กลางคืนเย่เฉินได้พาหู่หวาซึ่งถูกทำร้ายจนเกือบจะพิการมานอนบนเตียง
“พี่ใหญ่พรุ่งนี้นางจะมาสู้กับข้าได้อีกไหม?”แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่หู่หวาก็ยังคงมองไปที่เย่เฉินด้วยความหวัง
“เอาเรื่องแรกก่อนว่าร่างกายของเจ้าไม่เป็นอะไร”เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยและวางฝ่ามือทาบลงไปยังร่างกายของหู่หวาจากนั้นก็รวมพลังปราณถ่ายเทเข้าสู่ร่างกายของหู่หวา
“ข้าไม่เป็นไร”
“พักผ่อนให้ดีพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ไม่รู้ว่าหู่หวาหลับไปตั้งแต่เมื่อใดใบหน้าน้อยๆ นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ใสซื่อ
เย่เฉินเดินออกจากห้องจากนั้นก็เดินไปยังด้านหน้าหุ่นเชิดจื่อซวน
“พวกเรามาฝึกกันไหม?” เย่เฉินคิดในใจ ยิ้มพลางมองไปยังจื่อซวน
ทันใดนั้นจื่อซวนก็ขยับ มีฝ่ามือพุ่งทแยงลงมา
เย่เฉินก้าวออกไปหลีกตัวหลบอย่างง่ายดาย จากนั้นก็ปล่อยหมัดออกไป
เพียงแต่เขาประเมินความสามารถของจื่อซวนต่ำเกินไปนึกไม่ถึงว่าจื่อซวนจะหลบหลีกหมัดของเขาได้ จากนั้นก็มีฝ่ามือฟาดลงมาจากฟ้าอีกครั้ง
ปลายเท้าของเย่เฉินแตะพื้นและถอยไปด้านหลัง
จื่อซวนจึงโจมตีต่อทันทีเย่เฉินสั่งให้นางโจมตีเขาไปเรื่อยๆ หากไม่ได้รับคำสั่งจากวิชาลับของเย่เฉินนางก็ไม่สามารถจะหยุดได้
ความสามารถของจื่อซวนทำให้เย่เฉินต้องประหลาดใจ แม้ว่านางจะมีแขนเพียงข้างเดียวแต่เห็นได้ชัดว่ามีความแข็งแกร่งมากกว่าเมื่อวานนี้ตอนอยู่ที่สวนผลไม้วิญญาณแม้ว่าเขาเองก็ยังไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่หากเป็นการต่อสู้ระยะประชิดเขาก็มั่นใจว่าไม่มีทางพ่ายแพ้ผู้ใด
ตูม!
ด้วยการโจมตีอย่างหนักหน่วงจื่อซวนจึงถูกโจมตีจนถอยหลังไป
จากนั้นก็อาศัยจังหวะถอยหลังนั้นดีดตัวขึ้นจากพื้น และพุ่งออกมาอีกครั้งพร้อมฝ่ามือที่ฟาดลงมา
เย่เฉินมีปฏิกิริยาโต้กลับอย่างรวดเร็วเขาหลบไปอย่างสบายๆ จากนั้นจึงยกเข่าขึ้นไปเหนือศีรษะเผชิญเข้ากับมือหยกของจื่อซวนที่ฟาดลงมา
“ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ”เย่เฉินพูดเบาๆ
โฮก!
ทันใดนั้นเสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้นเขาใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของเคล็ดวิชาอสูรเดือดดาล
การต้องต่อสู้กับหุ่นเชิดที่ไม่รู้จักความเจ็บปวดเขาไม่สามารถจะออมมือได้ และไม่สามารถมามัวแต่ทะนุถนอมหรืออ่อนโยนได้จะต้องลงมืออย่างรวดเร็วและทรงพลังเท่านั้น
เพียงแต่เรื่องที่ทำให้เขายิ่งตกตะลึงก็ได้เกิดขึ้น
การต่อสู้ในระยะประชิดของเจ้าจื่อซวนหุ่นเชิดนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากและดูเหมือนจะยิ่งสำแดงอานุภาพออกมาการต่อสู้ระยะประชิดของเคล็ดวิชาอสูรเดือดดาลของเขาที่ชนะมาแล้วหลายครั้ง กลับต้องถูกบีบให้พ่ายแพ้ในมือของนาง
“ข้าค้นพบของวิเศษแล้วใช่ไหม?” เย่เฉินยิ้มอย่างมีความสุข ทั่วทั้งร่างก็ยืดขยายออกราวกับสัตว์ร้ายตัวหนึ่ง ต่อสู้โจมตีไปอย่างเต็มที่
การต่อสู้ครั้งนี้กินเวลายาวนานกว่าสามชั่วยามจึงจะสิ้นสุด
เย่เฉินสั่งหยุดจื่อซวนด้วยอาการเหนื่อยหอบแม้เขาจะไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่เขาก็มีท่าทีโซเซอยู่เล็กน้อย
จื่อซวนยืนนิ่งเหมือนหอกที่ปักไว้อยู่ตรงที่เดิมเมื่อเทียบกับเย่เฉินที่มีเหงื่อท่วมกาย นางก็เหมือนกับคนที่ไม่เป็นอะไรเลย
“ข้าคงจะต้องขบคิดดูดีๆแล้ว” เย่เฉินดื่มน้ำยาวิญญาณเข้าไป ลูบคางของเขาพลางเดินวนไปรอบๆ จื่อซวน
เขาแน่ใจอย่างยิ่งว่าหุ่นเชิดจื่อซวนในตอนนี้นางมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้า อย่างน้อยก็หลังจากถูกเผาด้วยอัคคีเที่ยงแท้ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของร่างกายนางนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากความคล่องตัวจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้เขายังนึกอีกคำพูดหนึ่งขึ้นมาได้
หุ่นเชิดถูกควบคุมโดยจิตใจจึงเป็นที่แน่ชัดว่าถูกควบคุมโดยพลังจิตวิญญาณของเขา
“หรือจะเป็นเพราะผลจากพลังจิตวิญญาณของข้าจึงทำให้นางเปลี่ยนไปเช่นนี้”
“หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ทำให้นางแข็งแกร่งมากขึ้น?”
“เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ระยะประชิดของนางนั้นไม่ธรรมดาหุ่นเชิดระดับมนุษย์ตัวหนึ่งสามารถประคับประคองการต่อสู้ของข้าได้นานขนาดนี้เห็นได้ชัดจริงๆ ว่าหุ่นเชิดตัวนี้ไม่ธรรมดาเลย”
เย่เฉินบ่นพึมพำขณะเดินวนไปรอบหุ่นเชิด
กลางดึกเขาจึงเรียกอัคคีเที่ยงแท้ออกมาเพื่อกระตุ้นร่างกายของจื่อซวนซึ่งมันอาจจะทำให้ร่างกายของจื่อซวนเข้าสู่ระดับสูงสุดได้
เมื่อเสร็จสิ้นสิ่งนี้เขาก็ทำการค้นหาในถุงเก็บของ จากนั้นจึงหยิบชุดสตรีสีขาวตัวหนึ่งออกมา
“เหมาะมาก”หลังจากทำการเทียบกับร่างกายของจื่อซวน จากนั้นเย่เฉินจึงนำมันมาสวมให้กับจื่อซวน
“แม้ว่าจะเป็นหุ่นเชิดแต่จะอย่างไรก็เป็นหุ่นเชิดสตรี ถ้าต้องใส่ชุดสีดำทั้งวัน มันก็ไม่ต่างจากนักฆ่ามา พี่จะเปลี่ยนให้เจ้า”พูดจบเย่เฉินก็ก้าวออกไปถอดชุดคลุมสีดำของหุ่นเชิดจื่อซวนออก
เพียงแต่ขณะที่เขากำลังปลดผ้าคาดเอวของจื่อซวนออก เขาก็หยุดลง
“แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร”เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะไอแห้งๆ
ก็อย่างที่บอกไปแม้ว่าจื่อซวนจะเป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นหุ่นเชิดที่เป็นสตรีหากต้องถอดเสื้อผ้าออกอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ก็ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความชั่วร้ายที่ไม่ต่างไปจากโจร
หลังจากที่เขาหยุดลงแม้ว่าจะเป็นเจ้านายของจื่อซวน แต่เขาก็ไม่สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้!
หลังจากหยุดพักไปไม่ถึงหนึ่งเค่อทั้งสองจึงเริ่มการต่อสู้กันอีกครั้ง
ในครั้งนี้เขายัดกระบี่วิญญาณไว้ในมือของจื่อซวนและในมือของเขาก็ถือกระบี่วิญญาณเอาไว้เช่นกัน
เริ่มการต่อสู้!
หลังจากคำสั่งของเขาดังออกไปจื่อซวนก็เริ่มขยับทันที
เช้ง!
เสียงกระทบกันของกระบี่ดังขึ้นแนวกระบี่ของจื่อซวนแทงทะลุอากาศไป มุ่งเข้าไปใกล้ลำคอของเย่เฉิน
เย่เฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นเพราะกระบี่ของจื่อซวนนั้นมีความแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดเอาไว้มากภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีการใช้พลังปราณ หากนางมีพลังปราณอยู่ด้วยและยังมีความสามารถของวิชาลึกลับที่ลึกซึ้ง กระบี่เล่มนี้จะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ปัง!
ทันใดนั้นเขาก็กวัดแกว่งกระบี่ของเขาออกไปหากระบี่ที่กำลังเข้ามาถึง จากนั้นก็ฟันลงไป
จื่อซวนมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว คมกระบี่นั้นจึงเฉือนเข้ากับไหล่ของเขา นางหลบหลีกกระบี่ของเย่เฉินจากนั้นก็เข้าโจมตีอีกครั้ง วิชากระบี่พื้นฐานของผู้ฝึกตน นางก็รู้ทั้งหมดขาดอยู่เพียงสิ่งเดียวคือทักษะความเชี่ยวชาญ
ปัง!
ปัง!
ปัง!
เสียงการปะทะกันของกระบี่ทั้งสองนั้นดังอยู่ในสวนแห่งวิญญาณอย่างต่อเนื่อง
เย่เฉินไม่เพียงแต่ทดสอบพละกำลังของจื่อซวนเท่านั้นในขณะที่ต่อสู้พร้อมกันนั้นเขาก็ยังศึกษากลกระบี่เทียนกังไปด้วย
สำหรับกลกระบี่เทียนกังเขาศึกษาไปเพียงคร่าวๆ เท่านั้น และด้วยเหตุนี้ พลังการต่อสู้ของเขาจึงตกลงชุดคลุมบนร่างเขาก็ถูกคมกระบี่ในมือของจื่อซวนตัดขาดอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินต่อไปก็ไม่ใช่ว่าเขาจะเก็บเกี่ยวอะไรไม่ได้เลย
อย่างน้อยการศึกษาทำความเข้าใจกลกระบี่เทียนกังของเขาก็มีความลึกซึ้งมากขึ้น นึกไม่ถึงว่าจะสามารถร่ายรำสร้างเงาร่างกระบี่ออกมาได้โดยไม่ต้องใช้พลังลมปราณแม้ว่าเงาจะดูยุ่งเหยิง แต่กลับมารวมกลุ่มกันกลายเป็นกลกระบี่ที่เบาบางได้
ไม่รู้ว่าเป็นเวลาใดทั้งสองฝ่ายต่างทิ้งกระบี่ยาวลงไปพร้อมกัน
เลือดไหลออกมาอย่างรวดเร็วเลือดเดือดพลุ่งพล่าน เย่เฉินก็พุ่งเข้ามาเหมือนอสูรร้ายอีกครั้ง
แม้ว่าจื่อซวนจะเป็นหุ่นเชิดแต่การต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็ไม่ได้ด้อยเลย
หุ่นเชิดขั้นพลังธาตุตัวหนึ่งกับเย่เฉินที่อยู่ขั้นรวมพลัง ทั้งสองคนไม่ได้ใช้พลังลมปราณใช้เพียงการต่อสู้ระยะประชิดที่ดั้งเดิมที่สุดในการรับมือ
พยัคฆ์กระโจน!
วานรกระโดด!
โฮก!
โฮก!
เมื่อเสียงคำรามของสัตว์ร้ายทั้งสองดังขึ้นเย่เฉินก็พุ่งเข้าไปเบื้องหน้าของจื่อซวน และฟาดฝ่ามือลงมาจากฟ้า
จื่อซวนหันกลับหลบหลีกฝ่ามือที่แสนจะอันตราย
“ยังมี”เย่เฉินยิ้ม จากนั้นกระโดดยกเข่าขึ้นไป
จื่อซวนโบกแขนและฟาดฝ่ามือลงมา ขัดขวางเข่าของเย่เฉิน
“อย่าดูถูกข้าเกินไป”ฝ่ามือของเย่เฉินเปลี่ยนเป็นรูปร่างของกรงเล็บอินทรี จากนั้นก็คว้าจับขึ้นมา
บางทีอาจเป็นเพราะการกระทำของเขารวดเร็วเกินไปหรือบางทีอาจเป็นเพราะจื่อซวนมีแขนเพียงข้างเดียว จึงไม่สามารถสกัดเขาเอาไว้ได้กรงเล็บของเย่เฉิน จึงจับลงตรงที่หน้าอกของจื่อซวนพอดิบพอดี
เอ่อ!
เย่เฉินอ้าปากค้างแม้ว่าจะมีเสื้อผ้ากั้น แต่เขาก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและนุ่มละมุนหรือบางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีท่าทางและการกระทำเช่นนี้เมื่อสัมผัสโดนส่วนนั้นของสตรี
กรงเล็บนี้ทำให้สวนแห่งวิญญาณกลับเข้าสู่ความสงบ
เพียะ!
ไม่นานเสียงตบก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของที่นี่และเย่เฉินที่อยู่ในความรู้สึกที่อ่อนโยนและนุ่มละมุนนั้นได้ถูกฝ่ามือของจื่อซวนที่ฟาดลงมากระทบกับใบหน้าเขาอย่างแรง
โอ้!
เจ็บแสบเกินบรรยาย!
เย่เฉินถูกตบเข้าไปจนซวนเซไปทั้งร่างและไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรืออย่างไรฝ่ามือของจื่อซวนทรงพลังมากจนเหนือความคาดหมายของเขาใบหน้าของเขาถูกตบจนหน้าหันไปทิศอื่น ดวงตาทั้งสองเห็นดาวระยิบระยับ
เพียงแต่มันยังไม่จบ
ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงทันทีที่เงยหน้าขึ้น ก็มีกำปั้นหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าและกระแทกใส่ตัวเขาจนตาลายอีกครั้ง
เย่เฉินเดินเซถลาไปด้านหลังทั่วทั้งร่างถูกทุบตี
เมื่อมองไปยังจื่อซวนอีกครั้งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำสั่งหรือจะเป็นเหตุผลอื่น นางพุ่งเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับหมัดพุ่งเข้าใส่หน้า
“หยุดหยุดๆ” เย่เฉินโบกมือ และรีบใช้วิชาลับควบคุมให้จื่อซวนหยุดโจมตีทันที
เมื่อมองไปยังจื่อซวนอีกครั้งมือนั้นก็หยุดอยู่กลางอากาศ และกำลังพุ่งเข้ามาในทิศทางใบหน้าของเย่เฉินเย่เฉินแน่ใจได้เลย หากเขาหยุดไว้ไม่ทันเวลา จื่อซวนคงจะตบลงบนใบหน้าเขาแน่นอน
“บ้าเอ๊ย”เย่เฉินสะบัดหน้า ใบหน้าร้อนผ่าว ดวงตาข้างหนึ่งกลายเป็นดวงตาช้ำดำ“เป็นการลงมือที่เหี้ยมมาก”
เพียงแต่จื่อซวนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ หลังจากที่ตบหน้าของเจ้านายตนเองเข้าอย่างแรงนางยังทำเหมือนไม่มีอะไรอยู่เช่นเดิม
เช้าตรู่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง เจ้าหมีสองและถังหรูซวนก็เข้ามา
ภาพแรกที่เห็นคือภาพของเย่เฉินที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นผลไม้วิญญาณเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเย่เฉินมีดวงตาช้ำดำและมีรอยฝ่ามือแดงอยู่บนใบหน้าเขาก็ถึงกับผงะ
“เกิดอะไรขึ้นนี่!” เจ้าหมีสองรีบวิ่งเข้ามา มองไปยังเย่เฉินด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“ใครต่อยหน้าเจ้า ใครทำกับเจ้าเช่นนี้”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรข้าขออยู่เงียบๆ สักพัก”
“หุ่นเชิดหรือ?” เมื่อถังหรูซวนมองเห็นจื่อซวนที่ยืนอยู่กลางสวนแห่งวิญญาณก็อดแปลกใจไม่ได้