“เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!!”
เสียงร้องของเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความใและใบหน้าที่ตื่นตระหนกได้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า สายตาต่างสาดส่องไปโดยรอบอย่างถี่ถ้วนห้องนอนสีขาวที่อยู่อาศัยมาั้แ่เล็กจนโตบัดนี้กลับกลายมาเป็ป่าไม้ที่ขึ้นจนรกทึบ บรรยกาศที่เย็นสบายของห้องแอร์กลับแทนที่ด้วยลมหนาวจากธรรมชาติ ทำให้เด็กสาวมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็อย่างมาก
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ3ชั่วโมงก่อนเด็กสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับแอร์ที่เย็นฉ่ำหารู้ไม่ว่าภัยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตน ร่างแมวดำได้ก้าวเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง ดวงตาสีอำพันจดจ้องไปที่ร่างบางที่นอนอุดอู้อยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งสี่ขาก้าวเดินอย่างมั่นคงมุ่งตรงไปยังเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียง
เมื่อเข้ามาใกล้ร่างของเด็กสาวแมวดำก็ได้ใช้ขาหน้าข้างขวาแตะลงบนแขนของเด็กสาวเบา ๆ เพียงแต่การแตะเบา ๆ ของแมวดำก็เกิดอักษรแปลกประหลาดขึ้นโดยรอบตัวของเด็กสาวพลานุภาพของตัวอักษรทำให้อากาศรอบตัวเด็กสาวเริ่มแตกร้าวที่ละนิดโดยที่เด็กสาวไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย อากาศที่แตกร้าวทำให้ปรากฏช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นและได้ดึงเอาร่างของเด็กสาวเข้าไปภายใน
ความมืดมิดได้ปกคลุมรอบตัวเด็กสาวเป็เวลาชั่วครู่ก่อนที่แสงสว่างจะเข้ามาแทนที่และเมื่อแสงเริ่มจางลงต้นไม้ ใบหญ้าที่เขียวชอุ่มก็ได้ปรากฏขึ้นมาแทนห้องสี่เหลี่ยมของเด็กสาว นั่นคือเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กสาวมาอยู่ที่นี่
กลับมายังปัจุบันที่เด็กสาวได้ร้องะโออกมาด้วยความตื่นตระหนกกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เดิมที่พึ่งจะตื่นนอนก็ทำให้สติสัมปชัญญะไม่เสถียรอยู่แล้วพลันแตกกระเจิงจนแทบจะไม่หลงเหลือสติให้คิดวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรอบเข้าไปอีกและกว่าที่เด็กสาวจะกลับมาได้สติอีกครั้งก็ใช้เวลาไปกว่า1นาทีเพื่อฟื้นคืนสติให้กลับมาครบถ้วนได้
เรามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง?
คำถามที่ไม่มีคำตอบต่างวนเวียนอยู่ภายในห้วงความคิดของเด็กสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ห้วงความคิดทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อพุ่มไม้ด้านหน้าของเด็กสาวเริ่มมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ขาหน้าของสิ่งมีชีวิตได้ก้าวออกมาจากพุ่มไม้และเมื่อมันออกมาได้ครึ่งตัวก็ทำให้เด็กสาวที่จ้องมองอยู่รู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีกด้วยเพราะสิ่งที่ออกมาจากพุ่มไม้คือสิงโตที่มีขนสีแดงเพลิงสะดุดตาร่างกายที่สูงใหญ่กว่า1เมตรและสายตาที่จ้องมองไปยังเหยื่อตรงหน้าด้วยความกระหายเื ด้วยความตื่นกลัวทำให้เด็กสาวเริ่มเดินถอยห่างออกจากสิงโตตรงหน้าที่และก้าว
ฉันต้องฝันไปแล้วแน่ ๆ ไม่มีทางที่จะมาโผล่ที่นี้ได้โดยไม่รู้สึกตัวสักนิดหรอกส่วนสิงโตตรงหน้าก็คงเป็ฝันเหมือนกันสินะ ใช่ต้องฝันแน่ ๆ
เด็กสาวที่รู้สึกตื่นกลัวก็ได้พยายามที่จะปลอบใจตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือความฝันที่เกิดจากจิตนาการภายในสมองของตน แต่ความเป็จริงช่างโหดร้ายเมื่อเด็กสาวเลือกที่จะปลุกตัวเองจากฝันร้ายครั้งนี้ด้วยการตีไปแขนตัวเองอย่างแรง เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นมาเบา ๆ เสมือนสิ่งย้ำเตือนความเป็จริงที่เกิดกับตัวเอง
สิงโตขนเพลิงที่จ้องมองมนุษย์ตรงหน้าอยู่ก็เกิดความฉงน สงสัยในพฤติกรรมที่มนุษย์ตรงหน้าได้แสดงออกมาเล็กน้อยแต่ความสงสัยนี้ก็อยู่ได้เพียงไม่นานเมื่อตัวมันคิดได้ว่าถึงจะสงสัยไปก็ไร้ประโยชน์เพราะยังไงมนุษย์ตรงหน้าก็ต้องเข้ามาอยู่ในกระเพาะของมันอยู่ดีถึงจะสงสัยไปก็ทำให้ปวดเมื่อยสมองเสียเปล่า ๆ
เด็กสาวที่กำลังเตรียมที่จะหันหลังวิ่งหนีจากสิงโตขนเพลิงตรงหน้าก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะความรู้สึกที่เหมือนโดนอะไรบ้างอย่างที่หนักอึ้งมากดทับทำให้เด็กสาวไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายของตัวเองได้ตามที่้าแม้จะพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถขยับร่างกายตัวเองได้อีกต่อไป
ต้องวิ่งขยับสิขอร้องละ!
ความคิดที่จะวิ่งหนีเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่เด็กสาวก็ไม่สามารถขยับร่างกายของตัวเองได้เหมือนเดิม เสมือนตอนนี้ร่างของเด็กสาวไม่ตอบสนองต่อการสั่งการใด ๆ ที่เกิดจากผู้เป็เ้าของทั้งสิ้น
เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นมาที่หน้าผากของเด็กสาวด้วยความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิงโตขนเพลิงเมื่อเห็นเด็กสาวหยุดนิ่งอยู่กับที่ก็ได้เดินเข้ามาใกล้เด็กสาวที่ร่างกายเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวอย่างเชื่องช้า
ปากที่ใหญ่โตได้อ้ากว้างขึ้น คมเขี้ยวแหลมคมปรากฏแก่สายตาของเด็กสาวในระยะประชิด เด็กสาวเมื่อรับรู้ว่าตนไม่น่ารอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้ก็ทำใจยอมรับและได้หลับตาลงอย่างช้า ๆ เมื่อคมเขี้ยวของสิงโตขนเพลิงกำลังจะจมลงไปที่ร่างของเด็กสาวก็มีลูกไฟขนาดเท่าลูกฟุตบอลพุ่งเข้ามาใส่ลำตัวของมันอย่างจัง
สิงโตขนเพลิงที่โดนโจมตีแบบไม่ทันได้ตั้งตัวก็หันไปมองยังทิศทางที่ลูกไฟพุ่งมาด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว
“ถ้าเ้ายังไม่อยากตายก็รีบวิ่งหนีเร็วเข้า มัวแต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเดียวก็ได้ตายกันพอดี!”
เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นทำให้เด็กสาวที่กำลังหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้าพลันลืมตาขึ้นมา ตอนนี้ความรู้สึกที่หนักอึ้งได้จากหายไปแล้ว
“ยังจะยืนเฉยอยู่อีกเ้าอยากตายจริง ๆ รึไงกัน!” เสียงของชายหนุ่มดังออกมาจากภายในป่าเพื่อเรียกสติเด็กสาวที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ทางด้านสิงโตขนเพลิงเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นมาก็ได้ เรียกลูกไฟพุ่งตรงไปยังจุดที่คาดว่าชายหนุ่มหลบซ่อนตัวอยู่อย่างทันท่วงที ชายหนุ่มที่รู้ตัวว่าไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไปก็ได้เรียกลูกไฟเข้าปะทะกับพลังของสิงโตขนเพลิงด้วยความรวดเร็ว แต่พลังของชายหนุ่มก็ไม่สามารถต้านทานพลังของสิงโตขนเพลิงได้ ลูกไฟที่เกิดจากพลังของชายหนุ่มทำได้เพียงชะลอความเร็วของมันลงเท่านั้นแต่มันก็มากพอที่จะให้ชายหนุ่มหลบออกจากระยะการโจมตีของสิงโตขนเพลิงได้พร้อมกับร่ายเวทย์อีกบทขึ้นมาทันที
วารีกักขัง
กรงขนาดใหญ่ได้เข้าปกคลุมร่างสิงโตขนเพลิงเอาไว้ มันต้องใช้เวลาสักพักถึงจะสามารถทำลายกรงขังนี้ออกมาได้ แต่มันก็นานพอที่จะให้ชายหนุ่มพาตัวเด็กสาวที่ยืนนิ่งคนนี้หนีไปได้ไกลพอสมควร
ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้ามาคว้าเอาร่างที่ยืนนิ่งของเด็กสาวมาอุ้มและได้พุ่งตรงเข้าในป่าทันทีเพราะหากช้ากว่านี้เวทย์ที่เขาใช้ขังสิงโตขนเพลิงเอาไว้อาจโดนทำลายจนมันออกมาได้ ตัวเขาในตอนนี้ทำได้เพียงหลบหนีจากสิงโตขนเพลิงเพราะหากสู้กันจริง ๆ ตัวเขาก็ไม่อาจเอาชนะสิงโตขนเพลิงที่เป็อสูรระดับอิเทเรียได้
ร่างของชายหนุ่มที่กำลังอุ้มเด็กสาวเริ่มเลือนหายเข้าไปภายในป่าปล่อยทิ้งไว้เพียงกรงวารีและสิงโตขนเพลิงที่กำลังระดมการโจมตีใส่กรงที่ขังมันไว้ เพียงไม่นานกรงที่ใช้กักขังตัวมันเอาไว้ก็ได้สลายไปเนื่องจากทนต่อการโจมตีของตัวมันไม่ไหว
สิงโตขนเพลิงที่หลุดพ้นพันธนาการออกมาได้แล้วก็เตรียมพร้อมที่จะโจมตีสวนกลับชายหนุ่มแต่มันก็ต้องชะงักเมื่อมันไม่พบสิ่งมีชีวิตใดอยู่บริเวณโดยรอบเลย มนุษย์ที่โจมตีมันได้หายไปแล้วพร้อมกับเหยื่อของมันและด้วยอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยวที่มีอยู่ก่อนแล้วจากการโดนขัดจังหวะการกินอาหารผสมกับตอนนี้ที่เหยื่อของมันดันโดนขโมยหายไปทั้งที่อยู่ใต้เขี้ยวเล็บของตัวมันเอง
ความรู้สึกที่เหมือนตัวเองโดนหยามเกียรติซึ่ง ๆ หน้าแต่กลับไม่สามารถเอาคืนได้ทำให้อารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ก่อนแล้วต่างเดือดพล่านมากขึ้นจนตัวแทบจะะเิด้วยความโกรธที่มากล้น
แต่มันก็ต้องชะงักอีกครั้งเพราะขณะนี้ข้างตัวของมันได้เกิดกลุ่มก้อนแสงขึ้นเป็จำนวนมากและเริ่มรวมเป็รูปร่างของสิ่งมีชีวิตขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยเมื่อกลุ่มก้อนแสงเริ่มจางลงก็ปรากฏร่างเล็กของสาวน้อยที่มีเส้นผมสีดำยาวสลวยใบหน้ารูปไข่ที่ไร้สิ่งเติมแต่งใด ๆ แต่กลับมีเสน่ห์จนน่าหลงไหล จมูกที่โด่งชันสวยงามและริมฝีปากเล็กเข้ารูปชวนให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มไปกับมันเมื่อจ้องมอง ดวงตาที่ปิดสนิทที่เหมือนไม่มีอะไรแต่กลับทำให้ผู้ที่จ้องมองรู้สึกไม่อาจที่ละสายตา เสื้อผ้าที่ดูแปลกตาแต่เมื่อสาวน้อยเป็ผู้สวมใส่กลับช่วยเพิ่มความโดดเด่นของร่างกายที่ไร้ที่ติของสาวน้อยได้เป็อย่างดี ผิวพรรณที่ผ่องใสนิ่มนวลแม้ร่างของสาวน้อยจะนอนอยู่บนพื้นดินก็มิอาจทำให้ผิวพรรณของสาวน้อยมีตำหนิได้แม้แต่นิดเดียว หน้าอกที่ราบเรียบที่ถึงแม้จะไม่น่าหลงไหลมากนักแต่กับเด่นสะดุดตามากเป็พิเศษ โดยรวมแล้วสาวน้อยที่กำลังโดนสิงโตขนเพลิงกลืนลงท้องอยู่นี้สามารถเรียกได้ว่าเป็สิ่งที่พระเ้าทรงตั้งใจสรรสร้างมาเป็อย่างดีเลยก็ว่าได้
...
ร่างของสิงโตขนเพลิงที่ตอนนี้นอนรอให้อาหารที่ตัวมันกินไปเมื่อ15นาทีที่ก่อนย่อยอยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวก็ได้หันไปมองยังทิศทางที่ได้ยินก่อนที่จะพบเข้ากับชายวัยกลางคนที่มีร่างกายไม่ต่างจากหมีที่มีมัดกล้าม เสื้อที่ชายวัยกลางคนสวมใส่เป็เพียงเสื้อผ้าธรรมดาสามัญที่แม้แต่ตัวสิงโตขนเพลิงเองก็เห็นบ่อยจนชินตาเพราะคนที่ใส่เสื้อแบบนี้ล้วนตกมาอยู่ในท้องของมันทั้งสิ้น
“ศรเพลิง”
สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนลูกธนูจำนวนกว่า10ลูกได้ยิงออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าตรงไปยังสิงโตขนเพลิงทันที
ทางด้านสิงโตขนเพลิงที่ตอนแรกไม่รู้สึกถึงอันตรายจากมนุษย์ตรงหน้าก็คร้านจะสนใจเพราะตอนนี้ท้องของตัวมันยังไม่ย่อยด้วยซ้ำถ้าให้มันกินอีกก็คงไม่ไหว แต่มันก็ต้องนึกเสียใจเมื่อลูกธนูสีแดงฉาดพุ่งทะลวงแขนขาและจุดสำคัญต่าง ๆ ของร่างกายมันอย่างรวดเร็ว
เพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้สิงโตขนเพลิงที่อยู่ระดับอิเทเรียหมดสภาพในการต่อสู้และสิ้นใจลงทันที
“หื้ม!? ดูเหมือนอาหารวันนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่ด้วยนะ”
ชั้นน้ำแข็งบาง ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นเป็ใบมีดที่มือขวาของชายวัยกลาง ใบมีดน้ำแข็งที่คมกริบได้เริ่มผ่าร่างของสิงโตขนเพลิงออกอย่างช้า ๆ และเมื่อร่างของสิงโตขนเพลิงเปิดกว้างมากพอชายวัยกลางคนก็พบเข้ากับร่างของสาวน้อยผู้หนึ่งที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ภายในพร้อมกับลมหายใจที่โรยรินเต็มที ชายวัยกลางได้ใช้เวทย์สำรวจร่างกายของสาวน้อยอย่างช้า ๆ ร่างกายของสาวน้อยมีาแอยู่นิดหน่อยที่เกิดจากการกัดกร่อนของน้ำกรดแต่ก็ถือว่าไม่เป็ไรมากนัก
คงต้องพากลับไปรักษาก่อนละนะ
ชายวัยกลางคนได้ใช้เวทย์ของตนยกร่างสิงโตขนเพลิงให้ลอยขึ้น ส่วนสาวน้อยที่สลบไสลอยู่นั้นชายวัยกลางคนก็ได้อุ้มเอาไว้และได้มุ่งตรงออกจากป่าทันที