ตอนที่ 16 สำนักกระบี่คู่์
แน่นอนว่าั้แ่เฟยอวี่ปิดด่านฝึกตน ชายหนุ่มก็ไม่เคยล่วงรู้ข่าวคราวของโลกภายนอกเท่าไหร่นัก ถึงจะมีซูหนี่ว์มาคอยเล่าแต่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์สำคัญทั้งหมด การที่เขาสามารถเดินทางไปสำนักกระบี่คู่์ได้ สืบเนื่องจากความทรงจำั้แ่ที่เขายังเป็เด็ก ใน่แรกที่สำนักกระบี่คู่์เปิดเผยตัวตน และเป้าหมายคือการเอาชนะวังั ชื่อเสียงของสำนักกระบี่คู่์พลันโด่งดังขจรไกล เฟยอวี่จึงเคยได้ยินเส้นทางการไปสู่สำนักกระบี่คู่์มาก่อน รวมถึงทราบกำหนดวันรับศิษย์อีกด้วยซึ่งหนึ่งปีจะมีการรับศิษย์แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น
ระยะทางกว่าสามพันแปดร้อยแปดสิบกิโลเมตรช่างเรียบง่ายดุจเส้นทางที่รวยรินด้วยกลีบกุหลาบ แม้เฟยอวี่จะเดินทางผ่านป่าเขาตรงดิ่งสู่สำนักกระบี่คู่์ ย่อมมีโอกาสบ้างที่เขาจะได้ประมือกับสัตว์อสูร แต่ทว่า ตลอดเส้นทางนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นซากศพของสัตว์อสูรมากมายคละคลุ้งปะปนมั่วซั่ว มองศพของพวกมันปราดเดียวยังทราบได้ว่าเป็การถูกสังหารในชั่วพริบตา อย่างไรก็ตาม สภาพศพของพวกมันกลับสมบูรณ์อย่างยิ่งไม่เหมือนถูกสังหารด้วยของมีคมคล้ายถูกทุบตาย ถึงจะเป็สัตว์อสูรระดับรากฐาน แต่จำนวนที่ตายนั้นไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลยสักนิด
ขึ้นชื่อว่าสัตว์อสูร ทุกส่วนในร่างกายของมันล้วนมีราคาในตลาดทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เฟยอวี่ที่ถือเงินอยู่ถึงสิบเหรียญอหังการ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเหลียวมองซากของพวกมัน
“ข้าเดินทางมาห้าวัน สัตว์อสูรถูกสังหารตายกันทั้งูเาเลยหรืออย่างไร? นี่ใกล้จะถึงสำนักกระบี่คู่์ ข้ากลับยังไม่เห็นสัตว์อสูรที่มีชีวิตเลยสักตนเดียว…” เฟยอวี่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาอยากวัดฝีมือกับพวกสัตว์อสูรดูบ้างจึงเลือกเส้นทางผ่านูเาที่อันตราย แต่หาได้เจอกับพวกมันสักตนไม่ นอกเสียจากศพของพวกมันที่ไร้ชีวิต
“อาจารย์หนิงเซียน ช่วยตรวจสอบพวกสัตว์อสูรให้ข้าได้หรือไม่?”
แม้สิบลมหายใจผ่านพ้นไป ไร้เสียงขานตอบกลับอันใดจากเด็กสาว เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น “นี่ห้าวันแล้วที่ท่านเงียบหาย ข้าทำให้ท่านไม่พอใจอะไรหรือไม่?” ตลอดห้าวันมานี้ ไม่ว่าเฟยอวี่จะพยายามพูดคุยหรือหยอกล้ออันใดล้วนมิอาจทำให้หนิงเซียนโต้ตอบเลยแม้แต่น้อย นางเงียบหายไปเสียดื้อๆ ถึงกระนั้น เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่านางยังคงอยู่ภายในแหวนมิติสีดำ
“…” เฟยอวี่นั่งรอบนโขดหินถึงสามสิบลมหายใจ ยังคงไร้ซึ่งการโต้ตอบจากหนิงเซียน ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนตัดสินใจเดินทางสู่สำนักกระบี่คู่์ต่อ หลังจากเดินทางต่อไปได้ครึ่งชั่วโมง ทันใดนั้นเองที่ชายหนุ่มเริ่มสังเกตเห็นถึงขุนเขาสูงใหญ่เสียดฟ้าเบียดเสียดแน่น เมื่อสาวเท้าเดินเข้าใกล้เรื่อยๆ จำนวนของูเาเ่าั้มีมากถึงเก้าลูกด้วยกัน
“นี่น่ะหรือ…เก้าขุนเขาแห่งสำนักกระบี่คู่์” เฟยอวี่แหงนศีรษะขึ้นมองขุนเขาเก้าลูกที่ปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกหนาทึบ แสงตะวันที่แรงกล้ายังมิอาจลอดผ่านม่านหมอกนั้นมาได้ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับแถวตีนเขา หมอกเริ่มหนาจัดเมื่อขึ้นเขาได้สูงระดับพอสมควรเท่านั้น ส่วนตีนเขายังคงมีแสงอาทิตย์เบาบางสาดผ่านให้ความรู้สึกอบอุ่นสบาย
…บรรยากาศนับว่าไม่เลว
เมื่อเฟยอวี่เข้าใกล้ตีนเขาขึ้นทุกขณะ ชายหนุ่มได้ยินสุ้มเสียงของฝูงชนที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทันใดนั้นเองที่เขาแหวกพุ่มไม้ตรงหน้าและก้าวขาออกไป แววตาของเฟยอวี่ขยายกว้างเล็กน้อย ภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็ลานกว้างขนาดใหญ่ั์ เป็ลานกว้างที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต พื้นที่ทำจากหินเรียบคุณภาพดีปูทางยาวมาั้แ่เมืองนครกระบี่์ เมืองนครกระบี่์เป็เมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ไม่ถึงสิบปี ่แรกเป็เพียงโรงเตี๊ยมเล็กๆในย่านชนบทเท่านั้น ทว่า จำนวนของผู้คนที่้าเข้าร่วมกับสำนักกระบี่คู่์มีมากมายนัก พวกเขาที่เดินทางมาอย่างเหนื่อยล้าจึงจำต้องมีสถานที่ได้แวะพักผ่อน จากโรงเตี๊ยมขยายเป็หมู่บ้าน จากหมู่บ้านกลายเป็เมือง
…บนสนามรอคัดเลือกนี้ถูกรายล้อมไปด้วยป่าเขา ยกเว้นเส้นทางที่ถูกปูหินเรียบมาั้แ่เมืองนครกระบี่์
“…มีเมืองด้วย?!” เฟยอวี่มองเห็นเมืองเลือนลางจากระยะไกล เขาไม่ทราบมาก่อนเลยว่ามีเมืองที่สามารถไปสู่สำนักกระบี่คู่์ได้ด้วย ถ้าเช่นนั้น การพยายามเดินผ่านูเาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร …เขากลับเลือกทางที่ลำบากกว่าผู้อื่นนับสิบนับร้อยเท่า!
ไม่ใช่เพียงเื่เมืองเท่านั้น ผู้คนที่ยืนรอกันอยู่แถวตีนเขาอาจมีมากถึงครึ่งหมื่น… เฟยอวี่มองปราดเดียวยังสามารถบอกได้เลยว่าร้อยละเก้าในสิบส่วนเป็บุรุษเพศ เสียงกระซิบกระซาบของผู้คนดังขึ้นไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่กำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันถึงสถานที่สอบและผู้ที่โดดเด่นที่สุด
“ข้ารอไม่ไหวที่จะได้ปกป้องเทพธิดาของข้าแล้ว”
“เหอะ! เ้าควรจะสอบให้ผ่านก่อนค่อยวาดฝันถึงเื่นั้น”
“เ้าว่าครั้งนี้ใครมาเป็ผู้คัดเลือกให้พวกเรา”
“ข้าอยากไปเยือนสำนักกระบี่ดารา์แล้ว!”
ด้วยจำนวนคนที่มากถึงครึ่งหมื่น นี่อาจเป็จำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การสมัครเข้าสอบเป็ศิษย์ของสำนักกระบี่คู่์ ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ต่างทราบถึงสาเหตุนั้นดี …มีข่าวลือว่ามีคุณหนูจากหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่เข้าร่วมกับสำนักกระบี่ดารา์ เหตุนั้นเองที่ทำให้คุณชายจากหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่เข้าร่วมกับสำนักกระบี่คู่์ แน่นอน มีบางคนที่ทราบชื่อตระกูลของพวกเขาแล้ว
ภายในทวีปันั้น แบ่งออกเป็สี่อาณาจักรย่อยต่างอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ัอีกที อาณาจักรทั้งสี่ประกอบไปด้วย อาณาจักริเวย อาณาจักรเหยี่ยชิง อาณาจักรต้าฮวาง อาณาจักรกงเหว่ย ซึ่งสำนักกระบี่คู่์อยู่ภายใต้อาณาเขตการปกครองของอาณาจักรต้าฮวางทางตอนใต้ของทวีปั ในทวีปันั้นมีเจ็ดตระกูลด้วยกันที่ถูกยกย่องเป็ตระกูลใหญ่ในทวีป พวกเขาเพรียบพร้อมทั้งด้านกำลังคนและคุณทรัพย์ มีกิจการมากมายที่กระจายอยู่ทั่วทวีปั
สำหรับลูกหลานจากตระกูลใหญ่นั้น พวกเขาย่อมสามารถเล่าเรียนที่วังัได้อย่างสบายๆ ไม่ใช่เพียงเพราะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่อย่างเดียว พวกเขาต่างมีพร์ระดับอัจฉริยะควบคู่
“เ้าได้ยินหรือไม่? เห็นว่าคุณชายจากตระกูลไป๋เข้าร่วมการคัดเลือกครั้งนี้ด้วย”
“ข้าได้ยินข่าวลือนั้นเช่นกัน ครั้งนี้ข้าถึงได้มาร่วมคัดเลือกอีกรอบ!”
“เ้าเชื่อข่าวลือที่ว่าคุณหนูตระกูลเจียวเข้าร่วมหรือไม่?”
“ก่อนจะเป็ข่าวลือย่อมมีมูลเหตุมาก่อน! ข้าเชื่อ!”
บรรยากาศอึกทึกครึกโครม สีหน้าของทุกผู้คนล้วนแสดงออกซึ่งความตื่นเต้นเร้าใจ ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องกลับดังก้องมาจากอีกฟากของป่าทึบ “เืเต็มตัวเ้านั่นเลย!” มีบุรุษหนุ่มหลายคนที่ขาพับล้มลงกระทบพื้น เบื้องหน้าของพวกเขาคือชายหนุ่มที่ชโลมไปด้วยโลหิตแดงฉานทั่วทั้งร่าง สีผมของเขาประหลาดนัก เป็ผมที่มีสีดำและขาวแบ่งครึ่งอย่างพอดิบพอดี ไม่มีดำมากกว่าหรือขาวมากกว่า เป็สัดส่วนที่พอดีอย่างยิ่ง
โม่กุ่ยเสินกล่าวบ่นพึมพำ “ตัวที่สามพันสี่ร้อยห้าสิบหก…ยังไม่พอ …พลังยังแกร่งไม่พอ ” ฉับพลันนั้น ชายหนุ่มสาดแววตาประกายคมกล้าดุจเพชร ผู้ใดที่เผลอประสานสายตากับเขาล้วนรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจ “…ไม่ไหว …ตรงนี้ไม่มีผู้แข็งแกร่งสักคน”
ั์ตาของโม่กุ่ยเสินประหนึ่งโลกทั้งใบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
ในขณะนี้เองบนยอดขุนเขาของหนึ่งในเก้าขุนเขาแห่งสำนักกระบี่์ หนึ่งผู้ชราทอดสายตาลงจากยอดเขาสูงพลางลูบคางอย่างครุ่นคิด ชายชราผู้นี้สวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย เสื้อผ้าเก่าธรรมดาและกางเกงที่มีรอยขาดราวกับชาวบ้านคนธรรมดา ในขณะที่ ชายชราอีกคนสวมใส่อาภรณ์หรูหราให้บรรยากาศของผู้สูงศักดิ์ ผู้ชราที่สวมใส่อาภรณ์ชั้นดีนั้น แท้จริงแล้ว เขาคือผู้าุโสูงสุดแห่งสำนักกระบี่คู่์ ส่วนผู้ชราที่ใส่เสื้อผ้าเรียบง่าย…เ้าสำนัก
“นี่ท่านเ้าสำนักคิดลงไปคัดเลือกด้วยตัวของท่านเองเลยหรือ…” ผู้าุโสูงสุดเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ โดยปกติแล้ว เวลาถึง่รับสมัครศิษย์จะส่งพวกศิษย์รุ่นพี่ไปคัดเลือกขึ้นมา ทว่า ปีนี้คงเนื่องจากไว้หน้าพวกตระกูลใหญ่ในทวีปจึงจำต้องให้เหล่าผู้าุโลงไปคัดเลือกให้ …แต่สำหรับเ้าสำนักนั้น เขาเป็ตัวตนที่สูงส่งยิ่งกว่านั้น หนึ่งในผู้บรรลุพลังยุทธระดับราชันจักรพรรดิในตำนาน!! ไม่ใช่แค่ไม่จำเป็ต้องไว้หน้าพวกตระกูลใหญ่ ต่อให้นั่นเป็ราชวงศ์ั เ้าสำนักยังสามารถเมินเฉยต่อพวกมันได้! และคงต้องเป็ราชวงศ์ัเสียเองที่ต้องไว้หน้าเ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่คู่์!
จำนวนคนที่ล่วงรู้ตัวตนของเ้าสำนักกระบี่คู่์สามารถนับได้ด้วยนิ้วมือ ส่วนคนที่ล่วงรู้ระดับพลังยุทธของเ้าสำนักกระบี่คู่์สามารถนับได้ด้วยมือข้างเดียว ทั่วทั้งสำนักมีเพียงผู้าุโสูงสุดเท่านั้นที่ทราบในเื่นี้
“เหล่าผู้าุโมัวแต่ยุ่งเกี่ยวกับการมาสอบของคุณชายจากตระกูลใหญ่ ฝั่งสำนักกระบี่ดารา์ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก” ผู้าุโสูงสุดกล่าวน้ำเสียงเคารพ “อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องลงไปด้วยตัวเองเลย…ท่านเ้าสำนัก”
“ข้าไม่ได้มาเพราะคนไม่เพียงพอต้อนรับการสมัครศิษย์” เ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าที่นิ่งสงบดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่นจับจ้องบริเวณตีนเขาไม่กระพริบตา เป็แววตาที่คมกล้าเยือกเย็นอย่างมาก “มีเ้าหนูที่มีร่างกายประหนึ่งเทพเซียนมาจุติอยู่ที่นี่” แววตาที่ราวกับหรี่เล็กอยู่ตลอดของเ้าสำนักขยายกว้างเมื่อกวาดสายตามองบริเวณตีนเขา “ชั่วชีวิตเกือบพันปี ข้าไม่เคยพานพบกายาใดที่ดีเลิศขนาดนี้มาก่อน เ้าหนูนั่นเหมือนเกิดมาเพื่อกลายเป็เซียนที่แท้จริง”
ผู้าุโสูงสุดจดจำได้ในทันที เด็กหนุ่มประหลาดที่เ้าสำนักพูดถึงคนนั้น! “…ถูกต้องที่สุดเลยท่านเ้าสำนัก! ข้าไม่เคยเห็นเด็กคนไหนที่มีพละกำลังขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต อายุราวสิบห้าปีแต่กลับบรรลุระดับเชี่ยวชาญขั้นกลาง อีกทั้ง เด็กนั่นยังสังหารสัตว์อสูรทั่วอาณาบริเวณขนาดห้าพันกิโลเมตร! รวมจำนวนทั้งสิ้นสามพันสี่ร้อยห้าสิบหกตัว ข้าลงไปตรวจสอบด้วยตัวเองแล้วด้วย หนึ่งในซากของสัตว์อสูรนั้นมีอสูรระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงอยู่ด้วย นี่ไม่ธรรมดาเลย! เป็อัจฉริยะอย่างแท้จริง! สำนักกระบี่คู่์คงยกระดับขึ้นมามากเป็แน่! พวกเราชนะเ้าพวกวังัได้แน่นอน!”
สีหน้าของเ้าสำนักนิ่งสงบอย่างมาก สำหรับการต่อสู้ให้ชนะพวกวังันั้น แท้จริงแล้ว เป็เพียงด่านทดสอบที่สร้างแรงกดดันให้เหล่าศิษย์ในสำนักมากกว่า ส่วนตัวของเ้าสำนักไม่ได้สนใจเื่พวกนี้เลย “…ไม่ใช่เ้าหนูเทพมาร”
ผู้าุโสูงสุดตกตะลึงงัน “…เทพมาร?”
ทันใดนั้นเองที่เรือนร่างของเ้าสำนักอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในขณะนี้เองบริเวณตีนเขา เสียงของฝูงชนยิ่งมายิ่งกึกก้อง นี่สืบเนื่องจากถึงเวลาอันสมควรแล้ว “การรับสมัครศิษย์ของสำนักกระบี่คู่์” กำหนดเวลาที่จะมาคัดเลือกนั้นอยู่ที่เวลาตอนเช้าเก้านาฬิกาตรง ห้วงเวลาที่ไหลผ่านไปห้านาที สิบนาที ยี่สิบนาที…จนกระทั่ง ครึ่งชั่วโมง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนจึงเริ่มแผ่กระจายเป็ระลอกใหญ่ดุจไฟลุกลาม
“นี่มันเื่บ้าบออันใดกัน? เหตุใดคนของสำนักกระบี่คู่์ถึงยังไม่มา?”
“เหตุใดสำนักใหญ่แห่งทวีปัถึงได้ละเลยความรับผิดชอบเช่นนี้!”
“มันคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเรอะ”
เฟยอวี่สังเกตสถานการณ์ั้แ่เริ่มจนถึงปัจจุบัน เขาััได้ถึงความรู้สึกของผู้คนที่หลากหลายในสองชั่วโมงนี้ ถึงกระนั้น เฟยอวี่ไม่คิดประมาทสำนักใหญ่แห่งทวีป …บางที การทดสอบอาจเริ่มต้นไปแล้วก็ได้!
“…เ้าหนู”
สุ้มเสียงอ่อนโยนดังแว่วก้องในสมองอย่างไร้ที่มา เป็น้ำเสียงที่แห้งแหบแต่กลับอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก …คนแก่? เฟยอวี่กวาดมองตรงหน้าพยายามหาที่มาของเสียง ทันใดนั้น ชายหนุ่มหันขวับมาทางด้านหลังจึงพบเข้ากับ…ชายชราคนหนึ่ง ผู้ชราคนนี้สวมอาภรณ์เรียบง่ายอย่างมาก ชนิดที่ว่ามิอาจหาได้ในหมู่ของผู้ฝึกยุทธ ิัของเขาเหี่ยวย่นบ่งบอกอายุ แววตาราวกับปิดอยู่ตลอดเวลา
“ผู้เฒ่า นี่ท่านหลงทางหรือ?” เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้น อดประหลาดใจไม่ได้เลยที่มีคนธรรมดาในหมู่ผู้ฝึกยุทธแบบนี้ ไม่มีกลิ่นอายหรือปราณเซียนใดจากร่างของผู้เฒ่าเบื้องหน้าเลย “หรือว่าผู้เฒ่า้าเข้าร่วมกับสำนักกระบี่คู่์?”
เ้าสำนักที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับเปิดตาขึ้นมาเล็กน้อย ทันทีทันใดที่เฟยอวี่ประสานสายตากับผู้ชรา มันเป็แววตาที่เ็าไร้อารมณ์ประดุจน้ำแข็ง คมกล้าดุจเพชร น่าประหวั่นพรั่นพรึงดุจผู้แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เฟยอวี่ััได้อย่างชัดเจนถึงความเบื่อหน่ายที่แฝงไว้ในส่วนลึกของแววตาคู่นั้น …ผู้เฒ่านี่ไม่ธรรมดา!
แววตาของเ้าสำนักสามารถทำให้เหล่าราชันยุทธเบี่ยงหน้าหลบด้วยความหวาดกลัว แต่ทว่า ชายหนุ่มผู้นี้กลับจ้องกลับมายังเขาไร้ซึ่งอารมณ์อันใด ช่างเป็แววตาที่เข้มแข็งและเฉียบคม ราวกับว่า เป็แววตาของคนที่มีบางสิ่งที่ต้องปกป้องให้ได้อยู่
“ข้าอิจฉาเ้านะเ้าหนู ที่ยังมีสิ่งสำคัญให้สามารถปกป้องได้” เ้าสำนักถอนหายใจเบาบาง “เ้า้ามาเป็ศิษย์ของข้าหรือไม่?”