The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๓๑ ฑิฆัมพร

            ทว่ายิ่งสู้วิฬาร์ก็ยิ่งปวดหัวหนักกว่าเก่า

            ฑิฆัมพรตัดจังหวะอย่างเหี้ยมหาญไม่มีเว้นวรรค ไม่มีพักตอน จะเข้าก็เข้า จะออกก็ออก ไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้นเหมือนนักร้องนำที่ไม่สนดนตรี เหมือนกวีที่ไม่สนสัมผัสเสียงพาให้การต่อสู้ของเขาและพวกหมาป่าผสมกันมั่วไปหมด

            วินาทีก่อนเขายังร่วมมือกับเธอตีเจ้าตัวที่บาดเจ็บที่สุดแต่อีกวินาทีถัดมาก็กลายเป็นเขากับเจ้าตัวบาดเจ็บช่วยกันรุมตีเธอ สักพักก็โน่นดีดไอ้ตัวขนสีเข้มออกไปยืนงงอยู่นอกวง ไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลัง

            วิฬาร์อยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตาสมองประมวลผลอย่างหนักหน่วงพยายามปรับแก้การโจมตีที่เบี่ยงเบนไปให้กลับเข้าที่เข้าทางทว่าแม้เขาจะมีประสบการณ์มากมายจากช่วงทดสอบระบบ ก็ยังเรียกได้ว่าหืดขึ้นคอ

            แต่แล้วในที่สุดการโจมตีของพวกเขาก็จบลง

            พวกหมาป่าบาดเจ็บกันไปไม่น้อยแต่พวกเขาก็ขับไล่มันไปได้แบบงงๆทว่าวิฬาร์กลับรู้สึกเหมือนการต่อสู้เมื่อกี้ยาวนานเป็นชั่วโมง แต่พอหันกลับมามองหลอดเลือดเอยหลอดมานาเอยก็เห็นว่าลดไปนิดๆ หน่อย บาดแผลก็มีเบาบางดูราวกับเพิ่งสู้กับสัตว์อสูรกระจอกๆ มา เล่นเอาเขาทำตัวไม่ถูก

            “ขอบใจนายมากนะที่ช่วยฉันไว้”เธอหันกลับมาโค้งน้อยๆ ให้วิฬาร์ที่ยืนมึนอยู่ ทำเอาเขารีบผงกหัวรับแทบไม่ทัน

            “ไม่เป็นไรครับเรื่องเล็กน้อย คุณเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า”

            ไม่รู้ว่าก่อนเขาจะมาเธอสู้กับพวกมันมานานขนาดไหน เพราะดูจากชุดจอมยุทธ์สีแดงของเธอที่ฉีกขาดจนเห็นผิวขาวผ่องเป็นริ้วๆบวกกับคราบเลือดเกรอะกรังหลายๆ จุด เขาก็กะว่าเธอต้องอาการไม่เบาแน่

            “คุณพอจะมีน้ำยาฟื้นพลังแบ่งให้ฉันสักหน่อยมั้ยเลือดฉันเหลือแค่หนึ่งในสามเอง ติดสถานะเยือกแข็งอีกด้วย”

            ตั้งแต่เริ่มเกมมานอกจากเข้าเมืองที่สุริยาวลัยแล้ว วิฬาร์ก็ไม่ได้พบผู้คนอีกเลยน้ำยงน้ำยาก็ไม่ได้ใช้มาเป็นชาติ เพราะตัวเองมีเวทมนตร์แสงที่ฟื้นพลังได้ บวกกับฝีมือระดับสูงของเขาทำให้การใช้น้ำยาเวทมนตร์เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยไปเลยทีเดียวทำให้ตอนนี้แม้แต่น้ำยาฟื้นพลังระดับต่ำสุดก็ยังไม่มีติดตัวสักขวด

            “น้ำยาผมก็ไม่มีแต่ผมใช้เวทฮีลให้คุณได้”

            “ถ้างั้นขอรบกวนด้วยค่ะ”

            เขาพยักหน้าให้แล้วใช้เวทมนตร์ระดับล่างฮีลให้จนเลือดเธอฟื้นมาเกินครึ่งหลอด ทว่าไม่อาจลบสถานะเยือกแข็งได้

            ความจริงแล้วเขาเองมีเวทแสงระดับกลางที่สามารถแก้สถานะผิดปกติได้ทว่าเรื่องที่ผู้เล่นเลเวลต่ำอย่างเขาใช้เวทระดับกลางได้ง่ายๆคงจะเป็นเรื่องแปลกเกินไป เจ้าตัวจึงระมัดระวังด้วยการไม่บอกความจริงกับเธอเพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง

            “แต่ผมแก้ดีบัฟนี้ให้ไม่ได้นะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้ว” เธอยิ้มหวานมาให้ ทำเอาวิฬาร์แอบใจสั่นเล็กน้อยกรามแข็งเกร็งจนยิ้มตอบอย่างฝืนธรรมชาติ

            สถานะผิดปกติแต่ละอย่างในเกมจะส่งผลต่างกันไปส่วนสถานะเยือกแข็งของเธอนั้น ขั้นต้นจะลดเลือดจำนวนหนึ่งตามระยะเวลาบวกกับทำให้เคลื่อนไหวช้าลงประมาณ 20% แล้วจะแย่ลงเรื่อยๆถ้าหากไม่ได้รับการรักษา

            แต่นอกจากการใช้เวทแสงหรือสุคติเวทแล้วแค่หาที่อุ่นๆ หรือออกจากเขตอากาศหนาวก็รักษาสถานะผิดปกตินี้ได้ดังนั้นพวกเขาแค่เก็บกิ่งไม้สนที่ตกอยู่รอบๆ แล้วหาที่เหมาะๆ ก่อกองไฟเอาก็พอ

            “ผมกำลังหาที่นอนแถวๆนี้ คุณจะมาด้วยกันมั้ย?” ในเกมไม่สามารถทำเรื่องอนาจารได้ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวเรื่องพวกนี้แต่ก็มีผู้เล่นหญิงไม่น้อยเหมือนกันที่ยังคงความระมัดระวังตัวเรื่องนี้ไว้อยู่วิฬาร์จึงเกริ่นถามก่อน

            “ก็ดีเหมือนกันค่ะนี่ก็เย็นมากแล้ว”

             

            ....................

             

            หลังจากพักร่วมกันหนึ่งคืนเช้าวันต่อมาเขาและเธอที่มีจุดหมายปลายทางไม่ตรงกันจึงต้องแยกเดินทางคนละทิศร่ำลากันไปในเวลาเช้าตรู่

            และครึ่งวันต่อมาวิฬาร์ก็พบเจอกับเพื่อนร่วมทางกลุ่มนึงบนเส้นทางไปไตรเหมันต์ในช่วงเย็น

            ทั้งหมดหลบหิมะกันอยู่ในถ้ำใหญ่แห่งหนึ่งที่ห่างจากไตรเหมันต์ประมาณสองวันแต่วินาทีที่วิฬาร์โผล่เข้ามาในถ้ำหิมะเขากลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลออก

            ในถ้ำมีคนนั่งล้อมกันอยู่เก้าคนห้าคนแรกท่าทางเป็นผู้เล่นธรรมดาที่เดินทางไปมาระหว่างเมือง แต่กลับมีสายตาล่อกแล่กคล้ายกับจะสำรวจอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกสี่คนดูท่าทางจะเป็นพ่อค้าเพราะต่างขนสัมภาระใหญ่หลายชิ้นมากับจามรีสองตัว

            เขาสังเกตเห็นแววตามีเลศนัยอะไรบางอย่างจากกลุ่มนักผจญภัยทั้งห้าที่มองวิฬาร์อย่างมีความหมายซุกซ่อนต่างจากพวกพ่อค้าที่มองเขาอย่างสงบ เหมือนเห็นคนผ่านทางมาเท่านั้น

            เป็นไปได้ว่าคืนนี้อาจจะเกิดความไม่สงบขึ้นก็ได้

            หลังจากทักทายเพื่อนร่วมทางกันเล็กน้อยแต่ละฝ่ายก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก แม้บรรยากาศจะมีความอึดอัด แต่ก็ไม่มากนักต่างคนก็ทำธุระของตัวเองตามสบาย

            ฝั่งกลุ่มนักผจญภัยก็นั่งคุยกระซิบกระซาบกันเบาๆส่วนกลุ่มพ่อค้าก็เปิดหน้าต่างระบบ พลางชี้ชวนกันดูโน่นนี่คาดว่าคงพยายามสำรวจข่าวสารรวมถึงราคาสินค้าที่ตัวเองกำลังจะส่งไปขายที่ไตรเหมันต์

            ส่วนวิฬาร์ที่อยู่ว่างก็เปิดบอร์ดสาธารณะหาอะไรอ่านไปตามเรื่องก่อนที่จะเข้านอนในเวลาไม่นาน

             

            ………………..

             

            เสียงแสกสากดังขึ้นในห้วงคำนึงของวิฬาร์มันปลุกเขาขึ้นจากความเงียบภายในถ้ำที่เขานอนอยู่

            แต่วิฬาร์ย่อมไม่อาจลืมตา

            เขาข่มใจที่พลุ่งพล่านขึ้นมาให้สงบลงจนดูคล้ายคนกำลังนอนหลับแต่สมองกลับหมุนวนเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านนอกคล้ายกับมีตาทิพย์คู่หนึ่งกำลังสำรวจสภาพแวดล้อมแทนดวงตาที่แท้จริงของเขา

            เสียงหิมะที่ถูกเหยียบย่ำแผ่วดังกรอบแกรบอย่างเบาบางคาดเดาได้ไม่ยากว่าผู้ที่กำลังก้าวเท้าพยายามเดินอย่างเบาเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้

            สี่คน

            วิฬาร์จับฝีเท้าที่แตกต่างกันสี่แบบดูท่าทางผู้เล่นกลุ่มนี้จะมีฝีมือจัดเจนไม่เบาถึงกับทิ้งคนไว้ที่แนวหลังเผื่อว่าเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันจะได้ให้คนนั้นรับมือได้ทันท่วงที

            แต่ถึงอย่างนั้นเสียงย่ำเท้าก็ดังอย่างชัดเจนพอให้วิฬาร์วาดภาพจำลองขึ้นในหัวว่าภัยคุกคามกำลังย่างกรายเข้ามาจากทางไหน

            โชคดีที่ลมพายุคืนนี้เบาบางช่วยให้เขาสามารถลอบฟังเสียงได้อย่างถนัดถนี่แต่หัวใจสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้คือความต่างชั้นของฝีมือและการซุ่มโจมตี

            ด้วยฝีมือระดับเขารวมถึงมีเวทมนตร์ให้ใช้ถึงแปดธาตุวิฬาร์มั่นใจว่าเขาสามารถดวงหนึ่งต่อห้าไหว แต่เขาก็ไม่ได้ประมาทผู้เล่นยุคนี้แตกต่างจากสมัยก่อนไม่น้อย ดีไม่ดีอาจจะมีไพ่เด็ดซ่อนไว้ก็ได้เขาจึงรอดูสถานการณ์อย่างใจเย็น

            เขาหรี่ตาขึ้นบางๆเพื่อสำรวจสภาพโดยรอบให้ชัดเจน แม้ว่าภายในถ้ำจะมืดจนมองเห็นเพียงเค้าลางหยาบๆแต่ก็มากพอให้เขาเตรียมตัวรับมือได้ไม่ยาก

            สี่คนนั้นค่อยๆสาวเท้ามาทางกลุ่มพ่อค้าอย่างเชื่องช้า โดยไม่ได้สนใจวิฬาร์ที่นอนเถิบออกมาไม่ไกล คงคิดเอาว่าผู้เล่นที่ยังสวมชุดมือใหม่อยู่คงจะไม่ได้มีฝีไม้ลายมืออะไรนักขอแค่พวกตนสยบพ่อค้าทั้งสี่คนนั้นลงได้แล้วค่อยหันกลับมาจัดการวิฬาร์ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

            โจรทั้งสี่เดินอ้อมไปบริเวณหัวนอนของกลุ่มพ่อค้าพลางเงื้อมีดสั้นในมือขึ้นสูงหมายจะฟันฉับเดียวก็ตัดหลอดลมของหมูในอวยทั้งสี่ให้ตกตายลงไป

            “มีดเวทเพลิง”

            เสียงกระซิบเบาบางราวเสียงลมหายใจดังขึ้นเกือบพร้อมกันจากริมฝีปากของโจรทั้งสี่คนทำให้วิฬาร์เบาใจลง เมื่อทราบว่าโจรกลุ่มนี้น่าจะมีฝีมือเพียงแค่ระดับธรรมดาแถมยังใช้ธาตุเวทเหมือนกันอีก แบบนี้ทำให้เขาทำงานง่ายขึ้นเยอะ

            ธาตุเวทระดับล่างหอกเวทน้ำแข็ง

            พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิมะแบบนี้ย่อมส่งผลให้การใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งทำได้ง่ายกว่าเดิมเกือบเท่าตัว

            วิฬาร์เพียงตั้งสมาธิเล็กน้อยก็เสกหอกเวทขึ้นมาพร้อมกันทีเดียวสี่เล่มหอกน้ำแข็งแทงขึ้นจากพื้นโดยไม่มีสัญญาณบอก มันแทงพรวดเข้าบริเวณต้นขาที่ไร้การป้องกันของโจรทั้งสี่จนพวกนั้นเสียจังหวะการโจมตีพากันแหกปากร้องเสียงดังเพื่อระบายความเจ็บปวด

            ยังไม่ทันที่โจรคนสุดท้ายที่เฝ้าดูสถานการณ์ที่มุมหนึ่งของถ้ำจะทันตอบสนองกำแพงดินเส้นหนึ่งก็กางขึ้นกั้นเขาออกจากพรรคพวกที่เหลือ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของโชคร้ายหรือความบังเอิญเพราะโจรคนดังกล่าวดันหลบซ่อนอยู่ที่มุมของถ้ำพอดี ทำให้กำแพงเวทที่วิฬาร์เรียกขึ้นมาประสานกับกำแพงถ้ำจนกลายเป็นห้องปิดตายกั้นเขาออกจากสถานการณ์นี้ชั่วขณะ

            พ่อค้าทั้งสี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตาสว่างโร่เมื่อมองเห็นภาพโจรทั้งสี่ที่ถูกค้ำไว้ด้วยหอกน้ำแข็งก็ตกตะลึงตาค้างท่าทางยังประมวลผลเรื่องราวไม่กระจ่าง ยังดีที่หัวหน้าพ่อค้าคนนั้นเหมือนจะตอบสนองฉับไวกว่าคนอื่นตะโกนบอกพรรคพวกให้หยิบอาวุธเครื่องป้องกันในมือออกมาเตรียมพร้อมไว้

            แต่นั่นก็ทำให้เสียโอกาสลอบโจมตีกลุ่มโจรที่ยังบาดเจ็บอยู่ไป

            ทั้งกลุ่มโจรและพ่อค้าต่างตะลึงพรึงเพริดฝ่ายหนึ่งไม่ทันสังเกตว่าหอกเวททั้งสี่ที่ทิ่มแทงตนนั้นที่แท้โผล่มาจากไหนหรือใครเป็นคนร่าย ส่วนพ่อค้าที่ยืนเกาะกลุ่มกันก็ยังสงวนท่าทีไม่กล้าโจมตีก่อน เพราะกลัวว่าอาจจะเป็นเพียงการเข้าใจผิด

            แต่เมื่อชักมีดออกมาแล้วจู่ๆ จะมาเก็บคืนก็ย่อมจะทำไม่ได้อย่าว่าแต่โจรกลุ่มนี้ก็ตั้งใจจะปล้นชิงตั้งแต่แรก ดังนั้นย่อมเตรียมใจรับความเสียหายไว้

            พวกมันไม่สนอาการบาดเจ็บพยายามลากขาที่ยังพอขยับได้ ปรี่เข้าหาพวกพ่อค้าพร้อมแววตาโกรธแค้นที่ถูกลอบโจมตีหมายจะล้างอายที่ถูกลูบคมเมื่อครู่โดยไม่ได้นึกว่าที่จริงแล้วเป็นฝีมือของผู้เล่นชุดเริ่มต้นที่ตอนนี้ทำเป็นหวาดกลัวสถานการณ์ล่อแหลมเบื้องหน้าแอบคุดตัวคู้อยู่อีกมุมของถ้ำ

            เสียงช้งเช้งดังขึ้นเมื่อมีดดาบกระทบกันโจรคนหนึ่งอัญเชิญเงาเวทออกมาสามตัวแล้วสั่งการให้ไปโจมตีพวกพ่อค้า ทำให้กลุ่มโจรเริ่มเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในขณะที่พวกพ่อค้าเริ่มตกเป็นรองการใช้เวทมนตร์ได้หลายสายไม่ได้ทำให้วิฬาร์แปลกใจแต่กลับยินดีมากกว่าเดิมเพราะผู้เล่นที่กล้าเล่นหลายสายแบบนี้ ถ้าไม่เก่งไปเลยก็จะกากไปเลยแต่วิฬาร์มั่นใจว่าเป็นอย่างหลังมากกว่า

            แต่ก่อนเขาจะลงมือเสียงแตกก็ลั่นดังมาจากมุมลึกของถ้ำ เมื่อวิฬาร์หันกลับไปดู ก็เห็นรอยแตกที่กำลังขยายตัวบนกำแพงเวทดินที่เสกขึ้นมาเมื่อครู่

            เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่คิดว่าคนข้างในจะฝ่าออกมาได้รวดเร็วขนาดนี้เพราะตั้งแต่ที่เขาร่ายเวทขึ้นมากั้นไว้ มันยังไม่ถึงห้าวินาทีด้วยซ้ำแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับทำลายมันได้อย่างง่ายดาย

            ธาตุเวทระดับล่างระเบิดเวทเพลิง ผสานธาตุลม

            บรึ้มมม!!!

            แรงอัดอากาศระเบิดออกอย่างรุนแรงภายในพื้นที่ปิดทึบของกำแพงดินส่งเศษหินทรายปลิวว่อนไปทั่ว ถ้ำทั้งแห่งสั่นสะเทือนอย่างหนัก

            ส่วนโจรหนุ่มที่ถูกปิดตายอยู่คนนั้นก็ร้องโหยหวนออกมาเสียงก้องเพราะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงติดสถานะมึนงงจนทรงกายเอาไว้ไม่มั่น

            วิฬาร์ไม่รอให้สถานการณ์พลิกผันคว้าหอกไม้ระดับ Dออกมาจากช่องเก็บของ ก้าวทะยานเข้าไปแล้วแทงหอกด้วยท่วงท่าสามัญเสียบทะลุร่างของโจรตรงหน้าเข้าที่กลางอก

            แต่เครื่องป้องกันของมันกลับเบี่ยงปลายหอกของเขาไปเล็กน้อยจนแทงพลาดไปโดนเพียงชายโครงด้านล่างแทน

            แต่ท่วงท่าของเขายังไม่จบวิฬาร์พลันบิดหอกในมือครึ่งรอบพร้อมกับงัดขึ้นด้วยองศาอันพิสดารคล้ายกับว่ากระบวนท่านี้เตรียมการมาตั้งแต่ต้น

            ไม่มีใครนอกจากผู้เล่นคนนี้ที่จะรู้ว่าความรู้สึกยามถูกใบหอกคว้านอยู่ในชายโครงตัวเองเป็นอย่างไร ทว่ามันไม่กรีดร้องเพียงแต่กระทำเรื่องราวอันรวบรัดบางประการ

            อั่ก!

            ฝั่งตรงข้ามแม้อาการสาหัสแต่ยังไม่ทิ้งลายมือขวาเสือกแทงมีดสั้นเข้ามาที่บั้นเอวของวิฬาร์จนจมไปครึ่งมีดดีที่เขาชิงโจมตีก่อนด้วยความรวดเร็วใครจะรู้ว่าถ้าเกิดปล่อยให้มันออกแรงได้เต็มที่ ดีไม่ดีแค่มีดนี้ก็อาจจะกระชากเลือดเขาออกไปกว่าครึ่งหลอดก็ได้

            แต่ที่น่าเหลือเชื่อก็คือขนาดถูกหอกของเขาแทงไปจนมิดด้าม มันกลับยังไม่ตายในทันทีทำเอาวิฬาร์อดสมเพชระดับอันต่ำเตี้ยของตนเองไม่ได้ รวมไปถึงพลันนึกขึ้นมาว่าถ้าเกิดหอกเมื่อครู่เป็นหอกเวทวชิระที่พระอาจารย์สร้างให้แล้วละก็คงพอจะจบชีวิตมันได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อแบบนี้

            ธาตุเวทระดับล่างเวทสายฟ้า

            แสงวาบสว่างขึ้นที่ฝ่ามือทั้งสองของวิฬาร์ก่อนจะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ลามเข้าสู่ร่างของศัตรูผ่านทางปลายหอกแล่นผ่านเส้นประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ โลหิต ทำลายการเคลื่อนไหวทั้งมวลของเจ้าของร่างจนตาเหลือกร่างกระตุกระรัวตามจังหวะเร่งเร้าพลังเวทมนตร์ของวิฬาร์ก่อนจะหยุดนิ่งแล้วเงียบเสียงไป

            “ผู้เล่นวิฬาร์ทำการสังหารผู้เล่นเจโร ได้รับค่าประสบการณ์ 5,618 หน่วย

            ได้รับเงิน173 เหรียญเงิน

            ได้รับไอเทมเกราะหนัง(ส่วนอก) ระดับ D

            ผู้เล่นเจโรมีค่าหัวผู้เล่นสามารถไปขึ้นเงินได้ที่อาคารประชาสัมพันธ์ของระบบ”

            วิฬาร์เปลือกตาแทบไม่กะพริบที่ฆ่าผู้เล่นตายไปคนหนึ่งเขาหันกลับมารับมือพวกโจรที่เปลี่ยนเป้าหมายหลักในการโจมตีมาเป็นเขาแทน

            พวกมันละทิ้งพ่อค้าทั้งสี่แล้วพุ่งทะยานเข้ามาหมายจะปลิดชีวิตวิฬาร์ให้ได้ราวฝูงสุนัขกระหายเลือด


    คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน