ตอนที่ 182 เดิน? แค่นี้สบายมาก
เจ้าหญิงเอวาได้ลากลับไป ส่วนทางด้านของเจ้าบ้านอย่างไวทเคานต์นิคและคุณผู้หญิงได้แต่มองตากันตาปริบๆ ไม่จำเป็นต้องพูดกันให้มากความ แต่ทั้งสองก็รู้อยู่แก่ใจว่า...ฉิบหายแล้ว
ดูเหมือนว่า การขีดขวางเจ้าหญิงเอวา ไม่ให้ไปป่าดาราฉายพร้อมกันตน คงจะไม่มีทางอื่นอีกแล้ว
ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาทั้งสองคน นำเสนออาหารของร้านอาหารสามเวลาที่แสนอร่อยมากจนเกินไป...ซึ่งอาจจะด้วยนิสัยของทั้งสองคนที่รักและเอ็นดู เจ้าหญิงเอวาเหมือนลูกเหมือนหลาน พอมีอะไรดีๆ มีอะไรอร่อยๆ ก็อยากให้ลูกของตนเองได้กิน ดังเช่นที่ปรากฏให้เห็น
“เราสองคนจะสู้หน้าท่านไลท์กันยังไงดี?” คุณผู้หญิงแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ตนเองได้ทำพลาดไปเสียแล้ว คำสัญญาที่เคยให้ไว้กับท่านไลท์ องค์หญิงเอลล่าและองค์ชายแอล ดูเหมือนจะรักษาเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป
“เอาไว้ฉันจะขอโทษและพูดกับท่านไลท์เองก็แล้วกัน เผลอๆ การพบเจอกันระหว่างพี่กับน้องอย่างเจ้าหญิงเอวา องค์หญิงเอลล่าและแอล อาจจะช่วยให้พวกเขาทั้งสองปรับความเข้าใจผิดกันได้เสียที” ไวทเคานต์นิค ต้องการที่จะเป็นกาวใจให้กับทั้งสองฝ่าย ให้ได้ลองปรับความเข้าใจกัน
แน่นอนว่าไวทเคานต์นิค นั้นมีความเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ราชินีลีอาห์ คงไม่มีทางที่เธอจะสังหารนางสนมเอมิลี่ ได้อย่างแน่นอน
อย่างที่ทราบกันดี ไวทเคานต์นิคนั้นเป็นสหายกับ พระราชาโจเซฟมาตั้งแต่วัยเยาว์ วันที่พระราชาโจเซฟไปดูตัว ตามการหมั้นหมายกับราชินีลีอาห์ รวมไปถึงได้พบเจอกับนางสนมเอมิลี่
ก็เป็นไวทเคานต์นิค ที่ตอนนั้นยังเป็นองครักษ์ประจำตัวของพระราชาโจเซฟ เป็นคนไปตามพระราชาในวัยเยาว์ให้กลับเข้ามาร่วมวงสนทนานี้เอง
ใช่แล้ว...ไวทเคานต์นิคนั้นรู้ถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของทั้งสามคนมาตั้งแต่แรก
ไม่ว่า พระราชาโจเซฟที่ตกหลุมรัก สตรีสองคนในเวลาใกล้เคียงกัน หรือจะเป็นราชินีลีอาห์ ที่มีความเด็ดเดี่ยว ไม่ว่าจะหัวเด็ดตีนขาดยังไง หากการสมรสในครั้งนี้ พระราชาโจเซฟไม่รับตัวเธอไปพร้อมๆ กับ นางสนมเอมิลี่ เธอก็จะไม่อภิเษกกับพระราชาอย่างเด็ดขา
ส่วนทางด้านของเอมิลี่ที่มีจิตใจอ่อนโยน คอยรับใช้ดูแลและเติบโตมาพร้อมๆ กับ ราชินีลีอาห์ อย่างเธอนะเหรอ? จะกล้าทำเรื่องผิดใจให้กับราชินีลีอาห์ จนถึงขั้นต้องฆ่าแกงกันเช่นนี้?
ในสายตาของไวทเคานต์นิค มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้ราชินีลีอาห์จะเปลี่ยนจากความรักกลายเป็นเกลียดต่อนางสนมเอมิลี่ แต่เพียงขับไล่ให้ออกไปจากสายตาหรือสั่งให้นางสนมเอมิลี่ สละตำแหน่งนางสนม
ไวทเคานต์นิคก็มีความเชื่ออย่างสุดใจว่า นางสนมเอมิลี่จะต้องยินยอมและทำตามคำสั่งของราชินีลีอาห์ โดยไม่ขัดขืนหรือติดขัดใดๆ อย่างแน่นอน
เรื่องการเสียชีวิตของนางสนมเอมิลี่ในครั้งนี้ ดูเหมือนว่ามันชักจะมีอะไรแปลกๆ มาตั้งแต่ต้นแล้วนั่นเอง
ฉะนั้นไวทเคานต์นิคที่เชื่ออย่างสุดหัวใจ จึงเชื่อว่า เรื่องฆาตกรรมที่เกิดขึ้นหรือเรื่องซุบซิบนินทา ที่กล่าวว่าราชินีลีอาห์อยู่เบื้องหลังการสังหารนางสนมเอมิลี่ ที่กำลังแพร่สะพัดในหมู่แวดวงขุนนางและกลุ่มชนชั้นสูง จะต้องมีผู้บงการเรื่องนี้อยู่แน่ๆ .
เช้าวันใหม่ในเมืองหลวงได้เริ่มขึ้นอีกวัน วันนี้ในเมืองหลวงแห่งอาณาจักรลูนาเทียก็ยังคงคึกคักกันตั้งแต่หัววัน
มีร้านต่างๆ เปิดประตูต้อนรับลูกค้ากันตั้งแต่เช้า ส่วนในละแวกบ้านเรือนเองก็มีผู้คนออกมายืนทักทายกันอย่างร่าเริง
อีกทั้งตามถนนหนทางก็มีรถม้า ขับผ่านกันไปม้าจนอื้ออึ้งไปเสียหมด
เฉกเช่นเดียวกันทางด้านของไวทเคานต์นิคที่พึ่งจะกลับจากป่าดาราฉาย ก็มีกำหนดการตารางงานที่ต้องเข้าประชุมที่พระราชวังกับกลุ่มขุนนาง เพื่อชี้แจงถึงหการปราบปรามอสูรสีชาด รวมไปถึงมีเรื่องไถ่ถามจาก มาควิสแอชตันถึงเรื่อง การจับกุมตัวเจ้าของร้านกระทะทอง ว่ามีที่มาที่ไปเช่นไร?
โดยไวทเคานต์นิคคิดที่จะเก็บเรื่องหลักฐานที่เขาได้จากไลท์ ผ่านเจ้าโปโกะที่เป็นสื่อกลางเอาไว้เป็นไพ่เด็ด เพื่อที่ว่า คำตอบของมาควิสแอชตันนั้นไม่ตรงกับที่เขารับรู้มา จะได้มอบหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ให้กับพระราชาโจเซฟได้รับรู้เพียงลำพังไปเสียเลย
ว่าในหมู่แวดวงขุนนางของอาณาจักรลูนาเทีย นั้นได้มีขุนนางทรยศ อยู่ในที่นี้นั่นเอง
ส่วนทางด้านของคุณผู้หญิง เช้าวันนี้เธอก็มีภาระหน้าที่ตามประสา แม่บ้านขุนนางด้วยเช่นเดียวกัน
วันนี้คือวันที่งานเลี้ยงของกลุ่มสมาคมแม่บ้านขุนนางและชนชั้นสูง ได้มาสังสรรค์พบปะกันที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
คุณผู้หญิง ได้ประทินผิว ขัดสีฉวีวรรณมาตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า เพราะงานเลี้ยงนี้นอกจากจะเป็นหน้าเป็นตาให้กับสามีของเธอด้วยแล้ว เธอยังต้องไปเผชิญหน้ากับเหล่าภรรยาขุนนางที่มีนิสัยขี้นินทา ปากร้าย อีกนับสิบ นับร้อย
ฉะนั้นคุณผู้หญิงจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะเตรียมไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังงานเลี้ยง ที่อยู่ในละแวกคฤหาสน์เก่าของ ราชินีลีอาห์ พร้อมกับไม่ลืมที่จะนำอาหารคลีนพกติดตัวไปด้วยจำนวนหนึ่ง
เผื่อว่าเจ้าหญิงเอวาเกิดอยากกินอย่างอื่นเพิ่มเติมนอกจาก กะเพราอกไก่ที่เคยกินไปเมื่อวาน
“เอาล่ะ ไว้เจอกันตอนเย็นนะที่รัก” ไวทเคานต์นิคได้จูบลาคุณผู้หญิง ที่หน้ารถม้าของพวกเขา
มันเป็นภาพที่คนในคฤหาสน์ประจำตระกูลท่านไวทเคานต์พบเห็นจนชินตา จึงไม่มีใครเขินอายต่อการมอบความรักให้แก่กันและกันของเจ้านายทั้งสอง
ขบวนรถม้าทั้งสองคันของไวทเคานต์นิคและคุณผู้หญิง ได้ขับเคลื่อนออกไปจากตัวคฤหาสน์ พลางแยกจากกันไปคนละทาง ตามสถานที่จัดงานและพระราชวัง
ขบวนรถม้าของคุณผู้หญิง ไม่ได้สัญจรติดขัดอะไรมากนัก เนื่องด้วยสถานที่จัดงานนั้นเป็นคฤหาสน์เก่าของทางราชินีลีอาห์ ที่เป็นยศศักดิ์เป็นถึง ดยุกของอาณาจักร ทำให้พื้นที่ในตัวบริเวณนั้นที่อยู่ห่างออกจากเมืองหลวงเล็กน้อย ไม่ได้วุ่นวายมากนัก
จวบจนกระทั่งคุณผู้หญิงได้เดินทางมาถึง คฤหาสน์เก่าที่ซึ่งเต็มไปด้วยรถม้าของหมู่แวดวงขุนนางได้จอดเรียงรายกันจนเต็มลาน
“คุณผู้หญิงครับ ทางองครักษ์ได้แจ้งว่าให้จอดรถม้าที่ตรงนี้ แล้วจะมีรถม้าจากทางคฤหาสน์มาเทียบท่าคอยรับส่ง คุณผู้หญิงจะเป็นอะไรไหมครับ หากต้องเดินอีกสักหน่อย?” คนขับรถม้าได้เปิดกระจกรถม้าจากทางด้านหน้าเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้กับคุณผู้หญิง
“เดิน? แค่นี้สบายมาก”
หากเป็นเมื่อก่อน คุณผู้หญิงคงจะมีอิดออด บ่นว่าไม่ไหวอยู่บ้าง แต่สำหรับครานี้ หลังจากกลับมาจากป่าดาราฉาย
ต่อให้เดินขึ้นไปถึงคฤหาสน์ด้วยเท้า เธอก็ไม่มีหวั่น เธอให้คนขับรถม้า นำรถไปจอดและผูกม้าเพื่อกินน้ำกินหญ้า โดยไม่ต้องมาสนใจดูแลเธอ
ส่วนตัวเธอเองนั้น ก็ได้ไปตามทางเดินเพื่อไปรั้งรอบริเวณจุดรับส่งตามที่องครักษ์ได้แจ้งเอาไว้
ก่อนจะพบว่า ‘รถม้าที่คอยรับส่ง พึ่งจะขึ้นไปก่อนหน้าเธอ เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้วเท่านั้นเอง’
“ขอประทานอภัยเป็นอย่างสูงครับคุณผู้หญิง แต่ช่วยโปรดรออีกสัก 5 นาที เพื่อรอรถม้าคันต่อไปลงมารับด้วยนะครับ” ทหารที่คอยดูแลเรื่องรถม้ารับส่งของคฤหาสน์ได้กล่าวขอโทษกับเหล่าคุณผู้หญิงและชนชั้นสูงอีก หลายต่อหลายคน
ซึ่งแทบทุกคนได้ ด่าทอและระเบิดอารมณ์ที่ต้องรอนาน ต่อทหารคนดังกล่าวที่ทำหน้าที่อย่างสุดกำลัง จนถึงกับหน้าถอดสี เพราะทุกคนต่างข่มขู่ว่าจะให้สามีของพวกเธอ ขับไล่ทหารคนนี้ไปประจำหน่วยรักษาการณ์ที่ป้อมปราการสุดท้ายที่สุดแสนจะอันตรายบ้างล่ะ ไม่ก็ขับไล่ให้ไปยืนเฝ้าประตูเมืองบ้างล่ะ
แต่สำหรับคุณผู้หญิง แม้เธอจะหอบเอาข้าวกล่องและทุเรียนมาจนเต็มสองมือ แต่เธอกลับไม่ปริปากบ่นหรือ ด่าทอทหารคนนั้นเลย
มิหนำซ้ำเธอยังเสียสละ ที่นั่งของเธอให้กับภรรยาของขุนนางที่ยศศักดิ์ต่ำกว่าและมาที่หลังเธอให้ขึ้นไปก่อนอีกด้วย
“ให้ภรรยาของท่านบารอน ขึ้นไปก่อนเถอะ ฉันยังรอไหว” คุณผู้หญิงรู้สึกสงสารทหารที่โดน ภรรยาของท่านบารอนต่อว่าอย่างหนัก จึงได้มอบที่นั่งของเธอให้กับภรรยาของบารอนคนดังกล่าวไป
ทว่าแม้เธอจะมีจิตใจดีและยอมยกที่นั่งของเธอให้กับ ภรรยาของท่านบารอนที่มียศศักดิ์ต่ำกว่าไวเทคานต์นิคสามีของเธอ
กระนั้น เธอกลับไม่ได้รับคำขอบคุณหรือความเคารพจาก ภรรยาของท่านบารอนเลยสักนิดเดียว
ทั้งนี้เพราะคุณผู้หญิงได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างมาก จากเดิมที่เคยมีคนดูแลมากกว่า 5 คน ตอนนี้เธอกลับดูแลตัวเอง ยกของพะรุงพะรังได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใครคอยติดตามอีกต่อไปแล้ว
และที่สำคัญ รูปร่างของคุณผู้หญิงก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากทีเดียว หุ่นที่เคยซูบตอบและผอมบางราวไม้เสียบผี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นผู้หญิงเจ้าเนื้อหลังจากมาอยู่ที่ป่าดาราฉายได้ 1 เดือน ก่อนที่ในปัจจุบันจะกลายเป็น ผู้หญิงที่รูปร่างสมส่วน มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีเนื้อหนังที่เต่งตึง
เท่ากับว่า จากเวลาเพียง 1 เดือนกว่าๆ คุณผู้หญิงแทบจะมี 3 ร่างเลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ เหล่าภรรยาขุนนางชั้นต่ำกว่าจะจดจำเธอไม่ได้และมองเหยียดว่าเป็น ชนชั้นสูงนั่นเอง
“ข้าน้อยต้องขออภัยต่อคุณผู้หญิงอีกครั้ง ข้าน้อยสัญญาว่าจะจัดลำดับให้ดีกว่านี้ขอรับ...เอ๊ะ คุณผู้หญิงจะเดินไปไหนครับ?!” ทหารที่จัดลำดับแถว ดูเหมือนจะรู้สึกผิดต่อคุณผู้หญิงอยู่ไม่น้อย ที่เธอต้องยอมเสียสละที่นั่งให้กับคนอื่นๆ ที่มาที่หลัง
หากแต่ว่า เมื่อเงยหน้าขึ้นมองหลังจากทำความเคารพอยู่นาน จู่ๆ คุณผู้หญิงก็ได้ถลกกระโปรงยาวขึ้นเล็กน้อย เดินจ้ำอ้าวขึ้นไปตามทางราดซึ่งทอดยาวไปบนคฤหาสน์ โดยไม่รั้งรอรถม้ามารับเธออีกต่อไป
ฉับ ฉับ ฉับ~!
เท้าสาวออกไปอย่างเป็นจังหวะ ไม่มีแรงตก ไม่มีแผ่ว
“คุณผู้หญิงเดี๋ยวก่อนครับ” ทหารที่จัดแถวพยายามร้องเรียก เพราะระยะทางจากด้านล่างนี้ไปจนถึงคฤหาสน์นั้นราดและชันเกือบ 500 เมตรและยิ่งประกอบกับคุณผู้หญิงหอบสัมภาระมาเต็มสองแขนด้วยแล้ว
ดูแล้วคงจะต้องเหน็ดเหนื่อยมากแน่ๆ และตนเองที่เป็นคนดูแลเรื่องลำดับแถวของรถม้าจะต้องถูกต่อว่ากลับมาแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม ทหารที่จัดลำดับแถวได้พยายามวิ่งตามขึ้นผู้หญิง อยู่จนเกือบ 100 เมตร แต่ทว่าก็ไม่สามารถที่จะไล่ตามเธอได้ทัน อาจจะเพราะด้วยชุดเกราะที่สวมใส่อยู่นั้นค่อนข้างหนัก บวกกับตอนนี้ที่มารับคอยดูลคฤหาสน์ ทำให้ไม่ค่อยได้ออกแรงมากเสียเท่าไหร่
เมื่อต้องออกแรงวิ่งขึ้นบนถนนลาดชัน ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบและต้องยอมแพ้ไปในที่สุด
ได้แต่ร้องเรียกคุณผู้หญิงที่เดินขึ้นทางลาดด้วยความสบายๆ จากด้านหลังที่ค่อยหดเล็กลงตามความสูงที่เธอเดินห่างออกไป
“แปลกจังไม่ยักเหนื่อยเลยแฮะ” คุณผู้หญิงใช้เวลาเดินไม่ถึง 10 นาที เธอก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์แล้ว ซึ่งตรงจุดนี้ทุกคนจะต้องแสดงบัตรเชิญให้กับทหารเฝ้าประตูได้ดูโดยละเอียด
คุณผู้หญิงได้มายืนต่อแถวตามลำดับ ก่อนจะพบเห็นว่า ภรรยาของท่านบารอนที่เธอยกที่นั่งให้ตอนที่อยู่ใต้ทางลาด กำลังต่อแถวอยู่ด้านหน้าของเธอ ห่างไปเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy