ในห้องทำงานของหลี่จิ้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่เข้ามารายงานดังก้องขึ้น ทันทีที่หลี่จิ้งรับฟังรายงานเกี่ยวกับการลอบโจมตีทันย่าโดยกลุ่มมอนสเตอร์ลับ
ใบหน้าของชายชราผู้นี้เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและดุดัน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเคืองอย่างชัดเจน
“องค์กรมอนเตอร์...ในที่สุด พวกมันก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง!”
หลี่จิ้งพูดขึ้นเบาๆ แต่เสียงของเขาแฝงไปด้วยความรุนแรงและโทสะที่ถูกระงับไว้
เขารู้ดีว่าองค์กรนี้เป็นศัตรูที่เงียบและอันตรายมาตลอด ไม่เคยมีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับพวกมันในสังคมภายนอก
แต่ผู้นำองค์กรต่างๆและนักสู้พันธุกรรมทรงพลังเช่นหลี่จิ้ง ต่างรู้ดีถึงการมีอยู่ขององค์กรนี้ พวกมันคือองค์กรของมอนสเตอร์ที่มีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือการกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สิ้นซาก
ตัวของชายชราเคยเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของพวกมันมาตลอดหลายปี
แต่พวกมันก็ทำงานอย่างลับๆ และซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเสมอ ครั้งนี้การลอบโจมตีทันย่าคือสัญญาณว่ามันไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป
พวกมันเห็นในตัวทันย่าว่าเป็นภัยคุกคามที่อาจทำลายแผนการระยะยาวของพวกมัน และนั่นทำให้พวกมันเร่งมือที่จะลงมือกำจัดเขา
“พวกมันคิดจริงๆหรือว่าจะสามารถจัดการกับทันย่าได้ง่ายดายเช่นนั้น?”
หลี่จิ้งพูดกับตัวเอง ขณะที่ดวงตาเฉียบคมของเขาจ้องมองออกไปยังท้องฟ้าผ่านหน้าต่าง
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของทันย่าเพียงคนเดียว มันเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติทั้งหมด
ราชันสงครามที่ยืนรอคำสั่งจากหลี่จิ้งรู้สึกได้ถึงบรรยากาศหนักอึ้ง เขาไม่เคยเห็นเทพสงครามแสดงอารมณ์เช่นนี้มาก่อน ความโกรธของหลี่จิ้งไม่ใช่เพียงแค่ความไม่พอใจ มันเป็นความรู้สึกที่สะสมจากการเห็นภัยร้ายที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“ข้าเฝ้ารอเวลานี้มานาน พวกมันหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมามากพอแล้ว แต่ครั้งนี้พวกมันลงมือพลาด ทำให้ข้าได้เบาะแสที่ชัดเจนกว่าเดิม!”
หลี่จิ้งเอ่ยขึ้นในขณะที่กำมือแน่น เสียงของเขามั่นคงและเด็ดขาด จากนั้นเขาก็ได้สั่งการออกไป
“ส่งข่าวไปยังทุกกองบัญชาการ เตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่”
“ถ้าเจอพวกมันให้กำจัดในทันที ข้าไม่ต้องการให้มอนสเตอร์พวกนี้หนีรอดไปได้อีกต่อไป!”
ราชันสงครามภายในห้องโถงที่ได้รับคำสั่งต่างโค้งคำนับและรีบออกไปปฏิบัติตามทันที
หลี่จิ้งยืนอยู่คนเดียวในห้อง ความคิดของเขาหมุนเวียนเกี่ยวกับองค์กรมอนเตอร์และแผนการที่จะยุติภัยคุกคามนี้
“ทันย่า... ข้าไม่รู้ว่าตัวของเจ้าจะเข้าใจขอบเขตของภัยที่ได้กำลังเผชิญอยู่หรือไม่?”
“แต่เจ้าคือกุญแจสำคัญในเรื่องนี้ หากเจ้าสามารถก้าวข้ามพวกมันไปได้ โลกของเราจะมีโอกาสรอดพ้นจากเงามืดนี้”
ชายชราคิดจบก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของทั้งมวลมนุษยชาติ
หลี่จิ้งอาจมองทันย่าด้วยความคาดหวัง ว่าจักรพรรดิสงครามคนนี้จะกลายเป็นผู้ปกป้อง และผู้นำในการต่อสู้กับศัตรูที่เป็นภัยต่อมนุษยชาติ
แต่สิ่งที่หลี่จิ้งไม่เคยคาดคิดเลยคือเป้าหมายที่แท้จริงของทันย่าเอง ทันย่าไม่ใช่มนุษย์—เขาคือเบฮีมอท สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้าง แปรเปลี่ยนมาเพื่อทำลายล้างและครอบงำทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เป้าหมายของเขาไม่เคยเกี่ยวข้องกับการปกป้องหรือช่วยเหลือมนุษย์ ทันย่าเพียงใช้ตำแหน่งจักรพรรดิสงครามเป็นเครื่องมือในการสั่งสมพลังและอิทธิพล เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุด—การกวาดล้างมนุษย์ให้สูญสิ้น
ขณะที่หลี่จิ้งและเหล่าราชันสงครามยังคงวางใจในตัวทันย่า เห็นเขาเป็นผู้มีอำนาจที่จะนำพามวลมนุษย์ออกจากเงามืดของศัตรูจากเผ่าพันธุ์มอนสเตอร์ ทันย่ากลับดำเนินแผนการของตนเองอย่างลับๆในใจของเขา มีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น
“พวกแกคิดว่าฉันจะเป็นผู้นำที่ฝากความหวังได้... แต่พวกแกคิดผิด ฉันคือสิ่งที่พวกแกต้องกลัวที่สุด และทั้งหมดจะได้รู้ในไม่ช้า!”
ทันย่าพึมพำกับตนเองเมื่ออยู่คนเดียว ท่ามกลางความมืดที่ล้อมรอบตัวของเขา
ด้วยพลังและตำแหน่งของเขา ทันย่ามีอำนาจที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษย์ แต่ไม่ใช่ในทางที่พวกเขากำลังคาดหวัง เพราะตัวของเขาคือศัตรูที่อยู่ใกล้ชิดมากที่สุด แฝงตัวอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของพวกเขาเอง และเมื่อเวลานั้นมาถึง มันจะไม่มีโอกาสให้มนุษย์ได้เตรียมตัวอีกต่อไป
ในตอนนั้น ดาวาลที่กำลังแฮกเข้าระบบสมาพันธ์โลกก็ได้พบเจอกับข้อมูลดังกล่าว
[เจอแล้วละศิษย์รัก พวกมันเรียกตนเองว่าเป็นองค์กรของเหล่ามอนเตอร์]
[องค์กรนี้ดำเนินมาเนิ่นนานนับแต่ที่ยุคสมัยแห่งการต่อสู้ได้มาถึง ในข้อมูลระบุเอาไว้ว่าพวกเขานั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างไปจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่ทุกคนในองค์กรนี้จะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้ตนเองนั้นไม่เชื่อใจในมนุษย์]
[พวกเขามีอุดมการณ์และเป้าหมายที่ชัดเจนคือการกวาดล้างมนุษย์ชาติ การลงมือใหญ่ๆของพวกเขาก็น่าจะเป็น การรวบมือกับมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาโจมตีเมืองต่างๆ เหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่พวกมอนเตอร์โจมตีเมืองย่อมมีเจ้าพวกนี้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น สมาพันธ์โลก สำนักมังกร รวมถึงองค์กรชั้นนำอื่นๆก็คอยมองหาเจ้าพวกนี้มาตลอดนับสิบปี แต่ก็ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงว่าเจ้าพวกนี้คือใครกันบ้าง]
[เอาง่ายๆเลยนะศิษย์รัก คนในองค์กรมอนเตอร์พวกนี้แฝงตัวอยู่ทั่วทุกหนแห่งของโลกมนุษย์ แทรกแซงอยู่ในสมาพันธ์โลก สำนักมังกร สำนักดาบโบราณ สถาบันการต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยกรอลี่ เป็นเหมือนตัวการที่อยู่เบื้องหลัง]
[สำหรับจุดเด่นของพวกเขาก็น่าจะเป็นยีนพันธุกรรมที่แปรเปลี่ยนไป เห็นว่าองค์กรนี้มีเทคโนโลยีในการผสานยีนกลายพันธุ์ของมอนเตอร์ให้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้อย่างไม่เป็นอันตราย ยกระดับขีดจำกัดและวิวัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น]
[ตัวอย่างก็เจ้าพวกนักฆ่าที่มาทดสอบเจ้าก่อนหน้านี้ สังเกตไหมละว่าพวกมันนั้นสามารถปรับเปลี่ยนอวัยวะของร่างกายตนเองได้อย่างอิสระ ทั้งๆที่เจ้าในร่างมนุษย์ก็ไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของร่างกายเบฮีมอทออกมาได้เลยซักนิด]
[หมายความว่าพวกมันมีเทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรมที่ไม่ธรรมดา]
[ในเมื่อพวกเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน พวกเราควรติดต่อพวกมันนะทันย่า เพราะพวกมันจะเป็นมือเป็นเท้าให้กับพวกเราได้อย่างมาก]
เมื่อได้ยินคำอธิบายของผู้เป็นอาจารย์ ทันย่าที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เริ่มครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้
“หมายความว่าเผลอๆในตำแหน่งราชันสงครามอาจมีเจ้าพวกนี้แฝงตัวอยู่?”
ทันย่ายังคงคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆนาๆ องค์กรของมอนเตอร์นี้เปรียบได้เป็นปรสิตที่ฝังรากลึกทั่วทุกหนแห่ง พวกเขามีทั้งพลังและเครือข่ายข่าวสารที่ไม่ธรรมดา
แม้แต่องค์กรชั้นนำของโลกต่างๆก็ยังไม่อาจกำจัดพวกเขาไปได้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพขององค์กรที่ยิ่งใหญ่
[ถูกต้องแล้ว องค์กรของเหล่ามอนเตอร์นั้นถือเป็นที่สุด ไม่แน่ว่าบุคคลใกล้ตัวของหลี่จิ้งบางคน อาจเป็นคนขององค์กรเหล่านี้ก็ได้]
[พวกมนุษย์ไม่มีทางได้รู้เลย นอกจากตัวของเจ้าที่เป็นเบฮีมอท ซึ่งมีประสาทสัมผัสอันเฉียบคมต่อพวกมอนเตอร์กลายพันธุ์ต่างๆ]