ตอนที่72 ครูใหญ่หลี่
จากนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้แอบเข้าไปในดินแดนต่างมิติอีกครั้งซึ่งตอนนี้ปลาก็ถูกปล่อยลงในสระแล้วและน้ำในสระก็ใสมากจนสามารถมองเห็นก้นสระได้อย่างชัดเจน ส่วนเต่าตัวใหญ่ตัวนั้นก็ได้ยึดตำแหน่งเจ้าแห่งสระนี้ไปครองเช่นกัน
อีกด้านหนึ่งฟู่ต้าหย่งก็ได้ช่วยฟู่ต้าอันซ่อมแซมบ้านหลังใหม่จนเสร็จเรียบร้อยแล้วตอนนี้เหลือเพียงแค่ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ฟู่ต้าอันทำเข้าไปวางในบ้านเท่านั้นซึ่งหลังจากที่ฟู่ต้าอันซ่อมแซมบ้านเสร็จงานแต่งงานของเขาก็จะถูกจัดขึ้นและจะได้ดำเนินการเรื่องเอกสารสิทธิ์ต่าง ๆ ต่อไป
ดังนั้นฟู่ต้าหย่งจึงใช้โอกาสในตอนที่โรงเรียนของเด็กๆ ยังไม่เปิดภาคเรียนเชิญตระกูลหลี่มาที่บ้านของเขาเพื่อที่จะหารือเรื่องการจัดงานแต่งงานครั้งนี้
สืบเนื่องมาจากครั้งที่แล้วที่ฟู่ต้าจวงและฟู่เซินได้ว่ากล่าวตักเตือนจู่จื่อไปแล้วนั่นเองจึงส่งผลให้ตอนนี้เขาดูเป็นคนที่ดูมีความซื่อสัตย์มากขึ้นกว่าเดิมซึ่งไม่ว่าเขาจะเจอฟู่เซินที่ไหนก็ตาม เขามักจะหลบหน้าและพยายามอยู่ให้ห่างเสมอทว่าฟู่เซินก็ได้บอกเรื่องนี้กับฟู่เยี่ยนไปแล้วเช่นกันเพราะเขายังคงกังวลว่าจู่จื่ออาจจะกำลังเก็บงำสิ่งชั่วร้ายเอาไว้เบื้องหลังอยู่ดี
ทันใดนั้นแววตาของฟู่เยี่ยนก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยันคนอย่างจู่จื่อสมควรที่จะได้รับการดัดนิสัยเพื่อให้เขาประพฤติตัวดีขึ้นอยู่แล้วไม่เช่นนั้นเธอจะแอบใช้ยันต์สายฟ้ากับเขาอย่างแน่นอน
ฟู่เยี่ยนและฟู่เซินไม่เคยมั่นใจในเรื่องนี้เลยและพวกเขาก็ยังคงมุ่งความสนใจไปที่การกระทำของฟู่เหล่าซวนซึ่งฟู่เหล่าซวนเองก็รู้ตัวดี แต่ทว่าในตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่มองเรื่องนี้อยู่ห่าง ๆ เท่านั้น
ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายใช้ได้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่หลายวันเลยทีเดียว
อีกด้านหนึ่งหลี่ชุ่นลี่นั้นต้องการที่จะมาเยี่ยมฟู่ต้าหย่งที่บ้านตระกูลฟู่อยู่แล้วเพราะเขาอยากมาดูกล้วยไม้ของเขาดังนั้นฟู่ต้าอันจึงได้ไปหาพวกเขาที่บ้านและพามาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่
เพื่อต้องการที่จะแสดงให้ตระกูลฟู่เห็นว่าทุกคนเห็นความสำคัญของการแต่งงานในครั้งนี้มากๆ ดังนั้นพี่ชายและพี่สะใภ้ของหลี่โม่ลี่จึงได้เดินทางมาด้วยหลี่ซ่งไป๋พี่ชายของหลี่โม่ลี่ทำงานในสหกรณ์ขายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเขาทำงานได้เป็นอย่างดี และเมื่อผู้อำนวยการไป๋เห็นว่าเขาทำงานหนักมาโดยตลอดทั้งยังไม่เคยบ่นอีกด้วย ดังนั้นผู้อำนวยการไป๋จึงให้ความสำคัญกับเขาเป็นอย่างมากและไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องงานที่เขารับผิดชอบอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้หลี่ซ่งไป๋ได้ซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับบ้านหลังใหม่ของฟู่ต้าอันและยังได้ไปช่วยงานเป็นครั้งคราวอีกด้วยซึ่งเมื่อฟู่ต้าหย่งเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกสบายใจมากการเข้ากันได้ดีระหว่างพวกเขาทั้งสองฝ่ายช่างเป็นเรื่องที่ดีมากจริง ๆ
เมื่อมาถึงหลี่ชุ่นลี่ก็มองไปยังกล้วยไม้ของเขา ก่อนจะพบว่ามันเกือบจะหายเป็นปกติแล้วตอนนี้ใบของมันได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเริ่มแตกหน่อออกมามันทำให้เขารู้สึกขอบคุณฟู่เยี่ยนเป็นอย่างมาก ทว่าขณะที่กำลังรู้สึกมีความสุขนั้นเขาก็ได้แสดงความวิตกกังวลออกมาด้วยเช่นกัน
“ฟู่เยี่ยนเธอได้เตรียมตัวแล้วหรือยัง ? ในช่วงต้นภาคเรียนนี้จะมีการสอบด้วยนะหากเธอมีสิ่งไหนที่ไม่เข้าใจ ก็ถามฉันมาได้เลย ! ”
ฟู่เยี่ยนตกตะลึงไปเล็กน้อย: นี่มันวิธีทักทายแบบไหนกัน ?
เมื่อเห็นว่าพ่อของเธอกำลังทำให้เสี่ยวฮั่วรู้สึกกลัวหลี่โม่ลี่ก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา
“พ่อคะตอนนี้ก็ยังไม่เปิดเทอมเลย เราอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องการสอบเถอะค่ะ เสี่ยวฮั่วฉันได้ยินมาว่าคะแนนของเธอค่อนข้างดีเลยไม่ใช่เหรอ ? ” หลี่โม่ลี่หันไปถามฟู่เยี่ยนด้วยรอยยิ้ม
“ใช่แล้วล่ะดูสิว่าเธอเป็นหลานสาวของใคร แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าเธอต้องเก่งอย่างแน่นอน ! ” ฟู่ต้าอันพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจทว่าฟู่เยี่ยนไม่ได้ต้องการที่จะฟังคำพูดของเขาเลยอาเล็กของเธอไม่ได้เรียนเก่งเลยแม้แต่น้อย กว่าจะจบชั้นมัธยมต้นมาได้เขาแทบจะร้องไห้ทุกวันเพราะไม่อยากไปเรียน
“หนูไม่ได้เป็นเหมือนกับคนที่เรียนชั้นมัธยมต้นแล้วแต่ยังคงร้องไห้เพราะไม่อยากไปเรียนหรอกนะคะ ! ” ฟู่เยี่ยนพูดจี้จุดอ่อนของเขาไปทันที
“เธอ !เธอไปฟังมาจากใครกัน ? ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าอันก็มีท่าทีที่ดูวิตกกังวลขึ้นมาและตอนนี้แววตาที่พ่อตาของเขามองมาก็ได้เต็มไปด้วยความดูถูก
“ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่พ่อเล่าให้กับหนูฟังค่ะพ่อบอกว่าอาเล็กไม่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่ตอนเด็กแล้วทุกครั้งที่อาเล็กอ่านหนังสือ อาเล็กก็มักจะง่วงนอนอยู่เสมอ อาสะใภ้คะอย่าให้เขาหลอกได้ง่าย ๆ นะคะ” หลังจากที่พูดจบ ฟู่เยี่ยนก็เดินออกไปทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่โม่ลี่ก็ได้ยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมอันที่จริงเธอรู้จักกับฟู่ต้าอันมาก่อนหน้านี้แล้วเพราะพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นตอนเรียนมัธยมต้นนั่นเองเมื่อเห็นว่าฟู่ต้าอันถูกเปิดโปงต่อหน้าผู้คนแบบนี้หลี่โม่ลี่ก็เข้าใจได้ในทันทีว่าความลับของเขาคืออะไร ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าเธอจะใช้ความทรงจำนี้มาหยอกฟู่ต้าอันบ้างอย่างแน่นอน
เมื่อครู่นี้ที่ฟู่เยี่ยนเดินออกมาเธอไม่ได้ไปเล่นแต่อย่างใด เธอเดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยทำกับข้าวแม้ว่าในครั้งนี้จะไม่ได้มีแขกมากมายอะไร แต่อาหญิงของเธอก็ดูยุ่งเป็นอย่างมาก
ทันทีที่เข้ามาในครัวฟู่เยี่ยนก็พบว่าฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวก็อยู่ที่นี่ด้วยก่อนที่เธอจะหันออกไปมองข้างนอกอีกครั้งและเข้าใจได้ทันทีว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตั้งใจที่จะหลบหน้าหลี่ชุ่นลี่นั่นเอง
“ทำไมครูใหญ่หลี่ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้กันนะเวลาที่เห็นเขายิ้ม ฉันนี่อยากจะร้องไห้เลย ! ” ก่อนหน้านี้ฟู่เซินมักจะถูกหลี่ชุ่นลี่ดุอยู่บ่อย ๆ เพราะเขาเป็นคนที่พูดมากนั่นเอง
“ฉันคิดว่าครูใหญ่หลี่เป็นคนที่ใจดีมากๆ เลยนะ แต่นายอย่าให้เขาได้ยินสิ่งที่นายพูดเด็ดขาดเลยล่ะ ! และที่สำคัญระวังอาเล็กตีนายด้วยก็แล้วกัน” ฟู่เหมี่ยวเป็นเด็กดีมาโดยตลอดดังนั้นเธอจึงไม่เคยถูกครูใหญ่หลี่ดุเลย
“………”ฟู่เซินรู้สึกถึงแรงอาฆาตพยาบาทนั้นขึ้นมาทันที
เมื่อเตรียมวัตถุดิบต่างๆ เสร็จ ทุกคนก็ได้ช่วยกันปรุงอาหารตามลำดับ ส่วนฟู่ต้าหย่งก็ได้หยิบเหล้าองุ่นและเหล้าบลูเบอร์รี่ที่เขาได้บ่มเอาไว้เป็นเวลานานที่สุดออกมาโดยทันทีที่เขาเทมันลงในแก้ว กลิ่นหอมของเหล้าก็ได้ตลบอบอวลไปทั่วทั้งลานบ้านแม้แต่หลี่ชุ่นลี่ผู้ที่ไม่ใช่นักดื่มก็ยังต้องตกตะลึงกับกลิ่นหอมของมัน
“ต้าหย่งเหล้าของนายน่าสนใจจริง ๆ มันมีกลิ่นขององุ่นที่เข้มข้นมาก ! ” หลี่ชุ่นลี่หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาก่อนจะดมกลิ่นเหล้าในแก้วอย่างระมัดระวัง
“ลุงหลี่ลองชิมมันดูหน่อยไหมครับ ? ” ฟู่ต้าหย่งไม่ได้ถ่อมตัวแต่อย่างใดเพราะเขามั่นใจในเหล้าของเขามาก ๆ นั่นเอง
“เหล้าของนายถือได้ว่าเป็นเหล้าชั้นดีเลยทีเดียว! ” หลี่ชุ่นลี่จิบเหล้าเข้าไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดชื่นชมออกมา
“คุณป้าคะคุณป้าเองก็ลองชิมด้วยเถอะค่ะ ! นี่คือเหล้าบลูเบอร์รี่ที่ฉันทำขึ้นมาเองซึ่งมันดีสำหรับผู้หญิงอย่างพวกเรามาก ๆ เลยล่ะคะ ทุกคน มาเถอะมาลองชิมเหล้าของฉันดูหน่อย ! มาสิน้องติงทั้งหมดนี้เป็นอาหารที่พวกเราทำเองเลยนะ”หวังซู่เหมยกล่าวทักทายไฉเฉี่ยวเหอและคนอื่นอย่างเป็นกันเอง
“อ่าคุณคะ ฉันชอบเหล้านี้มาก มันมีรสหอมหวานมากเลยล่ะ ! ” ไฉเฉี่ยวเหอหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาชิมพร้อมกับพูดชมด้วยอีกคน
“หากคุณป้าชอบมันเอาไว้ขากลับ ผมจะให้เหล้ากับคุณป้าและคุณลุงคนละถังเพื่อเป็นของฝากก็แล้วกันครับ”ฟู่ต้าหย่งพูดออกไปอย่างใจกว้าง
“ขอบคุณมากนะ”ทางด้านไฉเฉี่ยวเหอเองก็ตอบรับอย่างไม่อ้อมค้อมด้วยเช่นกัน
“พี่สะใภ้เหล้าของพี่ดีมากจริง ๆ พี่มีเคล็ดลับอะไรอย่างนั้นเหรอช่วยแนะนำฉันบ้างได้หรือเปล่า เอาไว้ฉันจะลองไปทำที่บ้านดู”เมื่อได้ยินพี่สะใภ้ของหลี่โม่ลี่พูดมาแบบนี้ ไฉเฉี่ยวเหอก็แทบจะสำลักออกมา
“น้องติงทำไมถึงชอบพูดอะไรที่ตลกแบบนี้กันล่ะ เคล็ดลับในการทำเหล้าอย่างนั้นเหรอ ? ก็แค่ใส่ผลไม้ที่เราอยากทำเหล้าลงไปเท่านั้นเอง! ” หวังซู่เหมยพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ
“แต่ว่าพี่สะใภ้คะเหล้าที่พี่ทำนั้นรสชาติดีมากจริง ๆ พ่อของฉันเองก็เคยทำเหล้าเหมือนกันแต่เหล้าที่เขาทำไม่ได้มีรสชาติดีเท่าเหล้าของพี่เลย ! ”
“หรือว่าจะเป็นเพราะผลไม้พวกนั้นมีคุณภาพที่ไม่ดีแสดงว่าผลไม้ของพี่สะใภ้จะต้องมีคุณภาพที่ดีมากแน่ ๆ ”
“พี่สะใภ้พี่ไปเก็บผลไม้จากที่ไหนอย่างนั้นเหรอคะ ช่วยพาฉันไปเก็บด้วยได้หรือเปล่า ? ” ติงฮวาพยายามตื๊อหวังซู่เหมยอย่างสุดความสามารถ
“อย่าไปรบกวนพี่สะใภ้เลยทุกวันนี้แค่ดูแลเรื่องต่าง ๆ ในบ้าน คุณยังทำได้ไม่ดีพอเลยคุณยังคิดที่จะไปเก็บผลไม้มาทำเหล้าอีกเหรอ ผมว่ารอให้คุณทำเรื่องพวกนี้ให้ดีก่อนแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันดีกว่า ! ” หลี่ซ่งไป๋รีบพูดขัดจังหวะขึ้นมาทันที
“เรื่องนั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรเลยตอนนี้เรื่องงานบ้านเราก็มีแม่คอยดูแลอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ? เวลาที่ฉันอยู่บ้านว่างๆ ไม่มีอะไรทำมันก็เบื่อเหมือนกันนะ” ติงฮวาพูดพร้อมกับทำหน้ามุ่ย
ทันใดนั้นเองใบหน้าของไฉเฉี่ยวเหอก็มืดลงไปทันที และขณะที่เธอกำลังจะตำหนิลูกสะใภ้อยู่นั้นฟู่ต้าอันก็ได้พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“พี่สะใภ้ที่บ้านของพวกเราไม่ได้มีผลไม้หรอกครับผลไม้พวกนั้นเสี่ยวฮั่วเป็นคนขึ้นไปเก็บมันมาจากบนภูเขาซึ่งมันเป็นอะไรที่ยากลำบากมาก หากพี่สะใภ้อยากได้มันจริง ๆเอาไว้เสี่ยวฮั่วขึ้นไปเก็บมันอีกครั้ง ผมจะให้เธอแบ่งมันให้กับพี่ก็แล้วกันแต่มันคงจะไม่ได้มีปริมาณมากมายอะไรหรอกนะครับ ! ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่น้องเขยพูดเธอจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่ทว่าบรรยากาศนั้นกลับดูอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศดูตึงเครียดหลี่ชุ่นลี่จึงไม่มีทางเลือกอื่นก่อนจะจะถามถึงเรื่องฟู่ซินเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ในกองทัพซึ่งไม่คาดคิดเลยว่าหลี่เทียนซื่อนั้นจะเป็นหลานชายของหลี่ชุ่นลี่
“หลี่เทียนซื่อเป็นคนที่มีชีวิตชีวามากเลยครับส่วนฟู่ซินเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างดูมั่นคง พวกเขาช่างเข้ากันได้ดีจริง ๆ ”ฟู่ต้าหย่งพูดขึ้นมา
“ใช่แล้วล่ะเขาเป็นรุ่นที่ห้าของตระกูล ซึ่งเขาเองก็อยากเข้ารับราชการทหารมากแต่ถ้าหากปู่ของเขายังอยู่ล่ะก็ คงจะไม่ยอมเห็นด้วยอย่างแน่นอน”หลี่ชุ่นลี่พูดออกมาอย่างทอดถอนใจ
“มีเรื่องแบบนี้อยู่อีกอย่างนั้นเหรอ? ก็ว่าทำไมครั้งที่แล้วพ่อของเทียนซื่อดูไม่ดีใจเลย ! ”
“ใช่แล้วล่ะพี่สะใภ้ของฉันรักหลานชายของเธอมาก ๆเทียนซื่ออดอาหารประท้วงอยู่ที่บ้านตั้งหลายวัน ถึงได้ยอมให้เขาไป”หลี่ชุ่นลี่รู้เรื่องราวภายในเป็นอย่างดี
“ทุกคนย่อมมีโชคชะตาเป็นของตัวเองอย่ากังวลไปเลยครับ ! เด็กทั้งสองล้วนเป็นเด็กฉลาดทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยดีอย่างแน่นอน ! มาเถอะครับลุงหลี่ เรามาดื่มกันต่อดีกว่า! ”