เป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองเกรย์คือเมืองที่เน้นด้านการประลองฝีมือเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมืองนี้มักเนืองแน่นไปด้วยผู้เล่นที่หวังต้องการประลองฝีมือกับผู้เล่นด้วยกัน เพราะที่เมืองนี้นอกจากจะมีโดมขนาดใหญ่ที่มีไว้สำหรับจัดการต่อสู้แล้ว ยังมีสถานที่ขนาดย่อมที่เปิดให้บริการสนามประลองขนาดเล็ก ที่คุณสามารถวางเดิมพันกันแล้วต่อสู้จนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้ได้ แต่สถานบริการที่ว่านี้ก็มักจะถูกมองเป็นเรื่องที่ยุ่งยากของผู้เล่น เพราะในความเป็นจริงทุกที่ของเซียนออนไลน์ สามารถต่อสู้กันได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าหากฝ่ายใดแพ้ก็ต้องตายแล้วเกิดใหม่ ส่วนสถานบริการสนามประลองนั้นจะตรงกันข้าม โดยที่ถ้าฝ่ายใดแพ้ก็ไม่จำเป็นต้องตาย แค่แถบพลังหมดก็จะถูกวาปออกจากสนามทันที
“ช้าจัง” วรรณภาบ่นพึมพำกับตัวเองในร้านบะหมี่แห่งหนึ่งใกล้ๆ กับโดมการแข่งขัน เธอมานั่งรอพวกเอกอนได้30 นาทีกว่าแล้ว รวมถึงดราก้อนฟิช แทซอน เซฟ เดลต้า เดม่อนโครว เทสก้า และราเชลไอซ์ก็ด้วย
“หึ”
มีเสียงลอดผ่านลำคอของเดม่อนโครวออกมา หากวรรณภาก็เพียงแค่เหลือบตามองแค่นั้น ซึ่งเธอเลือกที่จะไม่พูดกับหัวหน้ากิลด์นักแสวงบุญคนปัจจุบัน ตั้งแต่ที่เห็นหน้าเมื่อ 20 นาทีก่อน เหตุเพราะมันดีกว่าที่ต่างฝ่ายต่างอยู่ เนื่องจากแต่ละคนก็มีเหตุผลจำเป็นของตัวเองที่ไม่สามารถอธิบายให้ใครฟังได้
“อีก 15นาทีก็จะเริ่มการแข่งขันแล้วนะ”
เป็นเทสก้าที่บ่นออกมา ก่อนเธอจะใช้สายตามองดูผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่เดินกันให้ควั่ก และหนาตามากกว่าปกติผ่านบานกระจกของร้านออกไป จริงอยู่ที่เมืองนี้มักจะมีคนมาสัญจรอยู่ตลอดเวลาไม่เคยขาด แต่สำหรับวันนี้นั้นมันแตกต่างออกไป เหตุเพราะอีกไม่กี่นาทีนับจากนี้ก็จะมีการแข่งขันของกิจกรรมระบบเกิดขึ้น มันเป็นกิจกรรมหลอกตาที่ดร.เนวันสร้างขึ้นมา แล้วใช้ข้ออ้างว่าจะคัดผู้เล่น 10คนเพื่อเข้าไปในดันเจี้ยนพิเศษที่มีของรางวัลอย่างแรร์ไอเทมรออยู่ และมันก็ดูเหมือนมันจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เล่นทั่วไป ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้เล่นหน้าใหม่อย่างแน่นอน แต่ตัวเต็งทั้งหลายที่หลบอยู่ในมุมมืดก็ต้องเข้าร่วมด้วยเช่นกัน เพราะของรางวัลเป็นถึงแรร์ไอเทมที่มีไม่กี่ชิ้นบนเกมส์เซียออนไลน์ ซึ่งถ้าหากใครได้ไปนอกจากจะรวยเละเนื่องจากนำไปขายแล้ว ยังยากที่จะต่อกรอีกด้วยหากผู้ถือครองคิดจะใช้มันต่อสู้
ตึง!
ผ่านไปประมาณ 2นาทีเศษ อะไรบางอย่างก็ผุดขึ้นตรงพื้นดินเยื้อง ๆ กับประตูทางเข้าร้านบะหมี่ สถานที่ที่พวกของวรรณภานั่งอยู่ มันคือบานประตูสารพัดนึกที่ค่อย ๆ แง้มออก และปรากฏร่างของคนที่พวกของวรรณภารอคอยเดินผ่านออกมา
“มาแล้ว” เป็นวรรณภาที่เอ่ยออกมา พร้อมกับลุกพรวดจากเก้าอี้ที่นั่งอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินดุ่มเปิดประตูร้านออกไปหา
“นานจังนะ ฉันนึกว่านายไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ซะอีก” ผมทำสีหน้าแห้ง ๆ ทันทีที่ถูกเหน็บ ก่อนจะยกมือเกาหัวอย่างงุ่มง่าม นี่ผมถือว่ารีบแล้วนะก็ให้ทำไงได้ เมื่อคืนนี้กว่าจะหลุดมาจากพวกกองทัพสติฟั่นเฟืองได้ ก็ปาไปตั้งตี 2 แนะ
“ไม่คล้ายแต่ก็เหมือน” ผมพูดได้แค่นั้นเพราะยังไงก็ผิดอยู่ดี และในระหว่างนั้นเอกอน เทลเลอร์กับผู้ติดตามทั้งสองของผมก็เดินพ้นออกจากบานประตูมาสมทบ
“เจ้านั่น” จู่ ๆ เทสก้าก็โพล่งขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่เจ้าไคน์ หลังจากที่เปิดประตูร้านบะหมี่ออกมารวมกับวรรณภาข้างนอก ซึ่งตามติดมาด้วยคนอื่น ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะราเชลไอซ์ที่ดูเหมือนจะจงใจเฉียดใกล้ผมเป็นพิเศษ แล้วแผ่ไอเย็นเบา ๆ ใส่
“ผมไม่ยอมแพ้คุณหรอกนะ” ราเชลไอซ์กระซิบผ่านหลังผมเบาๆ และเดินเลยผ่านไป ก่อนจะไปหยุดอยู่ข้างดราก้อนฟิชซึ่งผมก็ได้แค่ยักไหล่ให้เท่านั้น แล้วหันไปสนใจกับเทสก้าแทน
“อ่อนี่นะเหรอ...ผู้ติดตามผมน่ะมีอะไรหรือเปล่า” ผมถามอย่างสงสัย เพราะน้อยคนนักที่จะสนใจในตัวของผู้ติดตามผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหมาหน้าตายเช่นไคน์
“รู้แต่ว่าคุณสู้ชนะมันเหรอ” ผมกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะนึกอ๋อในใจว่าเทสก้าหมายถึงอะไร
“เปล่า...ต่อให้ผมไม่สู้ มันก็เป็นผู้ติดตามผม เพราะเจ้านี่ทำพันธสัญญากับผมตั้งนานแล้ว...ขอโทษละกันที่มันทำตามใจตัวเองหน่อยๆ ” แล้วเทสก้าก็ทำหน้าย่นงอนเป็นเด็ก ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดทันทีที่ไคน์เหล่ตามอง แต่สีหน้าที่ดูเหมือนหยิ่ง ๆ นั้นก็ปกปิดความอายไม่มิด และผมก็ฉีกยิ้มกว้างทันทีเมื่อรู้สาเหตุ
“พึ่งรู้นะเนี้ยว่าหมาผมมีเสน่ห์แบบไม่ต้องลงแรงจีบ ก็ทำให้ผู้หญิงชอบ” ผมแอบป้องมือที่หูไคน์แล้วกระซิบแซว
“ชิ” ไคน์เหลือบตามองมาที่ผมแล้วพ่นคำที่ติดปากเป็นอาจิณให้ ซึ่งผมก็ได้แค่ยักคิ้วตอบ 2-3 ทีเป็นการล้อเลียน
“อยากกินกระดูกแขนตัวเองเป็นมื้อเช้ามั๊ย” ในที่สุดไคน์ก็เริ่มรำคาญอีกครั้ง นั่นทำให้ผมถอยหน้าออกมาแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆอย่างสนุก
“จะเอ้อระเหยกันอีกนานมั๊ย” เป็นแทซอนที่เอ่ยขึ้นมาซึ่งนั่นทำให้พวกเราเกือบทุกคนได้สติกัน และก็เป็นผมเองที่เป็นคนตัดบทแล้วเดินนำคนอื่นๆ เข้าสู่โดมแห่งการแข่งขัน
“งั้นก็ไปกันเลย”
+++++++++++++++++++
โดมแข่งขันเมืองเกรย์เป็นสถาปัตยกรรมด้านกราฟฟิคที่ถือว่าสวยงามเป็นอย่างยิ่ง มันเหมือนกับจับเอาสนามแข่งขันฟุตบอลกับศิลปะแบบลายไทยมาประยุกต์กันไม่มีผิด ซึ่งถ้าดูจากภายนอกก็จะเห็นว่าตัวโดมที่อยู่ตรงกลางอัศจรรย์รูปวงรีนั้น ถูกรังสรรค์โดยแก้วใสที่แวววับ แต่กลับมีความแข่งแกร่งคงทนอย่างยิ่งตั้งเด่นหราอยู่ ส่วนรอบ ๆ นั้นมันก็ถูกประดับประดาและตกแต่งด้วยลายไทยสีเงิน ที่วิจิตรบรรจงตั้งแต่กำแพงที่ล้อมรอบยันประตูทางเข้า และในความคิดผมนั้นมองว่ามันน่าจะเป็นสถานที่จัดแสดงงานพิพิธภัณฑ์มากกว่าจะเป็นสนามประลอง ถ้าดูจากรูปแบบและโครงสร้างของอาคารนะ แต่ก็นั่นแหละเพราะทันทีพวกเราเบียดเสียดกับผู้เล่นคนอื่นผ่านเข้าไปในโดมได้ บรรยากาศที่อยู่ด้านในก็คนละเรื่องกับด้านนอกไปเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างไรอย่างนั้นแม้ว่าผู้คนจะมากก็ตาม
“ผมจะกล้าปัสสาวะมั๊ยเนี้ย”
แทซอนพูดติดตลกขณะที่ตัวเขากำลังมองผู้เล่นนับแสนที่อยู่เบื้องหน้าตัวเอง และสักพักหนึ่งเสียงประกาศจากระบบ ก็ดังกระหึ่มทั่วห้องสีขาวโพลนที่พวกเขาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันจะยัดผู้เล่นจำนวนแสนกว่าคนได้
‘ขออนุญาตแจ้งรายละเอียดให้ทราบค่ะ เนื่องจากผู้เข้าชมและผู้เข้าแข่งขันมีเป็นจำนวนมาก ทางระบบจึงจะใช้วิธีวาร์ปส่งตัวผู้เล่นตามบัตรประจำตัวที่ได้รับมาจากการจองตั๋วค่ะ โดยบัตรผู้เข้าชมนั้นระบบจะวาร์ปให้ไปอยู่ ณที่นั่งที่ผู้เล่นจองในอัศจรรย์ทันทีตามหมายเลขมุมขวาบนสุดค่ะ
ส่วนบัตรผู้เข้าร่วมแข่งขันนั้นระบบจะวาร์ปไปยังห้องเตรียมตัวที่ได้จัดไว้ค่ะ ส่วนห้องเตรียมตัวที่ผู้เล่นต้องไปนั้นระบบจะเป็นผู้สุ่มไปเองค่ะ โดยจะมีหมายเลขห้องตั้งแต่ C1 – C10 ค่ะ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน และขอให้ผู้เล่นทุกท่านหยิบบัตรประจำตัวออกมาทันทีค่ะ’
สิ้นเสียงของระบบผู้เล่นทั้งหมดภายในห้องแห่งนี้ ต่างก็หยิบบัตรประจำตัวออกจากหน้าต่างเก็บไอเท็มกันพัลวัน ซึ่งรวมถึงแทซอนด้วย และบัตรประจำตัวที่ว่าเขาก็ได้รับมาจากดร.เนวันเมื่อ 40 นาทีก่อน ส่วนเซฟนั้นเป็นผู้ติดตามจึงไม่ต้องมีบัตรแต่สามารถวาร์ปตามเจ้านายของตัวเองได้เลย
‘กรุณารอสักครู่ระบบกำลังนำผู้เล่นทุกคนไปยังจุดพิกัดตามบัตรประจำตัวค่ะ’
สิ้นคำพูดของระบบร่างของแทซอนก็เรืองแสงสีขาวอ่อน แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่เขา แต่รวมถึงคนอื่น ๆ ภายในห้องแห่งนี้ด้วย เขาหันไปส่งยิ้มให้กับเพื่อนคนอื่น ๆ ก่อนจะโบกมือเป็นเชิงว่าแล้วเจอกัน
วูบ!
จากนั้นร่างของอดีตอันดับที่ 4ก็ค่อย ๆ หายไปท่ามกลางผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่หายไปเช่นกัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองมาโผล่อยู่ตรงกลางห้องขนาดใหญ่ ที่เดาว่าคงมีขนาดไม่ต่างจากโรงยิมสักเท่าไหร่นัก แต่มันอาจจะผิดแผกแค่ในห้องนี้มีโซฟาให้นั่งกันหลายตัวที่ตั้งเรียงอย่างระเกะระกะ ซึ่งดูแล้วมันเหมือนเอามาตั้งไว้เฉย ๆ มากกว่าจะเรียกว่าเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้อง
“คนเยอะจัง”
แทซอนเปรยกับตัวเองเบา ๆ เขามองดูผู้เล่นที่คงมีราว ๆ ร้อยกว่าคน กำลังนั่งอยู่บนโซฟาบ้าง ยืนเก๊กพิงกำแพงห้องบ้าง หรือไม่ก็จับกลุ่มสนทนากันถึงกิจกรรมในครั้งนี้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหลักที่แทซอนสนใจ สิ่งที่สำคัญสุดตั้งแต่โผล่มาอยู่ห้องนี้คือ พลังออร่าของแต่ละคนที่แผ่ข่มกันทั่วห้องจนรู้สึกอึดอัด แต่เพราะตัวเขาเองก็มีฝีมืออยู่บ้างจึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่นัก กระนั้นก็ยังมีผู้เล่นบางคนที่นั่งกอดเข่าตัวเอง เพราะทนความกดดันทั้งหลายไม่ไหวอยู่ตามมุมห้อง
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
แว่วเสียงหวานจากอิสตรีนางหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังของแทซอน จนทำให้เขาถึงกับสะดุ้งสุดตัวแล้วหันควับกลับไปโดยพลัน และก็ได้พบหญิงสาวที่มีสีผมสีน้ำตาลเข้ม และดวงหน้าใสซื่อกำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่ ซึ่งจากเค้าโครงหน้าที่เห็นนั้นเธอคงเป็นคนแถบเอเชียอย่างแน่นอน
“เธอ” แทซอนกล่าวได้เพียงเท่านั้น เพราะเขาอึ้งที่ผู้หญิงคนนี้สามารถเข้าถึงตัวเขาได้โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัวสักนิด ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอคงเป็นผู้เล่นที่เก่งอันดับต้นๆ คนหนึ่งแน่นอน
“ฉันชื่อเรย์ญา เป็นแฟนคลับคุณค่ะ แล้วเจอกันที่สนามประลองนะคะ” คำสุดท้ายเธอบีบเสียงเล็กจนดูน่ารัก แต่สำหรับแทซอนในตอนนี้เธอเป็นคนที่อันตรายอย่างยิ่ง และถ้าหากเขาต้องปะทะกับเธอละก็คงต้องทุ่มสุดตัวแล้วล่ะ
“เช่นกันครับ” แทซอนกล่าวได้แค่นั้น ก็มองดูร่างอันระหงเดินเฉิดฉายไปทางมุมห้องหนึ่งอย่างใจเย็น ราวกับว่าเธอมาเดินแฟชั่นมากกว่าจะมาประลองแข่งขัน
“ผู้หญิงคนนี้อันตรายมาก เธอเป็นแม่มด” แทซอนถึงกับผงะเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ติดตามตัวเองบอก
“เผ่าพันธุ์แม่มดงั้นเหรอ นายรู้ได้ไง”
“อย่าลืมสิครับว่าเผ่าพันธุ์แวมไพร์กับแม่มดเป็นพันธมิตร” แทซอนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด
“แบบนั้นหรอกเหรอ ว่าแต่เซฟนายมีร่างอื่นนอกจากร่างนี้หรือเปล่า” เซฟมองตาผู้เป็นายของตัวเองอย่างสงสัย
“ผมไม่อยากเป็นที่ผิดสังเกตใครน่ะ” แล้วเซฟก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะค่อย ๆ เดินถอยห่างออกจากแทซอนเล็กน้อย ส่วนริมฝีปากก็ขยับขึ้นลงพึมพำอะไรบางอย่าง
ทักษะเผ่าพันธุ์ กายาค้างคาว
จู่ ๆ ร่างของเซฟก็หดเล็กลงเรื่อยๆ แขนของเขาเริ่มมีเล็บยาว ๆ งอกออกมา ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนไปมันบิดเบี้ยวเหมือนกับกำลังถูกบีบอัด มือของมันเริ่มมีพังผืดอะไรบางอย่างงอกออกมาบริเวณช่องแขน ก่อนที่ร่างทั้งร่างของเซฟจะกลายเป็นค้างคาวสีดำสนิทที่มีนัยน์ตาสีแดง และมีขนาดตัวเท่ากับกำปั้น
“แบบนี้พอใช้ได้มั๊ยครับ” เซฟกล่าวผ่านปากเล็ก ๆ ของค้างคาวตัวจ้อยก่อนจะบินร่อนลงบนบ่าข้างซ้ายของผู้เป็นนาย
“ใช้ได้”
+++++++++++++++++++++++++
“ไคน์คืนร่างเดิมก่อนได้มั๊ย”
ผมกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของผู้ติดตามเผ่าพันธุ์หมาป่า เพราะดูเหมือนว่าผู้เล่นทั้งหลายที่มีประมาณร้อยกว่าคน และกำลังนั่ง ๆ ยืน ๆ ในห้อง C3 ที่ผมถูกสุ่มมาอยู่นี้ จะให้ความสนใจกับผมเสียเหลือเกิน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผมมีผู้ติดตามถึงสองคนก็เป็นได้
“ชิ” ไคน์สบถเบา ๆ แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี มันถอยห่างจากผมไปเล็กน้อยแล้วเริ่มใช้ทักษะของตัวเอง
ทักษะเผ่าพันธุ์ กายาหมาป่า
ร่างของไคน์เริ่มมีขนสีเทางอกขึ้นตามตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แขนของมันจะค่อย ๆ หดเข้าไป จากนั้นร่างของไคน์ก็ก้มลงอยู่ในท่าสี่ขา ขณะที่ขาทั้งสองข้างที่ยังมีลักษณะเป็นมนุษย์ก็หดลงกลายสภาพเป็นขาหลังของสุนัข พร้อมกับใบหน้าของไคน์ก็ค่อย ๆ มีขนงอกยาว ปากเริ่มยื่นออกมาก่อนจะมีฟันที่แหลมคมงอกตามมาด้วย และในที่สุดร่างของไคน์ก็กลายเป็นหมาป่าตัวสีเทาที่มีขนสีดำพาดหลังยาวไปถึงหาง ขนาดตัวของมันนั้นสูงพ้นจนเลยเข่าผมมาหลายนิ้ว
“โอเคใช้ได้” ผมกล่าวชม แต่หมาป่าสีเทาตัวนี้กลับแค่เหล่ตาขึ้นมามองหน้าอย่างเซ็งๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีราวกับสุนัขเลี้ยงที่ไม่ได้ของที่มันต้องการจากเจ้านาย
“เอานะ...ทนนิดหน่อยเอง ผมรู้ว่าแกไม่อยากอยู่ในร่างนี้” ผมกล่าวปลอบมันเบา ๆ พลางยกมือลูบหัวอย่างนึกเอ็นดู แต่กลายเป็นว่าไคน์ส่งเสียงขู่ในแบบหมาหวงกระดูกมาให้แทน จนผมต้องยกมือออกแล้วนึกขันในกิริยาของมันก่อนจะหันหน้าไปทางเวียร่า
“เข้าใจแล้วค่ะนายท่าน” เหมือนเวียร่าจะรู้ว่าต้องการขอให้เธอทำอะไร จึงไม่ได้รอฟังสิ่งที่ผมบอกแต่กลับเดินถอยห่างผมออกไปแล้วเริ่มขยับริมฝีปากพูดอะไรบางอย่าง
ทักษะเผ่าพันธุ์ แปรเปลี่ยนกายา
เวียร่าเรียกใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์ ทักษะที่สามารถทำให้ร่างของเผ่าพันธุ์นี้สลายกลายเป็นวัตถุอะไรก็ได้ แต่สภาพจะเป็นน้ำแข็งแทนที่จะเป็นวัตถุนั้นจริงๆ และทันทีที่ทักษะแสดงผลร่างของเวียร่าก็สลายกลายเป็นละอองสีฟ้าใส ที่ส่องประกายระยิบระยับรอบ ๆ ตัวของผม ก่อนมันจะรวมกลุ่มกันแล้วเคลื่อนผ่านลำตัวผมไปทางแขนข้างขวา จากนั้นก็ม้วนตัววนรอบข้อมือเร็ว ๆ และพริบตานั้นเองมันก็กลายเป็นกำไลสีฟ้าใสที่ส่องแวววับต้องแสงไฟภายในห้อง
“ครั้งนี้ขอเป็นกำไล ได้มั๊ยค่ะ” เสียงของเวียร่าดังออกมาจากกำไลที่แขนข้างขวา ซึ่งผมก็พยักหน้าให้เป็นความหมายว่าใช้ได้
ฟิ้ว!
วูบหนึ่งนั้นอะไรบางอย่างก็พุ่งแหวกอากาศมาทางด้านหลังของผม และในชั่ววินาทีนั้นผมก็เปิดใช้ทักษะจักษุเซียนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบิดเท้าซ้ายเพื่อเบี่ยงตัวเล็กน้อยให้พ้นวิถีของการโจมตี จากนั้นก็ได้เห็นเข็มสีเงินเล่มเล็กกำลังพุ่งผ่านหน้าของผมไปอย่างช้าๆ ราวกับภาพสโลโมชั่น
“เยี่ยมจริงๆ ผมนึกว่าจะหลบไม่ได้ซะอีก”
ใครบางคนเดินมาจากทางด้านข้างแล้วตบมือสองสามที ซึ่งนั่นทำให้ผมต้องหันหน้าไปเผชิญทันที และก็ได้ความว่าเขาคือผู้เล่นคนหนึ่งที่ให้ผมเดาก็คงมีอาชีพมือสังหาร ถ้าดูจากการโจมตีเมื่อครู่
“ต้องขออภัยที่ทักทายด้วยวิธีรุนแรงหน่อยๆ ”
“...” ผมยังไม่พูดอะไรแต่กำลังประเมินผู้เล่น ที่กำลังจะกลายเป็นศัตรูในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอย่างวิเคราะห์
“ผู้ติดตามน่าทึ่งมากเลยนะ”
เหมือนเขาจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในตอนนี้ และคงจะพยายามหาเรื่องมาคลายมัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมคล้อยตาม เพราะดูจากน้ำเสียงที่พูดและอากัปกิริยาโดยเบื้องต้นแล้ว ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือก็คงเป็นผู้เล่นอิสระที่แข็งแกร่งและชอบทำตัวลึกลับ
วูบ!
ผมลองปล่อยพลังออร่ากดดันอีกฝ่ายเพื่อหยั่งเชิง แต่ปรากฏว่าเขากลับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ราวกับว่าพลังนั้นไม่ได้เข้าถึงตัวเขาเลย อีกทั้งยังส่งพลังออร่าในรูปแบบการชอนไชมาตามคลื่นพลังของผม จนผมต้องดึงพลังออร่ากลับแล้วใช้มันคลุมตัวทันทีเพื่อไม่ให้โดนพลังออร่าของอีกฝ่ายกดดัน
“หึ” ผมครางอย่างรู้สึกชอบใจใจลำคอ คน ๆนี้มีฝีมือที่สูงมากเพราะถึงขนาดบังคับพลังออร่าให้เป็นเส้นสาย แล้วชอนไชเพื่อกดดันคนอื่นได้นั้น ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
วูบ!
ต่างฝ่ายต่างชักพลังออร่ากลับ ก่อนจะพากันสลายมันทิ้งแล้วดูดกลืนเข้าสู่ร่างเหมือนเดิม ซึ่งดูเหมือนว่าที่ผ่านมาผมกับเขากำลังเล่นเกมส์จ้องตากันไปมาแต่แท้จริงแล้ว เราพึ่งทำสงครามหยั่งเชิงศัตรูกันมาหมาด ๆ
“ยินดีที่ได้รู้จัก” ฝ่ายตรงข้ามกล่าวก่อนจะโค้งคำนับให้ผมอย่างนอบน้อม
“เช่นกันครับ” ผมก้มหัวเล็กน้อยตามมารยาท และก็เป็นขณะเดียวกับที่เสียงจากระบบดังกระหึ่มทั่วห้องอีกครั้ง
‘ประกาศจากระบบขณะนี้การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งรอบแรกนั้นจะให้ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละห้องสังหารผู้เล่นด้วยกันเอง โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสังหารให้ครบ 10 คน เมื่อครบแล้วระบบจะวาร์ปออกจากห้องไปยังรอบต่อไปค่ะ
อนึ่งการแข่งขันภายในแต่ละห้องนั้นจะถูกถ่ายทอดสดไปยังจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ ที่อยู่ในสนามแข่งขันด้วยค่ะขอให้ผู้เล่นทุกท่านโชคดี
กรุณารอสักครู่ระบบกำลังนับถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันค่ะ…
10...9...8...7...6...5
...4
...3
...2
...1’
ทักษะหัตถ์พยายม ฝ่ามือดับสูญ
ทักษะท่าเท้าข้ามภพ เดินชมดาว
ตูม!