กลับถึงจวนเจ้าเมือง
ตอนนี้อิงเทาตื่นตะลึงกับฟ่านเสวี่ยหลีอย่างยิ่งในความคิดของเขานั้น ฟ่านเสวี่ยหลีเป็นปีศาจที่เข้าใจวิชาการปรุงยาสามารถทำให้นักปรุงยาระดับกลางเลื่อมใสและแลกลูกแก้วดาราสวรรค์ได้ช่างทรงพลังเสียจริง
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ เขาก็ยิ่งเป็นกังวลความแตกต่างระหว่างเขากับฟ่านเสวี่ยหลีนั้นมากเกินไปจนไม่มีสิทธิ์เรียกร้องให้ฟ่านเสวี่ยหลีช่วยรักษาอาการซ่อนเร้นให้
หัวใจของเขาเปี่ยมด้วยกังวลและตื่นตระหนก
องครักษ์จวนเจ้าเมืองนำเตาสำริดลงจากรถม้าและยกไปวางไว้ที่เรือนของฟ่านเสวี่ยหลี
พวกเขารู้สึกประหลาดใจว่าเหตุใดคุณชายรองจึงเลือกเตาไฟสำริดที่มีขนาดแตกต่างจากมาตรฐานมากแต่พวกเขารู้ดีถึงความเสเพลของคุณชายรอง พวกเขาจะกล้าถามมากได้อย่างไร จึงรีบเดินจากไป
ตอนนี้อิงเทายืนตัวตรงมือชิดข้างกายอยู่ข้างฟ่านเสวี่ยหลีหากเหล่าองครักษ์เมื่อครู่เห็นภาพในตอนนี้จะต้องตกตะลึงแน่นอนอิงเทากลายเป็นคนมีระเบียบเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน
อิงเทายืนนิ่งอยู่เช่นนั้นและสังเกตเห็นว่าฟ่านเสวี่ยหลีกำลังจดจ่อกับลูกแก้วดาราสวรรค์
ขณะนี้เป็นเวลาพลบค่ำ ลูกแก้วดาราสวรรค์กำลังส่องประกาย ทำให้ขอบฟ้าปรากฏดวงดาวสีแดงดวงหนึ่งเจิดจรัสอย่างยิ่ง
อิงเทาเห็นว่าลูกแก้วดาราสวรรค์นี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะจึงจดจ้องและโพล่งออกมาอย่างอดใจไม่ได้ว่า “ไข่มุขศักดิ์สิทธิ์หรือ”
เขาเคยเห็นลูกแก้วลักษณะนี้จากข้างกายท่านพ่อ เมื่อเทียบกันแล้วลูกแก้วของท่านพ่อมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่พื้นผิวของทั้งสองคล้ายคลึงกันมากท่านพ่อเคยเล่าว่ามันเป็นไข่มุขศักดิ์สิทธิ์ที่ได้มาจากหอยไข่มุกขนาดสี่ถึงห้านิ้วซึ่งหาได้ยากมาก และเมื่อส่องขึ้นฟ้า ตราบใดที่ฟ้าหลังฝนสดใสก็จะปรากฏลางมงคลอย่างเมฆเจ็ดสี
การที่ท่านพ่อยกสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่า เขาเชื่อว่าอย่างน้อยต้องเป็นวัตถุระดับเครื่องเงินและถูกเก็บรักษาเป็นเวลาหลายปี
“เจ้าเคยเห็นลูกแก้วแบบนี้มาก่อนหรือ” ฟ่านเสวี่ยหลีตะลึงเล็กน้อย
ตอนนี้ตบะของเขายังอ่อนแอมาก หากพบภัยอันตราย การมีเพลิงสัจธรรมไว้ใช้เป็นสิ่งสำคัญถ้ามีลูกแก้วดาราสวรรค์ก็เท่ากับว่ามีหลักประกันชีวิต
หลังจากที่เขาสำรวจอย่างละเอียดก็พบว่าลมปราณของลูกแก้วดาราสวรรค์นี้ไม่แข็งแกร่งมากสุดก็รองรับการใช้เพลิงสัจธรรมได้แค่สามครั้งเท่านั้น
หากมีลูกแก้วแบบนี้อีก มันก็เหมือนทุ่งเขียวขจีกลางทะเลทรายสำหรับเขา
“ท่านพ่อของข้ามีลูกแก้วแบบนี้ที่ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยแต่ท่านหวงแหนมันยิ่งชีพ...”อิงเทาเล่าสิ่งที่ตนเคยเจอเมื่อหลายปีก่อนออกมาด้วยความเร็วสูงสุดอย่างไม่ลังเล
ท่าทีอันกระตือรือร้นของเขาราวกับต้องการให้ฟ่านเสวี่ยหลีรีบรักษาเขาโดยเร็วที่สุด
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีฟังจบก็ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา เพียงพูดด้วยสีหน้าเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม“คุณชายอิง ดูเหมือนเจ้ากำลังร้อนใจกับเรื่องบางอย่างนะ”
การกระทำของอิงเทาในวันนี้ล้วนอยู่ในสายตาของเขา และเขาก็รู้สึกว่าอิงเทาเป็นผู้มีความสามารถที่ปลูกปั้นได้อิงเทาสามารถปรับปรุงนิสัยและเริ่มรู้จักอดทน อีกทั้งยังอาสาช่วยออกเงินไม่เช่นนั้นเขาคงต้องไปเอาเงินที่วัดหลี่เฉวียน
แต่เขาต้องการเก็บอิงเทาไว้อีกเสียหน่อยตอนนี้เขาอาศัยอยู่ที่จวนเจ้าเมืองจึงทำอะไรไม่สะดวกหากมีตัวแทนอย่างอิงเทาคอยช่วยงานก็จะสะดวกขึ้นมาก
แต่ว่าหยกที่ไม่ผ่านการเจียระไน ไม่อาจใช้การได้
“มิกล้าๆ” อิงเทาพูดต่อเนื่องอย่างเคารพเขาจะกล้าเร่งฟ่านเสวี่ยหลีได้อย่างไร เขารู้ซึ้งถึงฝีมือของฟ่านเสวี่ยหลีแล้วอีกทั้งฟ่านเสวี่ยหลียังเป็นถึงเจ้าแห่งปีศาจ เขายังกังวลว่าหากฟ่านเสวี่ยหลีโกรธตนจะถูกกินเข้าไปทั้งเป็น
“อย่างนั้นก็ดี” ฟ่านเสวี่ยหลีเดินไปตรงหน้าเตาสำริดจ้องมองวิญญาณราชาบัลลังก์ทมิฬที่อยู่ไม่ไกล คิ้วกระตุกเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้จากนั้นก็เอาสมุนไพรขัดเกลาร่างกายทั้งหลายที่ได้มาเมื่อวานวางบนมือแล้ววางลงบนเตาสำริด
เตาสำริดนี้เป็นธาตุหยางจึงเข้ากับเพลิงสัจธรรมและให้ผลลัพธ์ที่ดีเลิศ
ภายใต้การควบคุมของเขา สมุนไพรเหล่านั้นลอยขึ้นกลางอากาศ ปริมาณลำดับก่อนหลังและการผสานหยินหยางของสมุนไพรแต่ละชนิดล้วนเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบจากนั้นโอสถในเตาไฟก็ส่องแสงแวววาว
สำหรับเขาแล้ว เตาไฟยิ่งเล็ก ฤทธิ์ยาที่หลอมออกมาก็จะยิ่งรุนแรงการที่คนอื่นไม่สามารถควบคุมมัน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะควบคุมไม่ได้
การควบคุมอย่างชำนาญของฟ่านเสวี่ยหลีทำให้ราชาบัลลังก์ทมิฬและอิงเทาตะลึงพวกเขาไม่รู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็นปรมาจารย์ปรุงยา อีกทั้งยังไม่มีความรู้การปรุงยาแต่เมื่อพวกเขาเห็นการหลอมโอสถของฟ่านเสวี่ยหลีที่ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงอันไพเราะก็รู้สึกประทับใจอย่างอดไม่อยู่
มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดอย่างบอกไม่ถูก!
จากนั้นพวกเขาก็เห็นฟ่านเสวี่ยหลีเคลื่อนมือแสดงหัตถ์ชนิดหนึ่งออกมามันทำให้หมื่นอัคคีหลอมรวมโดยมีฟ้าดินเป็นหลัก ทำให้สมุนไพรทั้งหมดหลอมรวมกันในทันที
หัตถ์นี้ลึกล้ำยากเกินเข้าใจ แต่เมื่อหัตถ์นี้ปรากฏขึ้นเตาไฟทั้งอันก็ส่องแสงแวววาว!
แน่นอนว่ามันคือตราหมื่นอัคคีของฟ่านเสวี่ยหลี
การหลอมโอสถประสบความสำเร็จ ในหนึ่งเตามีโอสถขัดเกลาร่างกายสิบเม็ด
สำเร็จด้วยดี!
นักปรุงยาระดับสูงมีโอกาสหลอมโอสถสำเร็จสี่ส่วนอาจารย์ปรุงยามีโอกาสเจ็ดส่วน แต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับมีอัตราความสำเร็จเต็มสิบส่วน
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อมีการส่งเสริมจากเตาไฟสำริดบนโอสถขัดเกลาร่างกายจึงมีรัศมีแสงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั้น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การยกระดับฤทธิ์ยาขึ้นหนึ่งส่วน!
โอสถนี้มีฤทธิ์ยาเทียบกับโอสถที่ฟ่านเสวี่ยหลีเคยหลอมขึ้นจากต้นปู้หลีเพื่อท่านแม่แต่การหลอมได้สิบเม็ดในเตาเดียวถือเป็นความดีความชอบของเตาไฟสำริด
หากนักปรุงยาเหล่านั้นเห็นฟ่านเสวี่ยหลีทำได้ถึงระดับนี้เกรงว่าต้องตะลึงกันถ้วนหน้าแน่
หลังจากที่ใช้ตราหมื่นอัคคี ฟ่านเสวี่ยหลีก็เผยสีหน้าเหนื่อยล้านิดๆออกมา ระดับพลังของเขายังไม่มั่นคง และตราหมื่นอัคคีก็เผาผลาญพลังมากเกินไปสำหรับเขาตอนนี้
เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีหลอมโอสถสำเร็จ อิงเทากลับเผยสีหน้าผิดหวังตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีหมดเรี่ยวแรงแล้ว แล้วจะไปมีแรงเหลือช่วยปรับวิชาและลมปราณบนตัวเขาได้อย่างไร
โรคซ่อนเร้นในตัวเขาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหัตถ์ธรรมดาทั่วไปแน่!
แต่เขายังคง "ฝืนยิ้ม" และแสดงสีหน้าชื่นชม
ฟ่านเสวี่ยหลีเหลือบมองอิงเทาแล้วยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าเขามองออกถึงความคิดของอิงเทาแต่ไม่พูดออกมา จากนั้นก็เคลื่อนมือโยนโอสถขัดเกลาร่างกายเม็ดหนึ่งให้กับวิญญาณราชาบัลลังก์ทมิฬ
วันนี้วิญญาณราชาบัลลังก์ทมิฬเป็นห่วงฟ่านเสวี่ยหลีอยู่ตลอดเมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีนำเตาสำริดกลับมาได้อย่างราบรื่นก็รู้สึกโล่งใจเพราะตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีถูกตระกูลฟ่านหมายหัว หากถูกจำได้จะเป็นอันตราย
เขายังรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฟ่านเสวี่ยหลีในตอนนี้คือการทำให้ระดับพลังมั่นคงดังนั้นโอสถขัดเกลาร่างกายนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อฟ่านเสวี่ยหลีแต่เขาคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะโยนโอสถขัดเกลาร่างกายให้เขา
ตนเป็นวิญญาณไม่ใช่หรือ จะกินโอสถขัดเกลาร่างกายนี้ได้อย่างไร
เขาหันมองฟ่านเสวี่ยหลีด้วยความสงสัยแต่เห็นฟ่านเสวี่ยหลีพยักหน้าให้เขาเบาๆ ราวกับแฝงไปด้วยความปลุกเร้าเล็กน้อย เขายิ่งรู้สึกสงสัยหรือว่าฟ่านเสวี่ยหลีต้องการให้เขาทดสอบฤทธิ์ยา?
จากนั้นเขาก็กินโอสถขัดเกลาร่างกายเข้าไป
ทันทีที่กินโอสถขัดเกลาร่างกายเข้าไป เขาก็รู้สึกถึงลมปราณอันรุนแรงที่พุ่งเข้าสู่ดวงวิญญาณลมปราณนั้นราวกับแสงสีทองที่นำพาอำนาจแห่งฟ้าดินทะลุผ่านทั่วร่างกายของเขาและสาดส่องเป็นรอยร้าวนับไม่ถ้วนออกมาจากดวงวิญญาณ มันกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
“แย่แล้ว!”เขาตื่นตะหนก โอสถขัดเกลาร่างกายนี้มีพลังย้อนกลับอันรุนแรงต่อเขา
แต่เขาพลันพบว่าหลังจากที่ดวงวิญญาณถูกโจมตีโอสถขัดเกลาร่างกายนั้นก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่นขึ้น และเติมเต็มเข้าสู่ดวงวิญญาณของเขา ทำให้จิตวิญญาณราวกับถูกปกป้องด้วยฤทธิ์ยาบางอย่างประหนึ่งเกิดเป็นเสาหลักอันแข็งแกร่งแม้ฟ้าถล่มดินทลายก็สามารถหล่อเลี้ยงร่างกายให้สมบูรณ์
เขารู้สึกว่าดวงวิญญาณของตนเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆ !
“มันเป็นไปได้อย่างไร” ราชาบัลลังก์ทมิฬยังรู้สึกเหมือนตนขาดแคลนความรู้เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าดวงวิญญาณสามารถยกระดับได้ด้วยโอสถขัดเกลาร่างกาย!
ก่อนหน้านี้ที่ฟ่านเสวี่ยหลีเคยบอกว่าจะหลอมเนื้อกายให้เขาตอนนี้ก็ได้ทำอย่างที่พูดแล้ว เห็นได้ชัดว่าโอสถขัดเกลาร่างกายนี้หลอมขึ้นเพื่อเขา
เชื่อว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาอาจจะหลอมเนื้อกายสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เขาพลันนึกถึงตะขอปะการังราชาที่ฟ่านเสวี่ยหลีเตรียมไว้ให้ตนเมื่อวานขึ้นมาจนรู้สึกอุ่นใจอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นวิญญาณราชาบัลลังก์ทมิฬแข็งแกร่งขึ้นจากการกินโอสถขัดเกลาร่างกายอิงเทาก็ถึงกับเบิกตากว้าง!