ภายในจวนของหวังเทียน...
ความโกลาหลเข้าครอบงำทุกพื้นที่! เหล่าองครักษ์ในชุดคลุมสีดำวิ่งกันวุ่นไปหมด เสียงตะโกนสั่งการและเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทุกทิศทาง ควันไฟและกลิ่นไหม้ที่ยังคงคละคลุ้งอยู่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพินาศที่เพิ่งเกิดขึ้น
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น...มีเงาร่างหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับวิญญาณ...
หลินเฟิง หรือ "เย่เฟิง" ได้ใช้เคล็ดวิชา "ซ่อนเงาไร้ลักษณ์" ของตนเองจนถึงขีดสุด เขากดร่างของตนเองให้แนบสนิทไปกับเงามืดใต้ชายคาของอาคารหลังหนึ่ง รอยแผลจากสะเก็ดระเบิดบนร่างกายของเขากำลังปวดแสบปวดร้อน แต่สติของเขากลับเยือกเย็นและเฉียบคมอย่างน่ากลัว
เขาถูกขังอยู่ในรังของศัตรู! การบุกฝ่าออกไปตรงๆ คือการฆ่าตัวตาย ทางรอดเดียวของเขาคือการใช้ "เงา" เป็นพันธมิตร
เป้าหมายของเขาในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว...มันไม่ใช่แค่การหนีออกจากจวนแห่งนี้...แต่คือการหาทางหนีออกจาก "ย่านสตรีแดง" ที่ถูกปิดล้อมทั้งหมด...และที่สำคัญที่สุด...เขาต้องหาทางติดต่อกับเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ข้างนอกให้ได้! เขาไม่มีวันทิ้งสหายร่วมเป็นร่วมตายของเขาไปแน่!
เขาเคลื่อนตัวไปตามเงามืดอย่างเชื่องช้าและอดทนราวกับนักล่าผู้ช่ำชอง เขาค่อยๆ ลอบเข้าไปใกล้กำแพงรอบนอกของจวน...แล้วเขาก็ได้ยินบทสนทนาขององครักษ์สองคนที่กำลังเฝ้ายามอยู่
"...บัดซบ! นายน้อยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลย! ห้องทดลองทั้งหมดพังพินาศ!"
"ข้าได้ยินว่าท่านสั่งปิดย่านสตรีแดงทั้งหมดแล้ว แถมยังตั้งรางวัลนำจับพวกมันสามคนอีก! ไม่ว่าใครในเมืองนี้ก็ตามที่แจ้งเบาะแสหรือจับตัวพวกมันได้...จะได้รางวัลเป็นยาเม็ดระดับปฐพีเลยนะ!"
"ป่านนี้พวกมันคงหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหมาข้างถนนแล้วล่ะ!"
ข้อมูลที่ได้ยินทำให้หัวใจของหลินเฟิงหนักอึ้ง...สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก! หวังเทียนได้เปลี่ยนทั้งย่านนี้ให้กลายเป็นสนามล่าของมันไปแล้ว! จางหู่และสือเหล่ยกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง!
ณ ตรอกมืดแห่งหนึ่งในย่านสตรีแดง...
"แค่กๆ..." สือเหล่ยไอออกมาอย่างรุนแรง บาดแผลที่แผ่นหลังของเขากำลังปวดตุบๆ
"ใจเย็นไว้!" จางหู่กล่าวพลางกดร่างของน้องชายร่วมสาบานให้ซ่อนตัวอยู่หลังกองขยะที่เหม็นคลุ้ง "อย่าส่งเสียงดัง!"
พวกเขาหนีรอดออกมาจากวงล้อมได้อย่างหวุดหวิด...แต่ตอนนี้กลับต้องมาติดอยู่ในตรอกซอกซอยที่อันตรายและไม่คุ้นเคยของย่านที่โหดเหี้ยมที่สุดในเมือง ความรู้สึกสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจของสือเหล่ย
"เราจะทำอย่างไรกันดี ศิษย์พี่จาง...เย่เฟิง...เขา..." สือเหล่ยกล่าวเสียงสั่น "เขาคงจะ..."
"อย่าพูดคำนั้นออกมา!" จางหู่ตวาดเสียงเบาแต่หนักแน่น เขากำลังกลัว...แต่ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่...เขาจะแสดงความอ่อนแอออกมาไม่ได้! "เย่เฟิงสร้างโอกาสให้เรา...เราจะทำให้การเสียสละของเขาต้องสูญเปล่าไม่ได้! ตั้งสติไว้สือเหล่ย! เราต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้!"
คำพูดของจางหู่ช่วยดึงสติของสือเหล่ยกลับมาได้บ้าง...ใช่แล้ว...พวกเขาต้องรอด!
ณ ซากปรักหักพังของห้องทดลอง...
หวังเทียนยืนอยู่ท่ามกลางซากที่ยังคงมีควันไฟลอยกรุ่นอยู่...ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนดูน่ากลัว
ชายชราในชุดพรรคบัวโลหิตยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"เจ้าทำงานพลาดอย่างน่าผิดหวัง...หวังเทียน"
"ข้าขออภัยอย่างสูงท่านอาวุโส!" หวังเทียนรีบโค้งคำนับ "ข้าประเมินเจ้าเด็กนั่นต่ำไป! ข้าไม่คิดว่ามันจะกล้าทำลายตัวเองไปพร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้! แต่ข้ารับรอง...มันและเพื่อนของมันจะไม่มีทางหนีออกจากย่านนี้ไปได้แน่! ข้าได้สั่งปิดทุกทางเข้าออกและตั้งรางวัลนำจับพวกมันแล้ว!"
"ดี...ข้าต้องการ 'วัตถุดิบ' นั่นเป็นๆ" ชายชรากล่าวเสียงเย็นชา "ส่วนเพื่อนของมันอีกสองคน...ฆ่าทิ้งได้เลย ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้"
"ขอรับท่านอาวุโส!"
กลับมาที่ฝั่งของหลินเฟิง...
เขาได้ลอบสำรวจจนทั่วทั้งจวนแล้ว...การจะปีนกำแพงหนีออกไปนั้นเป็นไปไม่ได้เลย...องครักษ์เฝ้าอยู่ทุกจุด...แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับบางสิ่ง...ฝาท่อระบายน้ำที่ทำจากเหล็กซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้พุ่มไม้รกๆ!
'ทางระบายน้ำ!' ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา 'มันอาจจะสกปรกและอันตราย...แต่มันคือทางรอดเดียวของเรา!'
แต่ก่อนที่เขาจะลงมือ...เขาต้องหาสหายทั้งสองคนให้เจอก่อน!
แต่จะทำได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาอยู่กันคนละที่และถูกตามล่าอยู่? การตะโกนเรียกคือการฆ่าตัวตาย...เขาต้องการ "สัญญาณลับ"...
แล้วเขาก็นึกขึ้นได้!
เขานึกถึงช่วงเวลาที่ยังอยู่ในสำนัก...มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเห็นสือจินกำลังนั่งผิวปากเลียนเสียง "นกกระจิบราตรี" ซึ่งเป็นนกที่หาได้ยากและมีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์...สือจินเคยบอกว่าเขาฝึกมันไว้เพื่อใช้เป็นสัญญาณเรียกเพื่อนในวัยเด็ก...มันเป็นเรื่องที่ดูไร้สาระในตอนนั้น...แต่ในตอนนี้...มันอาจจะเป็นความหวังเดียวของพวกเขา!
หลินเฟิงลอบปีนขึ้นไปบนหลังคาของอาคารที่มืดที่สุดและสูงที่สุดในจวนอย่างเงียบเชียบ เขาก้มตัวต่ำเพื่อไม่ให้ถูกสังเกต...แล้วรวบรวมลมปราณ...
เขาไม่ได้ผิวปาก...แต่กลับใช้พลังปราณดัดลมที่ผ่านลำคอให้เกิดเป็นเสียง...
"จิ๊บ...จิ๊บ...จิ๊ด..."
เสียงนกกระจิบราตรีสามครั้ง...แผ่วเบา...แต่ก็ชัดเจนพอที่จะเดินทางไปกับสายลมยามค่ำคืน...
ณ ตรอกที่ห่างออกไป...
สือเหล่ยและจางหู่ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ด้วยความสิ้นหวัง...พลันสะดุ้งเฮือก!
"เสียง...เสียงอะไรน่ะ?" จางหู่กระซิบถาม
แต่สือเหล่ยกลับเบิกตากว้าง...ใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาพลันปรากฏรอยยิ้มแห่งความหวังขึ้นมาเป็นครั้งแรก!
"เสียงนี่มัน..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น "มันคือเสียงเรียกของข้า! คือสัญญาณลับที่ข้าเคยใช้! เป็น...เป็นเย่เฟิง! เขายังมีชีวิตอยู่! เขากำลังส่งสัญญาณหาพวกเรา!"
จางหู่ถึงกับตกตะลึง! เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! แต่เขาก็เชื่อในตัวสือเหล่ย!
ความหวังได้ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิด! พวกเขารู้แล้วว่าผู้นำของพวกเขายังไม่ตาย! และกำลังรอพวกเขาอยู่!
ตอนนี้...คำถามก็คือ...พวกเขาจะฝ่าการไล่ล่าที่หนาแน่นนี้...แล้วเดินทางไปยังต้นเสียงนั้นได้อย่างไร?