อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 อาจารย์จัสมิน (2)

            …เจ้าจะได้รับเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่…

            …เส้นชีพจรลมปราณที่แข็งแกร่งดุจเทพเจ้า!?

            คำกล่าวของจัสมินเปรียบประดุจสายฟ้าฟาดลงสู่หยุนเช่อผู้แสวงหาหนทางในการฟื้นฟูเส้นชีพจรลมปราณของตนเองตลอดมา

            ชายหนุ่มสัญญากับเซียวหลิงซีว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นและกลับไปภายในระยะเวลาสามปี…แน่นอนว่าชายหนุ่มตระหนักดีถึงเงื่อนไขของเส้นชีพจรลมปราณของตนเอง ทั้งยังเข้าใจเป็นอย่างดีว่าในการรักษาเส้นชีพจรลมปราณของตนนั้น การใช้ระยะเวลาสามปี ล้วนเป็นไปไม่ได้เหตุผลที่หยุนเช่อกล้ากล่าวคำพูดเหล่านั้นออกไป เพื่อกดดันตนเองอย่างถึงที่สุดภายใต้ความเชื่อมั่นอย่างสุดขีดนี้เท่านั้นบุคคลจึงสามารถบรรลุข้อจำกัดของตนเองได้

            และในตอนนี้จัสมินได้กล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่านางสามารถมอบเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่แก่ชายหนุ่มได้ในทันที! ที่ยิ่งกว่านั้นมันยังเป็นเส้นชีพจรลมปราณที่แข็งแกร่งดุจเดียวกับเทพเจ้า!

            ชายหนุ่มไม่ทราบว่า“ความแข็งแกร่งดุจเทพเจ้า” ที่จัสมินพูดหมายความว่าอะไร ทว่าคำ “เส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่”สร้างความตื่นเต้นยินดีแก่ชายหนุ่มอย่างมาก หยุนเช่อสงบจิตระงับใจจ้องมองไปยังจัสมิน “ที่พูดมา…ล้วนเป็นความจริง?”

            “เพราะเหตุใด เราเจ้าหญิงจึงต้องโป้ปดต่อเจ้า?” เด็กสาวกล่าวออกมา ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความภาคภูมิใจ

            หยุนเช่อไม่ทราบว่าควรกล่าวคำพูดใด…อันที่จริงด้วยความเป็นไปได้ของระดับพลังฝีมือที่เหนือกว่าชั้นลมปราณจักรพรรดิของนางล้วนไม่มีความจำเป็นอันใดที่นางต้องหลอกลวงคนธรรมดาทั่วไปไม่ต้องพูดถึงคนพิการด้วยซ้ำ!ความสามารถในการมอบเส้นชีพจรลมปราณใหม่ภายในเวลาอันสั้นนี้ ในสายตาของมนุษย์ทั่วไปรวมถึงสายตาของ “แพทย์เทวะมือหนึ่ง” เช่นหยุนเช่อ ล้วนเปรียบประดุจดังปาฏิหาริย์ ทว่าขณะที่จัสมินกล่าวคำพูดเหล่านั้นออกมาไม่มีวี่แววถึงการหลอกลวงตบตาจากคลื่นพลังของนางแม้แต่น้อย

            อย่างไรก็ตามเส้นผมสีแดงของนางบ่งบอกชัดแจ้งว่านางมิใช่มนุษย์ธรรมดาทั่วไปในดินแดนลมปราณฟ้าแห่งนี้ด้วยอายุเยาว์วัย คลื่นพลังที่น่าตื่นตระหนกรวมทั้งพิษร้ายบนร่างนางที่แม้แต่ไข่มุกพิษสวรรค์ยังไม่อาจบ่งบอกที่มาได้…นางยังมีความลึกลับอีกมากมายเพียงใดที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้??

            อาจบางทีนางมีวิธีการอันผิดธรรมดาที่สามารถถ่ายทอดเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่ให้แก่ชายหนุ่มในระยะเวลาอันรวดเร็วได้จริงๆ…หากนี่ล้วนเป็นไปได้ขึ้นมาเช่นนั้น ชายหนุ่มนับว่ามีโอกาสแน่นอนในการทำตามคำสัตย์ที่ให้ไว้แก่เซียวเล่ยและเซียวหลิงซี

            เมื่อคิดได้ดังนี้สายตาของหยุนเช่อแปรเปลี่ยนเป็นร้อนผ่าวราวเผาไหม้ “ตกลง…บอกข้ามาสิ เงื่อนไขสามข้อที่เจ้าว่าคืออะไร?”

            จัสมินตระหนักดีว่าชายหนุ่มย่อมไม่ปฏิเสธข้อเสนอของนางอย่างแน่นอนเด็กสาวไม่อ้อมค้อมและเสนอเงื่อนไขทันที “ข้อแรกเจ้าต้องรับปากช่วยหาสิ่งของสามสิ่งแก่เราเจ้าหญิง…นั่นคือก้านดอกอุทุมพรในแดนมรณะ ดวงธาตุสัตว์อสูรลมปราณที่มีระดับไม่น้อยไปกว่าชั้นลมปราณทรราชย์และอย่างสุดท้ายลูกแก้วเทพชีพจรม่วงสามสิบห้ากิโลกรัม!”

            หยุนเช่อรับฟังอย่างระมัดระวังเต็มที่…เมื่อจัสมินกล่าวถึงคำ“ดอกอุทุมพรแดนมรณะ”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาเคยได้ฟังชื่อ “ดอกอุทุมพรแดนมรณะ”จากท่านอาจารย์มาก่อน ทว่า ชายหนุ่มกลับยังไม่เคยพบเห็นเมื่อท่านอาจารย์บอกเล่าเรื่องราวแก่เขาครั้งนั้นดอกอุทุมพรแดนมรณะคือวัตถุแห่งธาตุหยินและภูตผีปีศาจในโลกหล้ามันเพียงเติบโตในสถานที่มืดครึ้มเยือกเย็น ลำต้นและใบมีสีม่วงเข้มใช้เวลาทั้งหมดยี่สิบสี่ปีในการเบ่งบานหนึ่งครั้ง ดอกที่เบ่งบานล้วนงดงามอย่างที่สุดและมีสีม่วงสดใสอันแสนดึงดูดกลีบดอกเคลือบคลุมด้วยหมอกสีม่วงสดที่แฝงไว้ด้วยลมหายใจแห่งแดนมรณะเมื่อหมอกเหล่านั้นล่องลอยยังสามารถปลดปล่อยเสียงร้องร่ำคร่ำครวญจากภูตผีในแดนมรณะออกมาดอกไม้นี้แห้งเหี่ยวลงเมื่อครบสามวันหลังจากการเบ่งบานจากนั้นท่านจำต้องรอคอยอีกยี่สิบสี่ปีเพื่อให้มันบานอีกครั้ง

            ท่านอาจารย์ของหยุนเช่อมิเคยเอ่ยว่าประโยชน์ของดอกไม้นี้คืออะไรท่านเพียงกล่าวว่าหากมนุษย์ธรรมดาเข้าใกล้ ต้องถูกไอมรณะแทรกซึมเข้าภายในร่างกายสถานเบาสลบไสลไม่ได้สติ สถานหนักคือไม่มีชีวิตสืบต่อ

            การเดินทางไปในสถานที่มืดครึ้มเยือกเย็นเพื่อตามหาดอกไม้ที่เบ่งบานยี่สิบสี่ปีหนึ่งครั้งล้วนเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิต…หยุนเช่อหน้านิ่วคิ้วขมวดทว่ายังคงไม่มีปฏิกิริยาใดหากจัสมินสามารถมอบเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่แก่ชายหนุ่มได้จริงคำขอร้องนี้ไม่นับว่าเกินเลยไป…

            ทว่าสิ่งของอย่างที่สองที่จัสมินต้องการเกือบทำให้ชายหนุ่มต้องร้องร่ำคร่ำครวญ…

            ดวงธาตุสัตว์อสูรลมปราณระดับไม่น้อยไปกว่าขอบเขตชั้นลมปราณทรราชย์!!ล้อข้าเล่นรึไง!?

            ขอบเขตลมปราณทรราชย์คืออะไร? มันคือขอบเขตความสำเร็จทางพลังยุทธ์ในตำนานที่เหล่าผู้ฝึกตนล้วนใฝ่ฝันได้มาขอบเขตอันสูงส่งที่พวกมันไม่เคยพบเห็นมาก่อน เมื่อสำรวจไปทั่วอาณาจักรวายุครามอาจมีบุคคลบางคนบรรลุระดับลมปราณจักรพรรดิได้ ทว่าไม่มีผู้ใดสามารถบรรลุระดับลมปราณทรราชย์ได้อย่างแน่นอน!ยอดยุทธ์ระดับลมปราณจักรพรรดิล้วนเป็นที่ทราบดีว่าพวกมันบรรลุถึงขั้น “บัลลังก์”ขณะที่ผู้บรรลุชั้นลมปราณทรราชย์นับว่าก้าวเข้าสู่ขั้น “ทรราชย์”ซึ่งหมายความว่าหากผู้ใดสามารถบรรลุถึงขั้นนี้ผู้นั้นนับว่าเป็นผู้เผด็จการทั้งผืนฟ้าและผืนดินผู้ซึ่งไร้ผู้ต่อกรอย่างสิ้นเชิง!

            ไม่ต้องนับเพียงอาณาจักรวายุครามแม้แต่ในรอบสหัสวรรษที่ผ่านมา ยอดยุทธ์ระดับลมปราณทรราชย์ล้วนมิเคยปรากฏมาก่อนบนผืนแผ่นดินนี้

            และจากคำพูดของจัสมินนางต้องการดวงธาตุสัตว์อสูรลมปราณชั้นทรราชย์ถึงสามดวง! เพื่อให้ได้ดวงธาตุทั้งสามชายหนุ่มต้องสังหารสัตว์อสูรชั้นทรราชย์ถึงสามตน!ปัญหาแรกคือหยุนเช่อจะสามารถตามหาสัตว์อสูรลมปราณชั้นสูงเหล่านี้ได้ที่ใด…ภายในจักรวรรดิวายุครามนี้จะมีผู้ใดกล้าต่อกรกับสัตว์อสูรลมปราณชั้นทรราชย์กัน?

            เหนือกว่าขอบเขตชั้นปราณจักรพรรดิแต่ละขั้นล้วนสูงส่งดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์แม้แต่บุคคลระดับขั้นสุดยอดในชั้นลมปราณจักรพรรดิห้าคนยังไม่มีโอกาสชนะในการประมือกับชั้นทรราชย์ขั้นที่หนึ่งได้ จากคำกล่าวนี้หมายความว่า แม้ว่ายอดยุทธ์ชั้นปราณจักรพรรดิทั้งหมดในอาณาจักรวายุครามรวมกำลังกันยังไม่สามารถต่อกรกับสัตว์อสูรลมปราณทรราชย์ได้แม้เพียงตัวเดียวดวงธาตุสัตว์อสูรลมปราณชั้นทรราชย์สามดวง…ท่านสามารถคาดเดาได้ว่าแม้แต่สี่พรรคใหญ่ยังต้องคั่งแค้นสักเพียงใดเมื่อได้ยินคำร้องขอนี้

            และจากข้อที่สามของจัสมินหยุนเช่อแทบล้มลงทั้งยืนด้วยความตื่นตระหนก

            ลูกแก้วเทพชีพจรม่วงอย่างน้อยสามสิบห้ากิโลกรัม…มันคือลูกแก้วเทพชีพจรม่วงมิใช่ลูกแก้วสวรรค์ชีพจรม่วง! ลูกแก้วเทพชีพจรม่วง นับเป็นสมบัติล้ำค่าอันประเมินค่ามิได้ในโลกนี้ชิ้นส่วนของลูกแก้วเทพชีพจรม่วงส่วนเล็กเท่าปลายเล็บ ยังนับว่าประมาณค่ามิได้และมีเพียงพรรคใหญ่เท่านั้นที่มีคุณสมบัติครอบครองผู้ฝึกวรยุทธ์โดยทั่วไปล้วนไม่อาจใฝ่ฝันถึง ลูกแก้วเทพชีพจรม่วงสร้างมาจากลูกแก้วสวรรค์ชีพจรม่วง ต้องใช้ลูกแก้วสวรรค์ชีพจรม่วงปริมาณเท่าบ้านช่องหนึ่งหลังจึงสามารถสกัดลูกแก้วเทพชีพจรม่วงได้ขนาดเท่าปลายเล็บ

            และในกรณีนี้ลูกแก้วเทพชีพจรม่วงสามสิบห้ากิโลกรัม…

            “~!@#$%…”

            หยุนเช่อเชื่อว่าแม้ผู้คนจะนำลูกแก้วเทพชีพจรม่วงทั่วทั้งดินแดนลมปราณฟ้านี้มารวมกัน ยังไม่อาจรวบรวมได้ครบตามจำนวนนี้แน่นอนและหากมีผู้ใดสามารถครอบครองลูกแก้วเทพชีพจรม่วงได้ถึงสามสิบห้ากิโลกรัมมูลค่าของมันย่อมมหาศาล เทียบเท่ากับอาณาจักรวายุครามสามอาณาจักรรวมกัน!

            “เจ้า…ไม่…ได้…ล้อ…ข้า…เล่น…แน่…นะ?”เมื่อหยุนเช่อกล่าวคำ ชายหนุ่มต้องพ่นลมหายใจออกมาตามไรฟันทุกคำพูดเขาเชื่อว่าไม่ว่าผู้ใดก็ตามในอาณาจักรวายุครามแห่งนี้ หากได้ยินข้อร้องขอเหล่านี้ล้วนต้องกลับกลายเป็นติดอ่างเช่นตนเองอย่างแน่นอน

            สีหน้าของจัสมินไม่มีแม้วี่แววของการหยอกล้อเด็กสาวจับจ้องด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกล่าวว่า“พิษชนิดนี้แทรกซึมเข้าสู่จิตวิญญาณของข้า แม้จะมีไข่มุกพิษสวรรค์ยังคงต้องใช้เวลาหลายปีในการขจัดพิษทั้งหมดหลังจากที่ข้าสามารถขับพิษออกได้หมดแล้ว ข้าจำเป็นต้องสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่และสิ่งของทั้งสามสิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างร่างของข้าไม่อาจขาดไปได้แม้แต่อย่างเดียว”

            “เช่นนั้น…ระยะเวลา?”

            “สามสิบปี!”

            สามสิบปี? กรอบเวลานี้อนุญาตหยุนเช่อถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนผงกศีรษะรับอย่างช้าๆ“ตกลง! ข้ายอมรับเงื่อนไขเหล่านี้!”

            เรื่องขี้ผง! สามสิบปียังอีกยาวนานนักแน่นอนว่าต้องคำนวณให้ดีเมื่อรับปากไปแล้ว ดอกบัวแดนมรณะดวงธาตุสัตว์อสูรลมปราณทรราชย์และลูกแก้วเทพชีพจรม่วงสามสิบห้ากิโลกรัม…อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาอีกถึงสามสิบปี!สิ่งเหล่านี้สามารถค่อยๆทำทีละขั้นตอน

            “งั้นเงื่อนไขข้อที่สองล่ะ?”หยุนเช่อกลั้นลมหายใจแล้วเอ่ยปากถาม เมื่อเงื่อนไขข้อแรกยังน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้เช่นนั้นเงื่อนไขข้อที่สองย่อมยิ่งน่าหวาดหวั่นขวัญผวาแล้ว

            “เงื่อนไขข้อที่สอง ภายในสามสิบปีเจ้าต้องก้าวสู่ขอบเขตลมปราณชั้นเทพจักรพรรดิ!” จัสมินกล่าวทีละคำอย่างช้าชัด ขณะเดียวกันก็จ้องมองสีหน้าของหยุนเช่อ

            “~!@#$%%…”หยุนเช่อพลันบังเกิดความต้องการอย่างยิ่งในการขึงร่างเด็กสาวลงกับพื้นและตีก้นนาง!

            ชายหนุ่มเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าเด็กสาวกำลังหยอกล้อมันเล่นอย่างแน่นอน!!

            “ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องของทวีปลมปราณฟ้าสักเท่าใด…ทว่า อย่างน้อยจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของอาณาจักรวายุครามนี้ไม่มีผู้ใดสามารถบรรลุชั้นลมปราณเทพจักรพรรดิได้ภายในเวลาสามสิบปีมาก่อน…หากจะพูดอย่างเจาะจงแล้วยังไม่มีผู้ใดก้าวสู่ขั้นลมปราณเทพจักรพรรดิได้เลย” หยุนเช่อกล่าวเป็นจริงเป็นจังอย่างไรก็ตาม มุมปากของชายหนุ่มบิดยกขึ้นบางเบา เผยให้เห็นความเคียดแค้นภายในจิตใจ

            “เช่นนั้น เจ้าตกลงหรือไม่?”จัสมินมุ่นหัวคิ้ว

            “ตกลง ตกลงแน่นอน!”หยุนเช่อตอบรับโดยปราศจากอาการลังเล กลบเกลื่อนร่องรอยความขุ่นแค้นบนใบหน้าภายในแววตาของชายหนุ่มแฝงไว้ด้วยความสงบเยือกเย็นถึงขีดสุด “เงื่อนไขข้อแรกข้ายังคงรู้สึกหวาดเกรงอยู่บ้าง ทว่าเงื่อนไขข้อนี้นับว่าไม่นับเป็นเงื่อนไขอันใดสำหรับข้า สาเหตุที่ข้ากล่าวว่าไม่มีผู้ใดในอาณาจักรวายุครามนี้สามารถบรรลุชั้นลมปราณเทพจักรพรรดิภายในระยะเวลาสามสิบปีแต่หากข้าได้รับโอกาสในการฝึกฝนเช่นผู้คนทั่วไปในดินแดนแห่งนี้ข้านี่แหละที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของอาณาจักรวายุครามแห่งนี้!ข้ามีไข่มุกพิษสวรรค์อยู่ในร่างหากข้ายังไม่อาจก้าวข้ามทุกผู้คนในดินแดนแห่งนี้ได้ เช่นนั้นล้วนนับว่าข้า…เป็นเศษสวะที่แท้จริง!”

            “สามสิบปีในการก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณเทพจักรพรรดิ…ล้วนไม่นับเป็นเงื่อนไขไร้สาระอันใด!”หยุนเช่อหรี่ตาลง สุ้มเสียงเยือกเย็นประดุจน้ำ

            ชายหนุ่มคาดว่าเมื่อตนเองได้กล่าวคำพูดอันเร่าร้อนและเร่งเร้าความรู้สึกเหล่านี้ออกมาจัสมันจะต้องมองมายังตนเองด้วยความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งทว่าชายหนุ่มกลับต้องผิดหวัง เด็กสาวเพียงผงกศีรษะรับเบาๆ หยุนเช่อรู้สึกหดหู่ชายหนุ่มถามต่อว่า “แต่ว่าเหตุใดเจ้าจึงอยากให้ข้าบรรลุชั้นลมปราณเทพจักรพรรดิภายในสามสิบปี?”

            “พละกำลังของมนุษย์มีส่วนสัมพันธ์กับระดับลมปราณร่างกายขณะนี้ของเราเจ้าหญิงอ่อนแอ สืบเนื่องจากความแข็งแกร่งของเจ้าไม่เพียงพอเราเจ้าหญิงต้องการสร้างร่างให้เร็วที่สุดและกลับสู่ความแข็งแกร่งดังเดิมด้วยเหตุนี้ เราย่อมต้องการความแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าระดับชั้นปราณเทพจักรพรรดิ!”จัสมินกล่าวอย่างเยือกเย็น

            หยุนเช่อผงกศีรษะคล้ายทำความเข้าใจกระจ่าง…ทันใดนั้นชายหนุ่มพลันตื่นตัวขึ้น…

            ความแข็งแกร่งอย่างน้อยในระดับลมปราณเทพจักรพรรดิจากนั้นนางจึงจะสามารถกลับสู่ความแข็งแกร่งหลังจากหลอมรวมร่างกายกับจิตวิญญาณได้…ถ้าเช่นนั้น…ย่อมหมายความว่า…ความแข็งแกร่งของนางก่อนหน้านี้…

            ย่อมต้องเหนือกว่าระดับลมปราณเทพจักรพรรดิ!?!?

            ไม่! เป็นไปไม่ได้! นี่ล้วนไม่อาจเป็นไปได้!ข้าต้องแปลผิดไปแน่ๆ! หยุนเช่อสั่นศีรษะพยายามกำจัดความคิดอันน่าขันของตนออกจากหัวสายตาของจัสมินจ้องมองลงมายังร่างกายของนางเองสีหน้าท่าทางกลับกลายเป็นเคร่งขรึมภาคภูมิ

            “เงื่อนไขข้อที่สาม…คุกเข่าลงและกราบข้าเป็นอาจารย์!!”

            “……”

            “……”

            หยุนเช่อเหม่อมองจ้องนางอย่างว่างเปล่าโดยไม่เอ่ยคำพูดใดแม้สักครึ่งคำ

            “เจ้าเต็มใจหรือไม่?”จัสมินเลิกคิ้วเรียวงาม ใบหน้าเล็กงดงามแบบบางทว่าเคลือบคลุมไปด้วยความน่าเกรงขามที่ทำให้ผู้คนใจสั่นระรัว

            “…ปีนี้เจ้าอายุเท่าใด?”หยุนเช่อถามด้วยใบหน้าว่างเปล่าเฉื่อยชา

            แววตาของเด็กสาวแปรเปลี่ยนเป็นเข้มข้นทว่ายังกล่าวตอบคำโดยดี “สิบสามปี”

            “สิบ…สาม…ปี…”คำตอบนี้เข้ากันกับรูปร่างลักษณะของนางทว่ากลับส่งผลให้ภายในใจของหยุนเช่อต้องสั่นสะท้านพร้อมคร่ำครวญอย่างหวนโหย“สิบสามปี!! บัดซบ!! นางอายุแค่สิบสามปี! ด้วยความสำเร็จในการฝึกยุทธ์ระดับนี้ระดับสติปัญญาทั้งยังบุคลิกท่าทางคล้ายบุคคลที่ภาคภูมิในประสบการณ์และวุฒิภาวะอันสูงส่งข้าคิดมาตลอดว่านางอาจเป็นท่านยายอายุหลายร้อยปี…ทว่านางกลับอายุสิบสามปีจริงๆหรือนี่!!”

            ทว่า หยุนเช่อพลันเปลี่ยนความคิดของตนภายในใจพลันผ่อนคลายลง…หากนางเพียงอายุสิบสามปีจริงๆ เช่นนั้นไม่ว่าระดับพลังลมปราณของนางจะแข็งแกร่งสักเพียงใดไม่ว่านางจะสูงศักดิ์และลึกลับสักเพียงไหน ไม่ว่านางจะโหดเหี้ยมและยโสสักเท่าใดและไม่ว่านางจะมีความคิดอ่านประดุจดังผู้อาวุโสเช่นไร…นางยังคงมีประสบการณ์ชีวิตเพียงสิบสามปีเท่านั้น!เปรียบเทียบกับตนเองที่มีประสบการณ์ชีวิตถึงสองชาติภพชายหนุ่มยังคงมีวิธีการจัดการกับนางอยู่บ้าง!ไม่ว่านางจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเพียงใด ท้ายที่สุดนางยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ยังไม่เติบโตเต็มที่

            “ใช่เป็นเพราะหลังจากเจ้ารู้ว่าเราเจ้าหญิงเพียงมีอายุสิบสามปีดังนั้นเจ้าคิดว่าเจ้าสามารถจัดการเราเจ้าหญิงได้อย่างง่ายดาย?”จัสมินชายตามองพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา

            ประโยคนี้ทิ่มแทงตรงเข้าสู่กลางใจของหยุนเช่อชายหนุ่มพลันสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่แน่นอนสาเหตุที่ข้าถามถึงอายุของเจ้าเนื่องเพราะข้าต้องการบอกเจ้าว่าข้าเพียงอายุสิบหกในปีนี้ข้าอายุมากกว่าเจ้าสามปี เจ้าเองอายุยังเยาว์กว่าข้าหากเป็นอาจารย์ของข้า…ใช่ขาดความเหมาะสมไปหรือไม่?”

            “อายุ?” เด็กสาวหัวเราะเย้ยหยัน“แม้ว่ายอดยุทธ์ทั้งมวลในดินแดนนี้จะคุกเข่าขอร้องเราเป็นสิบปีเราเจ้าหญิงยังคงไม่เหลือบแลพวกมันแม้แต่น้อยตอนนี้เราเจ้าหญิงให้โอกาสเจ้าเป็นศิษย์ของเรา ทว่าเจ้ายังคงไม่ยินยอม?”

            “…” สุ้มเสียงของเด็กสาวช่างสุดจะทานทนสร้างความอึดอัดคับข้องใจให้แก่หยุนเช่อเป็นอย่างยิ่ง

            หยุนเช่อพลันตัดสินใจทันทีพร้อมผงกศีรษะรับ“ตกลง ข้าจะกราบเจ้าเป็นอาจารย์ ทว่าข้าไม่มีทางโขกศีรษะคำนับเจ้าแน่นอน”

            “สาเหตุล่ะ” จัสมินกล่าวอย่างเฉื่อยชา

            “ข้าสามารถคุกเข่าต่อผู้อาวุโสสามารถคุกเข่าต่อผู้มีพระคุณ…แม้แต่คุกเข่าต่อหน้าภรรยาข้าก็ทำได้หากมีความจำเป็นเพียงพอทว่า ให้ข้าคุกเข่าต่อหน้าเด็กน้อยที่เพิ่งพบหน้าเพียงไม่กี่วัน ข้าทำไม่ได้นี่เกี่ยวพันถึงศักดิ์ศรีในฐานะบุรุษผู้หนึ่ง!” หยุนเช่อสั่นศีรษะสุ้มเสียงเด็ดขาดชัดเจน

            “ฮี่ๆๆ…” จัสมินหัวเราะแล้วการหัวเราะครั้งนี้งดงามราวดอกมะลิแย้มบาน ทว่า สุ้มเสียงของนางทั้งยะเยียบเย็นชาทั้งชั่วร้าย “นี่ล้วนไม่ถึงรอบให้เจ้าตัดสินใจ!”

            ทันทีที่จบประโยคมือขวาของจัสมินพลันยึดกุมเข้าที่บ่าของหยุนเช่ออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด…ทันใดนั้นเองชายหนุ่มพลันรู้สึกคล้ายถูกกดทับด้วยขุนเขามหึมาเข่าของเขางอลงเนื่องจากแรงกดทับอันมหาศาลที่ไม่อาจต่อต้าน สองเข่าคุกลงบนพื้นดินอย่างรุนแรงเบื้องหน้าเด็กสาว

            “เจ้า!”หยุนเช่อสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดพร้อมทั้งพยายามลุกขึ้นยืนหยัด…ทว่าเด็กสาวมีพลังถึงระดับใด หยุนเช่อจะสามารถต่อต้านได้อย่างไรแม้จะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกาย ชายหนุ่มยังคงไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้

            “จงโขกศีรษะต่อเราเจ้าหญิงเดี๋ยวนี้เมื่อเราเป็นอาจารย์ของเจ้าแล้ว เจ้ามิเพียงจะได้รับเส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่เจ้ายังจะได้รับการชี้นำถึงการฝึกฝนลมปราณบนหนทางที่ถูกต้องอีกด้วย”

            ระหว่างการดิ้นรนสุ้มเสียงเย็นชาภาคภูมิของเด็กสาวล้วนไม่เข้าหูของชายหนุ่มแม้แต่น้อย ชายหนุ่มสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างรุนแรงพร้อมแค่นเสียงว่า“เจ้า…ฝันไปเถอะ!ต่อให้ข้าไม่ได้เส้นชีพจรลมปราณใหม่…ข้าไม่มีทาง…โขกศีรษะ…ให้กับเด็กน้อยเช่นเจ้าเด็ดขาด!”

            ก่อนที่หยุนเช่อจะสามารถกล่าวจนจบประโยคคลื่นพลังกดดันอันหนักหน่วงกดทับร่างท่อนบนของชายหนุ่มให้แนบลงกับพื้นจัสมินยกฝ่าเท้าขาวนวลราวหิมะของนางขึ้นขยับวางลงบนไหล่ของหยุนเช่อพร้อมทั้งกดฝ่าเท้าลงเล็กน้อย พลันบังเกิดเสียงกึกของกระดูกมนุษย์ที่หลุดออกจากที่ดังมาให้ได้ยินศีรษะของหยุนเช่อซึ่งพยายามยกไว้อย่างสุดความสามารถพลันถูกกดกระแทกลงบนพื้นดินเย็นเยียบ…เสร็จสิ้นพิธีการคำนับอาจารย์

            ฝ่าเท้าน้อยๆของจัสมินยังคงค้างอยู่บนไหล่บ่าของหยุนเช่อโดยไม่มีการขยับเขยื้อนอันใดสองมือยกขึ้นกอดอกพร้อมหัวเราะเยาะเย้ยชายหนุ่ม“เจ้าคิดว่ากระดูกเจ้าแข็งแกร่งงั้นรึ เจ้าคิดว่าตนเองวิเศษกว่าผู้อื่นสักเพียงไหน? หากไม่มีพละกำลังเจ้าไม่อาจปฏิเสธไม่โขกศีรษะต่อข้าได้ เจ้าอาศัยอะไรในการผยองต่อหน้าข้า? หากไม่มีพลังอำนาจความภาคภูมิและศักดิ์ศรีของเจ้าล้วนเป็นเพียงเรื่องตลกต่อหน้าผู้เข้มแข็งเพียงเท่านั้น!”

            คำพูดของจัสมินเปรียบดังน้ำเย็นราดรดบนศีรษะของหยุนเช่อโดยปราศจากความปรานี ส่งผลให้ชายหนุ่มกลับกลายเป็นใบ้ไปจากนั้นชายหนุ่มจึงหัวร่อออกมา หัวร่อให้กับตนเองอย่างเงียบงัน…ถูกต้องหากไม่มีความแข็งแกร่งตนเองอาศัยอะไรอวดอ้างถึงเกียรติและศักดิ์ศรี…ด้วยสีหน้าท่าทางเปี่ยมความภาคภูมิเมื่อครู่ในสายตาของจัสมิน ย่อมน่าขันอย่างถึงที่สุด…

            “แม้ว่าเจ้าจะไม่เต็มใจทว่านับว่าเจ้าได้โขกศีรษะต่อข้าแล้ว จากนี้เป็นต้นไปเราเจ้าหญิงนับเป็นอาจารย์ของเจ้า เมื่อเรานับเป็นอาจารย์ของเจ้าแล้วเจ้ามีสิ่งใดต้องการซักถามต่อเราหรือไม่?” จัสมินยังคงวางเท้าของนางลงบนไหล่ของหยุนเช่อพร้อมทั้งก้มลงมองหยุนเช่อจากด้านบน

            “…แน่นอน!” หยุนเช่อยกศีรษะขึ้นสายตามองขึ้นเบื้องบน พร้อมตอบคำอย่างยากลำบาก“ข้าอยากทราบว่า…เส้นขนของท่านยังไม่ทันเจริญเติบโต…หรือว่า…แท้ที่จริงแล้วท่านไม่มีเองโดยธรรมชาติ?”

            ในค่ำคืนที่หยุนเช่อได้พบกับจัสมินร่างกายของนางพลันเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงเศษผ้าบนพื้นหยุนเช่อเพียงเก็บเสื้อผ้าชุดนั้นขึ้นมาและนำเข้าไปในไข่มุกพิษสวรรค์เพื่อคลุมร่างนางในภายหลังชุดชั้นในของนางล้วนไม่ได้รับการแตะต้องหลังจากเด็กสาวฟื้นตื่นขึ้นมาภายในไข่มุกพิษสวรรค์ แน่นอนว่านางเพียงสามารถสวมใส่เสื้อผ้าชุดนี้โดยปล่อยให้ส่วนสัดสงวนของนางต้องเปลือยเปล่าดุจเดิม…

            เมื่อจัสมินยกเท้าเหยียบลงบนไหล่ของชายหนุ่มขาทั้งสองของนางย่อมต้องแยกออก จากมุมมองของหยุนเช่อสัดส่วนบริเวณใต้สะโพกที่ขาวอมชมพูละเอียดอ่อนล้วนเปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนถึง xxx งดงามท่ามกลางความขาวนวล…

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179