ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 176 จักรพรรดินีเทพสมุทรเป็นว่าที่แม่น้อยข้าด้วยรึ เรื่องซุบซิบเกี่ยวกับซูฉางเซิง

            ไม่ไกลออกไปหญิงงามร่างสูงโปร่งผู้สง่างามยืนนิ่งสงบ ร่างกายเปล่งประกายความโดดเด่นเหนือโลกและไม่แปดเปื้อนด้วยความวุ่นวายทางโลก

            ไม่เพียงแต่สาวใช้ทั้งสองของตระกูลซูที่กำลังจับจ้องนางแม้แต่มหาจักรพรรดิหลายคนในที่ลับก็ยังแอบมองนางบ่อยครั้ง

            ที่นั่นคือที่ตั้งของตำหนักเทพสมุทรผู้ที่นำทัพมาก็คือจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทร

            ข้างกายจักรพรรดินีนั้นมีเด็กหญิงน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

            ดวงตาสีเขียวมรกตผมยาวสีม่วงน้ำเงินมัดเป็นหางม้าเล็กๆมืออวบอิ่มจับจูงมืออันเรียวสวยของจักรพรรดินี

            เด็กน้อยดูตัวเล็กและมีเขาบนศีรษะนางดูขี้อายและน่ารักน่าเอ็นดู

            ดูเหมือนจะเป็นบุตรสาวของจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทร

            แต่ที่แปลกประหลาดคือ จักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรกลับปฏิบัติต่อเด็กหญิงคนนั้นอย่างเท่าเทียมกันหรืออาจจะดูให้เกียรติมากกว่าด้วยซ้ำ

            “พี่หญิงนางดูขี้อายมาก อาจจะขี้อายกว่าหนูอีก ต้องมีผู้ใหญ่จูงด้วยแน่ะ!”

            ซูฉางเกอเหลือกตาใส่ น้องหญิงของตนเองบอกว่าตนเองขี้อายนางไม่เชื่อเป็นอันดับแรก ผู้ใดกันเล่าที่กล้าพูดว่าจะกระทืบเหล่าศิษย์ของวิหารเซียนอมตะต่อหน้าผู้คนมากมาย

            “ใช่น้องหญิงพูดถูก นางขี้อายกว่าน้องหญิงเยอะเลย”

            เมื่อมองไปยังจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทร ซูเหยาเหยาคิดถึงข่าวที่บังเอิญได้ยินจากแม่น้อย นางจึงถามขึ้นว่า “เจ้าว่าท่านผู้นั้นจะเป็นน้องหญิงของพวกเราหรือไม่”

            “เอ๋!ไม่กระมังเจ้าคะ!”

            ในดวงตากลมโตของซูชิงอิ่ง ฉายแววแห่งความไม่เชื่ออย่างแรงกล้า แม่น้อยของพวกนางก็มีมากพอแล้วแต่นางก็ไม่เคยได้ยินว่าบิดามีหนี้รักนอกบ้าน [1] เสียเมื่อไหร่

            “ชิงอิ่ง เจ้าอย่าถูกหลอกด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของบิดา!”

            “ข้าจำได้ว่าแม่น้อยหลงเอ๋อร์เคยพูดไว้ว่าจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรผู้งดงามผู้นี้จะเป็นหนึ่งในแม่น้อยของเราในอนาคตด้วยนะ!”

            “อย่างนั้นเองรึ!”

            “ท่านพ่อช่างร้ายกาจเสียจริงแต่ข้าก็ชอบพี่หญิงจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรท่านนี้นะ”

            “พี่หญิงข้าก็คิดเช่นนั้นท่านพ่อช่างเป็นคนไม่ดี แม่น้อยของพวกเราต่างก็สวยกันทั้งนั้น!”

            ซูฉางเซิงที่หายตัวไปในความว่างเปล่าและกลับมาถึงตระกูลซูอีกครั้ง เห็นเด็กหญิงทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงแอบฟัง

            ตอนแรกเนื้อหาก็ปกติดีแต่พอฟังไปเรื่อยๆ เนื้อหากลับเริ่มผิดเพี้ยนไปทำให้ใบหน้าของเขามืดดำเหมือนก้นหม้อ

            ข้างๆกัน ธิดามังกรหัวเราะจนตัวสั่น

            ครั้งนี้ธิดามังกรมากับเขาด้วย

            “ท่านพี่เจ้าตัวน้อยสองคนนั้นกำลังว่าร้ายท่านอยู่นะ” ธิดามังกรกล่าวพลางยิ้มเยาะ

            ซูฉางเซิงถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวว่า

            “ผ้านวมผืนน้อยของข้าฉีกขาดเสียแล้ว!”

            ส่วนเด็กหญิงคนนั้นเมื่อเห็นคุณหนูทั้งสองหัวเราะ นางก็ไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังหัวเราะกระไรอยู่นางจึงดึงชายกระโปรงของจักรพรรดินีแห่งเทพสมุทร

            การกระทำนี้ทำให้จักรพรรดินีแห่งเทพสมุทรชะงักไป นางจำได้ว่าคนเหล่านั้นคือคนสำคัญของตระกูลซูนางจึงแอบฟังข้อความที่พวกเขากำลังส่งเสียงถึงกัน

            ในฐานะที่เป็นผู้สูงสุดซูฉางเกอและซูชิงเกอไม่ได้ระมัดระวังในการปกปิดข้อความมากนัก ทำให้นางได้ยินทุกคำ

            เมื่อได้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบใบหน้าของนางก็ดูแปลกไป และค่อยๆ แดงเรื่อขึ้น

            “พี่หญิงพูดถูกท่านพ่อเป็นคนไม่ดีจริงๆ!”

            “ข้าได้ยินท่านพ่อรังแกพวกแม่น้อยอยู่บ่อยครั้งพวกนางร้องเสียงดังลั่นอยู่ในห้อง!”

            ซูชิงอิ่งมองไปยังจักรพรรดินีแห่งตำหนักเทพสมุทรด้วยสายตาที่น่าสงสารคิดว่านางก็คงไม่รอดพ้นจากเงื้อมมืออันเหี้ยมโหดของบิดาตนซึ่งต้องกรีดร้องด้วยความทรมานทุกค่ำคืน

            จักรพรรดินีแห่งตำหนักเทพสมุทรได้ยินดังนั้นใบหน้างามก็แดงก่ำชั่วขณะหนึ่ง งามสง่าจนไม่อาจละสายตาทำเอาผู้บำเพ็ญเพียรโดยรอบน้ำลายไหล

            “ท่านพี่อย่าโกรธไปเลย เด็กๆ ก็พูดถูก ท่านก็มักจะรังแกพวกเราเป็นประจำไม่ใช่รึ” ธิดามังกรหัวเราะมองใบหน้าของซูฉางเซิงที่ดำมืดราวกับก้นหม้อ

            ซูฉางเซิงมองบุตรีคนโปรดของตนอย่างจนใจพลางส่ายหน้าและหัวเราะอย่างขมขื่น ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด

            “เพียะ!”

            ทันใดนั้นเขาก็คว้าตัวธิดามังกรเข้ามาในอ้อมกอด และตบลงบนสะโพกงอนงามของธิดามังกรซูฉางเซิงกล่าวอย่างดุดัน

            “คิดว่าสั่งสอนบุตรีทั้งสองคนไม่ได้แล้ว ข้าจะสั่งสอนเจ้าไม่ได้รึ”

            การตบครั้งนี้ทำให้ธิดามังกรหน้าแดงก่ำทั้งใบหน้าตัวอ่อนระทวย ด้วยสายเลือดของเผ่ามังกรที่นางมีความต้องการในด้านนี้จึงมีมากกว่าปกติ

            “ท่านพี่!”

            ธิดามังกรส่งสายตาเย้ายวนดั่งไหมแพรพร่างพราวดวงตาฉ่ำหวาน น้ำเสียงอ่อนหวานที่แผ่วเบาดั่งกระซิบเข้าสู่หูของซูฉางเซิง

            ซูฉางเซิงถึงกับอุทานว่าทนไม่ไหวน่าเสียดายที่วันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา จึงไม่อาจทำตามอำเภอใจได้

            เขาจึงเป่าลมเข้าไปในหูของธิดามังกรแล้วกล่าวว่า

            “ราตรีนี้รอข้าด้วยนะมังกรน้อย!”

            ธิดามังกรระงับความคิดฟุ้งซ่านในใจด้วยรู้ว่าในวันนี้รังของพญาปักษากรงเล็บเพลิงจะปรากฏขึ้นเมื่อใดก็ได้จึงไม่อาจทำเรื่องไม่เป็นเรื่องได้

            นางเคลื่อนกายไปอย่างนุ่มนวลและจากไปจากที่แห่งนั้น

            จักรพรรดินีแห่งตำหนักเทพสมุทรที่อยู่ด้านล่างราวกับรับรู้ได้ถึงสิ่งใดบางอย่างนางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

            เมื่อคิดถึงสิ่งที่ธิดามังกรกล่าวไว้ในตอนนั้นอีกทั้งยังได้ยินบุตรีทั้งสองของซูฉางเซิงพูดคุยกันอย่างลับๆ ในวันนี้ก็รู้สึกทั้งเขินอายและรอคอยเล็กน้อย

            ในขณะนั้นเองซูฉางเกอเห็นสีหน้าของจักรพรรดินีแห่งตำหนักเทพสมุทรสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยในทันที นางรู้สึกได้ถึงความผิดปกติการสื่อสารด้วยกระแสจิตระหว่างพวกนางขาดๆ หายๆ ราวกับถูกผู้ใดบางคนแอบดักฟัง

            อีกทั้งเมื่อครู่เหมือนว่าได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของท่านน้าธิดามังกรด้วยสินะ

            นางจึงรีบเอามือปิดปากของซูชิงอิ่งทันทีเพื่อยับยั้งคำพูดพล่ามของน้องหญิง

            “พี่หญิงด้วยเหตุใดถึงปิดปากข้าอีกแล้ว!”

            ซูชิงอิ่งมองซูฉางเกอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจยังไม่ทันได้คำอธิบาย ก็เห็นพี่หญิงชี้ขึ้นไปบนฟ้า

            นางก็เข้าใจในทันทีใบหน้าหม่นลง

            เมื่อเห็นว่าซูชิงอิ่งเข้าใจแล้วซูฉางเกอก็ถอนหายใจ นางกลัวน้องหญิงที่ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินผู้นี้เสียจริง

            “พี่หญิง ท่านกำลังบอกว่าท่านพ่อกำลังมองพวกเราอยู่รึ”

            ซูฉางเกอเผยสีหน้าขมขื่นและพยักหน้า

            ซูชิงอิ่งตกใจรีบอุทานออกมาเสียงดัง

            “แล้วท่านป้าเหล่านั้นก็ถูกท่านพ่อรังแก...อื้อๆ”

            ซูฉางเกอตกใจรีบเอามือปิดปากน้องหญิง มองไปยังรอบด้านอย่างกังวลใจโชคดีที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นพวกนาง ทำให้ซูฉางเกอถอนหายใจออกมา

            ซูฉางเซิงที่อยู่บนท้องฟ้าเส้นเลือดบนหน้าผากปรากฏขึ้นเล็กน้อย สีหน้าดำคล้ำและปวดหัว

            จักรพรรดินีแห่งตำหนักเทพสมุทรหน้าเสีย

            “ซวยแล้วซวยแล้ว ท่านพ่อรู้แล้ว!”

            “ซูชิงอิ่งเป็นเพราะเจ้า เราทั้งสองตายแน่!”

            ซูฉางเกอมีสีหน้าเศร้าสร้อยมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา พลางเงยหน้าขึ้นไปบนฟ้าและพึมพำ

            “ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว!”

            ซูชิงอิ่งรู้ตัวในภายหลังนางเป็นคนซื่อ ไม่ได้โง่ นางก็รู้แล้วว่าท่านป้าผู้นี้เหมือนจะแอบได้ยินข่าวลือของพวกนางแล้ว

            จึงทำตามพี่หญิง และกล่าวขอโทษต่อท่านพ่อพร้อมกับภาวนาขอให้ท่านพ่อผู้ยิ่งใหญ่รูปงามปล่อยพวกนางไปสักครั้ง

            ฝ่ามือที่อ่อนโยนก็วางลงบนศีรษะเล็กๆของเด็กสาวทั้งสอง

            และลูบเบาๆ

            ซูฉางเกอและซูชิงอิ่งหันกลับไปด้วยความเขินอายเล็กน้อยมองไปยังธิดามังกรที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

            “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแต่ต่อไปอย่าพูดไม่ดีเกี่ยวกับท่านพ่อของเจ้าอีกนะ!”

            ซูฉางเกอและซูชิงอิ่งซาบซึ้งจนอยากจะร้องไห้ท่านน้าผู้นี้สวยทั้งกายและใจ ช่างอ่อนโยนเอาใจใส่ ซาบซึ้งจนอยากจะร้องไห้ออกมา

            พลันรู้สึกว่าท่านพ่อของพวกนางร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!

            “ท่านน้าธิดามังกรข้าขอโทษเจ้าค่ะ!”

            เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ซูฉางเซิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขากลัวว่าเด็กหญิงทั้งสองคนนี้จะพูดกระไรต่อไป และพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา

            …

            ณ ตระกูลซู

            แม้ว่าซูเหยาเหยาจะถูกซูฉางเซิงพาตัวกลับมาทว่าเมื่อเห็นว่าดินแดนลับของพญาปักษากรงเล็บเพลิงกำลังจะปรากฏนางก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว

            “ท่านพ่อบอกให้ข้าอยู่ที่บ้านคงจะคิดว่าข้างนอกมันอันตราย!”

            “แต่ท่านแม่เคยบอกไว้ว่าที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็คือข้างกายท่านพ่อนี่แหละ”

            “ข้าควรจะแอบหนีออกไปดีหรือไม่”

            แต่เมื่อคิดถึงความน่าเกรงขามของบิดานางก็หงอยลงอีกครั้ง

            อย่างไรก็ตามนางก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งและเป็นเด็กที่ได้รับความโปรดปรานอย่างมากเสียด้วย ด้วยนิสัยที่ซุกซนของนางจึงไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆ ได้ ความคิดที่จะออกไปข้างนอกจึงเกิดขึ้นมาอีกครั้ง

            “แค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้น!”

            “ข้าแอบไปอย่างเงียบๆจะปลอมตัวไม่ให้ผู้ใดสังเกตเห็น คงไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน!”

            ----------

            เชิงอรรถ

            [1] หนี้รักนอกบ้าน จึงเป็นวลีที่สื่อถึงหนี้สินที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องซึ่งมักนำมาซึ่งผลกระทบเชิงลบต่างๆ วลีนี้มักปรากฏในวรรณกรรมหรือละครจีนโบราณเพื่ออธิบายถึงผลกระทบที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง