นักเวทคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเหมืองทองที่แจ๊คกำลังเดินสำรวจอยู่ได้แตกตื่นหลังเกิดระเบิดจากการต่อสู้ของแจ๊คกับภูตผีหน้าปากทางเข้าเหมืองทอง
ขวดแก้วขนาดใหญ่จำนวนมากที่บรรจุภูตผีกำลังแตกกระจายออก ทำให้นักเวทคนนั้นเห็นและตกใจเป็นอย่างมาก
ตูม ตูม ตูม
ราวกับตื่นจากการหลับใหลมาอย่างยาวนานภูตผีในขวดแก้วจำนวนมากลืมตาตื่นขึ้นและโจมตีขวดแก้วทันที
เสียงร้องไห้ หิวโหย หวาดกลัว แตกตื่น ตกใจ สิ้นหวัง ทรมานจำนวนมากออกจากปากของภูตผีในแต่ละตัวอย่างน่าเวทนา
เหมือนกับได้กลิ่นอาหารอันหอมหวาน ภูตผีที่หลุดออกมาได้จ้องมองนักเวทที่อยู่ในห้องเดียวกับมันทันที
นักเวทที่กำลังแตกตื่นหลังเห็นสายตาอันหิวโหยจากภูตผีจำนวนมากจึงกรีดร้องออกมาอย่างตกใจและพูดขึ้น
“ใครมันทำระเบิดที่นี้กัน ภูเขาภูตผีไม่ได้มีคนเข้าไปถึง 200 ปีแล้ว ใคร ใครมันทำระเบิดกัน-----!!!”
ร่างกายของนักเวทคนนั้นผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ที่กำลังจะตาย หน้าตาอัปลักษณ์ราวกับมีอะไรไปทำลายใบหน้าของเขา มือข้างขวาหักราวกับกระดาษที่พังยับเยิน
การมีชีวิตรอดถือว่าโชคดีเป็นอย่างมากของนักเวทคนนี้ นักเวทจับกำไลข้อมือด้านขวาก่อนจะมีโล่เวทมนตร์มาปกคลุมร่างกายของนักเวททั้งหมด
ภูตผีกรีดร้องก่อนจะกระโจนพุ่งมาโจมตีนักเวทอย่างหิวโหย เสียงคำราม กรีดร้องทำให้ใบหน้าของนักเวทเจ็บปวดเพราะเสียงร้องของภูตผีมีพลังในการทำลายแก้วหู
นักเวทไม่ได้เป็นนักรบที่มีร่างกายแข็งแรงจึงไม่สามารถต่อต้านกับเสียงกรีดร้องของภูตผีได้
ทันใดนั้นด้านหลังของนักเวทมีเงากลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นและตวัดลำแสงเพื่อตัดคอนักเวททันที
ปัง ปัง
ทว่าลำแสงนั้นถูกโล่เวทมนตร์จากกำไลป้องกันได้ทั้งหมด ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนบนโล่เวทมนตร์ นักเวทเห็นภูตผีตัวหนึ่งได้โจมตีมาทางเขาอย่างรุนแรง
กลิ่นอายการกระหายเลือดของภูตผีแรงมาก ๆ จนเกือบจะทำให้นักเวทอ้วกออกมาก่อนจะวิ่งหนีไปโดยไม่ได้สนใจอะไร
นักเวทไม่ได้มองภูตผีว่าจะสามารถฆ่าตนเองได้หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่นักเวทต้องการไปคือประตูขนาดใหญ่สีแดง ที่ส่องประกายเลือดและกลิ่นคาวเลือด
ภูตผีเห็นประตูสีแดงเลือดจึงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและกระโจนโจมตีนักเวทอย่างบ้าคลั่ง
ตูม ตูม ตูม
ลำแสงที่เกิดจาก มือ เล็บ เท้า ผม ฝ่ามือ ฟันต่าง ๆ มากมายได้โจมตีโล่เวทมนตร์ของนักเวทอย่างต่อเนื่อง เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณ
แม้ว่าจะถูกโจมตีจำนวนมากแต่จิตใจของนักเวทสงบมากเหมือนมองไม่เห็นสิ่งอันตรายอะไรจากภูตผีพวกนี้แม้แต่น้อย
ทันทีที่นักเวทมาถึงหน้าประตูสีแดงเลือดจึงถอนหายใจก่อนจะผลักประตูสีแดงเลือดไปอย่างไม่ลังเล ตอนที่นักเวทได้ผลักประตูสีแดงเลือดได้เกิดช่องว่างเล็กน้อยขึ้น
ช่องว่างเล็กน้อยนั้นมีลำแสงสีแดงเลือดพุ่งออกจากประตูไปโจมตีภูตผีด้านหลังที่ตามนักเวทมาทันที
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงอันน่าเวทนาของภูตผีด้านหลังได้ดังขึ้นหลังจากถูกโจมตีจากลำแสงสีแดงจนละลายหายไปอย่างรวดเร็ว นักเวทเห็นภูตผีด้านหลังถูกทำลายไปทั้งหมดจึงโล่งอก
หลังจากที่มีลำแสงสีแดงเลือดออกจากประตูสีแดงนั้นประตูสีแดงเลือดได้ปิดลงทันที นักเวทไม่ได้ตกใจกับการปิดประตูนี้
“ถ้าพลังของฉันยังอยู่---”
นักเวทพูดขึ้นก่อนจะกัดฟันและกำมือจนแน่นและเดินกลับไปห้องวิจัยของเขาทันที ปล่อยประตูสีแดงเลือดทิ้งเอาไว้
......................
ปัง ปัง ตูม
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงกรีดร้องของภูตผีดัง ในมือแจ๊คในตอนนี้คือภูตผีที่กำลังถูกเผาไหม้ทั้งเป็น แม้ว่ามันกำลังจะตายแต่มันไม่ยอมแพ้ดวงตาสีแดงก่ำของภูตผีกำลังเรืองแสง
แจ๊คเห็นท่าทางแบบนี้จึงยกมืออีกข้างหนึ่งและทุบเข้าที่หัวของภูตผีอย่างรุนแรง มือข้างที่แจ๊คทุบมีสีน้ำตาลและทุบภูตผีดังไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่มันจะได้ทำอะไรก็ถูกแจ๊คโจมตีจนหัวเละเป็นโจ๊ก แจ๊คสะบัดมือทั้ง 2 ข้างเพื่อเอาไอวิญญาณที่ติดกับมือทิ้งไป
“นี้เป็นตัวที่ 35 หรือ 36 ไม่รู้ พวกภูตผีมันเยอะจริง 2-3 ก้าวเจออีกตัวนี้”
แจ๊คบ่นเล็กน้อยหลังฆ่าภูตผีตัวแรกได้สำเร็จ เดินอีก 2-3 ก้าวเจออีกตัวหนึ่งและเป็นแบบนี้เรื่อย ๆ จนแจ๊ครู้สึกเหนื่อยใจแทน
ทางที่เขาเดินมาไม่เจอทางแยกหรือมีอะไรพิเศษ มีแต่ทางตรงและดินทรายเต็มไปหมด
แจ๊คสำรวจรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรนอกจากบรรยากาศที่น่ากลัวและเสียงกรีดร้องลอยตามแรงลมมาบางครั้ง จึงนั่งลงเอาหลังชนกำแพง
ก่อนจะหยิบถุงห่อใบหนึ่งขึ้น ถุงห่อนี้มัดด้วยใบไม้ 2 สี แจ๊คแกะถุงห่อที่ถูกมัดก่อนจะมีกลิ่นหอมระเบิดขึ้นหลังจากเปิดถุงห่อนี้
ภายในถุงห่อมีข้าวเหนียวที่มีเม็ดข้าวสวยงามจนเป็นประกาย และข้าง ๆ ข้าวเหนียวมีเส้นสีเหลืองทองอยู่จำนวนมาก
แจ๊คดมกลิ่นก่อนจะร้องออกมาอย่างสดชื่นและถามหู่เสวียว่า
“เธอกินไหม ข้าวเหนียวหมูฝอย ข้าวทำมาจากข้าว 100 เม็ดที่โดดดังจากอาณาจักรยะเซ็น หมูมาจากสัตว์อสูรหมูลายเงิน น้ำมันทอดมาจากมะพร้าวเกลือผสมกะทิ”
หู่เสวียมองแจ๊คแต่ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะถามไปว่า
“น่าแปลกที่นายมีงานอดิเรกชอบทำอาหารแบบนี้”
แจ๊คกำลังหยิบข้าวเหนียวกับหมูฝอยและปั้นให้เป็นกลม ๆ ก่อนจะกินเข้าไป ใบหน้าของแจ๊คดูดีและสบายมากเวลากินอาหารของฝีมือตนเองจะมีความสุขที่สุด
อีกอย่างหนึ่งมันอร่อยด้วยเพราะฝีมือการทำอาหารของแจ๊คไปไกลกว่าดวงดาวแห่งนี้มาก ๆ หลังจากที่ได้รับสูตรอาหารและวัตถุดิบในการทำอาหารจากสมาคมต้นไม้ 3 ยอด
หลังกลืนอาหารลงคอแจ๊คได้ตอบคำถามของหู่เสวีย
“มันแปลกยังไง บางทีคนเย็นชาแบบเธออาจจะชอบตุ๊กตาก็เป็นได้”
“ตุ๊กตาหรือ”
หู่เสวียพูดขึ้นตุ๊กตาก่อนจะเงียบหายไปราวกับว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แจ๊คไม่รู้ว่าหู่เสวียคิดอะไรเพราะมันไม่เกี่ยวกับเขาจึงรีบกินอาหารฝีมือตนเอง
แม้ว่าการฝึกฝนของแจ๊คจะขาดอาหารไป 10-20ปี ก็ไม่ได้เป็นอะไรเพราะร่างกายของแจ๊คมีพลังชีวิตที่มากกว่าคนระดับเดียวกันถึง 10 เท่า
แต่การทำอาหารและกินเองมันเป็นความสุขส่วนหนึ่งของแจ๊ค แม้ว่าหู่เสวียจะพูดยังไงแจ๊คยังตั้งใจทำอาหารหลังจากที่ทรมานตนเองด้วยคำสาป
หลังกินข้าวเหนียวหมูฝอยคำสุดท้ายเสร็จ แจ๊คขว้างกระดาษห่อข้าวเหนียวหมูฝอยไปด้านหน้าทันที
ทันใดนั้นกระดาษที่แจ๊คขว้างปาไปได้กลายเป็นงูสีน้ำตาลตัวเล็ก ๆ จำนวนมาก งูสีน้ำตาลได้แลบลิ้นออกมาก่อนจะพุ่งทะยานมาทางแจ๊คทันที
แจ๊คไม่ได้ขยับหลังจากที่เห็นงูสีน้ำตาลจำนวนมากพุ่งมาหาตน พอใกล้จะถึงแจ๊คงูสีน้ำตาลได้แยกย้ายกันเข้าไปในกำแพงด้านหลังแจ๊ค
ในเวลาเดียวกันตอนที่งูสีน้ำตาลได้พุ่งมาหาแจ๊ค ด้านหลังของแจ๊คที่เป็นกำแพงดินได้มีมือข้างหนึ่งโผล่ออกมาจากกำแพงดิน มือข้างนั้นเหี่ยวแห้งมากและมีเล็บที่แหลมคม
เล็บในมือส่องประกายพร้อมกับกำลังจะโจมตี แต่ก่อนที่มันจะโจมตีได้มีงูสีน้ำตาลกำลังมากพุ่งเข้าไปในกำแพงดินพร้อมกับมีเสียงกรีดร้องออกมา
มือที่เหี่ยวแห้งข้างนั้นกำลังจะดึงมือกลับแต่แจ๊คได้จับมือของมันและดึงมาหาเขาทันที ระหว่างที่ดึงแจ๊คได้ง้างหมัดรอพอเห็นรูปร่างของภูตผีจึงต่อยไปอย่างไร้ความปรานี
ปัง
พละกำลังของแจ๊คนั้นสูงมาก ต่อยภูตผีจนกระเด็นกลับไปติดกำแพงดินเหมือนเดิม ภูตผีกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและกำลังพุ่งไปหาแจ๊ค
ทว่าแจ๊คได้หายไปและปรากฏตัวหนึ่งตรงหน้าภูตผีก่อนจะเตะหน้าภูตผีย่างรุนแรง
ปัง
จนทำให้กำแพงและผนังเกิดรอยร้าวขึ้น ส่วนภูตผีกรีดร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตายลงไป
“ในเมื่อชอบกำแพง ทำไมไม่อยู่กับกำแพงไปตลอดชีวิต”
หลังแจ๊คสังหารภูตผีตัวนี้ได้สำเร็จ งูสีน้ำตาลจำนวนมากในกำแพงได้กลับกลายเป็นกระดาษเหมือนเดิม แจ๊คไม่สนใจจะหยิบกระดาษกลับพร้อมเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ
มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้แจ๊คปวดหัวมากคือเหมืองแห่งนี้ใหญ่มาก ๆ และเขาไม่รู้ว่าทองเต๋า 12 สีอยู่ด้านล่างหรือด้านบน เพราะแจ๊คดูรูปร่างภูเขานั้นสูงประมาณ 100 เมตร
น่าจะมีชั้นบนอยู่เป็น 100ชั้นทีเดียว ถ้าไปผิดด้านอาจจะใช้เวลา 5-10 ปีในการค้นหาทองชิ้นเดียว ซึ่งมันเสียเวลาเป็นอย่างมาก
ระหว่างที่แจ๊คเดินทางอยู่ได้ อยู่ ๆ ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กเล็กตรงหน้า แจ๊คระมัดระวังตัวทันที
หลังเดินมาได้สักพักหนึ่ง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบ ร่างดำเหมือนกับภูตผีปกติ ทันทีที่แจ๊คได้เห็นภูตผีเด็กตัวเล็กแบบนี้ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
เพราะทันทีที่ภูตผีตัวเล็กได้สบตากับแจ๊ค ร่างกายของมันได้หายไปทันที แจ๊คเอียงหัวไปด้านซ้ายอย่างรวดเร็ว
ฟิ้ว ฟิ้ว ตูม
มีแรงลมผ่านหัวแจ๊คไปเล็กน้อย หูจนถึงใบหน้าด้านขวาของแจ๊คมีบาดแผลเหมือนมีดผ่า หน้ากากถูกผ่าครึ่งก่อนแตกกระจายไป
ด้านหลังของแจ๊คเกิดระเบิดขึ้นและพื้นที่ตรงระเบิดมีหลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ตรงใจกลางหลุมมีภูตผีตัวเล็กที่พึ่งสบตากับแจ๊ค
“อันตราย อันตรายเกือบไม่มีหัวอันหล่อ ๆ ให้หู่เสวียจ้องมองแล้วไง”
เหงื่อจำนวนมากปรากฏขึ้นตรงหน้าผาก แม้ว่าแจ๊คจะพูดเล่น ๆ แต่ความรู้สึกเมื่อสักครู่มันอันตรายมาก ๆ ถ้าแจ๊คไม่สามารถตอบสนองได้ทัน
หัวของเขาคงจะถูกตัดจากภูตผีเด็กตัวเล็กนี้ ภูตผีตัวเล็กเห็นว่าแจ๊คยังอยู่ดีจึงส่งเสียงร้องไห้และหายไปอีกรอบหนึ่ง
แจ๊คมองภูตผีตัวเล็กอยู่เมื่อเห็นมันหายไปแจ๊ครีบเดินข้ามมิติหนีทันที
ตูม
พื้นที่ตรงแจ๊คอยู่เมื่อสักครู่ถูกทำลายลง แจ๊คปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับบาดแผลตรงหน้าอกพร้อมกับมีสีหน้าตึงเครียด
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................