โอลิเวอร์นิ่งไปชั่วขณะหนึ่งถ้าหากเป็คนอื่นคงหัวเราะเยาะไปแล้ว ใช่ เพราะคนอื่นไม่ได้มองเห็นแบบที่โอลิเวอร์เห็น เขาไม่เคยเห็นใครที่มีออร่าสีขาวสลับกับสีชมพูเจิดจ้าเท่ากับชายคนนี้เลย ชายแกรูปร่างกระหยองกรอด หุ่นไม่อ้วน ออกไปทางแนวผอมหน่อยผมขาวเคราขาวเหมือนพ่อมด คนนี้คือ พระเ้าจริงๆหรอโอลิเวอร์ครุ่นคิดว่าเขามาที่นี่ได้ยังไงกันใช่แล้วตอนแรกเขายังอยู่ที่ไปรษณีย์อยู่เลย
พอนึกถึงไปรษณีย์ภาพเหตุการณ์ต่อจากนั้นก็รันฉายบนหัวเขาเหมือนกับหนังภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กแบบHDภาพสุดท้ายเป็ภาพเขาโดนยิง
โอลิเวอร์ :“ผมตายแล้วใช่ใหม”
พระเ้า :“จะพูดอย่างนั้นก็ได้”
โอลิเวอร์ :“นี่คงเป็์ซินะ โอ้ผมจะได้ขึ้น์แล้วกลิ่น์มันช่างดีอะไรอย่างงี้ แบบนี้ซิค่อยคุ้มค่าเจ็บที่โดนยิงหน่อย ”
เขาพูดพร้อมกับสูดลมหายใจทำหน้าระรื่นสดชื่นเหมือนคนถูกล๊อตตารี่แจ๊กพอร์ต
พระเ้า :“ข้าก็ไม่อยากขัดอารมณ์ สุนทรีย์ของเ้าละนะแต่ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เ้ายังไม่มีสิทธิ์ขึ้น์”
วู๊บความรู้สึกเหมือนลมพัดผ่านให้โอลิเวอร์เสียวท้องน้อยปรี๊ดเลยเหมือนล๊อตตารี่แจ๊คพอร์ตอันเมื่อกี้เป็ของปลอมเอาไปขึ้นเงินแล้วถูกไล่กลับมา
โอลิเวอร์ :“ทำไมละ ผมก็ทำความดีนะ ผมก็ช่วยคน เอาตัวไปรับะุเลยนะยังไม่พออีกหรอ รึว่าะุที่ยิงมามันน้อยไปครับพระเ้า ผมเลยไม่ได้ขึ้น์”
พระเ้า :“เ้าทำในสิ่งที่ดี เ้าปฏิบัติดีมาตลอดแต่เ้าปฏิเสธความรักของทุกผู้ทุกนามมาตลอด คนที่ปฏิเสธความรักจะมาอยู่บนดินแดนแห่งความรักได้ยังไง”
โอลิเวอร์นิ่งเงียบเขาอยากจะเถียงทวงความยุติธรรม แต่เขารู้ว่าสิ่งที่พระเ้าพูดเป็เื่จริงเขารังเกลียดความรัก รักเกลียดคู่รัก เขาหลังหนีมาโดยตลอดนี่คงเป็บาปกรรมที่เขาทำไว้แน่ๆ พูดไปแล้วจะร้องให้
พระเ้า :“แต่เ้าจะได้โอกาสแก้ตัวนะ คนดีจะมีโอกาสเข้ามาเสมอ เ้าก็เป็ลูกที่ดีของข้าเ้าควรได้สิ่งนั้น
ข้ามีภารกิจให้เ้าทำ 7 ประการถ้าเ้าทำสำเร็จเ้าจะได้มาอยู่บนดินแดน์แห่งนี้ แต่ถ้าไม่สำเร็จเ้าจะต้องไปอยู่ที่โลกเป็ิญญาเร่ร่อนจนกว่าจะถึงเวลาพิพากษา”
อยู่ดีๆก็มีงานทำ โอลิเวอร์อยากจะบอกไม่เอาแต่ก็คงไม่มีสิทธิ์เลือก เขาต้องเข้าไปสู่่ไม่เลือกงานไม่ยากจน
โอลิเวอร์ :“แล้วท่านจะให้ผมทำอะไร”
พระเ้ายื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้เป็หนังสือเก่าๆปกเป็หนังสีน้ำตาลไหม้ โอลิเวอร์แอบคิดในใจ คงไม่ใช่ไบเบิ้ลใช่ไหม เพราะ 8ปีที่ผ่านเขาอยู่กับไบเบิ้ลนี่มาโดยตลอด อ่านท่องจำได้ทุกตัวอักษรจนจะอ๊วกออกมาเป็พระคัมภีร์แล้วแต่พอเห็นหน้าปกแล้วมันไม่ใช่ มันเป็ตัวอักษรสัญลักษณ์ของพระเ้า XΘΣ
X เป็ตัวอักษรตัวแรกของคำว่า “คริสต์”
Θ เป็ตัวอักษรตัวแรกของคำว่า “พระเ้า”
Σ เป็ตัวอักษรตัวแรกของคำว่า “พระผู้ช่วยให้รอด”
เขารับหนังสือมา (โอ้ว! หนักพอได้เลยนะ ทั้งน้ำหนักหนังสือทั้งภาระที่ได้มาเนี่ย) เขาคิดในใจ
พระเ้า :“ภารกิจของเ้าอยู่ในนี้แล้ว เ้าต้องหาคำตอบด้วยตนเอง เมื่อเ้าขอก็จะได้รับเมื่อเ้าเปิดใจเ้าก็จะมองเห็น”
เขายิ้มให้กับโอลิเวอร์จากนั้นก็ค่อยๆเดินออกจากใต้ล่มไม้ช้าๆ
โอลิเวอร์เปิดดูเพื่อจะได้รู้ว่าภาระกิจของเขาคืออะไรเมื่อเปิดหนังสือเล่มนั้นดูแล้วเขาตะลึ่งเลยในทันที ไม่ใช่เพราะว่าข้างในเขียนคำสั่งไว้มากมายก่ายกองแต่เพราะข้างในเป็กระดาษเปล่า ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆเขารีบเงิยหน้ามองเพื่อจะถามพระเ้าว่านี่มันคืออะไร แต่ก็ช้าไปแล้วพระเ้าในคราบของชายชราหายไปแล้วไม่เห็นแม้เงา
โอลิเวอร์ :“หายไปไหนแล้วเนี่ย พระเ้า!! พระเ้าครับ!!!”
เขาะโเรียกแต่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา
(เอาละทำยังไงดีละทีนี้ได้เข้ามาอยู่ในทุ่งหญ้า ถ้าเป็ทุ่งลาเวนเดอร์จะไม่ว่าเลยและที่สำคัญเลยทุ่งไปก็เห็นแต่ต้นไม่ใหญ่เต็มไปหมด กับหนังสือเก่าๆ 1 เล่มขอบคุณจริงๆ ขอบคุณประเ้าจริงๆ) โอลิเวอร์คิดในใจ
โอลิเวอร์ :“เอาวะไม่มีทางเลือกเป็ไงเป็กัน”
ตอนนี้ใจของโอลิเวอร์จุดติดขึ้นมาเล็กน้อยแต่เขายังมืด 10 ด้านอยู่เลยไม่รู้จะไปทางไหนดี เดินไปก็ไม่รู้จะไปในทางไหนเขาสับสนไปหมด และแล้วโอลิเวอร์ก็ปิ้งไอเดีย ต้องขอบคุณหลวงพ่อโจเซฟที่เคยสอนวิชา ประดิษฐ์สิ่งของไว้ใช้เวลาเดินทาง(ใช่แล้วเมื่อเราไม่รู้จะไปทางไหนเราต้องหาทิศก่อน ทิศเหนือเป็จุดเริ่มต้นที่ดี)
โอลิเวอร์ :“เราจะประดิษฐ์เข็มทิศ”
เขาคิดได้ แต่ยังทำไมได้เพราะที่นี่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยมีแค่ใบไม้จากต้นไม้ใหญ่แค่นั้นเองโอลิเวอร์เด็ดใบไม้ใส่กระเป๋าเสื้อมาสองใบจากนั้นเขาก็ก้าวออกจากร่มของต้นไม้ต้นนั้น มือถือหนังสือเก่าๆหนึ่งเล่มและในใจเขาก็รู้แล้วว่า “การผจญภัยกับภารกิจทั้ง 7” ได้เริ่มขึ้นแล้ว
.............................................
เขาเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆในดงต้นไม้ใหญ่เขามองไปรอบๆมีแต่ต้นไม่เถาวัลย์ แต่ต้องยอมรับจริงๆป่าต้นไม้แถบนี้มันเหมือนกับป่าในเทพนิยาย ต้อนไม้สีเขียวเต็มไปหมดออกดอกสวยงาม สีขาวสีชมพู พื้นก็เหมือนปูด้วยพรหมมอส สีเขียวอ่อนป่าไม่รกชันเหมือนหนังเื่อนาคอนด้า ต้นไม้ห่างกันกำลังดีบรรยากาศช่างน่าเดินชมนกชมไม้แล้วคิดว่าตัวเองเป็พระเอกในเทพนิยาย แต่ติดเพียงแค่อย่างเดียวคือต้องไม่ใช่มีแค่เขาเพียงคนเดียวในป่าอันกว้างใหญ่แบบนี้
เขาติดสินใจเดินไปเรื่อยๆใจหนึ่งก็กลัวใจหนึ่งก็สู้เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเป็วิญาณเร่ร่อนอยู่บนพื้นโลกมนุษย์เขาเดินไปเรื่อยๆเขาได้ยินเสียงเหมือนเด็กคุยกัน จ๊อกแจ๊กจอแจ เขาแอบย่องเดินไปช้าๆเขาแอบมองเ้าของเสียงอย่างช้าๆ
โอลิเวอร์ : “เฮ้ย!!”
โอลิเวอร์ร้องใเพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ เด็กตัวเล็กๆเล็กจริงๆเพราะพวกเขามีขนาดเพียงแค่เท่ากำปั้นมือเท่านั้นเอง รูปร่างหน้าตาหน้ารักแก้มอมชมพู ผมสีบอร์นเทา ไม่ใส่เสื้อผ้า มีปีกขนนกอยู่ด้านหลัง พวกเด็กบินได้เ่าั้หันมามองโอลิเวอร์ เป็ตาเดียวกัน แล้วพูดพร้อมกันว่า
“พ่อ!!”
หลังจากที่โอลิเวอร์งงกับชีวิตของตัวเองอยู่แล้วเขามาเจอเด็กพวกนี้เรียกว่าพ่อ คราวนี้เขาสับสนไปใหญ่ (นี่ข้าฝันไปไช่ใหม)
โอลิเวอร์ :“ใจเย็นพวกตัวเล็ก ผมแค่เป็คนหลงทาง ผมมาที่นี่ได้ยังไงก็ไม่รู้และที่สำคัญผมเป็บาทหลวง ผมยังเวอร์จิ้น ผมยังไม่เคยมี..มีเมีย”
เ้าพวกภูติตัวน้อยพากันหัวเราะคิดคักๆเป็เื่สนุกสนาน แล้วก็หันมาเรียก
“พ่อๆๆ”
แต่มีอยู่ตัวหนึ่งบินออกมาข้างหน้าโอลิเวอร์ เดาว่าคงเป็จ่าฝูง บินออกมายิ้มแล้วพูดขึ้นว่า
โอลิเวอร์ :“ใจเย็นก่อนพวกตัวจิ๋ว ผมไม่ใช่พ่อพวกนาย”
ภูติน้อย :“ยินดีต้อนรับท่านพ่อ ท่านอาจจำไม่ได้ แต่พวกเรารู้จักท่านดี”
โอลิเวอร์ไม่รู้จะเถียงยังไงดีเลยปล่อยตามน้ำไป
โอลิเวอร์ :“พ่อ... โอเคร พ่อก็พ่อ แล้วเธอรู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วพวกเธอคือตัวอะไร”
ภูติน้อย :“ที่นี่คือสวนเอเดน เป็สวนที่พระเ้าสร้างไว้ให้ทุกชีวิตได้อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และพวกเราก็คือภูติคิวปิดภูติแห่งความรัก”
โอลิเวอร์เริ่มกระจ่างใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงสวยงามได้ขนาดนี้นี่คือสวนอีเดนในตำนานจริงๆหรอเนี่ยช่างเป็บุญของเราแท้ๆเลยที่พระเ้าทรงโปรดได้มาอยู่ในสวนสวยงามแบบนี้
โอลิเวอร์ :“ผมถูกพระเ้าสั่งให้มาทำภารกิจ เธอพอจะรู้ไหมว่าภารกิจคืออะไรเขาให้มาแค่สมุดเล่มเปล่าเล่มนี้มาเอง ฉันมืดไปหมดแล้ว”
คิวปิด : “ไม่มีใครรู้หรอกว่าพระเ้ากำหนดอะไรมาให้ ท่านชอบเล่นสนุกเหมือนพวกเราเด็กๆคิวปิดนี่แหละ”
แล้วพากันหัวเราะสนุกสนานแล้วพากันบินเล่นแอ่งน้ำน้อยๆที่น่าจะเป็แอ่งที่น้ำฝนตกลงมาใส่ตอไม้แล้วค้างอยู่
โอลิเวอร์ :“พวกเธอพอจะรู้ไหมว่าทิศเหนือไปทางใหน”
พวกภูติคิวปิด :“รู้!!”
พร้อมกับชี้มือไปคนละทิศคนละทาง
โอลิเวอร์เอามือกุมขมับพร้อมกับเข้าใจคำว่าคบเด็กสร้างบ้านจริงๆก็วันนี้
โอลิเวอร์ :“งั้นผมขอยืมแอ่งที่พวกเธอเล่นมาใช้ซักครู่หน่อยได้ไหม”
ภูติคิวปิด :“ได้ซิ แต่เธอจะเอาไปทำอะไร”
โอลิเวอร์ :“เอามาสร้างคนนำทาง”
เขาพูดพร้อมกับยิ้มมุมปากปล่อยให้พวกเด็กน้อยคิวปิดยืนงงกันอยู่รอบแอ่งน้ำ
จากนั้นเขาก็เอาใบไม้ในกระเป๋าฉีกเป็ใบเล็กๆวางลงกลางแอ่งน้ำน้อยๆและถอดเอาเข็มกลัดที่เขาเอาลัดกระเป๋าที่ด้วยหลุดออกมาถือโชว์พวกภูติน้อยเ่าั้เขาเอาเข็มกลัดงอให้มันตรงแล้วเอามันถูเข้ากับเสื้ออย่างแรงไปหมาเกือบสิบครั้งได้จากนั้นเขาก็เอาไปวางลงบนใบไม้
ใบไม้ก็ขยับหมุนไปทางทิศเหนือเพราะแรงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากการถูเข็มกลัดของโอลิเวอร์อาจเป็เื่ธรรมดาของคนในยุคโอลิเวอร์แต่มันเป็เื่ราวที่สุดอัศจรรย์ของเหล่าภูติน้อยที่อยู่แต่ในป่าเขามากพวกเขาใ ตื่นเต้นร้องโวยวายกันเสียงดังระงมไปหมด
ภูติคิวปิด :“ท่านทำให้มันขยับได้ยังไง ท่านไปเรียนวิชาพ่อมดมาหรอเก่งสุดยอดเลย”
โอลิเวอร์ :“มันเป็ศาสตร์หนึ่งที่ผมเคยเรียนมา ดีไม่แพ้เวทมนต์ คาถา เลยขอบคุณมากนะเ้าพวกตัวน้อย ฉันได้รู้ทิศทางที่จะไปแล้ว”
โอลิเวอร์ได้ทีก็คุยซักหน่อย
ภูติคิวปิด :“เดินทางดีๆนะท่านพ่อ สวนนี้ไม่ได้มีแค่สิ่งที่พระเ้าสร้างอย่างเดียวหรอกนะ”
(พ่ออีกแล้ว) โอลิเวอร์คิดในใจ
โอลิเวอร์ :“ทำไมละ สวนของพระเ้าจะไม่ปลอดภัยเชียวหรอ”
ภูติติวปิด :“ถ้ามีแค่สิ่งที่เกิดในดินแดนนี้ก็ปลอดภัยอยู่หรอกแต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ได้เกิดด้วยน้ำมือพระเ้าบางครั้งพระเ้าก็สร้างอะไรที่ผิดพลาดขึ้นมาเหมือนกันพวกมันจะพยายามเข้าทางแม่น้ำแล้วแอบซ่อนอยู่ในสวนนี้นี่แหละ จนบางที่กลายเป็แหล่งมืดมิดไปเลย”
โอลิเวอร์ :“ทำไมต้องมาทางน้ำด้วย แล้วแหล่งมืดมิดคืออะไร”
ภูติคิวปิด :“เพราะสวนอีเดนแก่งนี้เป็มิติพิเศษนะซิใครจะเข้าออกอิสระไม่ได้หรอกมีแค่แม่น้ำทั้งสี่สายที่ตัดผ่านสวนนี่แค่นั้นแหละที่เชื่อมกับโลกอื่นๆอยู่ส่วนแหล่งมืดมน มันเป็ดินแดนที่ บรื้อ!!น่ากลัวพวกเราไม่อยากเข้าใกล้หรอก”
คิวปิดพูดพร้อมกลับทำหน้ากลัวส่ายหัว
โอลิเวอร์ไม่อยากถามอะไรให้มากมายต่อเพราะเห็นท่าที่จากพวกเด็กน้อยเหล่านี้คงจะไม่ชอบกับสถานที่นั้นอย่างแรง เขาจึงบอกลากับพวกคิวปิดอีกรอบแล้วเดินทางไปทิศเหนืออย่างไร้จุดหมายเช่นเดิม
โอลิเวอร์เดินมาเรื่อยเปื่อยเหนื่อยก็หยุดพักเด็ดผลไม้รายทางกิน สมกับเป็ดินแดน์ ช่างอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะดอกไม้รายทางที่มีกลิ่นที่หอมอย่างมากถึงขนาดแค่เดินผ่านยังหอมฉุนติดจมูกเลย เขาไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยทางกายอะไรเลยเพียงแต่ทางจิตใจเขาเริ่มหมดกำลังลงเพราะเขาไม่รู้เลยว่าจุดหมายจะอยู่ทางไหนคือใคร และต้องทำอะไรต่อไป
โอลิเวอร์ :“พระเ้านี่แสนจะขี้เล่นกับโชคชะตาเหลือเกิน”
เขาบ่นพึมพำในป่าคนเดียวตามประสาคนเหงาที่ไร้คนคบในสวนเอเดนแห่งนี้
“พระเ้าก็เล่นสนุกอย่างนี้กับทุกชีวิตนี่แหละ”
เสียงปริศนาดังมาจากป่าข้างทางเขาหันมองซ้ายขวาไม่เจอใคร
โอลิเวอร์ :“ใครหน่ะ เสียงใคร”
“ข้าเอง”
เสียงปีกบินพั๊บๆ ลงมาเป็นกพิราบสีขาวตัวอ้วน กระพือเหมือนหิ้วอะไรที่หนักๆมาด้วย
พิราบ : “สวัสดีเ้าหนุ่มหน้าแปลก ข้าขอแนะนำตัวนะอย่างเป็ทางการก่อนเลยนะข้าชื่อ เจสัน เป็นกพิราบแต่อันที่จริงก็ไม่ใช่นกพิราบเฉยๆหรอกนะข้าหน่ะเป็เ้าป่า ใครๆก็เกรงกลัวบารมีข้าทั้งนั้นแหละ คือข้าเนี่ยเคยเป็คนสนิทชิดเชื้อกับพระเ้าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไปหาไม่ว่างก็มัวคุมดูแลป่าแถบนี้หน่ะแหละ”
ไม่ต้องบอกก็รู้ โอลิเวอร์รู้แล้วว่าเขามาเจอกับนักจ้อตัวยัง แถมยังขี้โม้อีกต่างหากแต่เห็นจากออร่าสีเขียวจางๆปนสีขาวแล้วโอลิเวอร์ก็เลยสบายใจได้ว่าเขาไม่ได้มาเพื่อทำร้ายคงมาอวดอ้างสรรพคุณตามประสาเ้าถิ่น
โอลิเวอร์ :“โอ้ท่านเ้าป่าข้าช่างโชคดี ได้มาเจอท่านผู้ยิ่งใหญ่ประจำสวนช่างดีเหลือเกินข้าชื่อ โอลิเวอร์ ดากามัส เดินทางมาก็ไกล เหนียวตัวไปหมดหิวน้ำก็หิวท่านผู้ยิ่งใหญ่พอจะบอกทางข้าซักนิดได้หรือไม่”
โอลิเวอร์เห็นคนขี้โม้แบบนี้ต้องยอซะหน่อยจะได้ใช้งานได้โอลิเวอร์คิดแผนชั่วเล็กๆของเขาแบบไม่เข็ดจากเมื่อคราวเ้าหมาก่อนหน้านี้
พิราบเจสัน :“ได้ซิ เห็นเ้าเป็น้องไหม่ที่เข้ามาในป่านี้เดี๋ยวข้าพาไปเองแล้วเ้ามาทำอะไรในป่าแบบนี้ละห๊ะมันไม่ใช่สถานที่เดินชมนกชมไม้ของคนที่บอบบางแบบเ้าถ้าแข็งแรงแบบข้าละก็ว่าไปอย่างแต่อย่าพึ่งตอบเลยบินไปด้วยคุยไปด้วยเสียแรงเหนื่อยข้าเปล่าๆรีบๆตามมา”
เจสันพูดไม่หยุดเหมือนกลัวน้ำลายของเขาจะบูดเขาบินไปพูดไปพูดจนโอลิเวอร์ อยากจะตบปากของตัวเองไม่น่าชวนเขามาทำลายความสงบนี้เลย
แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งที่ทำให้เจสันหยุดพูดได้เพราะมีเสียงๆหนึ่งดังมาจากพุ่มไม้ด้านหน้า
“แกร๊กกกกกกก แฮร่ แกร๊กกกกกกกกกก”
เสียงลมหายใจไม่ต้องออกมาให้เห็นก็รู้เลยว่าที่เขาต้องเผชิญในอีกไม่กี่วินาทีนี่ต้องมีขนาดไม่เท่ากับสุนัขบ้านแน่ โอลิเวอร์ ถอยร่นออกมาเพราะเขาเห็นถึงรังสีสีส้มและสีแดงขนาดใหญ่แผ่ออกมาใช่แล้วนี่ไม่ใช่แขกรับเชิญจากรายการทัวร์หรรษาสวนอีเดนแน่
เ้าของเสียงก้าวออกมา
โอลิเวอร์ :“โอ้ววว! พระเ้า”
เขาถึงกับร้องออกมาเพราะตัวที่เดินออกมานั้นมันไม่ใช่สัตว์บนโลกที่มนุษย์จะเคยเห็นแน่นอนตัวมันใหญ่และกำยำเหมือนควายไบซันสามตัวรวมกัน มีหางใหญ่เหมือนจระเข้ มีเขาที่ย้อยกลับหลังหลายเขามีขนบนหัว หน้ามันเหมือนลูกผสม ระหว่างสิงโต หมู หมาใน ไฮยีน่า เขี้ยวแหลมคมดวงตาแดง จ้องแบบกระหายสุดๆ
นกพิราบเจสัน :“เรา....เรา.. ไปทางฟากนู้นจะดีกว่า”
โอลิเวอร์ :“นั่นตัวอะไร คุ้นเหมือนเคยเห็นในหนังสือมาก่อน”
นกพิราบเจสัน :“เ้าอย่าพึ่งสนใจเลย รู้แค่ว่ามันขี้โมโหก็พอ”
โอลิเวอร์ :“ท่าน ..เ้า ..เ้าป่า ที่เราเห็น คงไม่ใช่ บะ..เบเฮโมทอสุรกายในพระคัมภีร์ใช่ไหม”
นกพิราบเจสัน :“ข้า.ก็อยากให้เ้าทายผิดเหมือนกันโอลิเวอร์”
*เบเฮโมท =หนึ่งใน 10 อสูรที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ไบเบิ้ล