ตอนที่ 3 ความสัมพันธ์
นั่นคือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ฉันรู้จักผู้หญิงที่ชื่อว่า “จันทร์เ้า” คุณจันทร์เ้า เธออายุ 30 ปีนี้พอดี อายุเราสองคนห่างกัน 5 ปี แต่นั้นไม่ใช่อุปสรรค อาจด้วยเพราะว่ามีรสนิยมที่เหมือนกันด้วย เวลาคุยกันจึงเข้าใจกันได้ง่าย
“ปกติกะเช้าเขาเลิกงานกี่โมงหรอ.....ค่ะ?”
น้ำเสียงแหบสนิทเอ่ยถามเบาๆ อย่างใคร่รู้
“ก็บ่ายสามครึ่งค่ะ ทำไมหรอค่ะ..?”
ฉันเริ่มรู้สึกแปลกใจกับเ้าของคำถาม
“แล้ว.......น้องมีธุระจะไปไหนต่อไหมค่ะ?”
เ้าของคำถามเธอยืนถามฉันอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินเลยแม้แต่นิด แต่ฉันนี้สิเริ่มจะต้านทานอำนาจและพลังความสวยของเธอไม่ไหวแล้ว ทั้งๆ ที่จริงนี้ไม่ใช่คนแรกที่ถามฉันแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาฉันจะชอบเจอแต่ลูกค้าชวนออกไปทานข้าว ไปข้างนอกบ้าง ซึ่งฉันเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงแนวนั้น ก็ได้แต่ตอบปฏิเสธพวกเขาเ่าั้ไป แต่กับผู้หญิงคนนี้ ฉันกลับเริ่มรู้สึกหวั่นไหว ชอบกล
“หนูชื่อ พะพาย ค่ะ เลิกงานแล้วคงไปวิ่งค่ะ ว่าแต่ทำไมหรอค่ะ......?”
ฉันยิงคำถามกลับบ้างเธอบ้าง
“พอดีเลย พี่กะจะหาเพื่อนพอดี ถ้าแบบนั้น พะพาย เลิกงานแล้ว เราไปวิ่งกันนะ......นะ พี่ต้องรีบไปแล้วธุระแล้ว อ่ะ ขอเบอร์ด้วย .....เลิกงานพี่จะโทรหาอีกที”
สาวร่างเล็กยื่นมือเครื่องเท่าฝ่ามือให้ฉัน ฉันได้แต่ยืนทำหน้างง เหมือนโดนมนต์สั่งอย่างไงไม่รู้ แต่สุดท้ายแล้ว ฉันก็กดเบอร์ตัวเองให้เธอไปด้วยง่ายโดยที่ไม่ใช้สมองคิดสักนิดเลย แต่มือไม้กลับไปก่อนแล้ว
“นี่ค่ะ.....”
ฉันยื่นมือถือคืนเ้าของเครื่อง
“ขอบคุณนะ เลิกงานเจอกันนะค่ะ น้องพะพาย เดี๋ยวพี่โทรหา พี่ไปก่อนนะ.......”
สิ้นสุดการสนทนาของเราสองคน เธอเดินจากไปพร้อมกับเสียงรถยนต์ที่ค่อยๆ หายลับไปจนสุดเสียง
“ใจง่ายแต่กับผู้หญิงนะพี่ เดี๋ยวเถอะ จะโดนผู้หญิงหลอกเอา”
เสียงเห็บแนบจากตะวัน ชายหนุ่มรุ่นน้องที่ลอยเข้ามา
“ลูกค้าคนนั้นนะ ถ้าผมจำหน้าพี่เขาไม่ผิด ผมคุ้นๆ เหมือนผมเคยเห็นเขาเดินควงผู้ชายรุ่นราวคราวพ่ออยู่เลย อาจจะเป็เบอร์สอง เบอร์สาม ของป๋าอาเสี่ยที่ไหนสักแห่ง แต่จู่ๆ วันนี้ กลับมาบอกว่าชอบผู้หญิงด้วยกันนี่นะ ผมว่ามันไม่ใช่แล้ว มันแปลกๆ นะพี่ ที่ผมบอกนี่เพราะเป็ห่วงพี่หรอกน่ะ อย่าไว้ใจผู้หญิงให้มากไว้ ผมเคยโดนหลอกมาแล้ว จนวันนี้ยังไม่เคยลืม”
น้ำเสียงอัดอั้นของตะวันระบายออกมาเหมือนเป็ความรู้สึกที่เขาเองก็เก็บเอาไว้ในใจมานาน นานจนลืมไปว่าเขาก็เคยใช้หัวใจรักใครสักคนหนึ่ง
“ขอบใจนะแก ว่าแต่นินทาลูกค้าลับหลังแบบนี้มันไม่ดีนะโว้ย.....”
“จะ....จะ...จ้า ไปดีกว่า คุยกับพี่ทีไรหงุดหงิดทุกทีเลย”
พูดเสร็จชายหนุ่มรุ่นน้องก็เดินหายลับไป
17.00 น. ณ สวนสาธารณะ
ไม่ว่าจะเวลาไหนผู้คนก็พลุกพล่านเช่นเคย สวนสาธารณะใจกลางเมืองใหญ่ คนวิ่งก็วิ่ง คนเดินก็เดิน จับกลุ่มคุยกัน มีทุกรุ่นทุกวัย ฝั่งขวาของสวนจะเป็ลานเต้นลีลาศของข้าราชการที่เกษียณอายุงานแล้ว มานัดชุมนุมพบปะสังสรรค์กัน ส่วนใจกลางจะเป็ลานกว้างเอาไว้เต้นแอโรบิคสำหรับสาวๆ ส่วนรอบนอกจะเป็ลานวิ่งสลับเดิน ส่วนเครื่องออกกำลังกายบริหารสัดส่วนต่างๆ ก็ตั้งเป็ย่อมๆ กระจายกันไป ตามบริเวณกว้างสวนสาธารณะ
และจะมีซุ้มเล็กๆ กระจายกันออก ในซุ้มก็จะเห็นเด็กๆ มัธยม สาวๆ อาชีวะ หนุ่มๆ รุ่นน้องเทคนิค มานั่งจีบกัน นอนหนุนตักกัน ตามซุ้มต่างๆ เรียกได้ว่าเป็ศูนย์รวมที่ครบครันเสียจริงของทุก่อายุ
“พี่โทรหาทำไม ไม่รับสายพี่ละค่ะ น้องพะพาย”
เสียงหอบแห้งถามเหมือนคนขี้น้อยใจที่หล่อนโทรหาแล้วกลับได้แต่รอยินแต่เสียงรอสายจากปลายสายที่นัดกันไว้
“ขอโทษนะค่ะ พี่จันทร์เ้า พอดีพะพายลืมเอามือถือมาด้วยนะ ลืมไว้ที่ห้อง”
พะพายตอบรีบกลับ
“ให้มันได้แบบนี้ซิ.....น้องพะพาย หรือน้องพะพายไม่อยากรู้จักพี่ ก็บอกกันตรงๆ ก็ได้นะค่ะ พี่เข้าใจค่ะ”
ความน้อยใจยังพยายามอธิบายต่อ
“พะพายป่าวนะค่ะ พี่จันทร์เ้าก็ เป็ขี้น้อยใจั้แ่เมื่อไหร่กันนี้ .........”
น้ำหวานอ้อนเอ่ยขึ้น
“ก็ั้แ่พี่รู้จักน้องพะพ่ายนี้ละค่ะ...........”
น้ำเสียงหยอกล้อกันไปมา
นั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พะพายกับจันทร์เ้าเริ่มค่อยๆ สนิทสนมกัน ................
### เสพสมตัวอักษร
### ผู้หญิงตัว M