หลายวันต่อมา
เกิดเหตุร้ายขึ้นที่ประตูวังหลวงมีคนร้ายจำนวนหนึ่งบุกเข้าไปภายในวังหลังทำร้ายพระสนมคนโปรดของฮ่องเต้จนเกือบสูญเสียเด็กในครรภ์หลังจับกุมคนร้ายได้บางส่วน พวกมันต่างซัดทอดไปยังที่ปรึกษาเว่ยเว่ยเป็คนอยู่เื้ัเื่นี้
หลินเฉินในยามนั้นปฏิเสธหัวเด็ดตีนขาดว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นในเื่นี้ แต่จดหมายที่อยู่บนตัวของคนร้ายกลับเป็ลายมือของเขาอย่างชัดเจน ฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็อย่างมากสั่งปลดหลินเฉินออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาเว่ยเว่ย และลงโทษคนตระกูลหลินทั้งหมดเพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างแก่ขุนนางทั้งหลายมีราชโองการให้ยึดทรัพย์สินของตระกูลหลินทั้งหมดและเนรเทศคนตระกูลหลินออกไปยังชายแดน ห้ามกลับเข้ามาเหยียบเมืองหลวงอีกตลอดชีวิต
หลังรับราชโองการคนตระกูลหลินถึงกับล้มทั้งยืน ไม่ทันได้เก็บข้าวของอันใดทหารก็บุกเข้ามายึดทรัพย์สินและจับกุมทุกคนไปห้องขังเสียงร้องไห้ของสตรีบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของบุรุษ พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คนทั้งตระกูลสามสิบกว่าชีวิต ถูกขังรวมไว้ด้วยกันไม่แบ่งแยกชายหญิงแต่อย่างใดพรุ่งนี้พวกเขาก็จะถูกต้อนให้เดินทางออกจากเมืองหลวงไป
“ท่านแม่เป็ความผิดของข้าเองข้ามันไร้ความสามารถ ถูกคนอื่นหมายหัวยังไม่รู้ตัวทำให้ทุกคนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย” หลินเฉินคุกเข่าลงตรงหน้าของมารดา
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอกเหตุการณ์นี้มีคนวางแผนมาเป็อย่างดี ปิดทางหนีทีไล่พวกเราจนหมดเป็คราวเคราะห์ของตระกูลหลินเข้าแล้ว”ฮูหยินเฒ่าดวงตาเหม่อลอยไม่อาจโกรธเคืองบุตรชายของตนเองได้
“คราวเคราะห์หรือ ใช่แล้วเพราะนางหลินซือเยว่คนนั้น หากนางไม่กลับมาที่เมืองหลวงมีหรือตระกูลหลินจะตกอับเช่นนี้ได้” หวางฮูหยินหันไปมองคนบ้านรองในทันทีทำให้ทุกคนพลอยหันหน้าไปมองพวกเขาด้วย
“ฮูหยินอย่าได้เลอะเลือนไป”หลินเฉินปรามภรรยาของตนเสียงเบา
“เลอะเลือนอันใดกัน ท่านพี่ดูสิเ้าคะนางกลับมาได้ไม่กี่วันตระกูลหลินก็ล่มจมในทันทีแล้วนางล่ะเหตุใดถึงไม่ถูกจับกุมตัวมาด้วย ทุกคนในตระกูลหลินอยู่ที่นี่หมดเหตุใดลูกสาวลูกชายของบ้านรองถึงไม่อยู่ที่นี่ด้วยกัน”
คำพูดของหวางฮูหยินเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ
“พี่สะใภ้เหตุใดถึงได้มาโยนความผิดใส่คนบ้านรองได้ล่ะเ้าคะความผิดนี้เกิดที่ใครทุกคนย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ลูกชายข้าอยู่ในกองทัพเขาเองก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งนายร้อยเหมือนกันคงเดินทางไปสมทบกับพวกเราที่ปลายทางเลย ส่วนลูกสาวของข้านางก็อยู่ข้างนอกไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเื่นี้ด้วยซ้ำ”เถียนฮูหยินไม่คิดว่าพี่สะใภ้ของนางจะเอ่ยถึงหลินซือเยว่ทั้งที่สมควรให้นางอยู่เงียบ ๆ ในเรือนเฟยเฟิ่งต่อไป
“ได้ชื่อว่าคนตระกูลหลินเหมือนกันน้องสะใภ้เ้าจะยกเว้นลูกสาวตัวเองไม่ได้” ลูกกับหลานของนางถูกเนรเทศกันหมดเหตุใดเด็กปัญญาอ่อนนั่นถึงรอดล่ะเื่นี้หวางฮูหยินรู้สึกว่านางไม่ได้รับความยุติธรรมแต่อย่างใด
ตึง ! ตึง !
เสียงดาบเคาะลงบนลูกกรงเหล็ก ทำให้ทุกคนเงียบเสียงนายทหารผู้หนึ่งเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องขัง “เหลือใครที่ยังไม่ถูกจับกุมมาพวกเ้าอย่าได้โป้ปดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นโทษเป็จะเปลี่ยนเป็โทษตายได้ !”
หวางฮูหยินเงยหน้ามองสามีกลับพบว่าเขาส่ายหน้าให้นางเบา ๆ
“ไม่บอกก็ได้ทหารเตรียมโบยทุกคนคนละยี่สิบไม้ !”
“ไม่นะ ไม่ ! ท่านแม่ท่านรีบบอกพวกเขาไปสิเ้าคะ” หลินจื่อรั่วเกาะท่อนแขนมารดาออกแรงเขย่าไปมาด้วยความกลัว นางเพิ่งจะหลุดพ้นจากการหมั้นหมายนั้นมาเหตุใดถึงได้ตกเคราะห์ลำบากเช่นนี้ ั้แ่ถูกคุมขังอยู่ที่สองคืนโจวฉีิไม่ได้ส่งคนมาถามไถ่นางเลยสักครั้ง
เถียนฮูหยินจับมือหลินซูฮวาบุตรสาววัยสิบปีเอาไว้แน่นมองสบสายตากับหลินเต๋อผู้เป็สามี ขอร้องเขาห้ามทุกคนไม่ให้เอ่ยถึงหลินซือเยว่
“เริ่มจากนางก่อน”นายทหารชี้นิ้วไปที่หลินจื่อรั่วเป็คนแรก
“ไม่นะ ท่านแม่ช่วยข้าด้วย !”
“หลินซือเยว่ ! นางเป็ลูกสาวของบ้านรอง นางพักอาศัยอยู่นอกจวนที่เรือนเฟยเฟิ่ง”มีหรือเถียนฮูหยินจะยอมให้บุตรสาวถูกโบย
“พี่สะใภ้ !” เถียนฮูหยินกรีดร้องออกมาด้วยความเสียใจเหตุใดไม่ยอมปล่อยลูกสาวผู้น่าสงสารของนางไป
“ไปเอาตัวคนมา !” นายทหารออกคำสั่งในทันที
เรือนเฟยเฟิ่ง
“ป้าเผิงใครกันที่อยากพบข้า”
“เห็นว่าเป็คนของจวนแม่ทัพโจวเ้าค่ะหากคุณหนูไม่อยากพบข้าจะได้ไล่เขาไป”
หลินซือเยว่เตรียมการทุกอย่างพร้อมเอาไว้แล้วนับจากที่ได้ยินข่าวเื่การเนรเทศ นางรู้ว่าตัวเองคงหลีกหนีไม่พ้นเป็แน่“ข้าอยากเจอเขา อยากรู้เหตุผลของคนผู้นั้น”
เผิงฉือ “คนผู้นั้น ใครหรือเ้าคะ”
หลินซือเยว่ไม่ตอบนางลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่น เดินออกไปยังห้องโถงพบบุรุษรูปร่างกำยำผู้หนึ่งนั่งรออยู่ เพียงเห็นนางเขาก็ลุกขึ้นกำหมัดคำนับ
“คุณหนูหลินข้าชื่อชุยเหลียงเป็คนของคุณชายใหญ่ ผู้ที่เป็คู่หมั้นของคุณหนูหลินขอรับ”
หลินซือเยว่ผายมือเชิญเขานั่ง“อีกประเดี๋ยวคงมีคนมาจับกุมตัวข้าไปเข้าคุก มีธุระอันใดก็รีบเอ่ยมาเถิด”
ชุยเหลียงไม่คาดว่าเขาจะมาเจอกับสตรีผู้มีบุคลิกเคร่งขรึมอีกทั้งยังดูงดงามถึงเพียงนี้ ไหนเด็กปัญญาอ่อนที่ว่านั่น
หลินซือเยว่เห็นเขามองพิจารณาตนเองนานเกินไป“ข้าหายดีแล้ว”
“เอ่อ...ข้าขออภัยขอรับ”ยิ่งไม่คิดว่านางจะล่วงรู้ความคิดของเขาด้วย“นี่ขอรับคุณชายใหญ่รู้ว่าท่านกำลังลำบาก จึงได้ฝากให้ข้านำตั๋วเงินมามอบให้”
ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงถูกวางไว้บนโต๊ะแม้แต่เผิงฉือที่ยืนอยู่ด้านหลังของหลินซือเยว่ยกใตามไปด้วย“เหตุใดถึงให้ตั๋วเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้ ไม่ได้เกี่ยวดองกันเสียหน่อย”ยิ่งสถานการณ์ในตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การแต่งงาน
“คุณชายใหญ่บอกว่าแม้ไม่ได้จัดพิธีตามกำหนด แต่ว่าคุณหนูหลินก็ได้ชื่อว่าเป็คู่หมั้นจึงไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ขอรับ”
หลินซือเยว่เคาะนิ้วบนตั๋วเงินเบา ๆนางไม่อาจดูดวงชะตาผู้คนได้หากไม่ได้พบหน้ากันและยิ่งไม่อาจรักษาโรคร้ายได้หากไม่ได้ลงมือตรวจร่างกายของคนผู้นั้น“ป้าเผิงรับตั๋วเงินนี่ไว้”
“เ้าค่ะคุณหนู”เผิงฉือรีบเก็บตั๋วเงินเข้าไว้ในสาบเสื้อทันที
“แต่ข้านั้นไม่อาจรับเงินของผู้อื่นโดยไม่ทำงานตอบแทนได้ ข้าพอมีความสามารถในรักษาเล็กน้อยพอจะไปดูอาการของคุณชายใหญ่ให้ได้ แต่ข้ามีเวลาไม่มากนัก เ้านำทางไปเถิด”
“คุณหนูให้ข้าไปด้วยหรือไม่”เผิงฉือรีบถามเกรงว่านางจะลืมตัวเองไป
“ป้าเผิงไม่ต้องตามไปคอยรับหน้าพวกทหารอยู่ที่นี่เป็พอ”
ชุยเหลียงไม่คิดว่าการมอบตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงจะได้รับการตอบแทนกลับเช่นนี้ ดวงตาเขามีแววสับสนและไม่เข้าใจ
“คนของทางการกำลังตามหาตัวข้านี่เป็โอกาสอันน้อยนิดของคุณชายเ้า”
“เชิญตามข้ามาขอรับ”
ชุยเหลียงพาคนมาด้วยสองคนพวกเขาเดินทางด้วยม้า พอมีหลินซือเยว่ไปด้วยจึงไม่รู้จะเดินทางด้วยพาหนะใด
หลินซือเยว่ “ข้าขี่ม้าเป็”แต่นี่จะเป็ครั้งแรกในโลกนี้ที่นางมีโอกาสได้ขี่ม้า
คนของชุยเหลียงสละม้าให้นางหนึ่งตัวเฝ้ามองดูสตรีตัวน้อยที่วาดขาขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นม้าสามตัววิ่งตรงไปยังจวนแม่โจวอย่างรวดเร็ว ทิ้งบุรุษผู้หนึ่งให้ยืนหันซ้ายขวาอยู่ตามลำพัง
เมื่อเดินทางไปถึงจวนของแม่ทัพโจวบ่าวรับใช้เรือนของโจวจื่อถงกำลังวุ่นวายกันใหญ่ ชุยเหลียงรีบเข้าไปถามได้ความว่าโจวจื่อถงกระอักเืออกมาก้อนใหญ่ อีกทั้งยังหมดสติลงไปอีกด้วย
ชุยเหลียง “มีใครไปตามท่านหมอหรือยัง”
“มีแล้วขอรับแต่ว่าวันนี้ท่านหมอเจินไม่อยู่ที่จวน เลยต้องไปตามหมอที่โรงหมอละแวกนี้ก่อน”
“พาข้าไปดูอาการของเขาเถอะ”หลินซือเยว่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จึงรีบบอกชุนเหลียงให้นำทางไป
ครั้นมาถึงห้องนอนของโจวจื่อถงชุยเหลียงสั่งสาวใช้ให้ออกไปข้างนอกให้หมด เขาปิดประตูตามคำสั่งของหลินซือเยว่
บุรุษรูปงามบนเตียงชะตายังไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น หลินซินเยว่รีบจับชีพจรของเขาดูมีพลังสายหนึ่งแล่นวูบไปตามร่างกายของเขา ทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็พร์ที่ติดตัวมากับอดีตกาล และค่อย ๆ ทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆตามการเติบโตของนางเอง
“เ้ามาคลายอาภรณ์ของเขาออกให้หมดข้าจะฝังเข็มรักษาอาการให้”
ชุยเหลียง “...?” เพียงรู้สึกหนักใจที่ต้องเปิดเผยเรือนกายของผู้เป็นายให้สตรีเช่นหลินซินเยว่ได้เห็น
“ตัวข้านั้นยังไม่คิดถือสาเหตุใดท่านต้องคิดมากไปด้วย อีกอย่างร่างกายผอมแห้งเพียงนี้มีอะไรให้ข้าดู”
“เอ่อ ขอรับ”ชุยเหลียงคิดว่าคำพูดนี้พอฟังขึ้นบ้าง รีบจัดการคลายอาภรณ์ให้โจวจื่อถงกำลังคิดจะหยุดมือแต่เสียงของหลินซือเยว่ก็ดังขึ้น “ถอดให้หมด”
มีเพียงผ้าผืนน้อยที่ปิดตรงกลางร่างของเขาเอาไว้ชุยเหลียงจ้องนางตาไม่วาง ราวกับกลัวว่านางจะเอารัดเอาเปรียบผู้เป็นายของตนทว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือเข็มทองจำนวนเกือบยี่สิบเล่มถูกปักลงไปบนร่างกายของโจวจื่อถงอย่างแม่นยำ รวมไปถึงท่อนขาของเขาด้วยไม่แปลกใจที่นางให้เขาถอดเสื้อผ้าออกจนหมด
หลังฝังเข็มไปแล้วหลินซือเยว่ให้เขานำกระดาษกับพู่กันมาให้นางนางใช้เวลาไม่นานนักกระดาษสองสามแผ่นนั้น ก็เต็มไปด้วยรูปวาดและเทียบยาพร้อมวิธีการรักษา
“เ้าให้คนเตรียมน้ำร้อนมาเถอะหลังข้าดึงเข็มออกแล้ว จะมีของเสียไหลออกมาตามรูเข็ม เช็ดทำความสะอาดให้เขาแล้วหาเสื้อผ้าใหม่มาสวมใส่”
ชุยเหลียงรีบไปสั่งการสาวใช้ด้านนอกกลับเข้ามาเข็มบนตัวของโจวจื่อถงก็ถูกเก็บไปจนหมดตัวเขาเองถูกหลินซือเยว่กวักมือให้เข้าไปหาใกล้ ๆ
“นี่คือวิธีการฝังเข็มรักษาข้าวาดรูปประกอบและเขียนข้อระวังเอาไว้ให้แล้ว ส่วนนี่คือเทียบยาที่ต้องใช้เวลากินยาข้าได้ระบุไว้ในนี้แล้วเหมือนกัน ส่วนเ้าจะเชื่อข้าหรือไม่นั้นข้าไม่อาจบังคับเ้าได้”
ชุยเหลียงรับกระดาษไปถือไว้
หลินซือเยว่หันไปทางเตียงนอนที่ตอนนี้สาวใช้กำลังสาละวนอยู่กับการทำความสะอาดให้โจวจื่อถง“หากเขาฟื้นขึ้นมาได้โปรดบอกเขาด้วยว่าข้าหลินซือเยว่ขอบคุณในน้ำใจของคุณชายใหญ่มากนับจากนี้ไปขอให้การหมั้นหมายของข้ากับเขา เป็อันยกเลิกไปเถอะไม่ต้องไปส่งข้ากลับเองได้”
ชุยเหลียงกำลังยืนจ้องตัวอักษรบนกระดาษครั้นเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นแผ่นหลังของนางอีกแล้ว สาวใช้ด้านนอกเข้ามารายงานว่านางได้ขี่ม้ากลับเรือนไปแล้ว