วันต่อมา
ชั้น3ร้านโอสถตระกูลเว่ย
เฟยหรงนั่งมองคนทั้ง10ที่ตัวเองเรียกมา นางไล่มองั้แ่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายจนพอใจแล้วก็ยกยิ้มขึ้นมา
"ยินดีกับพวกเ้าด้วยที่สามารถเลื่อนระดับพลังได้" เฟยหรงเอ่ย
"เื่นี้ต้องขอบคุณคุณหนูมากกว่าขอรับ"เฟิงอิ่งเอ่ยแล้วโค้งตัวลง
"ไม่หรอกยังไงพวกเ้าก็ถือว่าเป็คนในความปกครองตระกูลเว่ย เื่เล็กน้อยๆแค่นี้เอง"เฟยหรงยิ้ม
"เอาล่ะนี่ก็ใกล้เวลาเปิดร้านแล้ว พวกเ้าออกไปได้ เสี่ยวฝานอยู่ต่อ"เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนจึงเดินออกไปเว้นแต่เสี่ยวฝาน เมื่อเฟยหรงเห็นว่าไม่มีใครแล้วนางก็วาดอักขระปิดกั้นทันที
"มีอะไรหรือเฟยหรง"เสี่ยวฝานเอ่ยถามแล้วมองการกระทำของเฟยหรงด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิมแม้เขาจะแปลกใจที่คนตรงหน้าสามารถใช้อักขระระดับสูงได้ แต่ก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะคนที่เป็เ้าของร้านโอสถตระกูลเว่ยอย่างนางต้องซ่อนความสามารถไว้มากมายแน่นอน
"หืมเ้าไม่เรียกข้าคุณหนูเหมือนคนอื่นๆงั้นเหรอ"เฟยหรงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยเบาๆ
"ถ้าเ้าอยากให้ข้าเรียกด้วยข้าก็จะเรียก" เสี่ยวฝานเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังแม้ตัวเขาจะยึดถือในศักดิ์ศรีและอายุมากกว่าก็ตามหากเ้านายตัวน้อยตรงหน้าที่ช่วยให้เขาได้เลื่อนระดับพลังได้แล้วละก็ยังไงก็ย่อมได้ท่าทางเช่นนั้นทำให้เฟยหรงหลุดขำออกมา
"ฮ่า ฮ่า ไม่หรอกๆเ้าจะเรียกยังไงก็เรียกไปเถอะ ข้าแค่แปลกใจเท่านั้น" เฟยหรงหัวเราะ
"ที่ข้ารั้งให้เ้าอยู่ต่อก็เพราะอยากให้เ้าทำงานบางอย่างให้เท่านั้น"เฟยหรงกุมมือทั้งสองไว้บนโต๊ะแล้วโน้มตัวมาด้านหน้า
"ได้"เสี่ยวฝานพยักหน้าเบาๆ
"ข้าอยากให้เ้าแฝงตัวเข้าไปในวังหลวงเสียหน่อย"เสี่ยวฝานขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
"ข้า?"
"ใช่" เฟยหรงพยักหน้า
"ข้าจะให้เ้าไปติดตามดูขุนนางหลุน ฉางกัง ที่เป็แม่ทัพฝ่ายใต้ขององค์จักรพรรดิ"เมื่อเฟยหรงพูดจบเสี่ยวฝานก็มีสีหน้าต่างไปจากเดิมมากแม้เขาจะไม่สนความเป็ไปในอาณาจักรนี้สักเท่าไหร่แต่ใครเล่าจะไม่รู้จักแม่ทัพหลุนผู้โเี้ฆ่าได้แม้กระทั่งคนในครอบครัวผู้นั้น
"หลุน ฉางกัง? เ้ารู้หรือไม่ว่าเขาผู้นั้นโเี้แค่ไหนหากคนผู้นั้นรู้ว่ามีคนลอบติดตามอยู่ละก็ต้องเกิดการนองเืเป็แน่"เสี่ยวฝานเอ่ย
"ข้ารู้" เฟยหรงพยักหน้า
"แต่แล้วไงละ" นางไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
"หากถูกจับได้เ้าก็แค่หนี"เฟยหรงเอ่ย
"แล้วถ้าถูกจับได้?"เสี่ยวฝานถอนหายใจ ถ้าเื่หนีละก็เขาทำได้ไม่ยากอยู่แล้วแต่ถ้าหากถูกจับได้ละก็เื่คงไม่จบ
"ก็แค่บอกไปว่า -คุณหนูตระกูลเว่ยรู้สึกชอบพอในความแข็งแกร่งของท่านแม่ทัพหลุนจึงให้คนลอบติดตามเพราะอยากรู้จักท่านแม่ทัพให้มากกว่านี้-ไปเท่านั้น เื่อื่นที่ตามมาข้าจะรับผิดชอบเอง เ้าเพียงแค่รักษาชีวิตกลับมาหาข้าก็พอ"เฟยหรงเอ่ยทำให้เสี่ยวฝานรู้สึกสับสนไม่น้อย มีเ้านายที่เอาตัวเองเป็เหยื่อให้ลูกน้องเช่นนี้ด้วยงั้นหรือ?ตัวเขาเองเติบโตมาด้วยความคิดที่ว่าต้องไม่แพร่งพรายความลับของผู้เป็นายออกไปเด็ดขาดแม้จะต้องตายก็ตาม
"อ้อ จริงสิ" เฟยหรงเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้
"หืม?" เสี่ยวฝานเงยหน้ามองคนตรงหน้า
"ในวังหลวงมีคนของข้าอยู่คนหนึ่งข้าได้ติดต่อเขาผ่านหยกสื่อสารไปแล้วว่าจะส่งเ้าไปอีกคน" เฟยหรงเอ่ย
"หากเ้า้าความช่วยเหลืออะไรก็เพียงติดต่อเขาผ่านหยกสื่อสารไปชื่อของเขาคือ ซือ จิ้นฝาน จำไว้ให้ดีละ" เฟยหรงเอ่ยเสี่ยวฝานจึงพยักหน้าเบาๆ...นี่นาง้าทำอะไรกันแน่ถึงส่งสายลับเข้าวังไปตั้งสองคน... แม้ความสงสัยจะมีมากมายแต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกไป
"แล้วต้องใช้เวลาเท่าไหร่หรือ?งานในร้านเล่า"
"ก็จนกว่าข้าจะเรียกตัวกลับนั่นแหละส่วนงานก็ให้กุ้ยจือและต้าห่ายรับหน้าที่ไปก่อนแม้ทั้งสองคนมีระดับพลังน้อยกว่าเ้า แต่ข้าว่าพวกเขาน่าจะเอาอยู่" เฟยหรงคิด...แม้ต้าห่ายจะดูน่ากังวลที่สุดใน3คนนี้แต่กุ้ยจือน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยละนะ...
"เอาล่ะนี่คือยาทะลวงระดับ20เม็ดไว้ให้เ้าทะลวงระดับ อีกทั้งเข็มยาสลบและผงทิวาหนึ่งราตรีหากถึงเวลาคับขันเ้าก็จงใช้มันเพื่อหนีซะ"เฟยหรงเดินมาหาเสี่ยวฝานแล้วขวดยาและถุงผ้าสีเทาที่มีผงทิวาหนึ่งราตรีอยู่ภายในขึ้นมาให้เขา
"ผงทิวาหนึ่งราตรี?"แม้เขาจะรู้จักโอสถพิษมากมายแต่ ผงยาตรงหน้านี้เขาไม่รู้จักเลย
"คล้ายๆยานอนหลับนั่นแหละวิธีใช้ก็เพียงแค่หยิบผงในถุงมาหนึ่งกำมือแล้วเป่าใส่ศัตรูวิธีนี้จะทำทำให้ศัตรูหมู่มากสูดดมเข้าไปสลบไปทันทีเ้าก็ระวังอย่าสูดเข้าไปด้วยละ" นางหัวเราะ
"ที่ว่าให้หนีนี่คือหนีแบบไม่ต้องมีใครตายสินะ" เสี่ยวฝานเอ่ยพลางมองถุงยาสลบและผ้าใส่เข็มยาสลบในมือเขาเองพอจะเดาได้ว่าเฟยหรงคงไม่อยากให้มีใครตายด้วยน้ำมือของเขาอาจจะเป็ความใจดีหรือไม่อยากให้เื่สาวมาถึงตัวนาง อย่างไรเสี่ยวฝานเองก็ไม่อาจทราบได้รู้เพียงแต่เวลานี้เขาควรที่จะเชื่อฟังเฟยหรงเหนือสิ่งอื่นใด
"ก็ทำนองนั้นแหละ"เฟยหรงพยักหน้า
"เอาล่ะเ้าบ่มเพาะพลังในห้องนี้ไปก่อน ข้าจะกางม่านอักขระไว้ให้ คนภายนอกจะได้เข้ามาไม่ได้แต่เ้าสามารถออกไปได้หากบ่มเพาะพลังเสร็จแล้วเ้าก็ทำตามแผนได้เลย" เฟยหรงเอ่ย
"อืม"เสี่ยวฝานพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งบ่มเพาะพลังในมุมห้อง
เมื่อเฟยหรงเห็นดังนั้น นางจึงเดินออกมาไม่ได้รบกวนการบ่มเพาะพลังของเขาอีกเฟยหรงนำหยกสื่อสารขึ้นมาแล้วส่งลมปรานเข้าไปเพื่อให้มันทำงาน
"มี่ถง" นางเอ่ยชื่อผู้ที่จะติดต่อด้วย
[มี่ถงเองเ้าค่ะมีอะไรให้รับใช้หรือเ้าคะคุณหนู] เสียงมี่ถงดังออกมาจากหยกสื่อสาร
"เ้ากับแม่ครัวทำชานมไข่มุกเสร็จหรือยังใกล้เวลาร้านเปิดแล้วนะ" เฟยหรงเอ่ยถาม
[ใกล้เสร็จแล้วเ้าค่ะ]
"ดีหากเสร็จแล้วก็เอามาที่ร้านได้เลย แค่นี้แหละ"เฟยหรงเอ่ยแล้วหยุดส่งลมปรานเข้าไปในตัวหยก จากนั้นก็ลงไปยังชั้นล่าง
"พวกเ้าเตรียมพร้อมหรือยัง"เฟยหรงเอ่ยถามทุกคนเมื่อลงมาด้านล่างแล้ว
"เหลือเพียงเช็ดโต๊ะตรงนี้ก็เสร็จแล้วขอรับ"หยางเจียเอ่ยพลางใช้ผ้าเช็ดโต๊ะคิดเงินด้านใน
"ดี"เฟยหรงยิ้มอย่างพอใจแล้วนำตู้เหล็กสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ออกมาตั้งไว้หลังโต๊ะคิดเงินเป็ตู้เหล็กที่เฟยหรงสั่งช่างในเมืองหลินยี่ทำเมื่อหลายเดือนก่อนสามารถเปิด-ปิดได้ มีชั้นวางของด้านใน4ชั้น
เฟยหรงนำก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่งขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากมิติวางในตู้จากนั้นนางร่ายอักขระใส่เสร็จแล้วน้ำแข็งก็ค่อยๆละลายหลอมรวมเข้ากับตู้เหล็กเฟยหรงส่งลมปรานเข้าไปกระตุ้นอักขระให้ทำงานไม่นานก็ััได้ถึงความเย็นที่เกาะกลุ่มรวมกันในตู้ กลุ่มไอเย็นนั้นไม่ได้ออกมาด้านนอกแต่อย่างใดเพราะนางร่ายอักขระกำหนดขอบเขตเอาไว้ให้อยู่แต่บริเวณตู้เท่านั้น
"คุณหนูทำอะไรหรือขอรับ"เฟิงอิ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"...ตู้เย็น" เฟยหรงเอ่ยเพียงแค่นั้นและไม่ได้เอ่ยอะไรต่ออีกเฟิงอิ่งเองก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรแม้จะสงสัยว่าตู้เย็นคืออะไรก็ตาม
ไม่นานมี่ถงก็เดินเข้าร้านมา นางกวาดสายตาหาเฟยหรงก็พบเดินว่าเ้าตัวกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ด้านในเห็นดังนั้นมี่ถงจึงเข้าไปหา
"มี่ถงมาแล้วเ้าค่ะ"มี่ถงเอ่ยทำให้เฟยหรงหันมายิ้มให้
"ดีๆ เ้านำของออกมาเลย"มี่ถงนำอุปกรณ์และของทุกอย่างออกมาจากมิติแล้ววางไว้บนโต๊ะ
"เ้าเอาเหยือกนมทั้งหมดมาใส่ในนี้สิ"มี่ถงหยิบเหยือกนมใส่เข้าไปในตู้เย็นจนครบทั้งหมด
"นี่คือสิ่งใดหรือเ้าคะ"มี่ถงเอ่ยถาม
"ตู้เย็นอักขระน่ะ"เฟยหรงคลี่ยิ้มแล้วปิดประตูตู้
"ตู้เย็นอักขระ? แล้วมันคือสิ่งใดหรือเ้าคะ" มี่ถงถาม ทุกคนในร้านเองก็ตั้งใจฟังเพราะอยากรู้เช่นกัน
"อืม...ถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือตู้ทำความเย็นหากนำของสิ่งใดเข้าไปแล้วปิดประตูก็จะทำให้ของสิ่งนั้นเย็นขึ้นมาทันที"เฟยหรงอธิบาย
"งั้นก็แสดงว่ามันจะทำให้ชานมในเหยือกเย็นขึ้นหรือเ้าคะ?"มี่ถงเอ่ยถาม
"ใช่ เย็นเจี๊ยบเชียวล่ะทั้งยังทำให้รสชาติอร่อยขึ้นด้วยนะ" เฟยหรงหัวเราะ
"อย่างนี้นี่เอง"มี่ถงและทุกคนคลายความสงสัย
"ส่วนไข่มุกก็เอาใส่ในมิติไว้ก่อนแล้วกัน"เฟยหรงเอ่ยแล้วนำไข่มุกสีดำที่ต้มเสร็จเข้าไปใส่ในมิติของตัวเองจากนั้นก็นำแผ่นป้ายราคาและชานมแต่ละชนิดและแก้วน้ำมาวางเรียงไว้ด้านหน้า
ข้อความในกระดาน
[ชานมไข่มุก]
รสชา 5 เหรียญเงิน
รสชากุหลาบ 8 เหรียญเงิน
รสชาเขียว 8 เหรียญเงิน
รสกาแฟ 10 เหรียญเงิน
=เพิ่มไข่มุก 5 เหรียญเงิน=
[หากนำแก้วน้ำมาเอง ลดราคาให้2เหรียญเงิน]
[ดื่มเสร็จแล้วกรุณานำแก้วมาคืนพนักงานขายน้ำ]
ข้อความที่เขียนไว้ด้านล่างนั้นเป็เพราะเฟยหรงยังหาแก้วพลาสติกและคนทำหลอดในโลกนี้ไม่ได้จึงต้องใช้วิธีนี้ไปก่อน
"เอาล่ะนี่ก็ใกล้จะได้เวลาเปิดร้านแล้ว ทุกคนประจำที่ได้"พูดเสร็จเฟยหรงก็เดินมาประจำจุดขายน้ำกับมี่ถง
"ไม่ต้องแปลกใจวันนี้ข้าจะรับหน้าที่ขายส่วนนี้ไปก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยให้พวกเ้าทำ"เฟยหรงเอ่ยเพราะได้เห็นสีหน้าแปลกใจของชายหนุ่มทุกคนในห้อง
"ขอรับ" พวกเขาพยักหน้าจากนั้นต้าห่ายก็ออกไปเปิดร้านเฟยหรงเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังยืนรออยู่ก็ยกยิ้มขึ้นมา
ไม่นานพวกเขาก็ค่อยๆทยอยกันเข้ามาแม้ผู้คนจะเยอะแค่ไหน แต่ก็ไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นผู้คนกำลังเลือกดูสินค้าไปเรื่อยๆ และบางส่วนเองก็ขึ้นไปยังชั้นสองไปเป็กลุ่มแม้จะมีคนสนใจอ่านป้ายขายชานมไข่มุกบนโต๊ะแต่ก็ไม่มีใครซื้อเลยสักคนทำให้มี่ถงรู้สึกกังวลขึ้นมา
"ไม่มีคนเข้ามาซื้อเลยนะเ้าคะทำอย่างไรดี?" มี่ถงกระซิบถามเฟยหรง
"ไม่ต้องทำอะไร...เพียงแค่รอ"เฟยหรงคลี่ยิ้มออกมาด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน
"แม่นางเว่ยข้ามาเพื่อลิ้มรสเครื่องดื่มที่เ้าแจกให้พนักงานเมื่อวานนี้"ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วพูดคุยกับเฟยหรง นางจำได้ว่าเขาเป็หนึ่งในกลุ่มคนที่สนใจชานมไข่มุกบนร้านอักขระ้าคนในร้านตอนนี้เองก็ให้ความสนใจกับผู้มาใหม่เพราะตนเองก็รู้สึกสงสัยั้แ่เข้ามาเจอคุณหนูตระกูลเว่ยยืนอยู่ในร้านแล้ว
"เอาแบบเมื่อวานใช่ไหมเ้าคะ"เฟยหรงเอ่ยถาม เขาจึงพยักหน้าเป็คำตอบจากนั้นเฟยหรงจึงนำไข่มุกออกมาจากมิติและหันไปหยิบเหยือกชานมธรรมดาใบหนึ่งแล้วนำของทั้งสองอย่างใส่ในแก้ว
"ชานมไข่มุกธรรมดาได้แล้วเ้าค่ะทั้งหมด10เหรียญเงินดื่มเสร็จอย่าลืมนำมาวงคืนในกล่องตรงนี้นะเ้าคะ"เมื่อทุกคนในร้านเห็นว่าเป็เครื่องดื่มธรรมดาต่างก็มีสีหน้าเสียดายและคิดว่าเครื่องดื่มอะไรจะแพงขนาดนี้
"ขอบใจมากแม่นาง นี่เงิน"เขายื่นเงินให้นาง จากนั้นก็ดื่มชานมเข้าไปอย่างไม่รีรอ
"เย็น!เ้าทำให้เครื่องดื่มเย็นได้อย่างไร" เขาอุทานเมื่อจับแก้วขึ้นมา
"เป็เพราะใช้เครื่องมืออักขระชิ้นนี้ช่วยเ้าค่ะ"เฟยหรงผายมือไปที่ตู้ด้านหลัง
"สิ่งนั้นคือ?" เขาเอ่ยถาม
"ตู้เย็นอักขระเ้าค่ะสามารถทำให้ของเย็นขึ้นได้เมื่อนำไปวางไว้ด้านใน หากนำเครื่องดื่มอย่างพวกเหล้า นมหรือน้ำเปล่าๆมาใส่ก็จะทำให้ดื่มแล้วเย็นชื่นใจหากนำของสดอย่างพวกเนื้อสัตว์หรือผลไม้มาใส่ก็สามารถคงความสดไว้ได้โดยไม่ต้องออกไปซื้อของบ่อยๆ" เฟยหรงอธิบาย
"แล้วในร้านเ้ามีขายหรือไม่เมื่อวานข้าลองขึ้นไปก็ไม่พบเ้าสิ่งนี้เลย" เขาเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
"ตอนนี้ยังไม่มีเ้าค่ะ..."ทุกคนมีสีหน้าผิดหวังลงเมื่อนางเอ่ยจบ เพราะต่างก็อยากได้อุปกรณ์อักขระชิ้นนี้ด้วย
"แต่ในอนาคตละก็ไม่แน่"เฟยหรงเอ่ยต่อเป็ผลทำให้ทุกคนรู้สึกยินดีขึ้นมา
"อร่อย!เ้าทำของอร่อยแบบนี้ออกมาได้อย่างไร"เขาเอ่ยถามด้วยแววตาเป็ประกายเมื่อดื่มชานมเข้าไป
"เป็สูตรของทางร้านเปิดเผยไม่ได้เ้าค่ะ" นางหัวเราะ เขาจึงถอนหายใจอย่างเสียดาย
"อืมรสชาติของนมมีรสหวานกำลังดีทั้งกลิ่นชาอ่อนๆนี่ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลายเม็ดกลมๆสีดำนี่ยังอร่อยเคี้ยวเพลินอีกด้วย" เขาเอ่ยชมไปกินไปทำให้ทุกคนกลืนน้ำลาย ไม่เว้นแม้แต่พนักงานที่เคยลิ้มลองมาแล้ว
"ข้าเอาแบบเขาแก้วหนึ่ง!"หญิงสาวคนหนึ่งเห็นแล้วก็อดไม่ไหวที่จะลิ้มลองเครื่องดื่มตรงหน้า
"ได้เลยเ้าค่ะ"เฟยหรงยิ้มแล้วทำแบบเดิมให้หญิงสาวตรงหน้า
"นี่เงิน"หญิงสาวยื่นเหรียญเงินให้แล้วรับแก้วน้ำมาดื่ม
"อร่อย อร่อยยิ่งนัก!"หญิงสาวอุทานออกมาหลังจากดื่มชานมเข้าไปแล้ว เห็นดังนั้นทุกคนก็ทยอยเข้ามาซื้อบ้าง
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้วที่เฟยหรงและมี่ถงขายน้ำโดยไม่ได้พักพวกพนักงานคนอื่นเห็นแล้วสงสารจึงเริ่มเข้ามาช่วยบ้าง
"ต้องขออภัยตอนนี้ชานมธรรมดาหมดแล้วเ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ยเมื่อนางรินชานมเหยือกสุดท้ายหมดไปทำให้ลูกค้าที่ต่อแถวเริ่มโวยวาย
"ข้าอุส่าห์มาที่นี่เพื่อลิ้มรสเครื่องดื่มชนิดนี้เหตุใดถึงหมดเร็วนัก!"ชายวัยกลางคนเริ่มโวยวาย
"ต้องขออภัย ทางร้านเราขายเครื่องดื่มแต่ละวันด้วยจำนวนจำกัด"เฟยหรงเอ่ยออกมาทำให้ทุกคนมีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้โวยวายรุนแรงอะไรมีเพียงคำพูดที่บ่นเสียดายเท่านั้น จากนั้นลูกค้าคนอื่นๆก็ค่อยๆเดินออกจากแถว
"แต่นมรสอื่นๆยังมีนะเ้าคะ"ได้ยินเช่นนั้นทุกคนจึงรีบวิ่งกลับมาต่อแถวทันที
"มีรสอะไรบ้างหรือเ้าช่วยแนะนำหน่อยสิ" หญิงสาวที่อยู่หน้าแถวเอ่ยถาม
"ตามที่เขียนในป้ายนี้เลยเ้าค่ะมีรสชาเขียว รสชากุหลาบ รสกาแฟ ราคา8เหรียญเงินหากใส่ไข่มุกด้วยจะเป็13เหรียญเงิน" เฟยหรงเอ่ย
"งั้นข้าเอารสชากุหลาบ1แก้วใส่ไข่มุกด้วย" ได้ยินดังนั้นเฟยหรงก็นำเหยือกชาที่มีนมสีชมพูอ่อนออกมา
"ชานมกุหลาบใส่ไข่มุก13เหรียญเงินเ้าค่ะ" เฟยหรงยื่นแก้วให้หญิงสาวตรงหน้า
"นี่เงิน13เหรียญเงิน" หญิงสาวหยิบเหรียญเงินออกมาให้เฟยหรง
"อร่อย!ข้าไม่เคยดื่มเครื่องดื่มที่หวานละมุนเช่นนี้เลย แถมนมยังเป็สีชมพูสวยงามยิ่งนัก"หญิงสาวยิ้มแล้วดื่มต่อได้ยินดังนั้นสาวๆที่ต่อแถวอยู่ก็หมายที่จะดื่มชานมกุหลาบไว้ในใจ
"ข้าขอลองรสกาแฟหน่อยสิแม่นางใส่ไข่มุกด้วยนะ" ชายหนุ่มคนถัดไปเอ่ยเฟยหรงจึงนำเหยือกนมกาแฟออกมาจากตู้เย็นเมื่อเขาได้กลิ่นกาแฟหอมๆที่ลอยออกมาจากเหยือก ก็ลอบกลืนน้ำลาย
"นมกาแฟใส่ไข่มุก13เหรียญเงินเ้าค่ะ" เฟยหรงยื่นแก้วให้เขา แล้วรับเงินมา
"หอมนักข้าได้ยินว่ากาแฟเป็ของนำเข้าจากทวีปอื่นใช่หรือไม่" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"ใช่เ้าค่ะเป็ทวีปทางทิศตะวันออก ซึ่งทวีปนั้นค่อนข้างที่จะอุดมสมบูรณ์ ทำการเกษตรเป็หลักจึงมีพืชพรรณมากมาย" เฟยหรงอธิบาย
"เข้าใจล่ะ" เขาพยักหน้าเมื่อลองดื่มเครื่องดื่มตรงหน้าก็เบิกตากว้าง!
"หอมละมุนไม่หวานมากข้าชอบยิ่งนักแม่นาง" เขาเอ่ยชมทำให้เฟยหรงและมี่ถงที่เป็คนทำยิ้มแก้มปริ
จากนั้นทุกคนก็ค่อยๆทยอยเข้ามาซื้อเครื่องดื่มเรื่อยๆเมื่อซื้อเสร็จบางคนก็ดูของในร้านไปพลางดื่มไปพลางหรือแม้แต่ซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
"หลีกไป! หลีก!"เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากหน้าร้านทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหันไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"หืม"เฟยหรงเดินแหวกฝูงชนออกมาดูก็พบชายฉกรรจ์5คนมีพลังปรานระดับจอมทัพขึ้นไปกำลังหาเื่ลูกค้าด้านหน้า
"เกิดอะไรขึ้นหรือ"เฟยหรงหันไปถามลูกค้าแถวๆนั้น
"ก็พวกเขาน่ะสิบอกว่าร้านนี้เป็ร้านขายของเก๊ทำให้คนที่เคยใช้ยาของร้านไม่พอใจเลยทะเลาะกันเ้าค่ะ"หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ย ทำให้เฟยหรงเงยหน้ามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าต่ออย่างนึกสนุก
"ของในร้านนี้เป็ของเก๊ทั้งนั้นพวกเ้าก็ยังจะเข้าไปซื้อ คงเพราะเป็ตระกูลเว่ยที่เคยโด่งดังนั้นเปิดละสิเหอะ ช่างหน้ามืดตามัวดีแท้" ชายร่างสูงคนหนึ่งเอ่ย
"ของเก๊ที่ไหนจะทำให้แม่ข้าหายจากอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้!พวกเ้านั่นแหละกล่าวหาอะไรไม่มีมูล!" ชายหนุ่มที่อยู่ในวงเอ่ย
"ใช่ๆข้าเองก็หายจากอาการไข้หวัดทันทีเลย" หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเสริมจากนั้นลูกค้าทุกคนก็ช่วยกันปกป้องร้าน ทำให้เฟยหรงที่ยืนฟังอยู่ยกยิ้มขึ้นมา
"หนอย! พวกเ้า"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำหมัดแน่น
"หึอยากจะลองดีกับพวกข้างั้นรึ ได้!" ชายฉกรรจ์อีกคนเอ่ย จากนั้นเขาก็เรียกอสูรรับใช้ระดับจอมทัพออกมาจากมิติเป็ผลทำให้ผู้คนในละแวกนั้นแตกฮือ
"์! นั้นมันอสูรหมูป่าระดับจอมทัพ!ดูเขี้ยวอันแหลมคมและขนาดตัวของมันสิน่ากลัวยิ่งนัก"
"กรี๊ดดดดด"
เสียงโวยวายของชาวบ้านดังออกมา คนที่มีพลังต่ำก็รีบวิ่งออกไปคนละทิศคนละทาง
"พวกท่านโปรดอยู่ในความสงบ"เฟยหรงที่เริ่มทนดูไม่ได้ออกมาห้ามปราม ไม่นานเหล่าพนักงานที่ยืนอยู่ด้านหลังนางั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบก็เดินออกมายืนปกป้องคุณหนูของพวกเขาไว้
"คุณหนูโปรดหลบไปก่อนขอรับทางนี้พวกเราจัดการเอง"เฟิงอิ่งเอ่ยแล้วจ้องมองชายฉกรรจ์ตรงหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว
"เหอะเป็แค่พนักงานร้านกระจอกๆ ดูซิจะมีปัญญาสู้กับพวกข้าแค่ไหนกันเชียว"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยแล้วนำสัตว์อสูรของตนเองออกมาเช่นกัน
"นะ นั้นมันอสูรนกวารีระดับจักรพรรดิ!" จินไห่เอ่ยแล้วมองอสูรที่มีระดับสูงกว่าตนเองหน้าเครียด
"เหอะแค่เห็นอสูรของข้าก็ถึงกับหน้าซีดเชียวรึเ้าเด็กน้อย"ชายฉกรรจ์คนนั้นเอ่ยแล้วหัวเราะ
"พวกเ้าถอยไปก่อน"เฟยหรงเอ่ยทำให้การสนทนาของพวกผู้ชายหยุดลง
"ไหนๆก็ไหนๆข้าอยากจะทดสอบฝีมืออสูรของข้าเสียหน่อย" นางพึมพำ เห็นพวกปากดีตรงหน้าแล้วรู้สึกครั้นไม้ครั้นมืออยากทุบตีคนเสียจริง!
"ฮะ? แต่คุณหนู"กุ้ยจือเอ่ยแย้ง แต่ก็โดนเฟยหรงมองด้วยสายตา จากนั้นทุกคนจึงถอยไปด้านข้างแต่โดยดี
"รบกวนพวกท่านขยับถอยออกไปก่อนนะเ้าคะเดี๋ยวจะโดนลูกหลง" ได้ยันดังนั้นพวกพนักงานก็กันชาวบ้านออกไปเกือบ20ก้าว
"ฮ่า ฮ่านังเด็กตระกูลเว่ยที่เคยเป็แค่ขยะใช้ลมปรานไม่ได้พอใช้ลมปรานได้หน่อยก็ทำเป็ปากเก่ง ทั้งระดับพลังยังอยู่แค่ปรานฟ้างั้นรึ!"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งหัวเราะส่งผลในทั้งกลุ่มนั้นหัวเราะตามไปด้วย แต่เฟยหรงกลับไม่ได้มีสีหน้าสะทกสะท้านกับคำพวกของพวกมันยกเว้นเหล่าพนักงานทุกคนที่ต่างก็กำมือแน่นด้วยความโกรธที่พวกมันกล้ามาว่าเ้านายของพวกเขา
"หึดูซิพวกเ้าจะรับมือยังไง" เฟยหรงแสยะยิ้มแล้วเรียกซูมี่ วิหคสายฟ้าของนางออกมา
แคว้กกก!!เมื่อออกมาแล้วมันก็คำรามขู่ฝูงชนและชายฉกรรจ์ตรงหน้าเ้านายมันทันที
"กรี๊ด!!!"
"นั้นมันสัตว์อสูรระดับสูงวิหคสายฟ้า! ทั้งยังมีระ ระดับราชันย์งั้นรึ! โอ้์คุณหนูตระกูลเว่ยสามารถความคุมมันได้"
"หนีกันเถอะ!สายฟ้าของวิหคสายฟ้าน่ากลัวมากนะ!"
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็กรีดร้องด้วยสีหน้าหวาดกลัวแล้วรีบวิ่งออกไปคนละทิศคนละทางอีกทั้งชายฉกรรจ์ตรงหน้าก็มีสีหน้าใและเริ่มหวาดกลัวไม่เว้นแม้แต่พนักงานของร้าน
'นายท่านเหตุใดท่านถึงไม่เข้ามาหาพวกข้าในมิติแล้วเ้าคะ พวกข้าเหงามากเลย' ซูมี่ส่งลมปรานเรียกเฟยหรง แล้วบินลงมาคลอเคลียใกล้ๆหน้านาง
"่นี้ข้ามีงานต้องทำน่ะดูเ้าสิซูมี่ เ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว"เฟยหรงเอ่ยชมเพราะก่อนหน้านี้ซูมี่ยังมีพลังแค่ระดับจักรพรรดิแต่ตอนนี้กลับมีพลังถึงระดับราชันย์ นางคิดถูกจริงๆที่ให้เทียนหลงและเหยียนฉือฝึกสัตว์อสูรของนางทั้งหมดในมิติ
"เอาล่ะ ข้าขอทดสอบระดับฝีมือของเ้าหน่อยซิ"เฟยหรงเอ่ยแล้วคลี่ยิ้มออกมา มองเหล่าชายฉกรรจ์ตรงหน้าพวกมันต่างก็ก้าวถอยหลังออกไปคนละก้าวสองก้าว
"ยะอย่าคิดว่าข้าจะกลัวสัตว์อสูรของเ้านะ!"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยแล้วพุ่งตัวเข้ามาโจมตีเฟยหรงด้วยกระบี่ แต่ก็โดนกระบี่ของนางปัดออกไปกระเด็นชายคนนั้นจึงเบิกตากว้างเพราะไม่นึกว่านางจะมีแรงปัดกระบี่ของเขาออกไปอย่างง่ายดายทั้งกระบี่ที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นในมือเฟยหรงก็แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามออกมาอีกด้วย
"หึ" เฟยหรงยิ้มเยาะเป็ผลทำให้ชายคนนั้นโมโหจนเืขึ้นหน้าแล้วเรียกสัตว์อสูรหมูป่าของมันออกมาโจมตี
เมื่อซูมี่เห็นว่าเป็สัตว์อสูรด้วยกันมันจึงคำรามใส่เป็ผลทำให้อสูรหมูป่าตัวนั้นสั่นกลัวไม่กล้าที่จะโจมตีแม้เ้านายมันจะสั่ง แต่มันก็ไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งตรงนี้แน่นอน
"เป็อะไรไปอาเปาโจมตีมันสิ!" ชายตรงหน้าเอ่ยสั่ง แต่สัตว์อสูรของมันมีท่าทีขลาดกลัวทั้งยังถอดออกไปเป็ผลทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะในความใจเสาะของสัตว์ตรงหน้าและรู้สึกสมเพชที่เ้านายของมันยังเป็แค่ผู้ฝึกสัตว์อสูร อยู่เลย
"เ้าดูสิเป็แค่ผู้ฝึกสัตว์อสูรยังกล้าสั่งโจมตีผู้ใช้สัตว์อสูรแบบแม่นางเว่ย"ชาวบ้านได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมาทำให้ชายฉกรรจ์เ่าั้อับอาย
ผู้ฝึกสัตว์อสูร และผู้ใช้สัตว์อสูร นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซึ่งผู้ฝึกสัตว์อสูรจะอยู่ในขั้นตอนของการทำความรู้จักและค่อยๆฝึกฝนสัตว์อสูรของตนเองแม้จะสั่งสัตว์อสูรได้บ้างแต่ก็ไมอาจทำให้สัตว์อสูรทำตามได้ทุกอย่างส่วนผู้ใช้สัตว์อสูรนั้นจะสามารถเรียกใช้สัตว์อสูรและสั่งให้ทำตามคำสั่งได้ดั่งใจ
"จะเข้ามาก็รีบๆนะวิหคสายฟ้าของข้ารู้สึกว่ากำลังหิวอยู่พอดี" เฟยหรงคลี่ยิ้ม
'ข้าเปล่าหิวนะเ้าคะ!' ซูมี่ส่งลมปรานแย้ง ทำให้เฟยหรงหัวเราะออกมาเบาๆ
'ข้าแค่ขู่พวกมันน่ะ' เฟยหรงส่งลมปรานบอก ได้ยินดังนั้นซู่มี่เองก็ให้ความร่วมมืออย่างดี
แค้วก!!!มันส่งเสียงคำรามใส่กลุ่มชายตรงหน้า
"หนอย ฝากไว้ก่อนเถอะ!"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยแล้วรีบกระโจนขึ้นหลังคาหนีไป ตามด้วยพวกคนมัน
"ฮ่าฮ่า ใจเสาะเสียจริง"เฟยหรงหัวเราะ
"ต้องขออภัยที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเช่นนี้นะเ้าคะเป็เพราะทางร้านเราดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ดีเพื่อเป็การชดเชยเล็กๆน้อยๆพวกท่านสามารถมารับเครื่องดื่มไปลองชิมคนละแก้วฟรีได้เลยเ้าค่ะช้าหมดอดนะเ้าคะ" เฟยหรงเอ่ย ทำให้ทุกคนแทบยิ้มแก้มปริแล้วรีบเดินไปต่อแถวทันทีโดยมีมี่ถงเป็ผู้รับหน้าที่ขายเครื่องดื่มไปชั่วคราว
"ซูมี่ ขอบใจเ้ามาก"แม้นางอยากจะลองให้ซูมี่ทดสอบฝีมือสักหน่อยแต่เมื่อกระสอบทรายหนีไปแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้...ไว้คราวหน้าแล้วกัน
"คุณหนูาเ็ตรงไหนหรือไม่"พนักงานร้านทั้งหมดเดินมาถามเฟยหรงด้วยความเป็ห่วงและลอบมองวิหคตัวใหญ่ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
"ข้าไม่เป็อะไรพวกเ้าไปทำงานต่อเถอะ" เฟยหรงยิ้มแล้วลูบขนซูมี่ไปด้วยมองการกระทำของเ้านายตัวน้อยตรงหน้าแล้วพวกเขาก็อดที่จะชื่นชมและดีใจไม่ได้ทั้งยังภูมิใจที่มีเ้านายแข็งแกร่งเช่นนี้
"หมดหน้าที่ของเ้าแล้ว"เฟยหรงหันไปบอกซูมี่แล้วเรียกมันกลับไปในมิติ
จากนั้นร้านโอสถตระกูลเว่ยก็กลับเป็ปกติเฟยหรงเองก็ไม่ได้ออกมาขายเครื่องดื่มต่อ ให้มี่ถงและคนอื่นๆรับหน้าที่ไป ส่วนนางนั้นแยกตัวขึ้นมายังชั้น3ที่มีเสี่ยวฝานนั่งบ่มเพาะอยู่ในมุมห้องก็ยกยิ้มขึ้นมาเพราะตอนนี้เขาเลื่อนระดับไปอีกแล้วไม่นานเสี่ยวฝานก็ลืมตาขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเฟยหรงนั่งทำงานอยู่ก็รีบลุกขึ้นทันที
"ข้าบ่มเพาะพลังเสร็จแล้ว"เสี่ยวฝานเอ่ยบอกทำให้เฟยหรงที่นั่งเขียนบัญชีอยู่เงยหน้าขึ้นแล้วตรวจสอบระดับพลังตอนนี้เสี่ยวฝานมีระดับพลังที่ก้าวหน้าไปมากกว่าคนอื่นไปมาก
"ยินดีด้วยที่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับราชันย์ขั้นแรกได้"เฟยหรงเอ่ย
"เื่นี้ต้องขอบคุณเ้ามากกว่า"เขาโค้งตัวลงอย่างนอบน้อม
"ฮ่าฮ่า เอาล่ะยังไงข้าก็ขอฝากเื่ที่ให้ไปทำด้วยล่ะหากเป้าหมายมีอะไรผิดปกติเ้าจงรีบติดต่อผ่านหยกสื่อสารมาหาข้าทันทีนะ นี่คือเงินจำนวน100เหรียญทองให้เ้าเอาติดตัวไปก็แล้วกัน"เฟยหรงเอ่ยแล้วนำถุงเงินออกมาวางไว้บนโต๊ะ
"อืม" เสี่ยวฝานพยักหน้าจากนั้นเขาและถุงเงินบนโต๊ะก็หายไปทันที ราวกับเมื่อสักครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเฟยหรงตรวจสอบว่าเสี่ยวฝานไปแล้วหรือยังก็คลี่ยิ้มออกมาเพราะััถึงตัวตนอีกฝ่ายไม่ได้ หรือก็คือเขาได้จากไปแล้ว จากนั้นนางก็ทำการสลายม่านอักขระทันที
...หึ หึเ้านี่แหละเหมาะสมที่จะเป็ เงา ของข้าเสียจริงเสี่ยวฝาน...
เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ชาวบ้านที่มุงดูในเหตุการณ์ต่างก็นำเื่ที่คุณหนูตระกูลเว่ยเป็ถึงผู้ใช้สัตว์อสูรระดับราชันย์ไปเล่ากันปากต่อปากทำให้หลายๆคนแทบไม่อยากจะเชื่อ หรือแม้แต่พวกที่คิดร้ายต่อตระกูลเว่ยก็ยังคิดหนักเพราะสัตว์อสูรระดับราชันย์นั้นพบเห็นได้ไม่บ่อยนักทั้งมันยังสามารถทำลายเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งได้อย่างง่ายด้ายเลยด้วยซ้ำ