“วิ่งวิ่ง วิ่งเร็วเข้า~!”
ทหารวิ่งนำหน้าชาวเมืองพลางยิงปืนทำลายผนังตึกที่กำลังร่วงตกลงมา บางคนวิ่งเข้าไปรับหลังคาและโครงสร้างต่างๆของบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของแมงมุมเพื่อไม่ให้เส้นทางที่ชาวเมืองกำลังวิ่งถูกปิดกั้น
ตู้ม กรี๊ด~!
“วิ่ง จะตกใจก็ต้องวิ่ง วิ่งวิ่ง ไม่อย่างนั้นเราจะตายกันหมด”
ตู้ม~!
ร่างขนาดใหญ่ของราชินีพุ่งผ่านตึกด้านหลังกลุ่มทหารที่กำลังพาชาวเมืองวิ่งออกไปจากสนามรบ ทันทีที่ราชินีทำลายตึกในตำแหน่งที่พวกเขาวิ่งผ่านมามันก็ได้หันมองทหารจำนวนร้อยคนกับชาวเมืองที่มีจำนวนไม่ต่างกัน เหล่าทหารที่รู้ว่าแย่แล้วจึงทิ้งอาวุธเข้าไปอุ้มชาวเมืองเท่าที่จะทำได้ก่อนจะกระโดดออกไปจากจุดที่ราชินีหันมองเพราะตอนที่มันจ้องได้ทำการรวบรวมพลังเอาไว้ที่ตาแล้ว
วิ๊ง บรึ้ม~!
ลำแสงพุ่งออกจากดวงตาของราชินีกวาดไปยังตำแหน่งที่ทหารกำลังหลบหนี ทันทีที่มันทำลายจบก็มุ่งหน้าเดินไปยังทิศตะวันตกต่อไป
“ ใครก็ได้ช่วยด้วย~!”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่วเขต D12 ที่เต็มไปด้วยแมงมุมมากมายกระจายตัวออกไปทำลายสิ่งต่างๆ ชาวเมืองที่หนีไม่พ้นล้วนแล้วถูกฆ่าเมื่อแมงมุมเหล่านี้พบตัว
ปังปังปัง ตู้ม ตู้ม ตู้ม บรึ้ม~!
ตู้ม~!
ร่างในชุดเกราะนาโนสูทร่วงตกลงไปบนพื้นดิน หลังจากที่ชุดเกราะเกิดความเสียหายจากภายในจนทำให้คนที่สวมใส่ร่วงตกลงมาจากฟ้า เหล่าทหารที่คอยเป็นหน่วยเสริมให้กับหน่วยพิเศษที่สวมใส่ชุดเกราะนาโนสูทล้วนรีบวิ่งนำชุดเกราะมาร์คเอทมาสับเปลี่ยนเพื่อรักษาชีวิตของระดับ S ผู้เป็นหัวใจหลักสำคัญในการโจมตี
“ท่านครับ ประชาชนในเขต D14 ที่อยู่ถัดไปอพยพได้ 50 % แล้วครับ คาดว่าถ้าราชินีทะลวงไปจะอพยพได้ราว 90 %”
“แล้วเขต D12 ในตอนนี้ล่ะ” ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 มองจองไปยังเขต D12 ด้วยความหวังอันน้อยนิด แม้จะฆ่าราชินีได้ในตอนนี้ ผลงานของมันจะต้องถูกหักลบจนไม่อาจนั่งในตำแหน่งผู้บัญชาการได้อย่างแน่นอน หลายเขตที่ราชินีเดินผ่านล้วนมีคนตาย ยิ่งเป็นเขต D12 ยิ่งตอกย้ำถึงความล้มเหลวในการสั่งการ
“ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังไม่แน่ชัดครับ แต่คาดว่าน่าจะมีราว 1 แสน 2 หมื่นคนครับ”
“อาวุธของสหพันธ์ถึงไหนแล้ว”
“อีก 20 นาทีจะมาถึงครับ”
“ดี ประเมินสถานการณ์ตอนนี้ เราสามารถรั้งราชินีให้อยู่ในเขต D12 จนกว่าสหพันธ์จะมาถึงได้หรือไม่”
ทหารภายในห้องควบคุมเริ่มคำนวณความเร็วในการเดินทางของราชินี
“ท่านครับ เราไม่สามารถทำได้ จากเวลาที่คำนวณราชินีจะใช้เวลา 15 นาทีในการเดินทางไปถึงเขตถัดไป”
“เหล่าคนสวมใส่ชุดเกราะนาโนสูทอยู่ไหน”
“ตอนนี้เหลือคนที่ใช้งานได้เพียงแค่ 2 คนเท่านั้นครับ”
“ผู้บัญชาการครับ คนที่ใช้งานชุดเกราะนาโนสูทเหลือเพียงแค่ 1 แล้วครับ เมื่อครู่เครื่องของพันตรีเจคอปพึ่งตกไป”
ทหารรายงานสิ่งต่างๆ ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 จึงหลับตาคิดวิเคราะห์เพื่อลดจำนวนความเสียหายที่เกิดขึ้น กระทั่งคิดบางอย่างได้จึงรีบบอกให้ทหารในห้องควบคุมช่วยคำนวณในทันที
“ราชินีมันตอบสนองต่อจำนวนผู้คนใช่ไหม แล้วถ้าหากว่าฉันสั่งให้ทหารจัดกองทัพเพื่อโจมตีจากด้านใดด้านหนึ่งพอจะเป็นไปได้ไหมที่มันจะเคลื่อนที่ได้ช้าลง”
“ผู้บัญชาการครับ เราสามารถทำให้มันเคลื่อนที่ช้าลงได้ครับ เพียงแต่ว่าทหาร…”
“ไม่เป็นไร ฉันรับผิดเอง ส่งคำสั่งของฉันออกไปให้ทหารทั้งหมดตั้งกองกำลัง 2 จุดเพื่อขนาบข้างโจมตีราชินีจากทิศเหนือและใต้”
คำสั่งมากมายจากผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ส่งไปยังสนามรบ ทหารมากมายที่มีหน้าที่ในการทำตามคำสั่งล้วนแล้วรับฟัง อย่างไรก็ตามเหล่าผู้ที่มีความสามารถในการสั่งการที่ถูกส่งเข้าไปในสนามรบต่างแสดงความตะลึงเช่นกัน เมื่อรู้ว่าผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 กำลังจะส่งพวกเขาไปตายหมู่ จากเดิมการกระจายตัวของทหารช่วยลดการตายลงได้มาก ตอนนี้กลับสั่งให้พวกเขาไปรวมกันเพื่อโจมตีขนาบข้างราชินี
“ผู้บัญชาการ เกิดเรื่องแล้ว ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 มันคิดจะสังเวยทหาร”
หัวหน้าแอนเดอร์สันรีบติดต่อกลับไปหาผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ในทันที หลังจากได้รับคำสั่งให้ตั้งกองทัพเพื่อโจมตีระยะไกล ภารกิจผสมที่เขาได้รับไม่ว่าจะเป็นจัดการแมงมุมและช่วยเหลือชาวเมืองล้วนถูกยุบ เหลือเพียงแค่ภารกิจรวมตัวขัดขวางราชินีให้เดินได้ช้าลงเท่านั้น ทางฝั่งผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เมื่อรู้ว่าผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 กำลังใช้ชีวิตทหารลดโทษ เขาถึงขั้นเลือดขึ้นหน้า
จากคำกล่าวของผู้บัญชาการที่สอนกันมา ทหารห้ามตายถ้าประชาชนยังต้องการความช่วยเหลือ ทหารจะต้องเสียสละเพื่อให้ประชาชนได้อยู่รอด ด้วยแนวคิดนี้ทำให้ถูกมองว่ามันเป็นสิ่งที่ธรรมดาหากทหารตกตายในภารกิจ แต่ความธรรมดาที่เอ่ยถึงเป็นความคิดในหมู่ทหารด้วยกันเอง พวกเขาที่ต้องทำงานภายใต้ผู้บัญคับบัญชารู้เพียงแค่ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องปกป้อง การตายเป็นสิ่งที่มีเกียรติ ใครที่ตายในหน้าที่ล้วนแล้วจะถูกยกย่อง
แต่สำหรับผู้บัญชาการจะมีการแบ่งการตายออกเป็น 2 รูปแบบ หนึ่งคือทหารตายในภารกิจ รูปแบบนี้หากว่าในภารกิจมีทหารตกตาย ผู้บัญชาการจะต้องรับผิดชอบ รูปแบบที่สอง ประชาชนตาย รูปแบบนี้จะถือว่ามีความผิดร้ายแรงกว่าแบบแรกมาก เพราะทหารทำพลาดจนพลเรือนตาย
ด้วยการนั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการผู้ที่มีหน้าที่ในการแต่งตั้งจะนำเอาการตายทั้ง 2 รูปแบบมาคิดคำนวณเพื่อหาผู้บัญชาการคนใหม่ที่เหมาะกับตำแหน่ง เขาคนนั้นจะต้องมีความสำเร็จในภารกิจที่สูง มีจำนวนทหารตายน้อย และพลเรือนตายน้อยนิ่งกว่า
แต่สิ่งที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ทำส่งผลให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เลือดขึ้นหน้า เขากำลังทำพลาดใหญ่หลวงด้วยการนำทหารมาเป็นตัวล่อเพื่อให้ประชาชนรอดตาย แม้ประชาชนจะรอดไปได้แต่ทหารที่ส่งไปช่วยเหลือจะต้องตายเกิน 60 % อย่างแน่นอน เพื่อที่จะลบจำนวนชาวเมืองที่ตายไปไม่น้อย กลับจะเอาจำนวนทหารที่ตายมาเป็นที่ตั้งเพื่อให้จำนวนชาวเมืองที่ตายดูน้อยลง ด้วยวิธีการหนีความผิดด้วยการสังเวยชีวิตทหารนี้ ผู้บัญชาการที่ 7 จึงส่งเรื่องเข้าสหพันธ์ เพื่อแย้งคำสั่งของผู้บัญชาการที่ 9 ในทันที
—----------------------
ปังปังปังปังปังปังปังปังปัง~!
เสียงปืนจากทหารที่ค่อยๆวิ่งมารวมกันจนเกิดเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ 2 กลุ่มคอยยิ่งราชินี พวกเขาแต่ละคนต่างรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็นเป้าไปแล้ว ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิด หลังจากที่ราชินีสัมผัสได้ถึงทหารที่รวมกลุ่มกัน มันก็ได้รวบรวมพลังในทันทีจนทหารต่างรีบเปิดใช้งานโล่กำบังหวังจะรอดจากการโจมตีที่กำลังมาถึง
“ผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ ไม่สามารถยกเลิกคำสั่งได้เลยเหรอครับ ผู้บัญชการ” แอนเดอร์สันพยายามติดต่อกองทัพที่ 7 แต่ทันใดนั้นระบบสื่อสารภายในเขต D12 ก็ใช้การไม่ได้ สร้างความตระหนกตกใจให้กับหัวหน้าแอนเดอร์สัน เขาพยายามติดต่อกับผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เพื่อรอคำสั่งแยกย้าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นการปิดกั้นการสื่อสารที่ไม่ทราบว่าใครทำ
“บ้าเอ๊ย ไอ้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ”
ตู้ม~!
ทหารราว 3,000 หายไปในพริบตา ต่อให้พวกเขาจะเปิดใช้งานโล่ป้องกันหรือจะใช้โล่พลังงาน ล้วนถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน ราชินีที่โจมตีทหารทางฝั่งทิศเหนือไปได้นั้น มันก็เริ่มรวบรวมพลังงานหันไปโจมตีทหารทางฝั่งทิศใต้ ทันทีที่การโจมตีของราชินีพุ่งออกไป ทหารทั้งหมดต่างแตกกระจายวิ่งวุ่น ไม่มีใครทำตามคำสั่งเลยสักคน การตกตายของทหารหลายพันคนที่มาพร้อมกันกับถูกตัดสัญญาณการสื่อสาร ทำให้ทุกๆคนรู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังถูกส่งมาสังเวยราชินี
พลุ พลุ พลุ~!
แต่ละกองทัพเริ่มสั่งการด้วยพลุไฟอีกครั้งหนึ่ง จากเดิมต้องทำตามคำสั่งผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ที่คิดว่ามีแผนการในการจัดการ ทุกๆคนกลับแยกย้ายกันออกห่างเพราะแผนการที่ว่านั้นไม่มี นอกจากเรียกให้พวกเขาไปรวมตัวกันเป็นเครื่องสังเวยให้กับราชินีแล้วนี้ ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้เลย คำสั่งล้วนหายไปไม่สามารถติดต่อใครได้
“วิ่ง วิ่งเร็วเข้า เน้นไปที่ดูแลตัวเอง~!”
“วิ่ง~!”
ตู้ม~!
เท้าทั้ง 8 เริ่มเหยียบย่ำตึก ก่อนที่ราชินีจะยกเท้า 4 ข้างของมันขึ้นมาจากนั้นไม่รอช้าปลดปล่อยพลังเปลวไฟออกจากขากวาดทำลายทหารที่กำลังแตกกระเจิง
“ผู้บัญชาการครับ ราชินีหยุดเดินแล้วครับ มันหันไปจัดการกับทหารที่กำลังแยกกันหนีตาย”
ไม่มีคำพูดใดๆจากผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 เขาทำเพียงแค่ยืนจิกเล็บมือเล็บเท้าเฝ้าภาวนาให้สหพันธ์เดินทางมาถึงอย่างเดียว ภายใต้การตกตายของทหารมากมายที่ถูกส่งไปสนามรบห้าแสนกว่าคน แม้จะดูโหดร้ายบนใบหน้าของผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 กลับทำเป็นมองไม่เห็น
“ช่วยด้วย ชุดเกราะพลังหมดแล้ว ~!”
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที~!”
จากเดิมมีเพียงแค่เสียงชาวเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงของเหล่าทหารที่พยายามหนีตายจากการโจมตีหมู่ของราชินี ที่กำลังใช้ขาทั้ง 8 ข้างที่มียิงลำแสงออกไปรอบๆจัดการกับทุกสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว
“วิ่งเร็ว วิ่ง พยายามออกห่างจากระยะการโจมตีของมันให้ได้”
หัวหน้าแอนเดอร์สันพูดด้วยน้ำเสียงเสียใจ ภารกิจครั้งนี้นับว่าเป็นภารกิจที่เละเทะมากเท่าที่เคยทำมา นอกจากการสั่งการจะไม่ได้เรื่องแล้ว คนสั่งการยังไม่มีจิตใจของความเป็นมนุษย์อยู่เลยสักนิด กล้าแม้กระทั่งปล่อยให้ทหารตายในภารกิจ ภายใต้การวิ่งหนีของทหารและชาวเมืองที่ต้องช่วยเหลือกันเอง พวกเขาหลายคนต่างก็พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านระบบสื่อสารที่ล่มไป
ฉั๊วะ~!
บาดแผลกว้าง 2 เมตรปรากฎใกล้กับส่วนใต้ท้องของราชินีแมงมุม ก่อนจะมีร่างของใครคนหนึ่งเต็มไปด้วยคราบสีดำเต็มตัวร่วงตกลงมาจากบาดแผลที่สร้างขึ้น
แอชเชอร์ที่ทะลวงมาถึงส่วนท้องและทำลายจุดอ่อนเล็กๆที่จะทำให้ราชินีที่พลังลดลง เขาถึงกลับต้องรีบซ่อมชุดเกราะที่เหลือเพียงแค่น้อยนิดให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ก่อนจะบินออกไปจากใต้ท้องหลังจากที่เห็นราชินีกำลังยืนชี้เท้าไปรอบๆกวาดทำลายทุกๆอย่าง
“เกิดอะไรขึ้นกัน”
ในช่วงที่แอชเชอร์เข้าไปในร่างของราชินี เขาไม่ได้ติดต่อกับด้านนอกเลย เนื่องจากชุดเกราะของเขาถูกไฟเผาระหว่างทะลวงร่างจนต้องเก็บเข้าไปในช่องเก็บของจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอกบ้าง แต่หลังจากที่เขากลับออกมานั้นภาพที่เขาเห็นทำเอาเขาอึ้งมาก เนื่องจากทหารที่มีอยู่หลายแสนคนลดจำนวนลงไปเกือบจะถึงครึ่ง แล้วพวกเขาต่างก็วิ่งหนีตายกันหมด เป็นการหนีที่ไร้รูปแบบ ไม่ได้ทำงานกันเป็นทีม เขาจำได้ว่าทำให้ระบบสื่อสารกลับมาใช้งานได้แล้ว ทหารควรจะทำงานพร้อมกัน แต่ทุกๆคนกลับใช้สัญญาณแสงและเสียงสั่งการกองทัพของใครของมันเพื่อวิ่งหนีตาย มันเป็นภาพอันโหดร้ายเพราะทุกๆคนที่กำลังหนีล้วนแล้วแสดงท่าทางสิ้นหวังออกมา ยิ่งเป็นชาวเมืองที่อยู่รอบๆไม่สามารถหลบหนีไปได้ ต่างแสดงความสิ้นหวังจนแอชเชอร์อึ้ง
“ได้ยินไหม หัวหน้าได้ยินหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น”
แอชเชอร์กวาดตาออกไปรอบๆ พลางพยายามติดต่อหาคนอื่นๆ ทันทีที่เขาเห็นสัญลักษณ์ของกองทัพที่ 7 จึงบินตรงไปหาทันที เพราะตอนนี้เขาอยากรู้มากว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกอย่างถึงดูล้มเหลวขนาดนี้