“เบียคโกะ!! เกนบุ!! ซูซาคุ!! พวกแกกล้าทรยศต่อท่านเทพมังกรทองโอริว ความผิดของพวกเจ้าเกินกว่าจะอภัยให้ได้ ด้วยพลังของเทพมังกรทองที่มอบให้ ข้าจะเป็นตัวแทนของท่าน ลงทัณฑ์พวกเจ้าเอง!! โฮกกก!!!” มังกรฟ้าชิงหลงขู่คำรามเสียงดังลั่น พื้นแผ่นดินผืนฟ้าสั่นสะเทือนและหวั่นไหว ก่อให้เกิดลมมรสุมร้ายที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง “ตูม!! ตูม!! ตูม!!” เสียงระเบิดดั่งสนั่นไปทุกหย่อมหญ้า พื้นแผ่นดินแตกแยกลุกลามไปทั่วทุ่ง ปรากฏแท่งเพลิงลาวาที่ร้อนแรง พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินชิงหลงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดูดซับสายอัสนีที่ฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดเป็นเกราะอัสนีบาตรที่ปกคลุมไปทั้งเรือนร่าง ส่องประกายแสงสีทองไปทั่วทั้งตัว ในขณะนั้นเอง ที่ดวงตาของเกนบุและเบียคโกะพลันเบิกกว้าง เมื่อได้เห็นพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของชิงหลง อีกทั้งลำตัวของมันที่ส่องประกายเรืองแสงสีทองนั้น ทำให้คล้ายกับเทพมังกรทองโอริวเป็นอย่างมาก แม้พลังเวทจะไม่เทียบเท่าก็ตาม แต่ก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียง“นึกไม่ถึงว่าโอริวจะให้พลังมันมากขนาดนี้!” “กลัวเลยไงเจ้าเต่า? หืม!! นี่เจ้าถึงกับตัวสั่นเพราะกลัวมันเลยรึไง ฮ่าฮ่าฮ่า!!” “เขาเรียกว่าสั่นสู้โว้ย! ว่าแต่เจ้าเถอะเจ้าเสือ...ไม่ห่วงลูกสาวเจ้าหรือไง?” “เหอะ!! ข้าก็สั่นสู้เหมือนเจ้านั่นแหละ! ข้าไม่ห่วงหรอกลูกสาวน่ะ ข้ามีคนดูแลนางแทนแล้ว ถ้าจะห่วงก็ห่วงพวกเราเถอะ จะมีชีวิตรอดกลับไปกันหรือเปล่า ฮ่าก~~!!!” เบียคโกะกล่าวออกมาพร้อมกับเหลือบมองไปทางเคนจิ ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่เนินเขาพร้อมกับกลายเป็นพยัคฆ์ขาวรูปร่างใหญ่โต เกนบุหัวเราะในลำคอสองสามครั้ง ก่อนจะตะโกนออกมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปรากฏรอยร้าวแตกระแหงไปทั่วทั้งเรือนร่าง ก่อนจะขยายร่างเป็นเต่าดำยักษ์ขนาดมหึมาพื้นแผ่นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น เสียงขู่คำรามของสัตว์เทพทั้งสี่ดังก้องสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังเวทที่ทั้งสี่ปลดปล่อยออกมานั้น มีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ทำให้ก้อนหินและต้นไม้แหลกเป็นผุยผง ดวงตาของมาคัสพลันเบิกกว้าง เมื่อได้เห็นความร้ายกาจของคลื่นพลังเวท เขารีบคว้าจับคอเสื้อของเดลโลนทันที ก่อนจะพุ่งทะยานไปหาเคนจิด้วยความรวดเร็ว ซึ่งเคนจินั้นกำลังยืนจ้องมองสัตว์เทพทั้งสี่ พร้อมกับพยายามทำอะไรบางอย่างกับดาบศิลา ที่ฝังแน่นอยู่กับพื้น เมื่อมาคัสเห็นดังนั้นก็เอ่ยถามทันที“เฮ้ยเคนจิ! นายทำอะไร?” “ฉันกำลังดึงดาบ มันดึงไม่ออก” “ได้ไงว่ะ!! เมื่อกี้ฉันยังเห็นแกเหวี่ยงมันอยู่เลย?” “ก็ไม่รู้!! รู้แต่ว่าตอนนี้มันดึงไม่ออก” เคนจิพูดขึ้นพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า เขาพยายามเค้นพลังทั้งหมดที่มีเพื่อดึงดาบศิลา แต่กลับไม่ขยับแม้เพียงปลายนิ้ว ซึ่งในขณะนั้นเอง ที่การต่อสู้ของสัตว์เทพทั้งสี่ก็เกิดขึ้น โดยที่เกนบุนั้นรวบรวมพลังสายน้ำไว้ในช่องปาก พร้อมกับปล่อยมันออกมาอย่างรวดเร็ว “ลำนำคลื่นวารี!!” “ฮูม!!!” แท่งคลื่นวารีขนาดใหญ่พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า ฉีกมิติอากาศจนเกิดเสียงที่แสบหู เมื่อชิงหลงเห็นดังนั้นก็รวบรวมพลังสายฟ้าในช่องปาก ก่อนจะปล่อยมันออกมาในทันที “ตูม!!!” คลื่นพลังทั้งสองปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นวารีแตกกระจายกลายเป็นสายฝน ไม่เพียงแค่นั้นคลื่นพลังสายไฟยังวิ่งไปตามลำนำคลื่นวารี เมื่อเบียคโกะเห็นดังนั้นก็ตวัดกรงเล็บออกไปอย่างรวดเร็ว “คมมีดวาตะ!!” สายลมสามสายที่คมกริบราวกับใบมีดโกน มันตัดลำนำคลื่นวารีกลายเป็นสามสาย ทำให้พลังของสายฟ้าที่ชิงหลงปล่อยออกมานั้น ไม่ถึงเกนบุอย่างที่ควรจะเป็น “เกือบตายแล้วเจ้าเต่าบ้า!! มันใช้พลังสายฟ้าแกจะไปใช้น้ำได้ยังไงกัน!! เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งแล้วนะเจ้าเต่า!!” “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว!!! เพลิงวิหค!!” ในขณะที่เบียคโกะกำลังตะคอกใส่เกนบุอยู่นั้น ซูซาคุก็ตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น พร้อมกับปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาทันที ราวกับลูกอุกกาบาตที่พุ่งทะยานมาจากฟากฟ้า ความร้อนของเปลวเพลิงรุนแรงหาใดเปรียบ ทำให้ทุ่งหญ้าในบริเวณใกล้เคียงกลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันทีชิงหลงเหลือบมองคลื่นเปลวเพลิงไม่หวั่นไหว มันปล่อยควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากปากไม่ขาดสาย กลายเป็นหมอกสีดำจางๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งตัว “ม่านเงาทมิฬ!!” ทันทีที่ชิงหลงกล่าวขาน หมอกสีดำรวมตัวกันด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด กลายเป็นลูกแก้วสีดำขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีสายฟ้าปกคลุมไปทั้งใบ โดยที่มันอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง เมื่อเพลิงวิหคปะทะเข้ากับม่านแก้วสีดำ มันก็พลันหายเข้าไปทันที ไม่ปรากฏสุ้มเสียงใดๆ เกิดขึ้น ราวกับว่ามันถูกกลืนเข้าไปในหลุมดำ เมื่อเกนบุเห็นดังนั้นก็พูดออกมาด้วยสีหน้าที่แตกตื่น“บัดซบ!! มันมีม่านเวทป้องกันของโอริว!!” “ฮ่าฮ่าฮ่า!!! ถูกต้อง!! ต่อให้พวกเจ้าทั้งสามทุ่มพลังจนสุดชีวิต พวกเจ้าก็ไม่สามารถทำลายม่านเวทของท่านโอริวได้ เตรียมตัวตายกันได้แล้ว!! โฮก!!!” เสียงคำรามดังกึกก้อง สายอัสนีบาตรพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าไม่ขาดสาย ความรุนแรงของมันทำให้พื้นแผ่นดินต้องสะเทือน “กระดองพิทักษ์!!” ม่านกระดองปกคลุมไปทั่วทุกหย่อยหญ้า ซูซาคุและเบียคโกะรีบทะยานมาหลบซ่อน ทันทีที่สายฟ้าปะทะกับม่านกระดองจนเกิดเสียงดังสนั่น ทันใดนั้น ม่านกระดองเต่าก็แตกร้าวทันที “เปรี๊ยะ!!!” “ไม่ไหว!!! พลังมันแข็งแกร่งเกินไป รีบแปลงกายเป็นมนุษย์ แล้วใช้วิธีหลบเอา อั๊ก!!! เร็วเข้า!! ข้าจะทนไม่ไหวแล้วว!!!” เกนบุกล่าวออกมาพร้อมกับเลือดที่ทะลักออกมาจากปาก เมื่อซูซาคุและเบียคโกะเห็นดังนั้น ก็รีบกลายร่างเป็นมนุษย์ทันที แต่ด้วยพลังสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมานั้น มีจำนวนมหาศาลจนไร้ซึ่งหนทางจะหลบหนี จึงถ่ายพลังเวทของตนให้กับเกนบุ เพื่อเสริมพลังให้กับม่านป้องกัน มาคัสเห็นดังนั้นก็เอ่ยกล่าวกับเคนจิทันที“เฮ้ยเคนจิ!! การ์ดนั้นไง ที่นายใช้มันกับฉัน รีบเอาออกมาใช้ซิ!!” “ไม่ได้ผลหรอกมาคัส แกไม่เห็นม่านเงานั้นหรือไง ขนาดพลังของแม่ฉันยังเจาะเข้าไปไม่ได้เลย แล้วนายคิดว่าพลังการ์ดจะเจาะเข้าไปได้หรือไง...ม่านเงา? ! ..จริงซิ!! ฉันมีวิธีแล้ว แต่จะเข้าใกล้มันได้ยังไงกัน?” “ผมส่งคุณไปที่นั่นได้! แต่ไม่รับประกันนะ ว่าจะเข้าใกล้ได้มากขนาดไหน ด้วยพลังผ่ามิติของผมมันมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างจำกัด คุณจะลองเสี่ยงดูไหมล่ะ..เคนจิ” ทาเคดะกล่าวออกมาขณะที่มองสายฟ้าฟาดฟันใส่ม่านเวท เคนจิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้กับทาเคดะ ทันใดนั้น เสียงของเจ้าชายก็ปรากฏขึ้นทันที[ฉันรู้นะ...ว่านายจะทำอะไร มันจะเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า นายไม่เห็นสายฟ้าที่อยู่รอบๆ ม่านแก้วนั้นหรือไง?] “ผมเห็น...แต่จะให้ผมรอดูความตายของลุงเกน พ่อตา และแม่ได้ยังไงกัน ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง น้อยสุดก็อาจแค่บาดเจ็บ หนักหน่อยก็แค่.... เอาเป็นว่าถ้ามันได้ผลแล้วละก็...บางทีเราอาจจะพลิกเกมกลับมาชนะก็เป็นได้” [...] เมื่อไม่มีเสียงของเจ้าชายตอบรับ เคนจิก็พยักหน้าให้กับทาเคดะ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณความพร้อม เมื่อทาเคดะเห็นดังนั้น ก็ขับพลังเวทลงที่ท่อนแขนทั้งสองข้าง เกิดเป็นวงแหวนสีทองหมุนวนที่ฝ่ามือ ก่อนจะใช้มือทั้งสองหมุนวนเป็นวงกลมที่เบื้องหน้า เกิดเป็นประตูมิติที่มีความกว้างประมาณสองเมตร “ประตูพร้อมแล้ว! เข้าไปเลยเคนจิ!! ระวังตัวด้วย” เมื่อทาเคดะกล่าวจบเคนจิก็พุ่งทะยานหายเข้าไปในประตูมิติทันที...สายอัสนีฟาดฟันจากฟากฟ้า เสียงขู่คำรามของชิงหลงดังกึกก้อง ราวกับว่ามันกำลังหัวร่อขบขัน สัตว์เทพทั้งสามจ้องมองชิงหลงด้วยความโกรธเคือง หยาดเลือดทะลักออกจากปากของทั้งสามไม่ขาดสาย ม่านป้องกันของเกนบุปรากฏรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว เป็นลางบอกเหตุว่ามันกำลังจะแตกในอีกไม่ช้า เกนบุก็ตะโกนออกมาทันที “เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!! ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว!! พวกเจ้าหนีไป!!” “อย่าคิดว่าจะหนีรอด!! จงตายซะเถอะ!!!” ชิงหลงตะโกนออกมาเสียงดังสนั่น พร้อมกับปล่อยพลังสายฟ้าถึงขีดสุด เกิดเป็นบอลอัสนีขนาดใหญ่ดึงดูดพลังของสายฟ้า ทันใดนั้น!! ก็เกิดประตูมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่หัวของมันทันที พร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นของเคนจิ ที่พุ่งทะยานลงมาด้วยความรวดเร็ว ท่ามกลางการจ้องมองอันตื่นตะลึงของสัตว์เทพทั้งสี่ เมื่อร่างกายของเคนจิปะทะกับม่านแก้วสีดำ พลังสายฟ้าที่เหมือนกับเกาะป้องกันก็โจมตีเคนจิทันที“เปรี้ยง!! เปรี้ยง!! เปรี้ยง!! อ๊ากกก~~!!!” “เจ้าโง่!! คิดจะปะทะกับม่านป้องกันของท่านโอริวโดยตรง ก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตายหรอก! ฮ่าฮ่าฮ่า!!” “แกตั้งหากที่ต้องตาย!!! เงารัตติกาล!! คุกทมิฬ (สตรีเหล็ก) ” ทันทีที่เคนจิกล่าวขานเรียกคุกทมิฬ ปรากฏแท่งเงาแหลมภายในม่านเงาแก้วนับร้อยเล่ม มันพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็ว เสียบแทงร่างของมังกรฟ้าชิงหลงทันที“ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!! โฮก!!! เพล๊ง!!!” แท่งเงาเสียบแทงร่างชิงหลงไปทั่วทั้งร่าง จนหยาดเลือดสีฟ้าสาดกระจายไปทั่ว พร้อมกับม่านเงาแก้วดำที่แตกสลาย ร่างของทั้งสองก็พลันร่วงหล่นด้วยความรวดเร็ว โดยร่างของเคนจินั้นไม่มีทีท่าว่าจะชะลอแต่อย่างไร และด้วยความสูงขนาดนั้นหากเคนจิร่วงลงมากระแทกพื้น มันคงไม่จบแค่บาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน สัตว์เทพทั้งสามจ้องมองเคนจิอย่างตื่นตะลึง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะทะยานออกไปรับ เมื่อทาเคดะเห็นดังนั้นก็ร่ายเวทอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างประตูมิติไปรองรับร่างของเคนจิ “หวืด~!!!” ดวงตาของทาเคดะพลันเบิกกว้าง ประตูมิติไม่สามารถรองรับร่างเคนจิได้ เนื่องจากทั้งสองห่างกันถึงหนึ่งเมตร ในขณะที่ทุกคนกำลังแตกตื่นอยู่นั้น พื้นแผ่นดินก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏขึ้นของโครงกระดูกจำนวนมหาศาล ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า มันประสานรวมกันกลายเป็นรังนกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรับร่างของเคนจิอย่างนิ่มนวล“ฟู่~!!! เกือบไปแล้ว ดีนะที่มาได้ทันอย่างหวุดหวิด ลุงเกนเล่นไม่รอพวกเราเลย” มามอนเป่าลมออกจากปากพร้อมกับเอ่ยกล่าวขึ้นมา “เยี่ยมมากมามอน!! มังกรดินรีบไปรับเจ้านายเจ้าเร็ว” ทากีร่าออกคำสั่งกับมังกรดินอย่างรวดเร็ว มังกรดินเองก็พุ่งทะยานไปที่รังโครงกระดูกทันที ก่อนจะอุ้มร่างเจ้านายของตนพร้อมกับทะยานกลับมาหาพวกมามอน ซึ่งตอนนี้ร่างของเคนจินั้นปรากฏแผลที่ถูกเผาไหม้ไปทั่วทั้งเรือนร่าง พร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบา เมื่อเจนและยูริเห็นดังนั้นก็กรีดข้อมือของตนเป็นแผลกว้าง พร้อมกับเลือดที่หลั่งไหล พวกเธอรีบเอามันไปจ่อที่ปากของเคนจิทันที
************************************************************************************************************************ติดงานหลักค่อนข้างเยอะ ไหนจะออกพื้นที่อบรมให้ความรู้ อีกอย่างพอเขียนทีไรไอเดียอีกเรื่องก็ผุดทุกที ซึ่งอันนี้เป็นความผิดของไรท์เองที่เขียนสองเรื่องพร้อมกัน ต้องขออภัยด้วยนะครับ
ไรท์เองครับ หล่อไหม ฮ่าฮ่าฮ๋า!!
ท่านี้ทำให้ไรท์ปวดหลังไปหลายวันเลย
ห้ามไปทำเองที่บ้านนะครับ