ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 127 ธาตุแห่งชีวิต

    ท่ามกลางหุบเขาหนึ่งภายในโลกมิติ นาฟยืนอยู่ที่ริมหน้าผามองลงไปยังทิวทัศน์อันงดงามและลึกลับของโลกมิติที่เต็มไปด้วยหุบเขาและป่าเขาหมอกบางเบาลอยละล่องรอบๆ ภูเขาสูงตระหง่านทำให้ที่นี่ดูเหมือนโลกแห่งฝันที่ไม่เคยมีใครเหยียบย่ำมาก่อน

    ตรงหน้าเขาคือรถเคลื่อนพลังสีแดง เงาสะท้อนแสงสว่างที่ลอดผ่านหมอกลงมาขับเน้นให้ตัวรถเงาแวววาวดั่ง

    อัญมณี มันถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและแปลกประหลาดนี้นาฟก้มตัวลงนั่งบนที่นั่ง รู้สึกถึงความหนึบแน่นและความมั่นคงของมัน เขาสวมหมวกโลหะปรับพิเศษที่สามารถแสดงข้อมูลสภาพแวดล้อมและการบังคับควบคุมบนหน้าจอได้

    “บรืนนนน!”

    เสียงเครื่องยนต์ของรถเคลื่อนพลังคำรามดังก้องในหุบเขาเหมือนกับสัตว์ป่าที่ตื่นขึ้นจากการหลับไหล

    นาฟยกมือขึ้นเหมือนเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างอยู่ปรากฎหญิงสาวในชุดขาว ลอยตัวอยู่กลางอากาศสะบัดมือสร้างสัญลักษณ์บางอย่าง

    “เปรี้ยง!”

    ทันใดนั้นแผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงเสียงกรอบแกรบของต้นไม้และหินที่แตกหักดังก้องในอากาศ นาฟไม่รอช้าเร่งเครื่องยนต์จนเสียงคำรามดังก้อง

    บิดคันเร่งเต็มที่ รถเคลื่อนพลังสีแดงดั่งโลหิตพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพื้นดินใต้ล้อสั่นสะเทือนแต่รถคันนี้กลับวิ่งได้อย่างมั่นคงเขาต้องใช้ทักษะทุกอย่างที่มีเพื่อควบคุมรถท่ามกลางความวุ่นวายรอบตัว

    เมื่อถึงเนินสูงชัน นาฟเอียงตัวและบิดคันเร่งเพิ่มความเร็วรถพุ่งขึ้นไปบนเนินและลอยตัวในอากาศช่วงสั้นๆ ก่อนจะลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล นาฟหลบหลีกก้อนหินที่ตกลงมาจากหน้าผาและต้นไม้ที่ล้มลงอย่างรวดเร็ว

     

    รถพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความคล่องแคล่วที่น่าทึ่งลมพัดผ่านใบหน้า ชายหนุ่มรู้สึกถึงความเร็วและอิสระที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เส้นทางที่เขาเลือกเต็มไปด้วยโค้งหักศอกและเนินสูงต่ำทำให้เขาต้องใช้ทั้งทักษะและปฏิกิริยาในการควบคุมรถ

    ขณะที่ขับต่อไป เส้นทางก็ยิ่งท้าทายมากขึ้นพื้นดินเริ่มแยกออกจากกัน ทำให้เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ นาฟต้องเร่งเครื่องให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อกระโดดข้ามรอยแยกเหล่านั้นทุกครั้งที่ล้อหน้าของรถยกขึ้น เขารู้สึกถึงความตื่นเต้นและความหวาดเสียว

    เสียงของแผ่นดินไหวและความวุ่นวายรอบตัวไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มหวั่นไหวได้นาฟมีสมาธิเต็มที่ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาแม่นยำและเด็ดขาดความสามารถในการควบคุมรถและสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีทำให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคที่ยากลำบากไปได้

    ในที่สุด

    เมื่อถึงจุดหมายที่ปลอดภัย นาฟหยุดรถหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงในอก รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

    นาฟหยุดรถที่ริมหน้าผาสูงเพื่อพักเหนื่อยและชมวิวเบื้องล่าง หุบเขาที่ทอดยาวออกไปจนสุดลูกหูลูกตาน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับอากาศที่เย็นสบาย

    “หรือว่านี่คือสิ่งที่เราตามหา!” นาฟรำพึงเบาๆกับตัวเอง

     

    จู่ๆ ด้านข้างของนาฟเกิดกลุ่มควันสีขาวก่อตัวเป็นรูปร่างสาวแสนสวยในชุดขาวปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับเจ้างูน้อย ที่ลอยตัว วนไปมา

    “เมื่อยามเข้ามาโลกมิติครั้งก่อนตอนที่แข่งขันในรอบสอง ถ้านายมีทักษะระดับนี้ รับรองมาเป็นอันดับหนึ่งแน่

    นาฟยิ้มแล้วเอ่ย “ขอบคุณพี่สาวที่ช่วยข้าฝึกฝน”

    “เจ้าดูจะมีความสุขกับสิ่งนี้นะบางครั้งข้าก็เห็นเจ้าเป็นดั่งเงาของนายท่าน เวลาทำสิ่งใดล้วนแต่มุ่งมั่นตั้งใจ”

    ในแต่ละวัน นาฟที่ฝึกฝนการขับขี่อยู่ตลอด เขาบิดคันเร่งและขับต่อไปยังเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิมบางเส้นทางผ่านหุบเขาที่ลึกและแคบขึ้น ต้องใช้เทคนิคการขับขี่ขั้นสูงเพื่อเอาตัวรอดจากอุปสรรคต่างๆ

     

    ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ในค่ำคืนหนึ่ง แสงไฟสลัวที่ลอดผ่านออกมาจากถ้ำชายหนุ่มนั่งอยู่ภายใต้แสงเทียน อยู่ที่โต๊ะหนังสือกำลังคร้ำเคร่งกับการอ่านบันทึกบางอย่าง  ไม่นานนาฟก็นึกถึงเรื่องราวบางอย่างจึงเอ่ยขึ้น

    “ข้าอยากจะฟื้นฟูระบบนิเวศของธรรมชาติในโลกนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถอยู่ได้อย่างสมดุลข้าสังเกตเห็นความเชื่องช้าในการรักษาตัวเองของธรรมชาติ

    “การสร้างระบบนิเวศนั้ใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย!”

    ทันใดนั้นจิตวิญญาณสาวจาชา ผู้เร้นกายอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงาสะท้อนในน้ำ

    ใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยแสงสีขาวอ่อนๆเส้นผมยาวสลวยเป็นเหมือนสายลมที่พัดผ่าน

    “พี่สาว หรืออาจมาจากความรุนแรงของการพังทลายในครั้งก่อน  และจากบันทึกของท่านผู้ยิ่งใหญ่ข้าต้องหาธาตุแห่งชีวิตมาเติมเต็มโลกใบนี้

    จิตวิญญาณสาวพยักหน้าและมองนาฟด้วยสายตาอ่อนโยน

    “เจ้ามีความเข้าใจในความสำคัญของธาตุทั้งห้านั่นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่การสร้างระบบนิเวศใหม่นั้นต้องใช้ความรู้และความอดทน  และกว่านายท่านจะรวบรวมสิ่งเหล่านี้มาได้ก็ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของท่าน

    “ธาตุแห่งชีวิตทั้งห้าต้องอยู่ในสมดุลที่เหมาะสมจึงจะทำให้ทุกสิ่งเจริญเติบโตได้”

    น้ำหล่อเลี้ยงพืช...น้ำก่อเกิดไม้...  ไม้เติบโตได้ด้วยน้ำ... ไม้ก่อเกิดไฟ...  ไฟเกิดจากไม้เป็นเชื้อเพลิงและให้เถ้าถ่านไฟก่อเกิดดิน...  ดินเถ้าถ่านกลับสู่ดินและเป็นต้นกำเนิดสินแร่ดินก่อเกิดทอง...  ทองหลอมละลายกลายเป็นของเหลวหรือน้ำ..ทองก่อเกิดน้ำ

     

    นาฟรับฟังอย่างตั้งใจและเอ่ยด้วยความมุ่งมั่น

    “ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง“ธาตุแห่งชีวิต!” ข้าเชื่อว่าถ้าเอามาเติมเต็มจะเกิดความสมดุลและยั่งยืนได้”


    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน