“สือโถว...ครั้งนี้ คงจะ...ตายแน่แล้ว”ป้ากวนพูดเสียงสะอื้น
ผมรู้ว่าสถานการณ์เป็ไปในทางร้าย เพราะผมขานรับการเรียกของผีสมิงสองครั้งติดๆกัน
“ตุบๆ ตุบๆ ตุบๆ”ผมรู้สึกได้ว่าหัวใจผมเต้นช้าลงทุกทีราวกับถูกถ่วงด้วยตุ้มน้ำหนักหนักร้อยชั่งสองอัน แทบจะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว พร้อมกับรู้สึกเวียนหัวตาลายได้แต่ยืนพิงกรอบประตูไว้
ท่านอินเก้ากับอีกสามคนเห็นท่าทางผมแปลกๆก็มีทั้งที่เยาะเย้ย ที่สงสาร ที่มากกว่าคือสมน้ำหน้า
“เวลานี้ไม่เอากระจกวารีโหรเทพออกมางั้นก็เอาความลับของสกุลเซี่ยลงนรกไปเถอะ” หนึ่งในนั้นพูดเยาะเย้ย
“หวือ หวือ”ผมได้ยินเสียงลมพัดมาเป็ระลอก
คนจี่หนานดั้งเดิมต่างรู้ว่าลมคือต้นทางของฝนคืนวสันต์ลมแรง ฝนใกล้ตกแล้ว
ผมหวังว่าขณะนี้จะมีฝนตกห่าใหญ่มาช่วยดับไฟแค้นในใจผมยิ่งปรารถนาว่าฝนนี้จะช่วยชะล้างโลกที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงโป้ปดมดเท็จให้หมดไปคืนเมืองจี่หนานที่เป็ระเบียบและสะอาดหมดจดให้ผม แต่สภาพของผมแย่ลงทุกทีที่เอวเหมือนถูกกรอกด้วยตะกั่ว หนักอึ้งจนถ่วงลงไปต่อให้พิงกรอบประตูอยู่ก็แทบไม่มีแรงยัน
“ลาก่อนจี่หนาน”ผมรู้สึกว่าสายตาตัวเองพร่ามัวยิ่งขึ้นทุกทีแสงไฟทั้งในและนอกห้องทั้งหมดเปลี่ยนเป็แสงสีเหลืองสลัว
ผมรู้ว่าคนที่ิญญาถูกผีสมิงคร่าไปนั้นไม่ช้าจะกลายเป็สมุนของพวกมันเดินไปบนเส้นทางการเป็ผีสมิงรับใช้เสือไปตลอดกาล
“ผมกำลังจะตายแล้วหรือคนสุดท้ายของสกุลเซี่ยที่ยังมีชีวิต เคยเต็มไปด้วยความหวังที่จะแก้แค้นให้พี่ใหญ่และแบกรับคำสั่งเสียทั้งหมดของปู่...ผมตายแล้ว ถึงตายก็จะไม่อาจกลายเป็ผีสมิงไปทำร้ายคนอื่น...ป้ากวนถ้าผมกลายเป็ผีสมิงขอให้รีบฆ่าผมซะ! ฆ่าผม...” ผมรวบรวมสติสายสุดท้ายแล้วะโออกไปด้วยพละกำลังที่เหลือ
ผมไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง แล้วค่อยๆมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน รู้สึกเพียงความมืดดำราวกับอสุรกายั์ที่ค่อยๆกลืนผมเข้าไป
“บางทีปลายสุดคือนรกขุมที่สิบแปดหรือว่าผีสมิงคือผีแห่งผีที่หนีออกมาจากนรกขุมที่สิบแปด แม้แต่พญายมยังควบคุมพวกมันไม่ได้แสดงถึงความโหดร้ายของผีสมิง...” สติผมเดี๋ยวแจ่มใส เดี๋ยวพร่ามัวเดี๋ยวรู้สึกว่าิญญาแยกออกจากร่างตายกลายเป็ผีแล้ว เดี๋ยวกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังนอนบนเตียงความรู้สึกหวาดกลัวทั้งหมดเป็แค่ฝันร้ายเท่านั้น
ฝันยังไงก็ต้องตื่นถ้าเช่นนั้นผมจะตื่นในนรกขุมที่สิบแปด เจอกับูเาดาบ กระทะน้ำมันเจอั์เจอผีร้ายหรือไม่ หรือว่าเื่ราวต่างๆ ที่ผ่านมาล้วนเป็แค่ความฝันพอตื่นขึ้นพ่อแม่และพี่ใหญ่ล้วนยังอยู่ดีแม้แต่ปู่ก็เป็คนปกติที่สติดีและกระฉับกระเฉงเหมือนในตำราโบราณที่กล่าวว่าจวงจื่อคิดว่าชีวิตของเขาคือความฝันส่วน่ที่กลายเป็ผีเสื้อนั้นกลับเป็ความจริงถ้าเช่นนั้นจะพูดได้หรือไม่ว่าที่ผมมีชีวิตอยู่ที่บ้านเก่าบนถนนชวีสุ่ยถิงยี่สิบกว่าปีนั้นเป็ความฝันส่วนขณะนี้กำลังจะไปถึงอีกฝั่งของความฝัน สิ่งที่รอผมอยู่อีกฝั่งคืออะไร
ขณะที่คิดอยู่ความรู้สึกร่วงหล่นลงไปก็หยุดลงกะทันหันผมยืนไม่มั่นคง เกือบจะล้มหัวคะมำไปข้างหน้า
มีเสียงดังแชะตะเกียงดวงหนึ่งสว่างขึ้นตรงหน้าผม รอจนผมมองเห็นชัดเจน ตะเกียงนั่นกลับไหม้อยู่บนปลายนิ้วชี้ขวาของชายวัยกลางคนคนหนึ่งไม่มีทั้งตัวตะเกียงและไส้ตะเกียง มีเพียงเปลวไฟขนาดเท่าเม็ดถั่วลิสงเท่านั้น
ชายวัยกลางคนมีดวงตาที่เรียวยาว คิ้วที่บางยาวแทบจะจดจอนผม
เขายืนอยู่หลังแสงตะเกียงจ้องมองผมไม่วางตาจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบน สิบกว่ารอบ สุดท้ายสายตาเขาหยุดบนใบหน้าผม
ผมเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ไม่รู้ว่าควรจะถามอะไร
ในสภาพเช่นนี้ทุกคำถามที่ผมสามารถนึกได้ล้วนเป็คำถามโง่ๆในเมื่อไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนแปลกหน้าคนนี้ ถ้าถามก็เท่ากับเสียเปล่าสู้รอให้อีกฝ่ายพูดก่อนดีกว่า
“จี่หนานเป็ที่ที่ดีเป็เมืองแห่งน้ำพุและทะเลสาบ ผู้คนโดดเด่น ผืนดินล้ำเลิศในประวัติศาสตร์มีบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากมายมาถึงยุคใกล้ก็ยิ่งมีวีรบุรุษผู้กล้านับไม่ถ้วน ดังนั้นก่อนจะมาที่นี่ฉันคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถผูกมิตรกับยอดคนที่เป็วีรบุรุษรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นแต่เธอทำให้ฉันผิดหวัง ฉันเฝ้าสังเกตเธอมานานแล้ว นอกจากแซ่ตระกูลแล้วฉันมองไม่เห็นอะไรที่น่าสนใจบนตัวเธอเลย บางทีนี่อาจเป็ความผิดพลาดโชคชะตาเปลี่ยนไปมา ชะตาชีวิตมีขึ้นมีลง คนเรามีโอกาสมากมายที่จะผิดพลาดไม่ว่าตระกูลใหญ่แค่ไหนก็อาจเกิดผู้สืบทอดปลอมได้ เธอน่าจะเป็หนึ่งในนั้น”เขาพูดอย่างเ็า
ผมตั้งสติ แล้วค่อยๆ ฟังที่เขาพูดเข้าใจ
แน่นอนว่าผมแซ่เซี่ย แต่ในสายตาเขาผมไม่มีคุณสมบัติที่จะสืบทอดสกุลเซี่ยธรรมดาสามัญราวกับมดปลวก ดังนั้นแม้ในสำมะโนครัวจะใช้ชื่อว่าเซี่ยเทียนสือแต่เท่ากับไม่มีความเกี่ยวข้องกับสกุลเซี่ย
“ผมยังมีชีวิต”นี่เป็เื่ที่ปลอบใจคนได้ดีที่สุด คนอื่นจะประเมินผมอย่างไร นั่นเป็เื่ภายหลังแล้ว
“ขอบคุณครับที่ช่วยชีวิตผม”ผมค้อมคำนับเขา
“ฮ่าๆ ช่วยเธอรึ” เขาสั่นหัว แล้วกรีดนิ้วออกไปปลายนิ้วทั้งห้านิ้วมีเปลวไฟสว่างขึ้น “ฉันจะช่วยเธอหรือก็แค่ยับยั้งไม่ให้ผีสมิงกินคน ทำให้เธอกลายเป็ลูกสมุนไปด้วยเมืองจี่หนานสงบสุขมานานเกินไปแล้ว ปีศาจชั่วร้ายต่างเหิมเกริม ไม่เห็นยอดฝีมือฝ่ายธรรมะอยู่ในสายตาที่ฉันมาเพื่อปราบมารร้าย ถ้าเธอกลายเป็ผีสมิง ฉันจะยังฆ่าอยู่ดี”
ผมนึกถึงตัวอักษรคำว่าตายบนหนวดของเสี่ยวทังจึงถามเสียงเบา “คุณคือเ้าของวิชาพู่กันผีชี้ชะตาใช่ไหม”
ในความมืดชายวัยกลางคนดีดนิ้วมืออีกข้างปลายนิ้วทั้งห้านิ้วมีเปลวไฟสว่างขึ้นทันที
“ขอบคุณครับ” ผมพูดจากใจจริง
ที่ฆ่าเสี่ยวทังคือคนแคระประหลาดแต่คนที่ชี้ชะตาให้เสี่ยวทังตายนั้นคือคนตรงหน้าคนนี้
“ลักษณ์เกิดจากใจ ชะตากำหนดไว้แล้วที่เขาตายเป็เื่ของเขา ขอบใจฉันทำไม” เขาถาม
ใบหน้าผมร้อนผ่าวขึ้นทันที เพราะคำว่า“ขอบคุณ” เป็การเผยถึงการไร้ความสามารถของผมคนคนหนึ่งถูกลบหลู่เพราะตัวเองไร้ความสามารถสกุลเซี่ยถูกลบหลู่เพราะทั้งครอบครัวไร้ความสามารถกลับต้องอาศัยกำลังคนอื่นมากำจัดศัตรู ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งและผู้สืบทอดคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ของสกุลเซี่ยผมรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเกินไป ย่ำแย่เกินไป
“ฉันไม่ทำอะไรเพราะผู้ใดทั้งสิ้นเหมือนลมบนกำแพงั์ มาเอง ไปเอง หยุดเอง จากไปเอง...” เขาชูสองมือขึ้นตรงหน้าผม
มีแสงเงาที่สั่นไหวขวางอยู่เขายังคงพูดอย่างหยิ่งผยองต่อ “เธอ สำหรับฉันแล้วเป็เพียงเหยื่อล่อเท่านั้น ในแม่น้ำมีปลามีัถ้าไม่มีเหยื่อล่อ จะคอยดักจับได้อย่างไร ที่ฉันลงมือช่วยเธอ แค่้าให้เหยื่อล่ออย่างเธอมีชีวิตยาวขึ้นอีกหน่อยเพื่อตกปลาตัวใหญ่ขึ้น ดังนั้นไม่ต้องขอบใจ ช่วยไม่ช่วยเป็เื่ที่เส้นชะตาของฉันกำลังดำเนินไปเป็หรือตายเป็ดวงชะตาเธอกำหนด...ช่างเถอะ สัจธรรมที่ลึกล้ำสุดขีดแบบนี้ เธอไม่มีวันเข้าใจและไม่จำเป็ต้องเข้าใจหรอก”
ผมพยายามยืดหลังให้ตรง ไม่พูดอีกเลี่ยงไม่ให้ถูกอีกฝ่ายลบหลู่
“หัตถลักษณ์ของเธอ...” เขาพูด
ผมกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัวป้องกันไม่ให้เขาเห็นเส้นลายมือผม
เขาหัวเราะ “กำให้แน่น กำให้แน่น เส้นลายมือต้องอาศัยดวงตามองจึงจะเข้าใจงั้นหรือช่าง...ไม่ประสีประสาเลย ไม่ประสีประสา...หัตถลักษณ์ของเธอนั้นธรรมดาสามัญไปกว่านี้ไม่ได้แล้วคนทั่วโลกเจ็ดพันล้าน ประเทศจีนพันหกร้อยล้านอย่างน้อยเก้าส่วนที่มีเส้นลายมือแบบนี้ ไม่มีความหมายอะไรเลย พื้นๆ มากเหมือนเศษน้ำแข็งที่ทะเลอาร์กติก ล่องลอยไปตามน้ำ สุดท้ายไม่รู้พบจุดจบอย่างไรไม่ส่งผละเือะไรต่อโลกใบนี้เลย จริงสิ ฉันบอกไปแล้ว เธอก็แค่เหยื่อล่อเท่านั้นไม่ว่าเธอจะเป็ไส้เดือนหรือก้อนแป้ง เป็แมลงวันหรือแมลงปีกแข็งล้วนมีอยู่เพื่อชั่วขณะที่ให้เหยื่องับเบ็ดเท่านั้นนอกจากนี้แล้วก็ไม่มีความหมายอะไร จี่หนานที่มีทัศนียภาพงดงามดุจภาพวาดสกุลเซี่ยที่เคยรุ่งโรจน์ระยะหนึ่ง สุดท้ายกลับเหลือเพียงเธอ...ฮ่าๆ วันเวลาผ่านไปสภาพแวดล้อมเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน ต้นไม้ใหญ่เขียวขจี กลับออกผลแย่ๆ แบบนี้น่าหัวเราะ น่าหัวเราะ...”
ผมไม่รู้จะพูดตอบอย่างไร ต่อหน้าป้ากวนและท่านอินเก้ากับพวกผมยังไม่มีอะไรจะพูด ถูกคนดูแคลน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายวัยกลางคนผู้นี้ซึ่งเชี่ยวชาญวิชาพู่กันผีชี้ชะตาซ้ำยังทำให้ท่านอินเก้าขวัญผวาได้
“ผมเข้าใจแล้ว ขอบคุณที่อบรม” ผมข่มโทสะและความคับแค้นในอกไว้พูดขอบใจอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งที่สุด พร้อมกับค้อมคำนับต่ำ
ในเมื่อฝีมืออ่อนด้อยกว่าคนอื่นไม่จำเป็ต้องฝืนไปฮึดสู้
คำกล่าวที่ว่า “ถ่อมตนศึกษาไม่อายที่จะถาม” ในคัมภีร์หลุนอวี่นั้น เป็วิธีการที่ผมควรจะยึดถือ
“ฉันจะอบรมเธอได้หรือ ฮ่าๆ แปลกจริงๆ” ท่าทีเขาต่อผมเปลี่ยนไปจนน่าแปลกใจเขามองสำรวจผมครู่หนึ่ง ทยอยดับไฟที่ปลายนิ้ว แล้วร้องเตือนเบาๆ“ศัตรูกล้าแข็งมาแล้ว อย่าส่งเสียง”
ผมยังไม่ทันตั้งสติเขาก็ยื่นมือมาปิดปากผมแล้ว
ฝ่ามือเขามีไอเย็นแผ่ออกมา ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่ใต้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงหนาวสั่นทันที
“พวกเรามีข้อตกลงกับคุณหนูโอริทามาชิ เื่ที่เธอตกลงกับเรายังมีผลไหม”
ผมได้ยินเสียงท่านอินเก้าเสียงดังอยู่ข้างหน้าผมห่างออกไปสิบกว่าก้าว ที่แท้เมื่อกี้ที่ผมตกลงไปอย่างไม่เห็นก้นเหวนั้นเป็การเปลี่ยนของจิติญญาและความคิดอย่างกะทันหันตัวผมยังอยู่ในบ้านเก่า ไม่ได้ไปไหนไกล
“เรา้าของสิ่งนั้นเท่านั้น”มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น เหมือนป้ากวนกำลังพูด แต่ไม่ใช่อย่างสมบูรณ์
“เราไม่้าของสิ่งนั้น แต่้าเงิน”ท่านอินเก้าแสดงเจตนาเดิมของตนอย่างเปิดเผย
“เรา้าเพียงของสิ่งนั้นเท่านั้น”ผู้หญิงคนนั้นพูดซ้ำอย่างเ็า
“ขอเชิญคุณหนูโอริทามาชิปรากฏตัวเถอะเราจะคุยกับเธอ” ท่านอินเก้าทำได้เพียงอธิบายอีก
“เรา้าของสิ่งนั้นเท่านั้น”หญิงคนนั้นพูดประโยคนั้นซ้ำ ราวกับเสียงที่ดังมาจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติ
“เวรเอ๊ย เราเองก็ไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นอยู่ไหน”คนที่มากับท่านอินเก้าอดสบถออกมาไม่ได้ “แกฟังให้ดี เรามาเพื่อเงินเสี่ยวทังตายแล้ว ส่วนแบ่งลดลง แต่ยอดเงินลดลงไม่ได้”
พอเสียงนั้นหยุดลง ท่านอินเก้าก็พูดด้วยความใ“โปรดออมมือด้วย...”
ในมุมมืด มีคนล้มลงกับพื้นเืพุ่งออกจากคอหอยเป็สาย มือเท้าสั่นกระตุกร้องครางเสียงแหบพร่า...เสียงอึกทึกดังแสบแก้วหู น่าจะเป็คนแคระหญิงสังหารคนที่ปากมากในชั่วพริบตา
“เรา้าของสิ่งนั้นเท่านั้น ค้นดูเดี๋ยวนี้เลยขุดดินที่นี่ขึ้นมาให้หมด ค้น” หญิงคนนั้นพูด
บ้านเก่าไม่ใหญ่ ถ้ามีคนพอในคืนเดียวสามารถขุดลึกสามศอกได้
“ฉันจะคุยโทรศัพท์กับคุณหนูโอริทามาชิ”ท่านอินเก้าไม่ยอมแพ้ พูดแย้งเสียงแข็ง
“โทรเลย” หญิงคนนั้นตอบ
ผ่านไปไม่กี่วินาทีในความมืดด้านขวาของเรามีเสียงริงโทนดังขึ้นเป็เสียงเพลงโซรันบูชิซึ่งเป็เพลงพื้นบ้านของญี่ปุ่น แม้ว่าจะเป็เพลงที่ปรับให้ง่ายสำหรับใช้กับมือถือแต่ให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นเข้มข้น
คนจีนน้อยมากที่จะใช้ทำนองเพลงญี่ปุ่นเป็เสียงริงโทนโดยเฉพาะเมืองจี่หนานซึ่งเป็เมืองพิเศษที่มีการต่อต้านญี่ปุ่นอย่างหนัก ยากมากที่จะได้ยินเสียงเพลงโซรันบูชิ
“ท่านอินเก้าโทรหาคุณหนูโอริทามาชิคนญี่ปุ่นมีเสียงมือถือดังขึ้นทางนี้ หรือคุณหนูโอริทามาชิอยู่ในความมืด แย่แล้วที่ชายวัยกลางคนบอกว่าศัตรูกล้าแข็งก็คือหล่อน...”
ผมใช้เวลาเพียงสามวินาทีระหว่างที่เสียงมือถือดังขึ้นจนเข้าใจเื่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นที่ข้างหู “วิ่งไปทางซ้ายสิบสองก้าว”
จากนั้นเขาจึงผลักด้วยสองมือทำให้ผมแทบลอยขึ้นจากพื้น พุ่งทะยานไปทางซ้ายอย่างควบคุมไม่ได้
พูดไปแล้วก็แปลก พอห่างออกไปสิบสองก้าว จู่ๆพลังที่เขากระแทกใส่ร่างผมก็สลายไปจนหมด ผมยืนอย่างมั่นคงทันที
นับั้แ่ชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้น เขาคอยเล่นงานผมแต่เมื่อเผชิญกับศัตรูชาวญี่ปุ่น เราสองคนที่เป็ชาวจีนย่อมต้องร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูร่วมกันดังนั้นผมจึงยินดีทำตามคำสั่งเขา เพื่อช่วยกันกำจัดผีญี่ปุ่นผู้รุกราน
เสียงริงโทนดังต่อเนื่องแต่ละเสียงมีแรงทะลุทะลวงสูงมาก ดังเข้าหูผมอย่างชัดเจน
ตามประวัติศาสตร์ที่ผมเรียนรู้นั้นโจรญี่ปุ่นเป็ศัตรูคู่อาฆาตกับชาวจีนมาเนิ่นนานนับจากโจรสลัดญี่ปุ่นในสมัยราชวงศ์ิจนถึงยุทธนาวีเจี่ยอู่จากนั้นเป็ทัพพันธมิตรแปดชาติรุกราน สามมณฑลอีสานถูกญี่ปุ่นยึดครองและกรณีสะพานหลูโกวในเหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์แต่ละครั้งนั้นมีชาวจีนนับไม่ถ้วนเสียชีวิตใต้คมดาบซามูไรของโจรญี่ปุ่นเพราะฉะนั้นปัจจุบันต่อให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ที่มาจากญี่ปุ่นได้รับความสะดวกที่มาจากเทคโนโลยีขั้นสูงแต่ยังคงมีท่าทีต่อโจรญี่ปุ่นไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ “ชนเผ่าต่างชาติย่อมมีความคิดต่างกัน ต้องคอยป้องกันความมุ่งร้ายทะเยอทะยานของอีกฝ่าย”
ประวัติศาสตร์เหมือนกันอย่างน่าประหลาดพวกญี่ปุ่นน่าเคียดแค้น แต่ในหมู่คนจีนทุกยุค จะมีคนที่ยอมทำตัวเป็ไส้ศึกยอมถือโจรเป็พ่อเพื่อผลประโยชน์ แต่ร้อยปีที่ผ่านมา ในรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งเกิดคนทรยศชาติมากเกินไปชื่อแซ่คนเหล่านี้ได้ถูกสลักไว้บนเสาแห่งความอับอายทางประวัติศาสตร์แล้ว วันนี้คนอย่างท่านอินเก้าก็เป็คนทรยศชาติประเภทหนึ่งเพียงแต่ฐานะทางสังคมของพวกเขาต่ำกว่า ยังไม่ถึงขั้นที่จะถูกบันทึกเป็พวกขายชาติเพื่อหวังความเจริญก้าวหน้า
“ในเวลาแบบนี้คุณสามารถกวาดตามองประวัติศาสตร์เอเชียแสดงความรู้สึกะเืใจออกมา นับว่าเป็คนที่ไม่แสดงอาการใแม้ภูผาจะถล่มลงตรงหน้า...”เสียงเ็าของหญิงสาวดังขึ้นข้างหูผม
ผมหันขวับไป รอบๆ มืดสนิทยื่นมือออกไปมองไม่เห็นห้านิ้ว
“แต่ฉันต้องขอบอกคุณว่าประวัติศาสตร์เอเชียเป็เพียงส่วนเล็กๆที่ไม่สลักสำคัญของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ใบไม้เพียงใบเดียวบังตา ทำให้มองไม่เห็นป่าทั้งผืนขอเพียงสลัดอคติทางเชื้อชาติออกไป มองย้อนประวัติศาสตร์ในมุมที่สูงกว่าจึงจะมองเห็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ได้” ผู้หญิงคนนั้นพูดต่อ
“ภารกิจที่ยิ่งใหญ่อะไร”ชายวัยกลางคนนิ่งเงียบตลอดเวลา ผมจึงเอ่ยถามแทน
“คุณย่อมจะรู้” หญิงสาวตอบ
ตอนที่โจรญี่ปุ่นรุกรานประเทศจีนใช้คำพูดสวยหรูว่าวงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพาเพื่อหลอกลวงชาวจีนแต่คนที่พอจะมีวิจารณญาณบ้างย่อมรู้ว่าคำว่าวงไพบูลย์ร่วมนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ไม่เสมอภาคโดยที่คนญี่ปุ่นเป็อันดับหนึ่ง ประเทศเอเชียอื่นเป็อันดับรองทันทีที่คำหลอกลวงนี้หยั่งลึกลงไปในระบอบสังคม ชนชาติยามาโตะแห่งญี่ปุ่นก็จะกลายเป็ผู้ปกครองแห่งเอเชียชนชาติอื่นตกเป็ทาสที่สิ้นชาติ ถูกย่ำยีตามอำเภอใจ
โชคดีที่จีนทำการต่อต้านอย่างเข้มแข็งหลังาต่อต้านแปดปีก็รบชนะญี่ปุ่นผู้รุกราน ได้เอกราชของชาติคืนมาทำให้ประชาชาติจีนที่ยิ่งใหญ่ไม่ตกเป็เมืองขึ้นของใครให้เป็ที่อับอายไปทั่วโลก