" ลำดับสิบห้า กังหลง หกลมหายใจ"
ผู้ชมเพียงมองผ่านจอแสดงผล เห็นชายหนุ่มเดินผ่านประตูยืนหลับตาชั่วครู่คล้ายทำสมาธิ แล้วเดินไปหยิบแผ่นหยก เดินผ่านกล่องทั้งหมด หยุดมองแผ่นหยกในมือแล้วเดินออกประตูมาใส่แผ่นหยกในกล่องคำตอบเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด เวลาบนหน้าจอหยุดอยู่ที่เลขหก ผู้คนต่างปากอ้าตาค้าง เสียงพึมพำดังขึ้น
"บ้านา ! เพียงหกลมหายใจ แค่หลับตาและเดินผ่านก็สามารถรู้คำตอบแล้วรึ ?"
"เจ้าหนุ่มนี่คงแค่จะแสดงให้ผู้คนสนใจเท่านั้น แท้จริงแล้วคงมิอาจมีความรู้ใด ๆ ด้านสมุนไพรเลยสักนิด"
"ถ้าหากสามารถตอบถูกทั้งหมดได้โดยใช้เวลาเพียงแค่นี้ วงการนักปรุงโอสคงได้สั่นสะเทือนแน่แท้ !"
ผู้อาวุโสซุนเองก็ถึงกับเป็นใบ้ไปเมื่อต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ หลังสงบสติอารมณ์ชั่วครู่จึงกล่าวดำเนินการทดสอบต่อ
"เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เชิญทำการทดสอบด้านโอสถทางห้องด้านขวาต่อ และเชิญลำดับผู้เข้าทดสอบเช่นก่อนหน้านี้ เมื่อทดสอบทั้งสองอย่างเรียบร้อย จะมีผลคะแนนรวมทั้งหมดแสดงบนหน้าจอให้ทุกท่านได้ทราบจากคะแนนสูงไปต่ำ"
การทดสอบด้านโอสถของห้องทางขวามือครานี้ใช้เวลามากกว่าด้านสมุนไพร เนื่องจากโอสถแต่ละชนิดมีสีสันและกลิ่นที่แตกต่างกัน สรรพคุณจึงมีเหมือนกันบ้างและแตกต่างกันบ้าง การที่จะแยกแยะเม็ดโอสถนั้น ต้องเป็นผู้ที่เคยพบเจอและผ่านโอสถเหล่านั้นมาอย่างมากมายนับไม่ถ้วน จึงจะสามารถระบุยืนยันได้ว่าเป็นโอสถชนิดใดมีคุณสมบัติเช่นไร ด้านประสบการณ์ของกังหลงในเชิงโอสถถือว่าน้อยนิดนักหากเทียบกับผู้คนในวัยเดียวกัน แต่กังหลงได้ย่อยสลายเม็ดพลังความรู้ด้านโอสถของเฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ลึกลับ ที่มีอายุมิทราบกี่ร้อยปี เฒ่าเทียนคงเพียงบอกว่ามีความรู้ด้านโอสถเพียงเล็กน้อยแค่นักปรุงโอสถระดับหกในดินแดนระดับอื่น แต่หากนำมาเปรียบเทียบในดินแดนที่กังหลงอยู่ ช่างต่างกันลิบลับ ด้วยความรู้ทั้งหมดด้านโอสถของเฒ่าเทียนคงที่กังหลงย่อยสลายและดูดซับไว้ทั้งหมดนั้นจึงยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียนแล้วในปัจจุบันหากกังหลงต่อสู้ด้วยหลักความรู้เช่นนี้
การทดสอบผ่านไปทีละคน ๆ ผลที่แสดงบนจอด้านขวามือยิ่งมากมายขึ้น
" ลำดับหนึ่ง หยางเสี่ยวเอ๋อร์ ยี่สิบห้าลมหายใจ"
" ลำดับสอง มู่หยง สี่สิบเก้าลมหายใจ"
" ลำดับสาม ว่านเยี่ยหลาน สี่สิบสามลมหายใจ"
" ลำดับสี่ ซางกวนป๋อ สามสิบเจ็ดลมหายใจ"
" ลำดับห้า ลู่หนายเฟิน สี่สิบเก้าลมหายใจ"
" ....................................................."
" ลำดับสิบสี่ นงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะ ยี่สิบลมหายใจ"
เสียงผู้ชมเริ่มซุบซิบกัน
"คงเป็นเช่นเดิมแล้ว แม่นางหยางเสี่ยวเออร์ และนงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะคงผ่านการทดสอบขั้นที่สองแน่นอน"
"ยังคงเหลือเจ้าหนุ่มนั่นอีกคน มิทราบจะทำเวลาได้น่าตกใจอันใดอีกหรือไม่ ?"
กังหลงลุกขึ้นเดินเข้าห้องทดสอบด้านโอสถ ครุ่นคิด
"นี่น่าสนใจขึ้นหน่อย แต่คงต้องทำให้คะแนนติดอันดับต้น ๆ จะได้เข้าทดสอบขั้นต่อไปอย่างแน่นอน มิทราบจะมีรางวัลใดเ็นของตอบแทน คิดว่าคงน่าสนใจดังที่ท่านผู้เฒ่าท่านนั้นบอกเล่า แต่หากไม่เป็นเช่นที่ว่ามาคงต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แล้ว"
กังหลงเดินผ่านเข้าห้องทดสอบหยิบแผ่นหยกก่อนเช่นเคย แล้วเดินไปยังกล่องโอสถที่วางไว้ ก้าวผ่านแต่ละกล่องอย่างรวดเร็ว เพียงสัมผัสกลิ่นและชายตาผ่านแค่วูบเดียว
ด้วยความรู้ด้านโอสถของเฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ ที่เป็นถึงนักปรุงโอสถระดับหก และผ่านการใช้ชีวิตมามากมายหลายร้อยปี ที่กลั่นความรู้เป็นเม็ดพลังส่งต่อให้กังหลง แน่นอนว่าความรู้ด้านการแยกแยะโอสถก็ย่อมมิมีปัญหาใด ๆ ขณะก้าวผ่านประตูห้องทดสอบไป กังหลงยืนหลับตาคราหนึ่งเมื่อสัมผัสถึงกลิ่นโอสถแต่ละชนิด กังหลงหลับตา ยืนสงบนิ่งห้วงสมองดึงความรู้ด้านโอสถทั้งมวลออกมาจนหมดสิ้น ใช้พลังปราณส่งคำตอบเข้าไปในแผ่นหยก แล้วเดินออกประตูหย่อนแผ่นหยกใส่กล่องอีกกล่องกลางเวที เสร็จก็กลับไปนั่งรอผลการตัดสินดังเช่นเคย
" ลำดับสิบห้า กังหลง สิบลมหายใจ"
ผู้ชมเพียงมองผ่านจอแสดงผล เห็นชายหนุ่มเดินผ่านประตูยืนหลับตาชั่วครู่คล้ายทำสมาธิแล้วเดินไปหยิบแผ่นหยก เดินผ่านกล่องทั้งหมด หยุดมองแผ่นหยกในมือแล้วเดินออกประตูใส่แผ่นหยกในกล่องคำตอบเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดเหมือนเช่นก่อนหน้านีี้ เวลาบนหน้าจอหยุดอยู่ที่เลขสิบ ต่างปากอ้าตาค้าง ส่งเสียงพึมพำดังขึ้น
"เป็นเช่นเดิมอีกแล้ว..!!"
"โอ้ ! สวรรค์ ! เพียงสิบลมหายใจ แค่หลับตาและเดินผ่านก็จะทราบคำตอบแล้วรึ ?"
"เจ้าหนุ่มนี่คงแค่เพียงแสดงให้ผู้คนสนใจอีกแล้ว แท้จริงแล้วก็คงมิอาจมีความรู้ใด ๆ ด้านโอสถเลยสักนิดแน่ อวดดีแบบนี้ข้าชักเริ่มหมั่นใส้เข้าแล้ว "
"หากสามารถตอบถูกทั้งหมดโดยใช้เวลาเพียงแค่นี้ วงการนักปรุงโอสคงได้ลบชื่อออกแน่แท้ !"
มิได้สนใจต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ กังหลงเพียงนั่งหลับตารอฟังผลการตัดสินอย่างสงบ เพียงคิดว่าหากต้องการอยู่ในวงนักเลงอย่างสะดวกสบายคงต้องแสดงความสามารถบางอย่างให้ผู้อื่นได้เห็นบ้าง สังเกตุจากการที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความเคารพนับถือนักปรุงโอสถ และท่าทีหยิ่งยโสถือตัวของเหล่าผู้อาวุโส จากสมาคมโอสถ กังหลงตั้งใจว่าเมื่อมีเวลาคงต้องหาโอกาสไปทำการทดสอบกับทางสมาคมโอสถดูสักครา เพื่อให้ได้ตำแหน่งนักปรุงโอสถระดับต่าง ๆ มา ต่อไปการเป็นอยู่การฝึกฝนด้านปราณยุทธคงต้องใช้ทรัพยากรมากมาย หากมีตำแหน่งหรือมีผู้หนุนหลังเช่นสมาคมโอสถ การก้าวเดินในเส้นทางของผู้ฝึกยุทธก็คงจะยิ่งง่ายดายขึ้น
ชั่วครู่ผู้อาวุโสซุนได้นำคำตอบทั้งหมดไปให้ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบทำการตรวจคำตอบของแต่ละคน ผ่านไปราวสามสิบลมหายใจ การตรวจสอบได้เสร็จสิ้น ผู้อาวุโสที่ทำการตรวจคำตอบได้เรียกประชุมกัน และให้ผู้อาวุโสซุนนำผลการตัดสินไปมอบให้ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถที่นั่งในตำแหน่งประธาน ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถได้กล่าวสอบถามผู้นำผลการทดสอบมาให้ว่า
"มีอันใดเกิดขึ้นรึ ? ผู้อาวุโสซุน "
ผู้อาวุโสซุนรีบกล่าวอย่างนอบน้อม
"เอ่อ !!มีผู้ที่ตอบคำถามได้รวดเร็วและถูกต้องทั้งหมดและคำตอบล้วนถูกต้องสมบูรณ์กว่าคำคอบที่ทางสมาคมคิดค้นขึ้นแต่เมื่อนำไปตรวจสอบกับตำราโบราณ พบว่ามิมีอะไรผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย !!"
ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถถึงกับอึ้งไปรีบกล่าวว่า
"ไหน ลองเอาคำตอบที่ว่ามาให้ข้าดูซิและเป็นผู้ใดรึที่ตอบถูกต้องสมบูรณ์กว่าคำคอบที่ทางสมาคมคิดค้นขึ้น"
ผู้อาวุโสซุนรีบบอกและมองไปยังกังหลงที่นั่งสงบรอผลการทดสอบอย่างมิสนใจสิ่งใด
"เป็นเด็กหนุ่มที่นั่งโต๊ะสุดท้ายด้านขวาสุด และเป็นผู้ที่ทำศิลาทดสอบแตกก่อนหน้านี้"
ผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถมองดูคำตอบทั้งหมดถึงกับตะลึงคำตอบเหล่านี้ด้านโอสถถือว่าสมบูรณ์จนหากตนเป็นผู้ตอบก็คงมิอาจตอบเช่นนี้ได้นอกจากอาศัยการค้นคว้าจากตำราโอสถมาตอบเท่านั้นหันไปมองเห็นเป็นเพียงบุรุษหนุ่มอายุเยาว์ประมาณสิบห้าปีกว่าหน้าตาคมคายหล่อเหลา รูปร่างบอบบางคล้ายนักศึกษาที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะฆ่าไก่สายตาดูใสกระจ่าง ระดับปราณอยู่เพียงแค่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้นจึงเอ่ยกับผู้อาวุโสซุน
"ประกาศผลไปและทำการทดสอบขั้นสุดท้ายให้เสร็จสิ้นและคอยจับตาดูเจ้าหนุ่มนั่นหากมีความสามารถพอจะเป็นตัวแทนของอาณาจักรได้สมาคมโอสถเราคงต้องส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่มิแน่การแข่งขันระดับอาณาจักรคราวนี้สมาคมโอสถของอาณาจักรเนตรอสูรอาจมีโอกาสติดอันดับที่ดีและได้มีสิทธิ์เข้าสำรวจดินแดนสวรรค์ซึ่งอาณาจักรเนตรอสูรมิเคยทำได้มาเป็นเวลากว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว !!"