บทที่ 114: ทำลายหลักฐาน
กลิ่นคาวเลือดเริ่มคละคลุ้งรุนแรงขึ้นในซอยแคบๆ หลิงเซียวรู้ดีว่าเขาไม่มีเวลามากนัก แม้ซอยนี้จะเปลี่ยว แต่ในเมืองหลวงที่มีผู้ฝึกยุทธ์เดินกันขวักไขว่ กลิ่นเลือดเพียงเล็กน้อยก็อาจดึงดูดความสนใจได้
เขาเริ่มปฏิบัติการ "เก็บกวาด" อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
อันดับแรก เขาเก็บรวบรวมถุงเก็บมิติและอาวุธวิเศษทั้งหมดจากศพของลูกสมุนทั้งสาม รวมไปถึงป้ายหยกประจำตัวของนิกายกระบี่คราม ของพวกนี้เขาจะไม่ทิ้งไว้ให้เป็นหลักฐานเด็ดขาด
"ป้ายคำสั่งพวกนี้... ข้าจะเอาไปทำลายทิ้งในที่ไกลๆ"
เมื่อริบทรัพย์สินทุกอย่างเสร็จสิ้น หลิงเซียวก็ล้วงมือเข้าไปในถุงเก็บมิติของตนเอง และหยิบขวดกระเบื้องสีดำสนิทออกมาสองสามขวด
นี่คือ "น้ำยากัดกร่อนกระดูก" ที่เขาซื้อติดมือมาจากร้านขายพิษในตลาดมืดเมื่อครู่นี้ พร้อมกับตอนที่ไปซื้อข่าวและแร่ เขาเตรียมมันไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินเช่นนี้โดยเฉพาะ และไม่คิดว่าจะได้ใช้มันเร็วขนาดนี้
หลิงเซียวเปิดจุกขวดออก กลิ่นฉุนแสบจมูกลอยออกมา เขาเทของเหลวสีเขียวข้นหนืดลงบนร่างไร้วิญญาณของจ้าวเฟิงและพรรคพวกทีละคนอย่างทั่วถึง
ซู่... ซ่า...
เสียงกัดกร่อนดังขึ้นพร้อมกับฟองอากาศและควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมา เนื้อหนังและกระดูกของศพเริ่มละลายกลายเป็นของเหลวสีดำส่งกลิ่นเหม็นไหม้อย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าน่าสะอิดสะเอียนจนคนธรรมดาอาจต้องอาเจียน แต่หลิงเซียวมองดูด้วยสายตาที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป ร่างของอัจฉริยะนิกายและผู้ติดตามก็แปรสภาพเป็นเพียงกองของเหลวที่ซึมลงไปในร่องหินของพื้นถนน ไม่เหลือเค้าโครงเดิม ไม่เหลือรอยแผลให้ตรวจสอบวิชาที่ใช้สังหาร
"สะอาดหมดจด"
หลิงเซียวใช้พลังลมปราณพัดพากลิ่นคาวเลือดและควันพิษให้กระจายตัวออกไปในอากาศ เพื่อเจือจางร่องรอยให้เหลือน้อยที่สุด
เขาตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอาวุธตกหล่น ไม่มีรอยเลือดสาดกระเซ็นที่เด่นชัด ฝนที่กำลังตั้งเค้าว่าจะตกในคืนนี้จะช่วยชะล้างสิ่งที่เหลืออยู่ให้หายไปจนหมดสิ้น
หลิงเซียวดึงฮู้ดลงมาปิดใบหน้าอีกครั้ง ร่างของเขาพลันเลือนหายไปในความมืดของรัตติกาล ราวกับภูตผีที่มาเยือนและจากไปโดยไร้ร่องรอย
เมื่อทหารยามลาดตระเวนผ่านมายังซอยนี้ในอีกหนึ่งชั่วยามให้หลัง พวกเขาพบเพียงคราบน้ำประหลาดบนพื้นและกลิ่นเหม็นจางๆ ที่คิดว่าเป็นเพียงขยะเน่าเสีย โดยไม่มีใครรู้เลยว่า... ศิษย์สายนอกลำดับที่ 10 ของนิกายอันดับหนึ่งในแคว้น ได้หายสาบสูญไปจากโลกนี้อย่างถาวรแล้ว
แต่หลิงเซียวรู้ดี... การหายตัวไปของจ้าวเฟิง จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่กำลังจะก่อตัวขึ้นในเมืองหลวงแห่งนี้