าเหมันต์อยู่ด้วยฉะนั้นอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาวของภพโลกจึงไม่มีผลร้ายต่อนางสักนิด ในทางกลับกันยังช่วยให้การฟื้นฟูพลังปราณรุดหน้าเร็วกว่าปกติอีกด้วย
หลังจากนั้นไม่นานนักเทพผู้อาภัพดื่มนมจากโคนมตัวที่สองหมดเกลี้ยงอีกครั้งท่ามกลางอาการอ้าปากค้างตกตะลึงของเด็กหนุ่มทั้งสามคนทว่าพี่รองของกลุ่มฟื้นตัวเร็วที่สุดเขารีบอุ้มน้องสาวไปหาโคนมตัวที่สามซึ่งเป็ตัวสุดท้ายให้น้องดื่มอย่างรวดเร็วพลางนึกสังหรณ์ว่าการกระทำของพวกตนอาจทำให้เ้าของโคนมแท้จริงพบความผิดปกติแล้วมาตรวจสอบสถานที่แห่งนี้ได้
“ผมออกไปดูต้นทางก่อนนะกลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นพวกเราซะก่อน”
หลี่หนิงหวงตัวผอมนึกสังหรณ์ใจขึ้นมาปุบปับพลางบอกทุกคนก่อนผลุนผลันวิ่งตรงไปยังประตูทางเข้าโรงเลี้ยงโคนมก่อนเบิกตากว้างใเพราะทอดตาเห็นเ้าของโคนมกำลังถือไม้กระบองท่อนใหญ่พร้อมลูกชายถือไม้เหมือนกันตรงมายังโรงเลี้ยงแห่งนี้พอดี
“ฉิบหาย! เ้าของตัวจริงมาแล้ว งานนี้ซวยแน่ ๆเลย”
น้องเล็กอุทานใแล้วรีบหมุนตัววิ่งกลับมาบอกพี่น้องในกลุ่มอย่างรวดเร็วเพราะต้องรีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ก่อนสองพ่อลูกเ้าของโรงเลี้ยงโคนมจะเข้ามาพบเห็นการขโมยนมของพวกตนว่า
“ซวยแล้ว! มีสองพ่อลูกถือกระบองมาทางนี้ เอาไงดี?! เร็วเข้า!”
หลี่หนิงหวงยืนหันรีหันขวางอย่างไม่รู้ว่าควรแก้ไขปัญหาอย่างไรเขาจะมีอาการลุกลี้ลุกลนมากที่สุดในกลุ่มเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจนทำให้สติปัญญาคิดอ่านแก้ไขปัญหามืดบอดพลางหวังให้พี่รองผู้ชาญฉลาดที่สุดในกลุ่มเป็คนตัดสินใจ
“ฉิบหาย! เอาไงดีน้องรอง?!”
หลี่หนิงอันลุกขึ้นยืนพรวดทันทีพลางเหลือบมองน้องในกลุ่มผู้เคยช่วยแก้ไขปัญหาตลอดการเดินทางที่ผ่านมาโดยหวังให้ครั้งนี้รอดพ้นจากการถูกจับกุมส่งตำรวจเพราะอาจต้องกลับคืนไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแสนโหดร้ายอีกครั้งได้
“น้องอิ่มพอดีพวกเราออกไปทางนั้นกันเถอะ เร็ว!”
หลี่หนิงหลงคว้าตัวทารกกอดแนบอกพร้อมวิ่งตรงไปยังผนังโรงเลี้ยงโคนมด้านหนึ่งซึ่งมีช่องโหว่ก่อนหน้าเขากวาดตาสำรวจเส้นทางหลบหนีขณะปล่อยให้น้องดื่มนมอยู่เนื่องจากนึกสังหรณ์ใจเหมือนคนอื่นพอได้ยินว่าเ้าของโคนมแท้จริงกำลังมาทั้งเห็นว่าน้องน้อยดื่มนมอิ่มพอดีเพราะพบการใช้นิ้วมือขาวป้อมเล็ก ๆผลักเต้านมออกจากปากจึงรีบนำตัวทารกอุ้มแนบอกให้ความอบอุ่นพร้อมวิ่งตรงไปยังซอกผนังแตกดังกล่าวเพื่อหนีออกไปจากโรงเลี้ยงโดยเป็คนละทิศทางกับประตูทางเข้าปกติทันที
“อ๊ะ! รอด้วยสิ”หลี่หนิงอันและหลี่หนิงหวงต่างอุทานใ
ทุกคนวิ่งตามหลังพี่รองของกลุ่มไปยังทิศทางช่องผนังแตกอย่างกระชั้นชิดร่างของน้องเล็กผลุบหายไปจากผนังซึ่งเป็ไม้แตกช่องขนาดใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยทันพอดีกับเ้าของและลูกชายถือกระบองเปิดประตูเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์
เอาอีกแล้ว!!! ชีวิตข้าช่างน่าอนาถเสียจริงต้องหนีผู้คนอีกแล้วเหรอเนี่ยเห็นทีงานนี้ต้องใช้พลังทุกอย่างที่มีช่วยพี่ชายจำเป็ซะแล้วไม่งั้นพวกเขาก็ต้องหลบหนีอยู่ร่ำไป แล้วข้าก็จะหาอาหารดื่มกินยากขึ้นไปอีกเอาก็เอา...ถึงจะมีพลังปราณเหลืออยู่นิดหน่อยก็ช่างเถอะข้าต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ก่อน
เทพผู้น่าสงสารอยากร้องไห้โฮออกมาด้วยความอนาถใจต่อโชคชะตาพลิกผันของตนก่อนตัดสินใจใช้พลังปราณที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาเพียงสองในพันส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการสื่อสารผ่านตัวหลี่หนิงหลงผู้มีโชคชะตาร่วมกันโดยหวังให้ทุกคนรอดชีวิตและมีวาสนาที่ดีไม่ต้องหลบหนีแบบนี้อีก
ฉับพลันหลี่หนิงหลงรู้สึกได้ถึงบางอย่างนำทางตนวิ่งพาพี่น้องไปยังบ้านร้างหลังใหญ่ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านแห่งนี้โดยรู้สึกแค่ว่าจะต้องวิ่งไปตามเส้นทางนี้ไปยังทิศทางนี้และสถานที่แห่งนี้เพื่อค้นหาบางอย่างทั้งรู้สึกสงสัยต่อความหยั่งรู้ขึ้นมากะทันหันทว่าตนไม่มีเวลาสอบถามหรือพูดคุยกับพี่น้องเนื่องจากได้ยินเสียงะโไล่หลังมาพลางเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าเป็เสียงของเ้าของโรงเลี้ยงโคนมตื่นใต่อสภาพน้ำนมหมดเต้าจากโคนมทั้งสามตัวแน่นอน
ดูท่าเหยี่ยนเอ๋อร์จะไม่ใช่เด็กธรรมดาแน่ทั้งดื่มนมเยอะจนอย่างน่าประหลาดใจ ทั้งฉลาดเกินวัยเหนือกว่าทารกคนอื่น อย่าบอกนะ!!!ว่าเป็คนกลับชาติมาเกิดเหมือนในนิยายที่ห้องสมุด
หลี่หนิงหลงเบิกตากว้างแว่บหนึ่งอย่างไม่แน่ใจเขาพยายามคิดหาเหตุผลรองรับถึงความเป็ไปได้ต่อความผิดปกติของน้องสาวบุญธรรมพลันนึกไปถึงนวนิยายเกี่ยวกับการเกิดใหม่ของตัวละครซึ่งมีอยู่เพียงเล่มเดียวในห้องสมุดของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทว่านิยายเล่มนั้นขาดไปครึ่งท่อนจึงไม่รู้ว่าตอนจบเป็อย่างไร
ด้วยเนื้อหาของนิยายเล่มนั้นกล่าวถึงการกลับชาติมาเกิดของหญิงสาวคนหนึ่งเพื่อล้างแค้นครอบครัวบุญธรรมขณะมีทักษะติดตัวมาจากชาติก่อนหลากหลายทักษะ จนกลายเป็คนเก่งกาจแล้วทำการแก้แค้นครอบครัวเก่าเคยรังแก
นางเอกในอดีตทว่าเนื้อหาที่เหลือขาดหายไปเสียก่อนจึงรู้แค่ว่านางเอกเก่งเกินเด็กในวัยเดียวกันดังนั้นจึงพอจะอธิบายถึงความพิเศษของน้องสาวได้เหมาะสมมากที่สุด
“เหยี่ยนเอ๋อร์อาจเป็อย่างนั้นก็ได้”
หลี่หนิงหลงพยักหน้าพึมพำด้วยความเข้าใจโดยไม่คิดอธิบายให้พี่น้องในกลุ่มฟังเพราะเป็เื่น่าเหลือเชื่อเกินไป
สักพักหนึ่งทั้งสามคนวิ่งหน้าตั้งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหนีรอดจากเงื้อมมือของเ้าของฟาร์มโคนมให้ได้กระทั่งมาถึงยังสถานที่เป้าหมายซึ่งเป็บ้านร้างปิดเงียบไว้ โดยมีประตูรั้วผุพังและเปิดอ้าไว้เล็กน้อยจากนั้นหลี่หนิงหลงแทรกตัวผ่านเข้าไปพร้อมอุ้มทารกตัวน้อยสู่ภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย
“โอ้โฮ! เ้ารองรู้จักที่นี่ด้วยเหรอ”
หลี่หนิงอันกล่าวขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตาว่าน้องรองจะสามารถหาสถานที่หลบภัยชั่วคราวได้ในเวลาวิกฤติแบบนี้พลางมุดตัวผ่านประตูรั้วเข้ามาได้เฉียดฉิวขณะน้องเล็กในกลุ่มวิ่งผ่านเข้ามาได้ง่ายดายเพราะตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม
“พี่รองเก่งจังเลยรู้ได้ไงว่าที่หมู่บ้านนี้มีบ้านร้างรอพวกเราด้วย”
หลี่หนิงหวงเพิ่งวิ่งผ่านประตูรั้วเข้ามาแล้วหยุดยืนโน้มตัวหายใจหอบอยู่ใต้ชายคาบ้านพลางพูดชมพี่รองด้วยความยินดีต่อสถานที่หลบภัยแห่งใหม่เนื่องจากคาดเดาว่าอาจจะไม่มีใครมาขับไล่พวกตนในระยะเวลาอันใกล้นี้ซึ่งช่วยให้พวกตนหลบภัยจากหิมะกำลังโปรยปรายลงมาอีกระลอกได้ขณะตอนที่วิ่งหนีอยู่นั้นกลับไม่มีหิมะตกลงมาสักนิด
หลี่หนิงหลงส่ายหน้าปฏิเสธพลางเดินนำพร้อมพูดตอบขณะตรงไปยังทิศทางหลังบ้านเขาพาทุกคนเดินลัดเลาะไปตามชายคาหลบหิมะไปด้วยอย่างไม่เข้าใจเช่นกันว่า
“ไม่รู้เหมือนกันฉันแค่รู้สึกว่าต้องวิ่งมาที่นี่ แล้วต้องเดินไปทางนี้ มากันเถอะบางทีที่นี่อาจมีอะไรให้พวกเราบ้าง อย่างน้อยก็ไม่ต้องหลบหนีเหมือนแต่ก่อน”