เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอยากรวดเร็ววันแล้ววันเล่า จวบจนครบสามปีแล้ว ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังแกว่งกวัดกระบี่ไปมาอย่างขยันขันแข็ง
เขาทำอย่างนี้ติดต่อกันมานานนับเดือนแล้วโดยที่ไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย แต่ร่างกายของเขาก็ไร้ร่องรอยของความเหนื่อยล้า ไม่มีแม้แต่เหงื่อแม้เพียงหยดเดียว
ไม่นานมิติเอกเทศน์แห่งนี้ก็ค่อยๆสลายหายไปอย่างไร้ล่องลอย ชายหนุ่มที่กำลังร่ายรำกระบี่อยู่ก็พลันหยุดชงักลง แล้วหันสายตาสังเกตสิ่งต่างๆรอบๆตัว
เขาพบว่าวิสัยทัศน์รอบๆ กายของเขานั้นเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมเขาอยู่ในพื้นที่ ที่เป็เหมือนกับห้องกว้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้เขากลับมาปรากฏตัวอยู่ในถ้ำหลังน้ำตกที่เขาเข้ามาในตอนแรก
"ครบเวลาสามปีแล้วสิน่ะที่ข้าฝึกฝนอยู่ที่นี่!?"เสียงหนึ่งค่อยๆกล่าวพึมพำขึ้นมาเบาๆ เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของใครอื่นไกล แต่เป็เสียงของหยางตงเทียนนั้นเอง
"เฮ้อ~ เอาเถอะ! ถึงอย่างไรเราก็เป็นักปรุงโอสถระดับเก้าแล้ว แถมยังฝึกวิชากระบี่ร้อยและวิชาก้าวพันเงาสำเร็จขั้นแรกแล้วด้วย! มันคงถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องออกไปสู้โลกภายนอกเสียที!"
กล่าวจบหยางตงเทียนก็เคลื่อนกายออกไปจากถ้ำด้วยความรวดเร็ว หลงเหลือไว้เพียงเงาของเขาเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ที่ยังหลงเหลือเงาของเขาอยู่ที่เดิมนั้นเป็เพราะว่า วิชาตัวเบาที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ก็คือวิชาก้าวพันเงานั้นเอง...
“ป่าแห่งนี้คงจะเป็ป่าหมื่นอสูร!? ในรัศมีร้อยลี้ สาเหตุที่ข้าไม่พบสัตว์อสูรเลยซักตัวตอนที่ข้าข้ามมิติมาตอนแรก คงเป็เพราะว่ามันอยู่ในอาณาเขตของมิติเอกเทศน์ ที่ผู้าุโกงลู่หยุนสร้างขึ้น และพื้นที่ที่ข้าอยู่ในตอนนี้คงเป็พื้นที่ชั้นในของป่าหมื่นอสูร?...”
หยางตงเทียนกวาดจิติญญาออกไปสำรวจรอบๆ ไม่นานเขาก็พบกลับกลิ่นอายของสัตว์อสูรจำนวนมาก ในหมู่พวกมันมีสัตว์อสูรระดับแปด ที่เทียบเท่ากับระดับเซียนของมนุษย์ อยู่หลายสิบตัว นี้ขนาดจิติญญาของเขาสำรวจไปเพียงเล็กน้อยเพียงเท่านั้น! ยังพบสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้
"พื้นที่แห่งนี้อันตรายเกินไป!? แม้ว่าข้าจะมีระดับวรยุทธ์สูงถึงระดับเซียนขั้นเก้าแล้วก็ตาม หากสัตว์อสูรทั้งหมดรวมพลังกันเข้าโจมตี ต่อให้เขาเป็เทพก็คงหนีไม่รอด!? เพื่อความปลอดภัย! ข้าควรออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด!!"
กล่าวจบหยางตงเทียนก็ปกปิดกลิ่นอายของตนเอง จากนั้นก็เคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็วสูงสุด ระหว่างทางเขาก็พบเจอกับสัตว์อสูรมากมาย
แม้ว่าสัตว์อสูรที่เขาพบส่วนใหญ่จะเป็แค่สัตว์อสูรระดับหกระดับเจ็ด แต่ตลอดเส้นทางเขาก็ััได้ถึงการคงอยู่ของสัตว์อสูรระดับแปดได้มากกว่ายี่สิบตัวแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าป่าหมื่นอสูรนั้นมีความหน้ากลัวและอันตรายมากเพียงใด!?
"เกรงว่าในป่าหมื่นอสูรแห่งนี้คงมีสัตว์อสูรระดับแปดมากกว่าหนึ่งร้อยตัวแน่ๆ ซึ่งดูแล้วพวกมันมีความแข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษย์เป็อย่างมาก! หากพวกมันตัดสินใจเปิดากับมนุษย์ เผ่ามนุษย์คงจะได้รับความเสียหายมากมายอย่างแน่นอน!"หยางตงเทียนบนพึมพำกลับตัวเองเบาๆ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
“แต่มนุษย์ก็มีการคงอยู่มายาวนานหลายยุคหลายสมัย? ไม่ใช้ว่าจะถูกจัดการได้ง่ายๆ ถึงอย่างไรนอกจากคลื่นสัตว์อสูรที่เกิดขึ้นในทุกๆสามปีแล้ว!?"
"ก็ไม่มีสิ่งใดร้ายแรงเกิดขึ้น นอกจากว่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่สามารถดึงดูดความสนใจของตัวตนระดับสูงของทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้!?”
"ถึงจะมีการต่อสู้แย่งชิงที่รุนแรงเกิดขึ้น! แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เกิดขึ้นไม่บ่อยมากนัก!? และก็ไม่ได้เกิดการต่อสู้ที่รุนแรงจนถึงขนาดจะอยู่ร่วมกันไม่ได้...."
"ถึงอย่างไรในอดีต สัตว์อสูรระดับเก้าก็แปลงกายเป็มนุษย์ แล้วเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ แถมยังแต่งงานและให้กำเนิดทายาทมากมาย ที่สืบทอดสายเืมาจนถึงปัจจุบัน มันคงจะไม่เกิดเหตุการณ์ต่อสู้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้น!? "
หยางตงเทียนกล่าวขึ้นมาอย่างด้วยความเป็กังวล เพราะถึงอย่างไรหากมีาระหว่างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้น เขาก็จำเป็จะต้องเข้าร่วมาด้วยอยู่ดี เพื่อรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้
.........................
ผ่านไปสิบวันแล้ว ที่หยางตงเทียนเริ่มเดินทางออกมาจากป่าหมื่นอสูร ตอนนี้เขาสามารถออกมาจากเขตป่าชั้นในได้แล้ว และตอนนี้เขาอยู่ในเขตป่าชั้นกลาง
ในป่าชั้นกลางนี้สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดเป็เพียงสัตว์อสูรระดับหกเพียงเท่านั้น เขาจึงเลิกปกปิดตัวตน และพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า จากนั้นก็เคลื่อนกายหายวับไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที
ไม่นานเวลาก็ผ่านไปอีกสิบวัน หยางตงเทียนจึงออกมาจากเขตป่าหมื่นอสูรขั้นกลางได้สำเร็จ! ถึงแม้ว่าเขาจะลอยอยู่บนอากาศ ก็ยังต้องใช้เวลายาวนานเทียบเท่ากับตอนออกมาจากป่าชั้นใน!?
ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าเขตป่าชั้นกลางนั้นมีอาณาเขตกว้างที่สุดในป่าหมื่นอสูรทั้งสามเขต ลองลงมาก็เป็เขตป่าชั้นใน สุดท้ายที่มีอาณาเขตน้อยที่สุดก็คือเขตป่าหมื่นอสูรชั้นนอก
แม้ว่ามันจะมีพื้นที่น้อยกว่าชั้นอื่นๆ แต่ว่าหยางตงเทียนก็ต้องใช้เวลาเดินทางอีกกว่าห้าวัน กว่าที่เขาจะสามารถออกมาจากป่าหมื่นอสูรได้
"เฮ้อ~ ในที่สุด! หลังจากที่ต้องเดินทางมาหลายวันหลายคืนโดยที่ไม่ได้หยุดพัก! ข้าก็ออกมาได้ซักที!! ยุทธภพเอ๋ย….. ข้าหยางตงเทียนมาแล้ววววว ฮ่าาาาๆๆๆ"
เพียงแค่ออกมาพ้นขอบชายป่าหมื่นอสูร หยางตงเทียนก็ร้องะโออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังลั่น! ดีหน่อยตอนที่เขาตระโกนไม่ได้ใส่ลมปราณเข้าไปด้วย ไม่เช่นนั้นด้วยการบ่มเพาะระดับเซียนของเขา ผู้คนในรัศมีหลายร้อยลี้นี้คงได้ยินเสียงของเขาแน่!
เมื่อหัวเราะจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็พุ่งทะยานหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว เดินทางอีกประมาณสี่สิบลี้ เขาก็พบเข้ากับกำแพงเมืองสีขาวขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มันเป็ป้อมปราการอันแข็งแกร่งคอยปกป้องสิ่งที่อยู่ด้านหลังของมันเอาไว้
ที่้ากำแพงเมือง มีทหารสวมชุดเกาะสีทองทั่วทั้งตัว ยืนนิ่งไม่ไหวติง มือข้างหนึ่งกำหอกยาวสีเงินยวงไว้อย่างมันคง ภายในระยะห่างสองลี้จะมีทหารหนึ่งนายยืนประจำการอยู่ตลอดของแนวกำแพง
"เมืองแห่งนี้คงจะเป็ปราการด่านแรกที่ใช้ต่อสู้กับคลื่นอสูรที่เกิดขึ้นมาในทุกๆสามปีสิน่ะ!? ถึงได้มีทหารยืนตรวจตรามากมายขนาดนี้"
หยางตงเทียนลอยเข้าไปใกล้กับประตูเมือง จากนั้นชายหนุ่มก็ค่อยๆลอยลงจอดที่เนินดินใกล้ๆ สายตาจับจ้องไปที่ประตูเมืองขนาดใหญ่ ที่กำลังค่อยๆเปิดออกมาต้อนรับเช้าวันใหม่…
เขาจึงค่อยๆเดินทอดน่องเข้าไปภายในเมือง ที่เขาไม่ลอยข้ามประตูเมืองเข้าไปแต่แรกก็เป็เพราะว่าเขาไม่้าเป็ที่สนใจของผู้คน
ตอนที่เขากวาดจิติญญาเข้าไปสำรวจภายในตัวเมือง เขาพบว่าแม้เมืองแห่งนี้จะเป็เพียงเมืองชายแดน แต่มันก็เจริญรุ่งเรืองเป็อย่างมาก
เพราะว่ามันอยู่ติดกับป่าหมื่นอสูร จึงมีจอมยุทธ์มากมายเดินทางแวะเวียนมาที่เมืองแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย เพื่อที่จะเข้าไปเสี่ยงโชค
แม้ว่าในป่าหมื่นอสูรจะมีอันตรายมากมายเต็มไปหมด แต่มันก็มีสิ่งล้ำค่าอยู่มากมายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็สมุนไพร สิ่งล้ำค่าที่กำเนิดจากฟ้าดิน หรือกระทั้งสัตว์อสูร เพราะทุกส่วนในร่างกายของสัตว์อสูรล้วนมีค่าแทบทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็แก่นอสูร กระดูก เื เนื้อ ล้วนเป็สิ่งที่มีค่าทั้งนั้น ของพวกนี้เป็วัตถุดิบที่จำเป็ต่อการบ่มเพาะ พวกมันจึงเป็ที่้าของจอมยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
ป่าหมื่นอสูรแห่งนี้จึงเป็ทางเลือกให้กลับเหล่าจอมยุทธ์ที่ไม่มีขุมกำลังใดๆหนุนหลัง ได้เดินทางมาเยือนเพื่อเข้าไปเสี่ยงโชคอย่างไม่ขาดสาย......