เช้าวันใหม่จางเฉินเดินออกจากห้องมีเสียงฝึกซ้อมของฟู่เฉิงและต้าไห่ค่อนข้างเสียงดังเขาตรงไปที่ครัวเพื่อทำอะไรกินตอนเช้าพบชิงเอ๋อ กับชิวเอ๋อกำลังทำอาหารกันอยู่แล้ว
“พวกเจ้าทำอะไรกินเหรอ”
“ผัดผัก ทอดไข่แล้วก็มีน้ำเต้าหู้” ชิวเอ๋อตอบ
ตอนแรกจางเฉินมองจากข้างหลังสองสาวชิวเอ๋อกับชิงเอ๋อนั้นเกือบเรียกได้ว่ารูปร่างสมบูรณ์แบบมากเขายังแอบเกิดความคึกขึ้นมาในใจ แต่พอได้พูดคุยเห็นหน้าแล้วก็หมดอารมณ์ไปทันที
“ทำไมไม่กินโรงอาหารวิทยาลัยกัน”
“เราไม่มีเงินมากแล้วก็อยากทำอาหารเองด้วย”
“อ่า ก็ดีเดี่ยวข้าช่วยทำอาหารเพิ่ม”จางเฉินเอาปลาออกมาสองตัว ทำนึ่งปลาแล้วก็น้ำจิ้ม แล้วก็เรียกต้าไห่กับฟู่เฉิงมาร่วมโต๊ะ ทั้ง 5 คนจึงคุยกันไปถึงแผนการในอนาคตของแต่ละคนจางเฉินย่อมไม่มีแผนอะไรเพียงแค่ต้องหาข้อมูลเพื่อศึกษาเกี่ยวกับยารักษาโรคเพียงตอบไปว่าเขาจะเน้นที่การฝึก
“อีกสามเดือนจะมีการแข่งขันประจำปีของมหาลัย จะไปลองเข้าร่วมไหมเจ้าว่าต้องการประสบการณ์” ต้าไห่พูดไปพร้อมผักเต็มปาก
“ก็ดีนะฟู่เฉิงกับชิวเอ๋อจะเข้าเรียนนักปรุงยาเป็นหลักต้าไห่กับชิงเอ๋อจะไปเรียนหลอมกลั่นเป็นหลัก ส่วนข้าก็เน้นไปที่หอหนังสืออ่านตำราแล้วก็ฝึกฝน”
“ทำอาหารให้กินด้วย เช้าเย็น กลางวันเรากินโรงอาหาร”
“เดี๋ยว ต้าไห่ให้ข้าทำอาหารให้เจ้ากิน ข้าไม่ใช่พ่อครัว”
“มันอร่อยยิ่งกว่าร้านอาหารดังในเมืองอีก ไม่เชื่อเจ้าถามพวกเขา”ทุกคนต่างพยักหน้าพร้อมๆ แค่ปลานึ่งตัวเดียวจางเฉินก็งานเข้าแล้ว
“ข้าจะพยายามแล้วกันแต่ถ้าข้าไม่สะดวกก็ไปกินโรงอาหารกันหรือทำกินกันเองนะ”
หลังจากทานอาหารเสร็จจางเฉินก็เดินทางไปที่หอตำราก่อนระหว่างทางไปที่หอตำราก็เจอคนอีกกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนี้ไม่ธรรมดามีกัน 10 คนมองจางเฉินด้วยหางตา คนอื่นๆ ที่ผ่านไป ผ่านมาต่างก็หวาดกลัวคนกลุ่มนี้มาก
“เจ้าชื่อจางเฉินสินะข้าหลี่ชิงฟง” ชายหัวหน้ากลุ่มทักจางเฉิน
“อืม ...ข้าจางเฉิน”พูดเสร็จจางเฉินก็เดินทางต่อแบบไม่สนใจมาก
“โอ๋ นี่มันน่าสนใจ”ดวงตาหลี่ชิงฟงเป็นประกายเป็นครั้งแรกที่มีคนเมินเฉยกับเขา ปกติจะมีแต่คนกลัวเกรง
“เจ้าหยุดเจ้าไม่เคารพรุ่นพี่เลย แล้วเดินไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้”หลี่ชิงฟงเรียกจางเฉินอีกครั้ง
“อ่อขอโทษทีข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นรุ่นพี่ ขออภัยรุ่นพี่” จางเฉินโค้งคารวะพอเป็นพิธี
หลี่ชิงฟงขมวดคิ้วด้วยท่าทีของจางเฉินที่เฉยเมยกับมัน มันไม่รู้จะด่ายังไง
“เมื่อวานเจ้าทำได้ดีมากจัดการกับคนตระกูลมู่ซะหนักเลย ข้าจะให้เจ้ามาเป็นลูกน้องข้าเป็นรางวัล”
“ข้าไม่ต้องการ”จางเฉินเริ่มคิ้วขมวด โลกนี้เป็นบ้าอะไรอยู่ๆมาให้เป็นลูกน้องง่ายๆ
“ถ้าปฏิเสธเจ้าจะเจ็บตัว”ลูกน้องคนหนึ่งของหลี่ชิงฟงก้าวเดินออกมาพูดเสียงดัง
“ไม่ละข้าไม่ชอบเดินตามหลังใคร”
“เอาละ เจ้าไปคิดดูให้ดีพวกข้าไปละ” หลี่ชิงฟงตัดบทแล้วเดินจากไป
“พี่ชิงฟงทำไมปล่อยมันไปเหรอครับ มันอวดดีขนาดนี้” ลูกน้องของหลี่ชิงฟงชุปชิบ
“รอดูไปก่อนนักเรียนใหม่เยอะแยะ”
จางเฉินเข้าสู่หอตำราหอตำราของสำนักสูง 7 ชั้น แต่เปิดให้หนังสือเพียง 2ชั้นเพื่อหาความรู้และวิชาพื้นฐานต่างๆ จางเฉินหาวิชากระบองพื้นฐานเพื่อไปให้โสมแดงสอนเจ้าเต่าน้อยของเขาสือเพียง 2ชั้นเพื่อหาความรู้และวิชาพื้นฐานต่างๆ ธรรมดามีกัน 10 คน มองจยิ่งคิดก็ยิ่งสนุกเขานึกภาพตัวเองทำชุดไอรอนแมนของเขาเสร็จแล้วก็มีเต่านินจาตัวหนึ่งเป็นลูกน้องเท่ไม่หยอก เขาคัดลอกแล้วก็ส่งเข้ามิติไป
“ดีๆ พวกข้าก็อยากได้ตำราเอาเยอะๆ ด้วย น้องๆ ข้าต้องเรียน เขียนอ่าน” โสมแดงสื่อสารทางจิตจากในมิติ
“เอ่อ...ไว้ข้าซื้อให้ละกัน”
“ดีมาก เข้าเมืองไปซื้อเลย”
“อ่าว เร็วไปหรือเปล่าพี่โสมข้าเพิ่งจะเริ่มหาข้อมูลศึกษา พี่จะให้งานข้าทำแล้ว” จางเฉินจนใจแต่ก็ทำตามเพราะเขาคิดว่ามันอาจจะมีประโยชน์ถึงแม้เขาไม่รู้ว่าประโยชน์ของกลุ่มตัวประหลาดในโลกใบเล็กของเขาคืออะไรซึ่งนั่นเป็นเรื่องของอนาคต จางเฉินเข้าเมืองซื้อตำราทุกชนิดจนหมดร้านหลายพันเล่มหาซื้อเหล็กจำนวนมากเพื่อทำอุปกรณ์ครัว ซื้อเมล็ดสมุนไพร แล้วก็เดินดูตลาดพอสมควร
สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว กิน นอน ฝึก อ่านตำราจางเฉินถึงระดับก่อเกิดขั่น 9 ส่วนกายาปฐพีและจิตวิญญาณเทวะยังคงติดอยู่ที่คอขวดขั่น1 ตอนปลาย มีเจอหลี่ชิงฟงกับมู่หยงฟู่บ้างแต่จางเฉินก็พยายามหลบเลี่ยงเอา เขาไม่ได้มีเวลามากสำหรับเรื่องไร้สาระพวกนี้