วันประมูล
วันนี้เฟยหรงตื่นสายเล็กน้อยเมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วนางก็ลงมาด้านล่างกับมี่ถง แล้วสั่งอาหารสำหรับสองคนเพราะจิ้นฝานและเทียนหลงขออยู่ในมิติอีกสักพัก
"แม่นาง วันนี้ข้าทำเกี๊ยวซ่าปลาทอด และเต้าหู้ทรงเครื่องมาให้ท่านลองชิม"พ่อครัวเจียงเอ่ยออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นเพราะั้แ่เมื่อวานเขาก็เอาคำแนะนำของเฟยหรงไปใช้ก็พบว่าอาหารอร่อยขึ้นตามที่อีกฝ่ายว่าจริงๆ จากนั้นทั้งตอนเที่ยงและตอนเย็นเขาจึงขอให้นางช่วยวิจารณ์อาหารอีกเช่นกันส่วนเฟยหรงเองก็ดูสนุกที่ได้วิจารณ์อาหารด้วยเช่นกัน
"โอ้ ไหนๆจะอร่อยกว่าเมื่อวานหรือเปล่า" เฟยหรงหัวเราะเบาๆเพราะอาหารมื้อนี้เหมือนกับเมื่อวานตอนเย็นไม่มีผิด
เฟยหรงหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบเนื้อปลาเข้าปากพร้อมกับข้าวร้อนๆจากนั้นก็หันไปกินเต้าทรงเครื่องกับเกี๊ยวซ่าบ้างพ่อครัวเจียงก็ดูลุ้นระทึกตามไปด้วย ส่วนเสี่ยวเอ้อก็มองแบบอยากรู้อยากเห็นเพราะตนไม่เคยเห็นพ่อครัวเจียงดูกระตือรือร้นขนาดนี้มาก่อน
"อื้ม! อร่อย! "เฟยหรงยิ้ม พ่อครัวเจียงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ต้องขอบคุณแม่นางที่ช่วยชี้แนะ"พ่อครัวเจียงเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
"มิได้มิได้" นางส่ายหน้า
"พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางต่อวันนี้หากเ้าอยากให้ข้าช่วยวิจารณ์อาหารอีกก็นำมาให้ได้" เฟยหรงเอ่ยพ่อครัวเจียงจึงคารวะเฟยหรงทันที
"ขอบคุณขอรับ!"เฟยหรงมองภาพตรงหน้าอย่างพึงพอใจ
จากนั้นเฟยหรงและมี่ถงก็ออกมาเดินเที่ยวรอบตลาดอีกฝั่งหนึ่งที่นางยังไม่เคยมาเดิน ฝั่งนี้เป็พวกผลไม้และเนื้อสัตว์อสูรต่างๆเฟยหรงเดินดูได้จนถึงเที่ยงก็กลับมากินข้าว แล้วออกไปเดินเที่ยวต่อ จนถึงยามเซิน(15.00-16.59) นางก็เดินเข้ามายังอาคารประมูลเฟยหรงและมี่ถงหันมองไปรอบๆตอนนี้มีผู้คนมากหน้าหลายตาค่อยๆทยอยหลั่งไหลเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เมื่อเฟยหรงสงสัยว่าอาคารขนาดกลางจะสามารถรองรับคนมากมายหลายนี้ได้หมดอย่างไรก็ต้องหายไปทันทีเพราะจริงๆแล้วห้องประมูลนั้นอยู่ชั้นใต้ดินต่างหากมีทั้งยามและคนคุมระดับจอมทัพตลอดทั้งการประมูลจึงไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น
เฟยหรงและมี่ถงยืนต่อคิวเป็ระเบียบเรียบร้อยเพื่อรอตรวจป้ายเข้าร่วมประมูลนางเห็นหลายคนไม่พอใจสักเท่าไหร่ที่ต้องมายืนรอแต่ดูเหมือนว่าจะทำอะไรไม่ได้เพราะหากเกิดอะไรขึ้นตัวเองและตระกูลจะถูกจำกัดสิทธิ์ในการร่วมประมูลครั้งนี้ทันที
"ขอป้ายเข้าร่วมด้วยขอรับ"เมื่อถึงคิวของเฟยหรง ก็มียามคนหนึ่งเอ่ยขึ้น จากนั้นนางก็นำป้ายออกมาจากมิติแล้วยื่นให้เขา
"ผู้เข้าร่วมประมูลหมายเลข 469และ 470 นะขอรับ"เขาเอ่ยแล้วยื่นกระดาษหมายเลขมาให้ทั้งสอง
"ติดกระดาษนี้ไว้บนเสื้อบนตำแหน่งที่กรรมการจะสามารถมองเห็นได้ง่ายนะขอรับ" เขาเอ่ยเฟยหรงจึงนำมาติดบนอกด้านขวา มี่ถงก็ทำตามเช่นเดียวกัน
ผู้คุมทั้งสองคนเปิดประตูให้ทั้งสองเข้าไปไม่นานก็ปิดลง ทั้งสองเดินตามทางไปเรื่อยๆก็พบกับประตูบานใหญ่มีพนักงานสองคนยืนต้อนรับอยู่
"ยินดีต้องรับเข้าสู่งานประมูลนี่คือหน้ากากที่ทางเราเตรียมไว้เพื่อป้องกันและเพื่อความปลอดภัยของผู้ประมูลไม่ทราบว่าท่านทั้งสอง้าใส่หน้ากากหรือไม่เ้าคะ" พนักงานคนหนึ่งยื่นหน้ากากสีดำครึ่งหน้าให้ทั้งสองเฟยหรงจึงพยักหน้าแล้วรับมาผูกไว้
จากนั้นพนักงานก็เปิดประตูให้เฟยหรงเข้ามาด้านในเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถรองรับคนได้มากถึง3หรือ4พันคนมีเวทีอยู่ด้านล่าง และรอบๆเป็เก้าอี้ไว้ให้ผู้ประมูลนั่ง้ามีลูกแก้วอักขระที่ส่องแสงตามจุดต่างๆเพื่อให้ความสว่างดูๆไปแล้วก็คล้ายโรงหนังขนาดใหญ่ไม่น้อยเฟยหรงเลือกที่จะนั่งตรงกลางหลังสุดของห้อง มี่ถงเองก็มองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจผ่านไปเกือบ1ชั่วยาม ก็มีผู้คนเข้ามานั่งภายในห้องจนเต็มแล้วไฟก็ค่อยๆหรี่ลง เหลือไว้เพียงด้านหน้าเวทีเท่านั้น
"สวัสดีเ้าค่ะผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหลาย ข้า เลี่ยงซูได้รับมอบหมายเป็ผู้ดูแลงานประมูลครั้งนี้"สาวสวยคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลังเวที แล้วเอ่ยกล่าวเปิดงานด้วยหน้าตาที่น่ารักและรูปร่างอรชรของนางทำเอาหนุ่มหลายคนถึงกับลอบกลืนน้ำลายไปหลากอึก
ไม่นานเลี่ยงซูก็เรียกให้พนักงานนำของที่ประมูลออกมาเรื่อยๆชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประมูลไปในราคาที่สูงกว่าราคาที่บอกตอนแรกไปมากและของที่ถูกประมูลส่วนมากก็จะเป็พวกอาวุธหรือไม่ก็อุปกรณ์ลงอักขระระดับสูงแม้จะมีของดีๆอยู่เยอะ แต่เฟยหรงก็ไม่ได้ต้องตาต้องใจเลยสักชิ้นจนมี่ถงที่นั่งมองการประมูลข้างๆอดสงสัยไม่ได้
"คุณหนูจะไม่ประมูลบ้างหรือเ้าคะ"มี่ถงถาม
"ไม่ละยังไม่เจอของที่ถูกใจ" เฟยหรงส่ายหน้า จากนั้นก็หันไปมองงานประมูลต่อมีหลายคนที่ดูจะเจ็บใจมากกับการที่ตัวเองต่อราคาไม่ไหว บางคนก็ถึงกับโมโหจนเดินออกจากห้องไปเลยก็มีเห็นแล้วก็น่าหัวเราะไม่น้อย
'งานประมูลมันสนุกแบบนี้นี่เอง'เฟยหรงเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนจึงชอบมางานประมูลกันนักไม่ใช่เพราะว่าของที่ประมูลนั้นน่าสนใจแต่เพราะมันสนุกที่ได้มาดูคนที่ประมูลแพ้ต่างหาก!
"และต่อไปนะคะ" เลี่ยงซูเอ่ยขึ้นแล้วกวักมือให้พนักงานนำกล่องไม้ขนาดเล็ก10ใบออกมาวางไว้ด้านหน้า
"นี่คือยาทะลวงปรานระดับจักรพรรดิสามารถใช้บ่มเพาะเพื่อทะลวงระดับได้" เลี่ยงซูหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดเผยให้เห็นเม็ดยาสีทองที่แผ่กลิ่นสมุนไพรและปรานระดับจักรพรรดิบนผ้าแพรอย่างดีในกล่องนั้นทำเอาหลายคนตาลุกวาว
"ทุกท่านคงเห็นแล้วว่านี่เป็เม็ดยาระดับสูง"เลี่ยงซูเดินนำกล่องยานั้นเดินไปรอบเวทียื่นมือที่ถือของประมูลออกไปให้ผู้ประมูลที่นั่งทั้งทางซ้ายและขาวได้เห็นชัดๆ
"ทั้งสิบกล่องนี้คือเม็ดยาชนิดเดียวกันและราคาเริ่มต้นเม็ดละ1พันเหรียญทอง!เริ่มกล่องแรกได้ค่ะ!" พูดจบก็มีผู้หนึ่งยกมือขึ้น
"หนึ่งพันสองร้อย!"
"หนึ่งพันห้าร้อย!"
"สองพัน!"
ผู้ประมูลต่างก็แย่งประมูลกันอย่างดุเดือดจนเฟยหรงและมี่ถงเองก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
"สามพัน!"เกิดเสียงฮือฮาขึ้นเมื่อมีผู้ประมูลในราคาที่สูงกว่าราคาตั้งต้นถึงสามเท่าเมื่อเลี่ยงซูเห็นว่าไม่มีผู้ต่อราคาแล้วก็เคาะจบการประมูล
"ยาทะลวงปรานเม็ดแรกเป็ของเบอร์260 ค่ะ!" เลี่ยงซูเอ่ยแล้วส่งกล่องยาเม็ดแรกให้ผู้ช่วยไปจดบันทึกด้านหลัง
จากนั้นก็ตามมาด้วยเม็ดยาเม็ดที่สองสาม สี่ และสุดท้าย และดูเหมือนว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย
"เม็ดยาเม็ดสุดท้ายแล้วเ้าค่ะ...เริ่มประมูลได้!" เลี่ยงซูเอ่ยแล้วไม่นานก็มีคนยกมือขึ้นอีกครั้งจน
"หนึ่งพันห้าร้อย!"
"สองพัน!"
"สามพัน!"
"สี่พัน!"
เมื่อมาถึงตรงนี้ทุกคนก็มองหน้ากันแทบจะกินเืกินเนื้อบางคนก็กัดปากเพราะสู้ราคาไม่ไหว หรือถึงจะสู้ไปก็ไม่คุ้มอยู่ดี
"สี่พันห้าร้อย!"เกิดเสียงฮือฮาขึ้นเมื่อมีผู้าุโผู้หนึ่งยกมือเมื่อเลี่ยงซูเห็นว่าไม่มีใครต่อราคาแล้วก็กล่าวปิดการประมูล
"จบการประมูล!สิ้นสุดการประมูลเม็ดยาทะลวงระดับจักรพรรดิ อีก1เค่อจะเริ่มการประมูลหากผู้ประมูลท่านใด้าจ่ายเงินทันทีก็เดินออกมาด้านนอกได้เลยเ้าค่ะหรือจะมีผู้ประมูลท่านใดอยากออกไปสูดอากาศด้านนอก จะมีพนักงานช่วยนำทางไปให้"นางยิ้มร่าแล้วส่งเม็ดยาให้ผู้ช่วย จากนั้นผู้ประมูลที่ประมูลได้ยาไปก็ทยอยออกไปจ่ายเงินบางคนก็แอบลอบยิ้มเย้ยหยันพวกที่ประมูลไม่ได้เล็กน้อย
"หูยบ่าวยังตื่นเต้นไม่หายเลยเ้าค่ะ" มี่ถงถอนหายใจ
"ข้าเองก็ด้วย"เฟยหรงเอ่ย พอได้มาเห็นการประมูลของจริงแล้วก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้และยิ่งเป็ของที่ตัวเองเอามาประมูลด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่
"เป็อย่างไรบ้างแม่นางน้อย"ชายวัยกลางคนที่เป็ผู้ตรวจสอบเดินมาเอ่ยทัก เพราะจำรูปร่างลักษณะของทั้งสองคนได้เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเฟยหรง
"อ๊ะ ท่าน?" เฟยหรงหันไปมอง
"จริงสิข้ายังไม่ได้แนะนำตัวเลยสินะข้า เหวิน เลี่ยงจินเป็ผู้ดูแลโรงประมูลแห่งนี้" เลี่ยงจินเอ่ย
"ยินดีที่ได้รู้จักท่านเหวิน...ข้าขอถามได้หรือไม่"เฟยหรงเอ่ยขึ้น เลี่ยงจินจึงเลิกคิ้วนิดๆ
"เชิญ" เขาพยักหน้า
"แม่นางเลี่ยงซูคือบุตรสาวของท่านหรือ"เฟยหรงเอ่ยถาม
"หืม? เหตุใดจึงคิดเช่นกัน"เขาคลี่ยิ้มออกมา
"ชื่อของท่านและนางออกเสียงคล้ายๆกันแถมนางยังมีเสี้ยวหน้าคล้ายท่านถึง6ส่วน" เฟยหรงเอ่ยเพราะั้แ่ที่นางสังเกตเลี่ยงซูมาตลอดก็พบว่านางคล้ายกับคนๆนี้มากจริงๆ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้วละนางคือบุตรสาวคนเดียวของข้า เหวิน เลี่ยงซู" เมื่อเลี่ยงจินพูดจบเฟยหรงก็พยักหน้าน้อยๆ
"แล้วเ้าละ พึ่งเคยมางานประมูลเป็ครั้งแรกใช่หรือไม่"เลี่ยงจินเอ่ยถาม
"ใช่เ้าค่ะ" นางพยักหน้าแล้วมองไปที่เวทีเบื้องหน้า
"แล้วเป็อย่างไรบ้าง"เขาถาม
"สนุกดีเ้าค่ะตื่นเต้นดี" เฟยหรงหัวเราะ
"ฮ่า ฮ่า ดีแล้ว"เขาหัวเราะตาม ไม่นานก็มีผู้ประมูลเข้ามานั่งต่อ เลี่ยงจินจึงขอตัวออกเพราะ
"เอาล่ะค่ะผ่านไปแล้วสำหรับเม็ดยาทะลวงปราน...ต่อไป" เลี่ยงซูกวักมือให้ผู้ช่วยยกของมาให้เช่นเดิมไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งยกถาดไม้ที่มีผ้าสีขาววาง้า ซึ่งบนผ้านั้นปรากฏขวดขนาดสองข้อนิ้ว6ขวด ขวดสีแดงสามขวดและขวดสีฟ้าสามขวด
"นี่คือยาสลายพิษเ้าค่ะ"นางหยิบยาทั้งสองสีขึ้นมาอย่างละขวด
"ขวดสีฟ้าคือยาสลายพิษธาตุเหมันต์ไม่ว่าท่านจะโดนพิษธาตุเหมันต์มามากเท่าไหร่ เพียงดื่มเข้าไปแล้วโคจรลมปรานตัวยาก็จะทำหน้าที่ขจัดพิษออกมา ทั้งตัวยายังหลอมรวมเข้ากับร่างกายได้และเมื่อตัวยากหลอมรวมแล้ว ไม่ว่าจะเป็พิษเหมันต์ชนิดไหนก็ไม่สามารถทำอันตรายท่านได้แน่นอน"หลังจากที่เลี่ยงซูพูดจน ก็มีเสียงพูดคุยกันขึ้นซึ่งส่วนมากจะเป็ผู้ประมูลที่ค่อนข้างมีอายุ
"และขวดสีแดง"เลี่ยงซูเอ่ยขึ้นเพื่อให้ทุกคนเงียบหูฟัง
"เป็ยาสลายพิษธาตุไฟมีสรรพคุณเช่นเดียวกับขวดสีฟ้าแต่เพียงขจัดธาตุที่ต่างกัน"เลี่ยงซูเอ่ยแล้วเดินถือขวดแก้วสีฟ้าและแดงใสทั้งสองขวดเดินรอบๆเวที
"และจากที่ทุกคนได้เห็นตัวยาสีใสนี้คือยาระดับหายาก เริ่มต้นด้วย1หมื่นเหรียญทอง...แต่ทางเราให้เวลาทุกท่าน1เค่อได้ปรึกษากันก่อนนะเ้าคะ"เมื่อเลี่ยงซูเอ่ยจบก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้นกว่ารอบแรกมากนัก
"ข้ายังไม่เคยได้เห็นยาระดับหายากแบบนี้เลย!"
"แต่ขวดหนึ่ง ตั้งหมื่นหนึ่งเชี่ยวนะ!"
"แต่มันก็คุ้มมิใช่รึ!ขจัดพิษแถมยังทำให้ต้านทานพิษอีกต่างหาก!"
"ข้าต้องเอามาให้ได้!"
"ยาสลายพิษทั้งสองธาตุต้องเป็ของข้า!"
เสียงพูดคุยเริ่มหนักขึ้นเรื่อยบางคนถึงขนาดสั่งให้ผู้ติดตามออกไปเอาเงินจากตระกูลเพิ่มกันเลยทีเดียว เฟยหรงเองก็นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอึ้งๆมี่ถงเองก็เช่นกัน
"คะ คุณหนูบ่าวชักเริ่มกลัวๆยาตัวนั้นแล้วนะเ้าคะ"มี่ถงเอ่ยแล้วมองดูผู้ประมูลที่ดูวุ่นวายรอบๆ
"ข้าก็ด้วย"ถ้าหากมีใครรู้ว่านางเป็คนนำยานั้นมากขายละก็ชีวิตของนางคงจะไม่สงบสุขแน่ๆ นี่นางคิดผิดหรือคิดถูกเนี่ยที่เอายามาประมูลแบบนี้
ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อที่เลี่ยงซูให้ทุกคนพูดคุยกัน
"แฮ่ม" เลี่ยงซูกระแอมขึ้นมาเบาๆเบนความสนใจให้ทุกคนมามองนาง ทุกคนในห้องโถงแอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยเตรียมตัวที่จะยกมือขึ้น
"เริ่มการประมูลยาสลายธาตุเหมันต์ขวดแรกได้!"เมื่อเลี่ยงซูพูดจบก็มีคนยกมือขึ้น
"หนึ่งหมื่นห้าพัน!"
"หนึ่งหมื่นเจ็ดพัน!"
"หนึ่งหมื่นแปดพัน!"
"สองหมื่น!"
"สองหมื่นห้าพัน!"
"สามหมื่น!"
เมื่อมาถึงราคาตรงนี้ทุกคนก็ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
"สี่หมื่น!" เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้งเมื่อมีชายวัยกลางคนไม่ได้สวมหน้ากากผู้หนึ่งยกมือขึ้นเมื่อทุกคนเห็นว่าชายผู้นั้นเป็ใครก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้เพราะคนผู้นั้นคือแม่ทัพคนใหม่ขององค์จักรพรรดินั้นเอง
เมื่อเลี่ยงซูเห็นว่าไม่มีคนสู้ราคาต่อก็เคาะจบการประมูลนางยื่นขวดแก้วสีฟ้าขวดแรกให้ผู้ช่วยของนาง จากนั้นก็หยิบยาขวดสีฟ้าอีกขวดขึ้นมาและเริ่มการประมูลอีกครั้ง ครั้งนี้ผู้ประมูลเริ่มสู้ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆบางคนก็แอบร้องไห้ก็มี
"ฮือๆข้าจะเอายาขวดนั้นไปให้ท่านพ่อท่านพ่อโดนพิษดอกหญ้าน้ำแข็งมานานนับสิบปีไม่มีทางรักษา พี่ใหญ่ท่านสู้ราคาหน่อยเถิด"หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งที่นั่งถัดไปด้านหน้าของเฟยหรงสองแถวเอ่ยขึ้นพลางร้องไห้เบาๆแล้วกอดแขนผู้ชายข้างๆแน่นดูแล้วใจเฟยหรงก็ใจอ่อนยวบ จะสงสารก็สงสารแต่ให้นางทำยังไงได้ละ...
"น้องสามพวกเราเป็แค่ตระกูลเล็กๆ หากแค่หมื่นสองหมื่นยังพอได้ แต่นี่เขาสู้ราคากันถึง3หมื่น4หมื่น พี่คงสู้ไม่ไหว"แม้เขาจะอยากได้ยาสลายพิษธาตุเหมันต์มากแต่ก็จนปัญญาที่จะสู้ราคากับคนเหล่านี้จริงๆตอนแรกเขาเพียงแค่พาน้องสาวมาเที่ยวเท่านั้น ไม่นึกว่าจะมาเจอยานี้ในงานประมูลได้
"มี่ถง ข้าควรทำอย่างไรดีข้าสงสารนางเหลือเกิน" เฟยหรงหันไปถามมี่ถง
"คุณหนูต้องเข้มแข็งนะคะจะให้ใครรู้เื่ยาไม่ได้" มี่ถงกระซิบ เฟยหรงเองก็เข้าใจเพราะมีใครรู้ว่านางเป็คนปรุงยานี้ขึ้นมาคงแย่แน่ๆถึงกระนั้นสายตาของเฟยหรงก็ยังมองไปที่สาวน้อยนางนั้นอยู่ นางเอาแต่ร้องไห้เบาๆ มีพี่ชายลูบหลังปลอบข้างๆจนจบงานประมูล
เมื่อจบงานประมูลแล้วเฟยหรงก็เดินออกมาด้านนอกโดยมีมี่ถงเดินขนาดข้างหลัง นางคิดอะไรในเล็กน้อยจนเดินออกมาจากตัวอาคารด้านนอกก็พบว่าตอนนี้ก็ดึกพอสมควร ท้องฟ้าปรากฏดาวมากมายคืนนี้พระจันทร์เสี้ยวช่างสวยงามนัก
"ไม่กลับหรือเ้าคะ"มี่ถงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเฟยหรงยืนอยู่ด้านหน้าทางข้าอาคารดูผู้คนทยอยออกไปด้านนอกคนแล้วคนเล่า
"ฮึก ฮึก"
"น้องสามอย่าร้องไห้อีกเลย"
ไม่นานคนที่เฟยหรงรอคอยก็ออกมาสาวน้อยผู้นั้นยังคงสะอื้นไห้ ดูแล้วน่าทะนุถนอมไม่น้อยมี่ถงเองก็มองเห็นภาพนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าเฟยหรงรอใครอยู่
"เฮ้อ"มี่ถงถอนหายใจยิ้มๆ ยังไงคุณหนูของนางก็ยังเป็คนขี้ใจอ่อนอยู่เหมือนเดิมสิน่า
"ถ้าหากคุณหนูอยากช่วยจริงๆละก็...ข้ามีความคิดดีๆนะเ้าคะ"มี่ถงเอ่ย เฟยหรงจึงหันมามองนางด้วยรอยยิ้ม
"ว่ามา"
หลังจากที่ปรึกษาพูดคุยกันสักพักทั้งสองจึงตัดสินใจเดินตามสองพี่น้องคู่นั้นมาที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งแต่แล้วคนพี่ก็หันมาทำตาขวางแล้วนำกระบี่ออกมาจากแหวนมิติ
"นั้นใคร!โผล่หัวออกมานะ" เขาเอ่ยพลางปล่อยแรงกดดันระดับปรานฟ้าออกมาแล้วนำตัวเองมายืนด้านหน้าน้องสาวเพื่อปกป้อง
"ใจเย็นๆเ้าค่ะ"เฟยหรงเดินออกมาจากซอกร้านค้าที่เก็บไปแล้ว พร้อมทั้งมี่ถงเมื่อชายหนุ่มผู้นั้นเห็นว่าเป็ผู้หญิงก็ลดกระบี่และสลายแรงกดดัน
"มีอะไรหรือแม่นางเหตุใดเ้าถึงตามพวกข้ามา" ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยในตอนแรกเขานึกว่าคิดไปเองที่ััได้ว่ามีคนเดินตามแต่ก็คิดไปเพียงว่าคนๆนั้นอาจจะแค่มาทางเดียวกับเขาก็ได้แต่เมื่อใกล้ถึงโรงเตี๊ยมเขาเองก็ลองหันไปดูไม่พบคนที่เดินข้างหลังก็เกิดเอะใจว่าอาจจะถูกติดตามมาจริงๆ
"ข้าขออภัยเพียงแต่ข้าถูกชะตากับคุณหนูน้อยผู้นั้นเท่านั้น"เฟยหรงเอ่ยแล้วพยักหน้าไปที่สาวน้อยด้านหลัง
"ข้าหรือ?" นางชี้ตัวเองกะพริบตาที่บวมแดงปริบๆ
"ใช่" เฟยหรงยิ้ม
"คุณหนูของข้าถูกชะตากับท่านในโรงประมูลก็ได้ยินเื่ที่ท่านคุยกันเื่ท่านพ่อคุณหนูเลยอยากช่วยเท่านั้น" มี่ถงเอ่ยเสริม ผู้เป็พี่เองก็หรี่ตาอย่างจับผิด
"แล้วเหตุใดท่านถึงไม่ปรากฏตัวออกมาั้แ่แรกเล่า"เขาเอ่ยถาม
"ขออภัยข้าเพียงคิดว่าหากพูดไป ก็คงเป็ที่จับตาของหลายๆคนข้าว่าไปคุยกันด้านในเถิดข้ามีของจะให้
"ท่านพี่"หญิงสาวผู้นั้นอ้อนวอนพี่ชายนางให้เชื่อคนตรงหน้าสักครั้ง เพราะนางเองก็รู้สึกถูกชะตากับเฟยหรงไม่น้อย
"เฮ้อ...เอาล่ะข้าเชื่อพวกท่าน...ตามมาสิ" เมื่อชายหนุ่มพูดจบเขาก็เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้วขึ้นไปยังห้องส่วนตัวทันทีหลังจากขึ้นมาแล้วเฟยหรงก็วาดอักขระปิดกันเพื่อป้องกันทั้งสองพี่น้องเบิกตากว้างเพราะพึ่งเคยเห็นผู้ใช้อักขระที่เป็ผู้หญิงและอายุน้อยเป็ครั้งแรก
"นี่คือยาสลายพิษธาตุเหมันต์"เฟยหรงนำยาสีฟ้าขวดหนึ่งออกมาจากมิติดูๆไปแล้วขวดใหญ่กว่าในงานประมูลจนทั้งสองพูดไม่ออก
"เหตุใดเ้าถึงมีเยอะถึงเพียงนี้"เขาเอ่ยถามอย่างไม่ไว้ใจ
"ข้ารู้จักกับผู้ดูแลโรงประมูลเลยได้รู้จักกับผู้ที่เอายานี้มาขายข้าค่อนข้างสนิทใจกับเขาเลยได้มาในราคาขั้นต่ำน่ะ" นางเอ่ย ทำให้ทั้งสองคนตาลุกวาว
"อย่างนี้เอง...แล้วเหตุใดเ้าถึงอยากช่วยล่ะเก็บยาไว้เองไม่ดีกว่าหรือ" เขาถาม ทำให้เฟยหรงยิ้มออกมาอีกครั้ง
"ข้าบอกไปแล้วข้าเพียงถูกชะตากับคุณหนูน้อยท่านนี้ อยากได้มาเป็น้องสาวเลยอยากจะช่วย"เฟยหรงเอ่ย ทำเอาสาวน้อยคนนั้นหน้าแดง ที่ผ่านมานางเองก็อยากได้พี่สาวมาตลอดเพียงแต่นางเองก็เป็ลูกสาวคนโต
"จะ จริงหรือเ้าคะ"สาวน้อยผู้นั้นเอ่ย
"จริงสิ...ข้ามีนามว่า เว่ยเฟยหรง และนี้สาวใช้คนสนิทของข้า อี๋ มี่ถง ไม่ทราบว่าพวกท่านคือ?" เฟยหรงแนะนำตัว
"ข้ามีนามว่า ถัง หวงลู่ส่วนน้องข้า ถัง เยว่ฉี" หวงลู่เอ่ย
"ยินดีที่ได้รู้จักข้าขอเรียกพวกท่านว่าพี่หวงลู่กับน้องเยว่ฉีได้หรือไม่" เฟยหรงเอ่ยแล้วคลี่ยิ้มออกมา
"ได้เ้าค่ะ!"ไม่ทันที่หวงลู่จะได้เอ่ยอะไร เยว่ฉีก็โผล่งคำพูดออกไปจนโดนพี่ชายดุทางสายตา
"จะว่าไป...เว่ยเฟยหรงงั้นหรือ? หรือท่านคือน้องสาวของ เว่ย ชางลี่"หวงลู่เอ่ยถาม
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” เฟยหรงพยักหน้า
"อ่า ข้าเข้าใจล่ะ"หวงลู่เอ่ยขึ้นยิ้มๆ ไม่ได้สงสัยเฟยหรงอีกต่อไปเฟยหรงกับมี่ถงก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจนิดๆ
"อ๋อข้าจำได้แล้วท่านชางลี่นี่เอง พี่สาวเฟยหรง ท่านพี่หวงลู่กับท่านชางลี่เป็เพื่อนกันเ้าค่ะ"เยวืฉีเอ่ยไขความข้องใจให้ทั้งสอง
"อย่างนั้นหรือเ้าคะ"เฟยหรงหันไปมองหวงลู่ด้วยท่าทางตื่นเต้น
"ใช่" เขาพยักหน้ายิ้มๆ
"ได้ยินจากชางลี่มาว่าเ้าออกท่องเที่ยวแล้วนี่จะกลับเมืองหลวงแล้วหรือ...แล้วรู้เื่เอ่อ..." หวงลู่เอ่ยพลางมองเสี้ยวหน้าเฟยหรงอย่างใช้ความคิด
"ข้ารู้แล้วเ้าค่ะข่าวลือเื่ในเมืองหลงคงดังทั่วอาณาจักรแล้ว"เฟยหรงพยักหน้าพลันมีสีหน้าที่หม่นลง
"ตอนนี้ท่านพี่สบายดีหรือไม่เ้าค่ะท่านพี่หวงลู่"เฟยหรงเงยหน้าขึ้นถาม หวงลู่จึงถอนหายใจเบาๆ
"ข้าไม่อยากโกหกหรอก...เ้านั้นมันดูซูบผอมไปเยอะกินน้อยลงดูเหมือนจะคิดมากทั้งเื่ในจวนและเื่งานไม่น้อย" เฟยหรงขมวดคิ้วแน่นมี่ถงเองก็ลูบหลังนางเบาๆคลายความเครียด
"แล้วนี่จะกลับเมืองหลวงเมื่อไหร่ละ?"หวงลู่เอ่ยถาม
"พรุ่งนี้เ้าค่ะ"เฟยหรงเงยหน้าตอบ
"วันเดียวกันงั้นกลับพร้อมกันเลยไหม น้องสาวข้าจะได้มีเพื่อนคุยด้วย" หวงลู่เอ่ยแล้วลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดู
"แบบนั้นก็ดีนะเ้าคะท่านพี่เฟยหรงละเ้าคะคิดว่าไง" เยว่ฉีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสดใสกว่าตอนแรกเฟยหรงเห็นแบบนั้นก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นตาม
"ข้าก็คิดว่าดีเ้าค่ะ จะได้ย้ายสัมภาระคนหนึ่งไปที่รถม้าของพวกท่านด้วย"เฟยหรงหัวเราะมี่ถงเองก็ถอนหายใจเบาๆเพราะสัมภาระที่ว่านั้นเป็ถึงัายังไงล่ะแม้เทียนลงจะสามารถอยู่ในมิติธาตุได้ แต่ตัวเขาเองนั้นไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก
'ก็มันเหมือนถูกกักขังนี่นา'เขาเคยพูดไว้ในตอนที่เฟยหรงจะให้เทียนหลงเข้าไปอยู่ในมิติขณะเดินทางดังนั้นตลอดการเดินทาง เทียนหลงจึงมักนั่งในรถม้าร่วมกับเฟยหรงและมี่ถงนั้นเอง
"เอาล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วข้าต้องไปล่ะ"เฟยหรงลุกขึ้น เห็นดังนั้นคนอื่นๆก็ลุกขึ้นตาม
"ขวดนี้ข้าให้ท่านพ่อของเ้าและนี่สำหรับพวกเ้า" เฟยหรงนำยาสลายพิษธาตุเหมันต์และธาตุไฟออกมารวมแล้วก็เป็ยาสลานพิษธาตุเหมันต์2ขวด ธาตุไฟอีก1ขวดเมื่อทั้งสองพี่น้องเห็นก็เบิกตากว้าง
"ไม่ ข้ารับไว้ไม่ได้"หวงลู่ส่ายหน้าปฏิเสธทันที เพราะทั้งสามขวดนี้รวมๆกันแล้วก็มีราคามากกว่า1แสนเหรียญทองเชียว!
"เอาไปเถอะ ข้ายังมีอีก"...เยอะ...แม้ประโยคหลังจะไม่ได้พูดออกไป แต่มี่ถงก็แอบเติมให้ในใจไปแล้ว
"จะดีหรือ"หวงลู่กลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก
"ดีสิไหนๆท่านก็เป็สหายของท่านพี่ เื่แค่นี้ข้าให้ได้พวกท่านดื่มสองขวดนี้คนละครึ่งแล้วโคจรลมปรานซะนะ หากรอสักพักแล้วร่างกายไม่ได้ขับพิษออกก็แสดงว่าไม่เคยโดนพิษ"เฟยหรงแยกขวดสีแดงและสีฟ้าให้หวงลู่
"ส่วนขวดนี้ให้ท่านพ่อของท่าน...รบกวนบอกเื่นี้ไปเพียงแค่เจอข้าที่ประมูลได้มาแล้วเอามาแบ่งให้พวกท่านเพราะเห็นเป็เพื่อนของพี่ชายเท่านั้นก็พอ"เฟยหรงยื่นขวดสีฟ้าให้อีกขวด
"ขอบใจเ้ามาจริงๆ"หวงลู่คำนับให้เด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่อายใครทั้งนั้น เมื่อเยว่ฉีเห็นท่านพี่ของนางทำนางเองก็ทำตาม
"ขอบคุณพี่สาว"เยว่ฉีเอ่ย เฟยหรงจึงยกยิ้มขึ้นมาเพราะรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้ามากจริงๆ
"เอาล่ะ พอแล้วๆข้าขอตัวกลับละ" จากนั้นเฟยหรงก็สะบัดมือคราหนึ่งให้ม่านอักขระหายไปแล้วเดินออกมาโดยมีทั้งสองพี่น้องเดินไปส่งที่หน้าโรงเตี๊ยม
"ยามอุ้ย(13.00-14.59)เจอกันหน้าตลาดนะทั้งสองคน เฟยหรงเอ่ยเสร็จก็เดินออกมาจากโรงเตี๊ยมแห่งนั้นแล้ว ไปยังโรงเตี๊ยมของตัวเอง ทั้งหวงลู่และเยว่ฉีเองก็รู้สึกประทับใจและนับถือเฟยหรงมากเมื่อเฟยหรงเดินหายจนลับตา ทั้งสองจึงกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยมเพื่อดื่มยาที่พึ่งได้มาบ้างเช่นกัน