THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 32 การแข่งขันรอบแรก (ท่อนที่ 1)


                    เป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองเกรย์คือเมืองที่เน้นด้านการประลองฝีมือเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมืองนี้มักเนืองแน่นไปด้วยผู้เล่นที่หวังต้องการประลองฝีมือกับผู้เล่นด้วยกัน  เพราะที่เมืองนี้นอกจากจะมีโดมขนาดใหญ่ที่มีไว้สำหรับจัดการต่อสู้แล้ว ยังมีสถานที่ขนาดย่อมที่เปิดให้บริการสนามประลองขนาดเล็ก ที่คุณสามารถวางเดิมพันกันแล้วต่อสู้จนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้ได้  แต่สถานบริการที่ว่านี้ก็มักจะถูกมองเป็นเรื่องที่ยุ่งยากของผู้เล่น  เพราะในความเป็นจริงทุกที่ของเซียนออนไลน์  สามารถต่อสู้กันได้อยู่แล้ว  เพียงแต่ว่าหากฝ่ายใดแพ้ก็ต้องตายแล้วเกิดใหม่   ส่วนสถานบริการสนามประลองนั้นจะตรงกันข้าม  โดยที่ถ้าฝ่ายใดแพ้ก็ไม่จำเป็นต้องตาย  แค่แถบพลังหมดก็จะถูกวาปออกจากสนามทันที

                    “ช้าจัง”  วรรณภาบ่นพึมพำกับตัวเองในร้านบะหมี่แห่งหนึ่งใกล้ๆ กับโดมการแข่งขัน   เธอมานั่งรอพวกเอกอนได้30 นาทีกว่าแล้ว  รวมถึงดราก้อนฟิช   แทซอน   เซฟ  เดลต้า เดม่อนโครว  เทสก้า และราเชลไอซ์ก็ด้วย

                    “หึ”   

                    มีเสียงลอดผ่านลำคอของเดม่อนโครวออกมา  หากวรรณภาก็เพียงแค่เหลือบตามองแค่นั้น  ซึ่งเธอเลือกที่จะไม่พูดกับหัวหน้ากิลด์นักแสวงบุญคนปัจจุบัน  ตั้งแต่ที่เห็นหน้าเมื่อ  20 นาทีก่อน เหตุเพราะมันดีกว่าที่ต่างฝ่ายต่างอยู่ เนื่องจากแต่ละคนก็มีเหตุผลจำเป็นของตัวเองที่ไม่สามารถอธิบายให้ใครฟังได้

                    “อีก 15นาทีก็จะเริ่มการแข่งขันแล้วนะ”     

                    เป็นเทสก้าที่บ่นออกมา  ก่อนเธอจะใช้สายตามองดูผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่เดินกันให้ควั่ก  และหนาตามากกว่าปกติผ่านบานกระจกของร้านออกไป   จริงอยู่ที่เมืองนี้มักจะมีคนมาสัญจรอยู่ตลอดเวลาไม่เคยขาด  แต่สำหรับวันนี้นั้นมันแตกต่างออกไป  เหตุเพราะอีกไม่กี่นาทีนับจากนี้ก็จะมีการแข่งขันของกิจกรรมระบบเกิดขึ้น มันเป็นกิจกรรมหลอกตาที่ดร.เนวันสร้างขึ้นมา  แล้วใช้ข้ออ้างว่าจะคัดผู้เล่น 10คนเพื่อเข้าไปในดันเจี้ยนพิเศษที่มีของรางวัลอย่างแรร์ไอเทมรออยู่   และมันก็ดูเหมือนมันจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เล่นทั่วไป  ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้เล่นหน้าใหม่อย่างแน่นอน  แต่ตัวเต็งทั้งหลายที่หลบอยู่ในมุมมืดก็ต้องเข้าร่วมด้วยเช่นกัน  เพราะของรางวัลเป็นถึงแรร์ไอเทมที่มีไม่กี่ชิ้นบนเกมส์เซียออนไลน์  ซึ่งถ้าหากใครได้ไปนอกจากจะรวยเละเนื่องจากนำไปขายแล้ว  ยังยากที่จะต่อกรอีกด้วยหากผู้ถือครองคิดจะใช้มันต่อสู้

                ตึง!

                    ผ่านไปประมาณ 2นาทีเศษ อะไรบางอย่างก็ผุดขึ้นตรงพื้นดินเยื้อง ๆ กับประตูทางเข้าร้านบะหมี่  สถานที่ที่พวกของวรรณภานั่งอยู่   มันคือบานประตูสารพัดนึกที่ค่อย ๆ แง้มออก  และปรากฏร่างของคนที่พวกของวรรณภารอคอยเดินผ่านออกมา

                    “มาแล้ว”    เป็นวรรณภาที่เอ่ยออกมา  พร้อมกับลุกพรวดจากเก้าอี้ที่นั่งอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินดุ่มเปิดประตูร้านออกไปหา

                    “นานจังนะ ฉันนึกว่านายไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ซะอีก”      ผมทำสีหน้าแห้ง ๆ ทันทีที่ถูกเหน็บ  ก่อนจะยกมือเกาหัวอย่างงุ่มง่าม  นี่ผมถือว่ารีบแล้วนะก็ให้ทำไงได้  เมื่อคืนนี้กว่าจะหลุดมาจากพวกกองทัพสติฟั่นเฟืองได้  ก็ปาไปตั้งตี 2 แนะ

                    “ไม่คล้ายแต่ก็เหมือน”    ผมพูดได้แค่นั้นเพราะยังไงก็ผิดอยู่ดี และในระหว่างนั้นเอกอน เทลเลอร์กับผู้ติดตามทั้งสองของผมก็เดินพ้นออกจากบานประตูมาสมทบ

                    “เจ้านั่น”       จู่ ๆ เทสก้าก็โพล่งขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่เจ้าไคน์  หลังจากที่เปิดประตูร้านบะหมี่ออกมารวมกับวรรณภาข้างนอก  ซึ่งตามติดมาด้วยคนอื่น ๆ เช่นกัน  โดยเฉพาะราเชลไอซ์ที่ดูเหมือนจะจงใจเฉียดใกล้ผมเป็นพิเศษ  แล้วแผ่ไอเย็นเบา ๆ ใส่

                    “ผมไม่ยอมแพ้คุณหรอกนะ”     ราเชลไอซ์กระซิบผ่านหลังผมเบาๆ และเดินเลยผ่านไป   ก่อนจะไปหยุดอยู่ข้างดราก้อนฟิชซึ่งผมก็ได้แค่ยักไหล่ให้เท่านั้น  แล้วหันไปสนใจกับเทสก้าแทน

                    “อ่อนี่นะเหรอ...ผู้ติดตามผมน่ะมีอะไรหรือเปล่า”       ผมถามอย่างสงสัย  เพราะน้อยคนนักที่จะสนใจในตัวของผู้ติดตามผม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหมาหน้าตายเช่นไคน์

                    “รู้แต่ว่าคุณสู้ชนะมันเหรอ”     ผมกระพริบตาปริบ ๆ   ก่อนจะนึกอ๋อในใจว่าเทสก้าหมายถึงอะไร

                    “เปล่า...ต่อให้ผมไม่สู้  มันก็เป็นผู้ติดตามผม เพราะเจ้านี่ทำพันธสัญญากับผมตั้งนานแล้ว...ขอโทษละกันที่มันทำตามใจตัวเองหน่อยๆ ”       แล้วเทสก้าก็ทำหน้าย่นงอนเป็นเด็ก ๆ    ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดทันทีที่ไคน์เหล่ตามอง    แต่สีหน้าที่ดูเหมือนหยิ่ง ๆ นั้นก็ปกปิดความอายไม่มิด   และผมก็ฉีกยิ้มกว้างทันทีเมื่อรู้สาเหตุ

                    “พึ่งรู้นะเนี้ยว่าหมาผมมีเสน่ห์แบบไม่ต้องลงแรงจีบ  ก็ทำให้ผู้หญิงชอบ”       ผมแอบป้องมือที่หูไคน์แล้วกระซิบแซว

                    “ชิ”     ไคน์เหลือบตามองมาที่ผมแล้วพ่นคำที่ติดปากเป็นอาจิณให้   ซึ่งผมก็ได้แค่ยักคิ้วตอบ 2-3 ทีเป็นการล้อเลียน

                    “อยากกินกระดูกแขนตัวเองเป็นมื้อเช้ามั๊ย”      ในที่สุดไคน์ก็เริ่มรำคาญอีกครั้ง  นั่นทำให้ผมถอยหน้าออกมาแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆอย่างสนุก

                    “จะเอ้อระเหยกันอีกนานมั๊ย”    เป็นแทซอนที่เอ่ยขึ้นมาซึ่งนั่นทำให้พวกเราเกือบทุกคนได้สติกัน  และก็เป็นผมเองที่เป็นคนตัดบทแล้วเดินนำคนอื่นๆ   เข้าสู่โดมแห่งการแข่งขัน

                    “งั้นก็ไปกันเลย”

    +++++++++++++++++++

                    โดมแข่งขันเมืองเกรย์เป็นสถาปัตยกรรมด้านกราฟฟิคที่ถือว่าสวยงามเป็นอย่างยิ่ง  มันเหมือนกับจับเอาสนามแข่งขันฟุตบอลกับศิลปะแบบลายไทยมาประยุกต์กันไม่มีผิด  ซึ่งถ้าดูจากภายนอกก็จะเห็นว่าตัวโดมที่อยู่ตรงกลางอัศจรรย์รูปวงรีนั้น  ถูกรังสรรค์โดยแก้วใสที่แวววับ   แต่กลับมีความแข่งแกร่งคงทนอย่างยิ่งตั้งเด่นหราอยู่   ส่วนรอบ ๆ นั้นมันก็ถูกประดับประดาและตกแต่งด้วยลายไทยสีเงิน  ที่วิจิตรบรรจงตั้งแต่กำแพงที่ล้อมรอบยันประตูทางเข้า    และในความคิดผมนั้นมองว่ามันน่าจะเป็นสถานที่จัดแสดงงานพิพิธภัณฑ์มากกว่าจะเป็นสนามประลอง  ถ้าดูจากรูปแบบและโครงสร้างของอาคารนะ  แต่ก็นั่นแหละเพราะทันทีพวกเราเบียดเสียดกับผู้เล่นคนอื่นผ่านเข้าไปในโดมได้   บรรยากาศที่อยู่ด้านในก็คนละเรื่องกับด้านนอกไปเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างไรอย่างนั้นแม้ว่าผู้คนจะมากก็ตาม

                    “ผมจะกล้าปัสสาวะมั๊ยเนี้ย”      

                    แทซอนพูดติดตลกขณะที่ตัวเขากำลังมองผู้เล่นนับแสนที่อยู่เบื้องหน้าตัวเอง  และสักพักหนึ่งเสียงประกาศจากระบบ  ก็ดังกระหึ่มทั่วห้องสีขาวโพลนที่พวกเขาอยู่ในขณะนี้  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันจะยัดผู้เล่นจำนวนแสนกว่าคนได้

                ‘ขออนุญาตแจ้งรายละเอียดให้ทราบค่ะ  เนื่องจากผู้เข้าชมและผู้เข้าแข่งขันมีเป็นจำนวนมาก    ทางระบบจึงจะใช้วิธีวาร์ปส่งตัวผู้เล่นตามบัตรประจำตัวที่ได้รับมาจากการจองตั๋วค่ะ   โดยบัตรผู้เข้าชมนั้นระบบจะวาร์ปให้ไปอยู่ ณที่นั่งที่ผู้เล่นจองในอัศจรรย์ทันทีตามหมายเลขมุมขวาบนสุดค่ะ  

                ส่วนบัตรผู้เข้าร่วมแข่งขันนั้นระบบจะวาร์ปไปยังห้องเตรียมตัวที่ได้จัดไว้ค่ะ  ส่วนห้องเตรียมตัวที่ผู้เล่นต้องไปนั้นระบบจะเป็นผู้สุ่มไปเองค่ะ  โดยจะมีหมายเลขห้องตั้งแต่  C1 – C10 ค่ะ  จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน  และขอให้ผู้เล่นทุกท่านหยิบบัตรประจำตัวออกมาทันทีค่ะ’

                    สิ้นเสียงของระบบผู้เล่นทั้งหมดภายในห้องแห่งนี้  ต่างก็หยิบบัตรประจำตัวออกจากหน้าต่างเก็บไอเท็มกันพัลวัน  ซึ่งรวมถึงแทซอนด้วย และบัตรประจำตัวที่ว่าเขาก็ได้รับมาจากดร.เนวันเมื่อ  40 นาทีก่อน ส่วนเซฟนั้นเป็นผู้ติดตามจึงไม่ต้องมีบัตรแต่สามารถวาร์ปตามเจ้านายของตัวเองได้เลย  

                ‘กรุณารอสักครู่ระบบกำลังนำผู้เล่นทุกคนไปยังจุดพิกัดตามบัตรประจำตัวค่ะ’

                    สิ้นคำพูดของระบบร่างของแทซอนก็เรืองแสงสีขาวอ่อน   แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่เขา  แต่รวมถึงคนอื่น ๆ ภายในห้องแห่งนี้ด้วย  เขาหันไปส่งยิ้มให้กับเพื่อนคนอื่น ๆ ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงว่าแล้วเจอกัน

                วูบ!

                    จากนั้นร่างของอดีตอันดับที่ 4ก็ค่อย ๆ หายไปท่ามกลางผู้เล่นคนอื่น ๆ  ที่หายไปเช่นกัน  กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองมาโผล่อยู่ตรงกลางห้องขนาดใหญ่  ที่เดาว่าคงมีขนาดไม่ต่างจากโรงยิมสักเท่าไหร่นัก   แต่มันอาจจะผิดแผกแค่ในห้องนี้มีโซฟาให้นั่งกันหลายตัวที่ตั้งเรียงอย่างระเกะระกะ  ซึ่งดูแล้วมันเหมือนเอามาตั้งไว้เฉย ๆ มากกว่าจะเรียกว่าเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้อง

                    “คนเยอะจัง”    

                    แทซอนเปรยกับตัวเองเบา ๆ  เขามองดูผู้เล่นที่คงมีราว ๆ ร้อยกว่าคน  กำลังนั่งอยู่บนโซฟาบ้าง  ยืนเก๊กพิงกำแพงห้องบ้าง  หรือไม่ก็จับกลุ่มสนทนากันถึงกิจกรรมในครั้งนี้  แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหลักที่แทซอนสนใจ   สิ่งที่สำคัญสุดตั้งแต่โผล่มาอยู่ห้องนี้คือ  พลังออร่าของแต่ละคนที่แผ่ข่มกันทั่วห้องจนรู้สึกอึดอัด แต่เพราะตัวเขาเองก็มีฝีมืออยู่บ้างจึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่นัก  กระนั้นก็ยังมีผู้เล่นบางคนที่นั่งกอดเข่าตัวเอง  เพราะทนความกดดันทั้งหลายไม่ไหวอยู่ตามมุมห้อง

                    “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”   

                    แว่วเสียงหวานจากอิสตรีนางหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังของแทซอน  จนทำให้เขาถึงกับสะดุ้งสุดตัวแล้วหันควับกลับไปโดยพลัน  และก็ได้พบหญิงสาวที่มีสีผมสีน้ำตาลเข้ม  และดวงหน้าใสซื่อกำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่  ซึ่งจากเค้าโครงหน้าที่เห็นนั้นเธอคงเป็นคนแถบเอเชียอย่างแน่นอน

                    “เธอ”   แทซอนกล่าวได้เพียงเท่านั้น เพราะเขาอึ้งที่ผู้หญิงคนนี้สามารถเข้าถึงตัวเขาได้โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัวสักนิด  ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอคงเป็นผู้เล่นที่เก่งอันดับต้นๆ  คนหนึ่งแน่นอน

                    “ฉันชื่อเรย์ญา  เป็นแฟนคลับคุณค่ะ  แล้วเจอกันที่สนามประลองนะคะ”      คำสุดท้ายเธอบีบเสียงเล็กจนดูน่ารัก แต่สำหรับแทซอนในตอนนี้เธอเป็นคนที่อันตรายอย่างยิ่ง   และถ้าหากเขาต้องปะทะกับเธอละก็คงต้องทุ่มสุดตัวแล้วล่ะ

                    “เช่นกันครับ”    แทซอนกล่าวได้แค่นั้น  ก็มองดูร่างอันระหงเดินเฉิดฉายไปทางมุมห้องหนึ่งอย่างใจเย็น ราวกับว่าเธอมาเดินแฟชั่นมากกว่าจะมาประลองแข่งขัน

                    “ผู้หญิงคนนี้อันตรายมาก  เธอเป็นแม่มด”     แทซอนถึงกับผงะเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ติดตามตัวเองบอก

                    “เผ่าพันธุ์แม่มดงั้นเหรอ  นายรู้ได้ไง”      

                    “อย่าลืมสิครับว่าเผ่าพันธุ์แวมไพร์กับแม่มดเป็นพันธมิตร”     แทซอนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด

                    “แบบนั้นหรอกเหรอ   ว่าแต่เซฟนายมีร่างอื่นนอกจากร่างนี้หรือเปล่า”    เซฟมองตาผู้เป็นายของตัวเองอย่างสงสัย 

                    “ผมไม่อยากเป็นที่ผิดสังเกตใครน่ะ”     แล้วเซฟก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะค่อย ๆ เดินถอยห่างออกจากแทซอนเล็กน้อย  ส่วนริมฝีปากก็ขยับขึ้นลงพึมพำอะไรบางอย่าง

                    ทักษะเผ่าพันธุ์   กายาค้างคาว

                    จู่ ๆ ร่างของเซฟก็หดเล็กลงเรื่อยๆ   แขนของเขาเริ่มมีเล็บยาว ๆ งอกออกมา  ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปมันบิดเบี้ยวเหมือนกับกำลังถูกบีบอัด มือของมันเริ่มมีพังผืดอะไรบางอย่างงอกออกมาบริเวณช่องแขน  ก่อนที่ร่างทั้งร่างของเซฟจะกลายเป็นค้างคาวสีดำสนิทที่มีนัยน์ตาสีแดง  และมีขนาดตัวเท่ากับกำปั้น

                    “แบบนี้พอใช้ได้มั๊ยครับ”     เซฟกล่าวผ่านปากเล็ก ๆ  ของค้างคาวตัวจ้อยก่อนจะบินร่อนลงบนบ่าข้างซ้ายของผู้เป็นนาย

                    “ใช้ได้”

    +++++++++++++++++++++++++

                    “ไคน์คืนร่างเดิมก่อนได้มั๊ย”

                    ผมกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของผู้ติดตามเผ่าพันธุ์หมาป่า  เพราะดูเหมือนว่าผู้เล่นทั้งหลายที่มีประมาณร้อยกว่าคน  และกำลังนั่ง ๆ ยืน ๆ ในห้อง C3 ที่ผมถูกสุ่มมาอยู่นี้  จะให้ความสนใจกับผมเสียเหลือเกิน  ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผมมีผู้ติดตามถึงสองคนก็เป็นได้

                    “ชิ”   ไคน์สบถเบา ๆ   แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี มันถอยห่างจากผมไปเล็กน้อยแล้วเริ่มใช้ทักษะของตัวเอง

                    ทักษะเผ่าพันธุ์  กายาหมาป่า

                    ร่างของไคน์เริ่มมีขนสีเทางอกขึ้นตามตัวอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่แขนของมันจะค่อย ๆ หดเข้าไป  จากนั้นร่างของไคน์ก็ก้มลงอยู่ในท่าสี่ขา  ขณะที่ขาทั้งสองข้างที่ยังมีลักษณะเป็นมนุษย์ก็หดลงกลายสภาพเป็นขาหลังของสุนัข  พร้อมกับใบหน้าของไคน์ก็ค่อย ๆ มีขนงอกยาว  ปากเริ่มยื่นออกมาก่อนจะมีฟันที่แหลมคมงอกตามมาด้วย  และในที่สุดร่างของไคน์ก็กลายเป็นหมาป่าตัวสีเทาที่มีขนสีดำพาดหลังยาวไปถึงหาง  ขนาดตัวของมันนั้นสูงพ้นจนเลยเข่าผมมาหลายนิ้ว

                    “โอเคใช้ได้”     ผมกล่าวชม  แต่หมาป่าสีเทาตัวนี้กลับแค่เหล่ตาขึ้นมามองหน้าอย่างเซ็งๆ  ก่อนจะสะบัดหน้าหนีราวกับสุนัขเลี้ยงที่ไม่ได้ของที่มันต้องการจากเจ้านาย

                    “เอานะ...ทนนิดหน่อยเอง  ผมรู้ว่าแกไม่อยากอยู่ในร่างนี้”    ผมกล่าวปลอบมันเบา ๆ   พลางยกมือลูบหัวอย่างนึกเอ็นดู  แต่กลายเป็นว่าไคน์ส่งเสียงขู่ในแบบหมาหวงกระดูกมาให้แทน   จนผมต้องยกมือออกแล้วนึกขันในกิริยาของมันก่อนจะหันหน้าไปทางเวียร่า

                    “เข้าใจแล้วค่ะนายท่าน”    เหมือนเวียร่าจะรู้ว่าต้องการขอให้เธอทำอะไร    จึงไม่ได้รอฟังสิ่งที่ผมบอกแต่กลับเดินถอยห่างผมออกไปแล้วเริ่มขยับริมฝีปากพูดอะไรบางอย่าง

                    ทักษะเผ่าพันธุ์    แปรเปลี่ยนกายา

                    เวียร่าเรียกใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์  ทักษะที่สามารถทำให้ร่างของเผ่าพันธุ์นี้สลายกลายเป็นวัตถุอะไรก็ได้  แต่สภาพจะเป็นน้ำแข็งแทนที่จะเป็นวัตถุนั้นจริงๆ    และทันทีที่ทักษะแสดงผลร่างของเวียร่าก็สลายกลายเป็นละอองสีฟ้าใส  ที่ส่องประกายระยิบระยับรอบ ๆ ตัวของผม  ก่อนมันจะรวมกลุ่มกันแล้วเคลื่อนผ่านลำตัวผมไปทางแขนข้างขวา  จากนั้นก็ม้วนตัววนรอบข้อมือเร็ว ๆ   และพริบตานั้นเองมันก็กลายเป็นกำไลสีฟ้าใสที่ส่องแวววับต้องแสงไฟภายในห้อง

                    “ครั้งนี้ขอเป็นกำไล ได้มั๊ยค่ะ”     เสียงของเวียร่าดังออกมาจากกำไลที่แขนข้างขวา  ซึ่งผมก็พยักหน้าให้เป็นความหมายว่าใช้ได้ 

                ฟิ้ว!

                    วูบหนึ่งนั้นอะไรบางอย่างก็พุ่งแหวกอากาศมาทางด้านหลังของผม และในชั่ววินาทีนั้นผมก็เปิดใช้ทักษะจักษุเซียนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบิดเท้าซ้ายเพื่อเบี่ยงตัวเล็กน้อยให้พ้นวิถีของการโจมตี   จากนั้นก็ได้เห็นเข็มสีเงินเล่มเล็กกำลังพุ่งผ่านหน้าของผมไปอย่างช้าๆ  ราวกับภาพสโลโมชั่น

                    “เยี่ยมจริงๆ  ผมนึกว่าจะหลบไม่ได้ซะอีก”

                    ใครบางคนเดินมาจากทางด้านข้างแล้วตบมือสองสามที   ซึ่งนั่นทำให้ผมต้องหันหน้าไปเผชิญทันที และก็ได้ความว่าเขาคือผู้เล่นคนหนึ่งที่ให้ผมเดาก็คงมีอาชีพมือสังหาร   ถ้าดูจากการโจมตีเมื่อครู่

                    “ต้องขออภัยที่ทักทายด้วยวิธีรุนแรงหน่อยๆ ”

                    “...”     ผมยังไม่พูดอะไรแต่กำลังประเมินผู้เล่น  ที่กำลังจะกลายเป็นศัตรูในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอย่างวิเคราะห์ 

                    “ผู้ติดตามน่าทึ่งมากเลยนะ”     

                    เหมือนเขาจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในตอนนี้  และคงจะพยายามหาเรื่องมาคลายมัน  แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมคล้อยตาม  เพราะดูจากน้ำเสียงที่พูดและอากัปกิริยาโดยเบื้องต้นแล้ว  ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือก็คงเป็นผู้เล่นอิสระที่แข็งแกร่งและชอบทำตัวลึกลับ 

                วูบ!

                    ผมลองปล่อยพลังออร่ากดดันอีกฝ่ายเพื่อหยั่งเชิง  แต่ปรากฏว่าเขากลับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร  ราวกับว่าพลังนั้นไม่ได้เข้าถึงตัวเขาเลย   อีกทั้งยังส่งพลังออร่าในรูปแบบการชอนไชมาตามคลื่นพลังของผม  จนผมต้องดึงพลังออร่ากลับแล้วใช้มันคลุมตัวทันทีเพื่อไม่ให้โดนพลังออร่าของอีกฝ่ายกดดัน

                    “หึ”    ผมครางอย่างรู้สึกชอบใจใจลำคอ  คน ๆนี้มีฝีมือที่สูงมากเพราะถึงขนาดบังคับพลังออร่าให้เป็นเส้นสาย  แล้วชอนไชเพื่อกดดันคนอื่นได้นั้น  ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

                วูบ!

                    ต่างฝ่ายต่างชักพลังออร่ากลับ  ก่อนจะพากันสลายมันทิ้งแล้วดูดกลืนเข้าสู่ร่างเหมือนเดิม  ซึ่งดูเหมือนว่าที่ผ่านมาผมกับเขากำลังเล่นเกมส์จ้องตากันไปมาแต่แท้จริงแล้ว  เราพึ่งทำสงครามหยั่งเชิงศัตรูกันมาหมาด ๆ

                    “ยินดีที่ได้รู้จัก”    ฝ่ายตรงข้ามกล่าวก่อนจะโค้งคำนับให้ผมอย่างนอบน้อม

                    “เช่นกันครับ”   ผมก้มหัวเล็กน้อยตามมารยาท  และก็เป็นขณะเดียวกับที่เสียงจากระบบดังกระหึ่มทั่วห้องอีกครั้ง

                ‘ประกาศจากระบบขณะนี้การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว   ซึ่งรอบแรกนั้นจะให้ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละห้องสังหารผู้เล่นด้วยกันเอง   โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสังหารให้ครบ 10 คน  เมื่อครบแล้วระบบจะวาร์ปออกจากห้องไปยังรอบต่อไปค่ะ  

                อนึ่งการแข่งขันภายในแต่ละห้องนั้นจะถูกถ่ายทอดสดไปยังจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ ที่อยู่ในสนามแข่งขันด้วยค่ะขอให้ผู้เล่นทุกท่านโชคดี

                กรุณารอสักครู่ระบบกำลังนับถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันค่ะ…

                10...9...8...7...6...5

                ...4

                ...3

                ...2

                ...1’

                    ทักษะหัตถ์พยายม    ฝ่ามือดับสูญ

                    ทักษะท่าเท้าข้ามภพ    เดินชมดาว

                ตูม!

     


     

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน