การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 91 พบเจอจักรพรรดิเสวี่ยซง

    ณ ด้านหลังร้านอาหารหญิงงาม

           “หืม” หวังเหว่ยหันไปมองในทิศทางหนึ่งหลังจากอุทานออกมา
           “มีอะไรหรือเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวถามด้วยความสงสัย
           “มีสัตว์อสูรระดับสูงกำลังใช้ทักษะตรวจจับระยะไกลอยู่... พลังปราณอสูรเช่นนี้! ฮ่าๆ เป็นนางนี่เอง”
           “ข้าเองก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรสายหนึ่งที่กำลังวาบผ่านไปทั่วทั้งเมืองเจ้าค่ะ นายท่านรู้จักนางหรือเจ้าค่ะ ?”
           “อืม นางมีชื่อว่าพลอยใสเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดิมนุษย์คนปัจจุบัน ข้าเคยใช้ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษอัญเชิญนางมาช่วยข้าสังหารผู้นำตระกูลจ้าน !”
           “นางคือคนที่ช่วยนายท่านสังหารคนพวกนั้น! ข้าขอไปพบนางด้วยได้หรือไม่เจ้าค่ะ ?”
           “โอ้! เจ้าคงอยากขอบคุณนางสินะ เช่นนั้นพวกเราก็ลองไปพบนางด้วยกันดูสักครั้ง”
           “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ”
           หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้กระโดดขึ้นไปบนหลังคา จากนั้นทั้งสองได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาที่รวดเร็วมุ่งหน้าไปหาพลอยใสในทันที
           พรึบ พรึบ พรึบ
           เวลาผ่านไปสิบนาที
           “นายท่านเจ้าค่ะ คฤหาสน์หลังงามที่อยู่ข้างหน้าเราคงเป็นสถานที่พักของบุคคลที่ไม่ธรรมดาแน่นอนเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะมองไปทางคฤหาสน์ที่ดูสวยงามหลังหนึ่ง
           “อืม บางทีคงจะเป็นที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์คนปัจจุบัน” หวังเหว่ยกล่าวขณะกระโดดข้ามกำแพงเข้าไปภายในคฤหาสน์หลังนั้นอย่างรวดเร็ว โดยที่เหล่าเหล่าทหารรักษาการที่อยู่ภายนอกกำแพงไม่ได้สังเกตเห็นพวกเขาแม้แต่น้อย
           ฟุบ ฟุบ
           ในทันทีที่เท้าถึงพื้นในตำแหน่งที่ไม่มีคนอยู่ ทั้งสองคนได้เริ่มเดินไปทางคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูสวยงามในทันที

    ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์

           “นายท่าน! มีใครบางคนกำลังมุ่งหน้าตรงมาทางนี้ พวกเขามีกลิ่นอายความน่าเกรงขามที่รุนแรง อีกทั้งข้ายังไม่สามารถรับรู้ระดับเลเวลที่แท้จริงของพวกเขาเจ้าค่ะ !”
           “หืม! พวกเขาใช่คนจากเผ่าพันธุ์มังกรหรือเผ่าพันธุ์วิหคหรือไม่ ?” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวถาม
           "หรือจะเป็นเขา" พลอยใสคิดในใจ “ไม่ใช่เจ้าค่ะ เป็นคนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์เจ้าค่ะ! ข้าขอตัวออกไปดูก่อนนะเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวจบ พลอยใสได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาของนางออกไปนอกคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
           "นางกำลังมาใกล้เข้ามาแล้ว" หวังเหว่ยคิดในใจพร้อมกับนำป้ายหยกประจำตัวของพลอยใสออกมา ทำให้พลอยใสสามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่คุ้นเคยจากป้ายหยกของนางในทันที “กลิ่นอายของยอดฝีมือที่ข้าสัมผัสได้ก็คือเจ้าจริงๆด้วยหวังเหว่ย !” พลอยใสกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง
           “ฮ่าๆ ขออภัยที่ข้าเสียมารยามเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังนี้โดยพลการ” หวังเหว่ยกล่าวขณะมอบป้ายหยกคืนให้กับพลอยใสที่ปรากฏตัวขึ้นข้างเขา
           “ฮิๆ ไม่เป็นไรหรอกถ้าคนๆนั้นคือเจ้า” พลอยใสกล่าวขณะมองสำรวจฉิงเหม่ย
           หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้กล่าวออกมาว่า “นางอยากมาขอบคุณเรื่องที่ท่านช่วยสังหารกลุ่มคนชั่วที่ทำร้ายครอบครัวของนาง หวังว่าท่านจะไม่ถือสาที่ข้าพานางมาด้วย”
           “โอ้! ที่แท้เจ้าก็สังหารกลุ่มคนเหล่านั้นเพราะช่วยหญิงงามแก้แค้นนี่เอง !” พลอยใสกล่าว
           “ขอบคุณท่านที่ช่วยสังหารกลุ่มคนเหล่านั้นเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวขณะโน้มตัวลงเล็กน้อย
           “ฮิ ๆ เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่เห็นว่าสมควรเท่านั้น” พลอยใสกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง จากนั้นเมื่อนางนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้นางจึงได้กล่าวออกมาว่า “อ๊ะ! ข้าเกือบลืมไปเลย นายท่านของข้าอยากเชิญพวกเจ้าทั้งสองให้เข้าไปพบ พวกเจ้าทั้งสองสะดวกหรือไม่ ?”
           หวังเหว่ยยิ้มออกมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำกล่าวของพลอยใส “เชิญท่านนำทางได้เลยขอรับ”
           “เจ้านี่ก็นะ ข้าบอกแล้วว่าให้เจ้าพูดคุยกับข้าอย่างเป็นกันเองก็ได้” พลอยใสกล่าวขณะเริ่มเดินนำเข้าไปภายในคฤหาสน์

    ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์

           “นายท่านข้าพาพวกเขามาแล้ว” พลอยใสกล่าวกับจักรพรรดิเสวี่ยซงที่กำลังยืนรอต้อนรับทั้งสองคนอยู่ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ด้วยท่าทางทีสง่างามจักรพรรดิเสวี่ยซงพยักหน้าของเขาเล็กน้อยตอบรับคำกล่าวของพลอยใส จากนั้นเขาได้หันมาจ้องมองหวังเหว่ย “ข้าขอเสียมารยาทถามท่าน ท่านคือคุณชายแมวขาวใช่หรือไม่ ?”
           หวังเหว่ยแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “เหตุท่านจึงถามข้าเช่นนี้ขอรับ”
           จักรพรรดิเสวี่ยซงได้ยิ้มให้กับหวังเหว่ย “ข้าย่อมต้องรู้เพราะศิลาหยกสีขาวอยู่กับท่าน ศิลาหยกสีขาวคือสิ่งที่ท่านปราชญ์แห่งการทำนายคนก่อนได้บอกกับข้าเอาไว้ว่าเมื่อเวลาอันสมควรมาถึงจะมีท่านผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับศิลาหยกสีขาว และข้ามีหน้าที่ช่วยเหลือท่านผู้นั้นอย่างสุดความสามารถของข้า !” จักรพรรดิเสวี่ยซงกล่าวขณะหวนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต
           "จิวซื่อนี่คืออีกเหตุผลหนึ่ง ที่เจ้ามอบศิลาหยกสีขาวให้กับข้าสินะ" หวังเหว่ยคิดในใจ
           “ท่านคาดเดาได้ถูกต้องแล้วขอรับ ข้าคือคุณชายแมวขาว บางทีการที่ข้าได้พบเจอกับท่านในวันนี้คงเป็นสิ่งที่ท่านปราชญ์แห่งการทำนายคนก่อนได้วางแผนเอาไว้ขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว
           เสวี่ยซงได้แสดงสีหน้ายินดีออกมาหลังจากได้รับคำยืนยันจากหวังเหว่ย จากนั้นเขาได้เชิญให้หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยนั่งลงบนโซฟาที่ดูหรูหรา และเริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆที่หวังเหว่ยต้องการจะรู้จากเขา จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เมื่อหวังเหว่ยเข้าใจถึงสถานการณ์โดยรวมของสามอาณาจักร รวมถึงเรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันของสามอาณาจักรจนแจ่มแจ้ง หวังเหว่ยจึงได้กล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณองค์จักรพรรดิเสวี่ยซงมากขอรับที่เล่าเรื่องราวต่างๆให้ข้าฟัง นี่ก็เริ่มใกล้จะมืดค่ำแล้วข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนขอรับ”
           จักรพรรดิเสวี่ยซงพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้าเข้าใจแล้วคุณชายหวังเหว่ย หากท่านต้องการความช่วยเหลือท่านสามารถมาหาข้าที่นี่ได้ตลอดเวลา ภายในสถานที่แห่งนี้เป็นที่พักส่วนตัวของข้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้าจะไม่มีใครเข้ามารบกวนท่านอย่างแน่นอน”
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของเสวี่ยซง “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ไว้พบกันใหม่ขอรับ”
           “ไว้พบกันใหม่หวังเหว่ย” พลอยใสกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริงในทันทีที่เห็นหวังเหว่ยลุกขึ้นจากโซฟา
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง “ไว้พบกันใหม่พลอยใส” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาฉิงเหม่ยออกไปจากคฤหาสน์ส่วนตัวของจักรพรรดิเสวี่ยซง และได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อบกับฉิงเหม่ยในทันที
           “นายท่าน เหตุใดท่านจึงไม่บอกเขาไปว่าท่านต้องการให้เขามาเป็นผู้สืบทอดของท่านเจ้าค่ะ ?” พลอยใสกล่าวถามด้วยความสงสัย หลังจากหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยออกไปจากคฤหาสน์แล้ว
           “อืม รอบตัวเขามีกลิ่นอายของผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งอยู่ ข้าไม่คู่ควรที่จะเป็นอาจารย์ของเขาหรอก” เสวี่ยซงกล่าวตอบด้วยสีหน้าที่ดูยิ้มแย้ม

    มิติแดนอสูร

           “ม่าม๊า กลับมาแล้ว” วิหคน้อยกล่าวขณะวิ่งเข้ามากอดขาของฉิงเหม่ย
           ฉิงเหม่ยได้อุ้มนางขึ้นมาด้วยความอ่อนโยน “ว่าไงเด็กน้อยของม่าม๊า ภารกิจของนายท่านสำเร็จเรียบร้อยดีหรือไม่ ?”
           วิหคน้อยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของฉิงเหม่ย “แน่นอนม่าม๊า พี่ชายพยัคฆ์ทั้งสามได้นำทัพนักรบบินหน่วยพลธนูปราณอสูร30,000คน บุกสังหารเหล่าสัตว์อสูรปีศาจหลายหมื่นตนที่กำลังใช้ทักษะการว่ายน้ำโจมตีเรือยนต์ไม้ขนาดใหญ่ของกองทัพเทพวิหค จนพวกนั้นหนีกระเจิดกระเจิงไปหลบอยู่ในเกาะกลางกันน้ำหมดแล้ว! จากนั้นพี่ชายพยัคฆ์ทั้งสามได้ใช้แผ่นหยกบันทึกเคลื่อนย้ายบันทึกสถานที่แห่งนั้นเอาไว้ เพื่อเตรียมพร้อมบุกโจมตีเกาะกลางน้ำแห่งนั้นในวันพรุ่งนี้ !”
           “ฮ่าๆ พวกนั้นทำงานกันใช้ได้ทีเดียวแต่นี่พึ่งเริ่มต้นเท่านั้น คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเหล่าสัตว์อสูรปีศาจจะตอบโต้กลับมาเช่นไร” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจ
           ฉิงเหม่ยที่ได้ยินดังนั้นนางจึงได้กล่าวขึ้นว่า “นายท่าน ในวันพรุ่งนี้ท่านจะไปไหนอีกหรือไม่เจ้าค่ะ ?”
           “อืม... ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ข้าอยากจะไป เจ้าจะไปพร้อมกับข้าหรือไม่ ?”
           “ข้าขอไปด้วยเจ้าค่ะ พวกเราจะเดินทางกันในวันพรุ่งนี้เช้าหรือเจ้าค่ะ ?”
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของฉิงเหม่ย “ใช่แล้ว เอาเป็นพรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าก็แล้วกัน”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน... แต่ถ้านายท่านตื่นสาย ข้าจะไปตะโกนเรียกนายท่านที่หน้าปราสาทอันหรูหราของนายท่านนะเจ้าค่ะ”
           “ฮ่าๆ ข้าเข้าใจแล้ว” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้าที่มีความสุขหลังจากได้ยินฉิงเหม่ยกล่าวถึงปราสาทอันหรูหราของตนเอง
           ฉิงเหม่ยได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยหลังจากได้เห็นท่าทางของหวังเหว่ย “เช่นนั้น ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าค่ะ” “วิหคน้อยพวกเรากลับไปพักผ่อนกัน”
            “อือ ม่าม๊า”
           หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้กลับไปยังที่พักของเขาและเริ่มนั่งคิดถึงเรื่องการปรับแต่งกระจกสื่อสารระยะไกลจนดึกดื่นและได้นอนหลับไปทางด้านฉิงเหม่ยนางได้กลับไปนั่งสมาธิดูดซับพลังปราณอสูรเพื่อพัฒนาระดับเลเวล โดยมีวิหคน้อยคอยนั่งมองให้กำลังใจ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดฉิงเหม่ยก็พัฒนาระดับเลเวลได้สำเร็จ! จากนั้นนางได้นอนหลับพักผ่อนพร้อมกับวิหคน้อยในอ้อมแขนของนาง

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน