“พี่รอง นี่คือคุณหนูจากบ้านไหนกันเจ้าคะ?” เผยฉางสี่ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นเสื้อผ้าของเย่ชิงชิง
เย่ชิงชิงยังคงสวมเสื้อตัวหนาสีแดงขอบขาวตัวเดิมซึ่งรูปแบบดูใหม่และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กหญิงหลายคน
“นางก็คือเสี่ยวชิงชิงคนฉลาดที่พี่รองของเจ้าพูดถึงนั่นแหละ”
“ที่แท้ก็แม่นางชิงนี่เอง” เผยฉางสี่ยิ้มร่าเดินเข้าไปดึงมือนางแล้วหันไปพูดกับเผยรุ่นจือ “ท่านลุงเรียกพี่รองแปลว่ามีเรื่องสำคัญเช่นนั้นให้ฉางสี่รับรองแม่นางชิงชั่วคราวแล้วกันเจ้าค่ะ!”
เผยรุ่นจือจะออกไปทำธุระพอดีจึงพยักหน้าตกลง เย่จื้อเฟิงไม่สะดวกที่จะเข้าไปร่วมวงในห้องด้านในจึงรบกวนอี้เหวินฉวินพาไปชงชาที่ห้องด้านนอก
เย่ชิงชิงถูกพาเข้าไปในห้องด้านในเมื่อแหวกม่านลูกปัดก็ได้กลิ่นหอมโชยมาเป็นระลอกภายในห้องมีเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวสี่ห้าคนพวกนางกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ในจำนวนนั้นมีเคออิ๋งอิ๋งที่นางรู้จักส่วนอีกสาวน้อยอีกสามคนที่ดูอ่อนเยาว์ ไม่รู้ว่าเป็นคุณหนูจากบ้านใด
เผยฉางสี่ย่อมต้องแนะนำพวกนางให้รู้จักกันมีคุณหนูอันจากทางใต้ของเมือง คุณหนูหลิ่วจากฉีโจว และคุณหนูไช่จากฉางหลิน
“ฉางสี่ เหตุใดเจ้าออกไปแล้วไม่พาพี่รองเข้ามาด้วยกลับพาเด็กน้อยนางนี้กลับมา?” คุณหนูไช่ถามขณะกุมเตาพกเล็กๆในมือ
“อย่าเรียกแม่นางชิงเช่นนั้นเลย” เคออิ๋งอิ๋งส่ายหน้าไม่เห็นด้วยพร้อมกับยิ้มกล่าวว่า “แม้ว่าตอนนี้เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินสูตรชิงชิงจะยังไม่ได้มีกิจการใหญ่โตนักแต่นางก็ถือว่าเป็นแขกคนสำคัญของคุณชายเจ้าของห้างนะ”
เมื่อได้ยินคำว่า‘เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินสูตรชิงชิง’ พวกนางจึงเข้าใจกระจ่างเมืองสืออันมีคนวนเวียนไปมาไม่กี่คน เดิมทีพวกนางยังสงสัยว่าเป็นคุณหนูจากบ้านไหนที่แท้ก็คือเย่ชิงชิงผู้สร้างสรรค์เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินสูตรชิงชิงที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่นี่เอง
สีหน้าของพวกนางบางคนค่อนข้างแปลกไปพวกนางมาจากตระกูลใหญ่ที่ทำการค้าขายใหญ่โต จู่ๆ ก็มีแม่ค้าแผงลอยตัวเล็กๆเข้ามาปะปน จึงดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้
“อี้หลิงไม่รู้จักเหนียมอายบ้างเลย~” คุณหนูอันเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักพลางขยิบตาให้แสดงว่านางกำลังพูดถึงการตามติดคุณชายเจ้าของห้างอย่างโจ่งแจ้ง
ไช่อี้หลิงแค่นเสียงเล็กน้อยยักไหล่เบะปาก “ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อยนังเด็กน่าเกลียดในตลาดนั่นต่างหากที่ไร้ยางอาย!”
พอคิดถึงข่าวลือที่ว่าคุณชายเจ้าของห้างถูกนังเด็กนั่นเข้าประชิดตัวและจูบนางก็รู้สึกเจ็บใจกัดฟันแทบหัก! ทว่าในฐานะลูกสาวตระกูลใหญ่นางไม่สามารถกระทำการหยาบคายเช่นนั้นได้
“นี่...” เคออิ๋งอิ๋งขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า“พวกเจ้าอย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือในตลาดนักเลยตอนนั้นแม่นางชิงก็อยู่ในเหตุการณ์นะ”
“อะไรนะ?!”
คำพูดนี้ราวกับระเบิดที่ยิงลงไปในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ ดวงตาหลายคู่พลันมองมาทางนางพร้อมกัน
เผยฉางสี่ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจนางถามขึ้นว่า “เด็กสาวคนนั้นคือเจ้าหรือ? เหตุใดเจ้าจึงไปล่วงเกินพี่รองของข้า!”
เรื่องมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร?เย่ชิงชิงพยายามอธิบาย “นั่นเป็นอุบัติเหตุตอนนั้นเพิงไม้...”
“อุบัติเหตุหรือ?” คุณหนูหลิวแค่นเสียงเย็นชา“นั่นก็หมายความว่าจูบกันจริงๆ ใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นคนน่าชิงชังอยู่ตรงหน้าไช่อี้หลิงก็โยนเตาอุ่นในมือทิ้งแล้วลุกขึ้นยืนสั่งคนรับใช้ด้านนอกเสียงดัง“นางขโมยปิ่นปักผมของข้า!”
เสียงสิ่งของที่ตกลงมาดัง“แกร๊ก!” ทำให้สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกต่างก็ตกใจพากันแหวกม่านเข้ามาถาม“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”
“ไม่มีอันใด เราแค่เล่นกันสนุกๆ” เคออิ๋งอิ๋งยิ้มแล้วให้สาวใช้กลับไป
แม้จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แปลกไปสาวใช้ตัวน้อยก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ถอยกลับไปอย่างเชื่อฟัง
“เหตุใดพี่รองของข้าจึงเชิญเจ้ามาที่บ้าน?” เผยฉางสี่ถามอย่างไม่พอใจจ้องมองเย่ชิงชิงเขม็ง
เคออิ๋งอิ๋งถอนหายใจเฮือกหนึ่งรินชาร้อนให้ทุกคน แล้วตบไหล่เผยฉางสี่เบาๆ เพื่อปลอบโยน
“เมื่อครู่มิได้บอกไปแล้วหรือว่าแม่นางชิงเป็นแขกคนสำคัญของพี่รองของเจ้าเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินสูตรชิงชิงของนาง...”
แขกคนสำคัญหรือ?ไช่อี้หลิงลุกขึ้นมาทันที แล้วแค่นเสียงเย็นชา “แค่ของไร้ค่าพวกนั้น ห้างร้านไท่หรานจะเอาไปใส่ใจได้อย่างไร? เกรงว่าคนจนยากแค้นบางคนต่างหากที่เอาแต่เกาะไม่ปล่อย!หากได้เป็นที่หมายปองของคุณชายเจ้าของห้าง จะมิได้ร่ำรวยเป็นสุขหรอกหรือ?”
“สวรรค์ ที่แท้นางก็คิดเช่นนี้เอง...” คุณหนูอันเอามือปิดปากทำท่าทางตกใจ“อายุยังน้อยเท่านี้ กลับมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายนัก!”
“...”เย่ชิงชิงยกแขนขึ้นกอดอก สีหน้าเรียบเฉย “พวกท่านอย่าได้พูดจาเหลวไหลในเมื่อตัวเองไม่กล้าติดตามคนที่ชอบเหตุใดต้องมาคาดเดาเจตนาและระแวงทุกสิ่งรอบตัวเขาด้วย มีประโยชน์อันใดกัน?”
“ฟังดูเถิด พูดจาเช่นนี้ออกมาได้จูบชายหนุ่มต่อหน้าสาธารณะชนโดยไม่รู้สึกผิดเสียด้วยซ้ำ” คุณหนูหลิวแค่นเสียงใส่พร้อมเหลือบมอง“แต่งงานออกไปก็คงไม่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนไม่มีผู้ใดรับหญิงที่ไร้การอบรมเช่นนี้ได้หรอก!”
คุณหนูอันพยักหน้าเห็นด้วย“เคยได้ยินหมัวมัวของข้าเล่าว่าหญิงชาวบ้านมักมีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับพี่น้องสามีแสดงว่านางเป็นคนหลายใจโดยกำเนิดสินะ”
ไช่อี้หลิงจ้องมองเย่ชิงชิงอย่างเหยียดหยามแล้วกล่าวว่า“ไม่มีอะไรทำก็ลองส่องกระจกดูเสียบ้างด้วยรูปลักษณ์ของเจ้าเช่นนี้...”
หลายคนสังเกตเห็นว่าใบหน้าของนางหยาบกร้านมานานแล้วคุณหนูหลิวยิ้มเยาะ “หน้าตาน่าเกลียดแล้วอย่างไร?ใครจะรู้ว่านางอาจจะมีวิธีอื่น เช่นตั้งครรภ์กับชายหนุ่ม...”
ประโยคสุดท้ายนางพูดเสียงเบามากเพราะสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนไม่ควรพูดเรื่องเช่นนี้หากหมัวมัวรู้เข้าก็คงถูกสั่งสอนและลงโทษไม่น้อย
ทว่าคนในที่นั้นกลับได้ยินทุกคำเผยฉางสี่ตบโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย “เจ้ากล้าดีอย่างไร!”
เมื่อได้ยินว่ามีคนคิดวางแผนประสงค์ร้ายต่อพี่รองของตนเช่นนี้นางก็โกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ พลันหยิบชาขึ้นมาสาดใส่เย่ชิงชิงทันที!
เย่ชิงชิงก็รู้สึกยอมแพ้กับการคาดเดาของคนเหล่านี้เช่นกันโชคดีที่เสื้อผ้าในฤดูหนาวหนา จึงไม่ถูกน้ำร้อนลวก
นางถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วกล่าวว่า“ในเมื่อไม่เชื่อคำพูดของข้าเหตุใดจึงไม่ลองไปถามคุณชายเจ้าของห้างดูล่ะ? ต้นสายปลายเหตุคนในเหตุการณ์ย่อมรู้ดีที่สุดหากพวกท่านไม่ต้อนรับ ข้าก็จะขอตัวลาแล้ว”
“หยุดนะ!” ไช่อี้หลิงจะยอมให้นางหนีไปได้อย่างไรนางรีบวิ่งออกไปสั่งสาวใช้ด้านนอกเสียงดัง “นางขโมยปิ่นปักผมของข้า!”