ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่795 ฟื้นคืนหยดเลือดบริสุทธิ์

       อี้เฉินกับอี้หลิน ที่ผ่านการทดสอบของชั้นที่20 พวกเขาต่างก็สืบฝีเท้า ไปตามห้องต่างๆ อย่างแช่มช้า เพื่อตรวจดูของล้ำค่า ที่เข้าตาพวกเขา ทว่าสายตาพวกเขาทั้งสอง แทบไม่จ้องมองกัน ราวกับคนผิดใจกัน จนอี้เฉินต้องส่ายหัวออกมา 



       หมู่ชนทั้งหลายเอง พวกเขาต่างก็เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อว่า พวกอี้เฉิน จะผ่านการทดสอบแบบกลุ่มอีกครั้ง แม้อี้หลินเนื้อตัวนาง จะเต็มไปด้วยบาดแผล มีโลหิตไหลซึมทั่วกายา ส่งกลิ่นอายเต๋า ความตาย แพร่กระจัดกระจายออกมา จากบาดแผลนาง ทำให้พวกเขารับรู้ทันทีว่า อี้หลินต่อสู้ มาหนักหน่วงถึงเพียงใด ถึงจะผ่านการทดสอบนี้มาได้

 


       สายตาทุกผู้คนต่างก็จับจ้องมาที่อี้หลิน ด้วยแววตาทอประกาย มองตัวนางอยู่สูง เด่นสง่าขึ้นมาทันที ครั้นพวกเขาเห็นอี้เฉินน้อย ผมขาวพัดไหว เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แม้แต่คุณชาย ฟู่เทียนที่มองใบหน้า อี้หลิน ชายหนุ่มยังเกิดความไม่พอใจขึ้นมา ‘เกรงว่าจะมองข้ามนางผู้นี้ไม่ได้เสียแล้ว’

 


       ก่อนที่เสียงหมู่ชน บางคนจะกล่าวพูดออกมา ราวกับเป็นคำพูดตัดพ้อ “เกรงว่าไอ้เด็กหนุ่มผู้นั้น มันจะดวงดีเสียแล้ว ได้สตรีงดงามผู้นั้น คอยคุ้มครอง ปกป้องเช่นนี้”

 


        “อืมๆ!! พวกเราที่ผ่านความยากลำบากมาได้ ดูเป็นคนโง่ไปเลย เมื่อเห็นใบหน้าไอ้เด็กเวรนั้น เดินสีหน้าเรียบนิ่งออกมา” ครั้นหลายคนได้ยิน พวกเขาต่างก็พยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดนั้น

 


        ทว่าเหยียนอู๋ เขารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ครั้นรับรู้พลังของอี้หลินเป็นอย่างดี ไม่มีใครในที่นี้ จะรู้ดีเรื่องของนาง ไปมากกว่าเขา แม้แต่ตัวเขา กว่าจะผ่านฝูงซากศพเหล่านั้นมาได้ ก็เล่นเอาลำบากไม่น้อย ไหนจะเรื่องไอ้เด็กหนุ่มนั้น ผ่านด่านการทดสอบออกมา เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน มันยิ่งเต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผล

 


        สายตาเอาเรื่อง เหยียนอู๋ ผายฝ่ามือหยุดอี้เฉิน กับอี้หลินไว้ในทันใด “เจ้าผ่านด่านการทดสอบ มาได้อย่างไรอี้หลิน มันเป็นไปไม่ได้ ที่เจ้าจะผ่านการทดสอบออกมา แล้วไม่บาดเจ็บหนัก มายืนสบายใจเฉิบอยู่เช่นนี้”

 


       อี้หลินนางทำตาดุ ขึงขัง เอ่ยเสียงเย็นเหยียบ เสียดแทงชายหนุ่มออกมาทันใด “เหยียนอู๋เจ้าอย่าพูดเหมือน รู้ทุกเรื่องของข้าไปหน่อยเลย เจ้ารู้หรือไม่ที่เจ้าพูดมา เจ้ากำลังดูถูกดูแคลนข้าอยู่”

 


        “เจ้า! เจ้า!” เหยียนอู๋เขาหน้าเขียวคล้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูล เข้าไปทันใด ครั้นเห็นว่า อี้หลินกำลังปกป้องเด็กหนุ่ม ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าผู้นั้นอยู่ พร้อมสายตาหมู่ชนโดยรอบ ต่างก็ส่งสายตาผิดหวัง ออกมาที่ตัวเขากันแทบทั้งสิ้น ครั้นเห็นการกระทำ คำพูดของเหยียนอู๋บัดนี้

 


       ด้านเหยียนอู๋ที่รู้ว่า เขาไม่อาจแตะต้องอี้เฉินน้อยได้อีกต่อไป จึงสะบัดชายอาภรณ์ เตรียมจะสืบฝีเท้าจากไป ก่อนกล่าวคำพูดทิ้งท้ายไว้ให้อี้เฉิน ด้วยสายตาถมึงทึง เอาเรื่องฉาบอายเหี้ยมออกมา “เจ้ารอดูไปก่อนเถอะ ข้าจะกระชากหน้ากาก เจ้าออกมาให้ได้”

 


       อี้เฉินได้ยินเขามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจคำพูดนั้นของ เหยียนอู๋แม้แต่น้อย ก่อนจะชำเลืองสายตาไปมอง บริเวณประตูสีทองบานใหญ่ ภายในมีสมุนไพรที่เขาคุ้นตา อย่างสมุนไพรต้นกายหยาบ ก่อนอี้เฉินจะเลิกสนใจมัน พร้อมกับอี้หลิน ที่กล่าวเตือนอี้เฉิน “เจ้าระวังตัวด้วย ข้ารู้นิสัย เหยียนอู๋ เป็นอย่างดี เขากัดเจ้าไม่ปล่อยแน่”

 


       อี้เฉินพยักหน้าเข้าใจคำพูดของอี้หลิน แล้วเริ่มเดินสืบฝีเท้า ไปยังห้องหนึ่งที่มี สระโลหิตสัตว์อสูรบรรพกาล หมายมั่นใช้มัน ฟื้นคืนโลหิตบริสุทธิ์ ภายในกายที่อี้เฉินเคยเผาผลาญ จวนเขาต้องตายตกในยามอดีตให้ฟื้นคืนกลับมา

 


        เมื่อจุดตันเถียนอี้เฉิน ถูกรักษาจนสมบูรณ์ ให้เขาสามารถ ดูดซับของล้ำค่า เข้าไปภายในกาย ฟื้นคืนศักยภาพไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ฝ่ามือเขาบีบรัดขึ้นมาน้อยๆ ฉายอายความเหี้ยมโหด ขึ้นมาทันใด ก่อนจะเก็บโทสะ ความบ้าคลั่งเหล่านั้นลงไป ครั้นเห็นหญิงสาวข้างกาย จู่ๆ นางก็ตัวสั่นเทา ออกมาด้วยความหวาดกลัว เกรงว่านางจะรับรู้ถึงความบ้าคลั่ง ที่อี้เฉินปลดปล่อยออกมาเพียงชั่วครู่ ทำให้อี้หลิน ชะงักฝีเท้า หวาดกลัวขึ้นมาทันที

 


อี้เฉินเอ่ยพูดขึ้นมาทันใด “เจ้าคงจะไม่เหมาะกับสระโลหิตหรอกอี้หลิน เจ้าลองไปศึกษา แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ดีหรือไม่?”

 


        อี้หลินที่ตามติดตัวอี้เฉินแจ ราวกับเป็นเด็กน้อย นางมีท่าทีไม่ยินยอม ที่จะออกห่างจากอี้เฉิน กลัวว่าอี้เฉิน จะหนีหายไปจากนาง แม้ภายในใจนางจะเริ่มหวาดกลัว ในตัวอี้เฉินขึ้นมาก็ตาม อี้หลินนางรับรู้ดีว่า หากนั่งหยั่งรู้ แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ นางจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นปีแน่ กว่าจะหยั่งรู้มันอย่างถ่องแท้ ซึ่งหลายคนเองก็ไม่คิดทำเช่นนั้น

 


       ด้านอี้เฉินที่เห็นนางส่ายหัว ไม่ยินยอมด้วยความเร็ว อันน่าเหลือเชื่อ พร้อมสายตาที่เศร้าสร้อยเล็กๆ ฉายขึ้นมา อี้เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก กล่าวรับคำพูดนางออกมาทันใด “เจ้าตั้งใจไปนั่งศึกษา แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์เถอะ ข้าจะรอเจ้าไม่หนีหายไปไหน อย่างแน่นอน”

 


       อี้หลินที่ได้ยิน นางเบิกตาจวนรูม่านตาขยายกว้าง เผยอริมฝีปากขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมไต่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นี่เป็นคำมั่นของเจ้า จริงหรือ เจ้าพูดแล้วอย่าคืนคำเชียว หนุ่มน้อย”

 


       อี้เฉินพยักหน้ารับคำ ทว่าเกรงว่าด้านเหยียนอู๋ ที่แอบฟังตัวเขายิ่งไม่สบอารมณ์ในตัวอี้เฉินน้อย ขึ้นมาอย่างหนัก แม้อี้เฉินจะอายุ14-15ปีทว่าไม่ช้าเด็กหนุ่มก็ต้องเติบโต ฝ่ามือเหยียนอู๋ จึงบีบรัดเข้าหากันจนแน่น เกิดเสียงกระดูกนิ้วมือ หักลั่นมีโลหิตไหลซึมบริเวณฝ่ามือทันใด

 


       หมู่ชนที่ได้ยินเสียงกระดูกหัก สั่นสะท้านใจพวกเขา ต่างก็รับรู้ว่าบัดนี้ กำลังมีคนจะอกแตกตาย เพราะเด็กหนุ่มสีหน้าเรียบนิ่ง แววตาดูเศร้าเล็กๆ ผู้นั้น

 


       อี้เฉินที่เลิกสนใจ ผู้คนเตรียมจะขึ้นไปทดสอบชั้นที่30 ร่างเขาตรงไปบริเวณสระโลหิตบรรพกาล นั่งลงใจกลางสระดูดซับโลหิตที่เข้มข้น ขัดเกลาโลหิต ภายในกายใหม่ทั้งหมด จากการขับเคลื่อน จุดตันเถียนภายในกายทั้ง5 ที่ราวกับเปิดหลุมดำสูบกลืน ส่งให้โลหิตภายในสระ เริ่มบ้าคลั่งสั่นกระเพื่อมไหว ออกมาอย่างหนักหน่วง พร้อมโลหิตภายในกายอี้เฉิน ที่เดือด พลุ่งพล่าน เมื่อโลหิตไหลผ่านร่าง ราวกับแม่น้ำที่เชี่ยวกราก

 


       ขัดเกลาโลหิตภายในกายเขาซ้ำๆ ดุจดั่งกระแสธาราน้ำหลาก มองเห็นเส้นเลือดภายในกาย อี้เฉินโป่งพอง บวมเป่ง เต้นรั่วเร็วอย่างเห็นได้ชัด ยังดีที่สระโลหิตแห่งนี้ ไม่เป็นที่สนใจของเหล่าจอมยุทธ์ อี้เฉินจึงใช้มันขัดเกลาโลหิต ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องระแวงผู้คนอีกต่อไป

 


       สามวันผ่านไป ราวกับพึ่งหายใจทิ้งไปไม่กี่ครั้ง สระโลหิตที่อี้เฉินนั่งอยู่บริเวณใจกลาง บัดนี้บ้าคลั่งเป็นอย่างมาก จากพลังการสูบกลืนของอี้เฉิน ส่งผลให้เกิดภาพสระโลหิต กลายเป็นสระโลหิตน้ำวนยักษ์ หมุนขึ้นมาเป็นเกลียวคลื่น พร้อมโลหิตที่เริ่มขัดเกลา จนเข้มข้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ว่าโลหิตจะเริ่มเหือดหาย ไปบางส่วนแล้วก็ตาม

 


       แต่เมื่อมันผ่านร่างกายอี้เฉินซ้ำๆ ยิ่งทำให้โลหิตเหล่านั้น เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง บริสุทธิ์เปล่งแสงออกมา ไม่ต่อต้านอี้เฉินอีกต่อไป โลหิตภายในกายอี้เฉิน ที่เคยเหือดแห้ง เวลาครึ่งปีเศษจากการถูกขัดเกลาโลหิต ภายในกายซ้ำๆ มันจึงค่อยๆ ก่อกำเนิด เป็นหยดเลือดบริสุทธิ์ ขึ้นมาหล่อเลี้ยงกายา
 


       แม้จะเป็นหยดเลือดบริสุทธิ์ เพียงหยดเดียว แต่ร่างกายอี้เฉิน ที่เหมือนต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา ราวกับขาดน้ำท่ามกลางทะเลทราย รับเม็ดฝน น้ำที่ชุ่มฉ่ำเข้าไปมันก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก่อนอี้เฉินจะเผยรอยยิ้มกว้าง บริเวณมุมปากออกมา ด้วยความยินดี

 


       ...เพียงเวลาหนึ่งปีไหลผ่านไปในเสี้ยวพริบตา สระโลหิตที่อี้เฉินดูดซับ แทบจะเหือดแห้งจวน ไม่หลงเหลือสิ่งใด ก่อนอี้เฉินจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาในรอบครึ่งปี ลุกขึ้นจากสระแห้งคลอด สืบฝีเท้าออกไปภายนอกห้อง ประตูสีทองบานใหญ่

 


       ทว่าโลหิตที่อี้เฉินดูดซับยังไม่เสร็จสิ้น บางส่วนที่ค้างภายในร่างกายเขา กลับคายโลหิตเหล่านั้น ออกจากร่างอี้เฉิน ไหลย้อนกลับเข้าไปภายในสระเช่นเดิม “หืม!! มันมีแบบนี้ด้วยหรือ?” ภาพเหตุการณ์นั้นทำให้อี้เฉิน เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ว่าของล้ำค่าภายในประตูต่างๆ นั้น จะไม่สามารถเอาออกมาภายนอกได้

 


        เหยียนอู๋ ที่ยังคงแอบรออี้เฉิน กับอี้หลิน มาตลอดร่วมปี ไม่ไปไหนจากทักษะสมบัติ การพรางตัวเป็นเลิศ ทำให้เขาเดือดดาล ดวงตาดุร้ายขึ้นมา น้อยๆ ครั้นคิดจะส่งเข็มแทงวิญญาณ ใส่ร่างอี้เฉิน จู่ๆ ฝีเท้าเขาก็หยุดชะงักอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะผ่อนโทสะลง ‘ดูท่าทีไอ้เวรนี่ ทำตามที่ท่านผู้นั้นบอกไปก่อนแล้วกัน’

 


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน