ตอนที่ 7 หนุ่มน้อยยัปปี้ (3)
ั้แ่ได้อ่านบท ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ ของผู้กำกับเจี่ยง เสิ่นซีโหลวก็อยากแสดงเป็เซียวหลี พระเอกของเื่นี้เป็พิเศษ ด้วยบทบาทที่ต้องต่อสู้และด่าทอฟ้าดิน จากพญามารสร้างความปั่นป่วนในโลก ไปจนถึงแม่ทัพในสนามรบที่ต่อสู้เพื่อบ้านเมือง เืร้อนสาดกระจายไปทั่วสนามรบ กล้าหาญและมีไหวพริบ เขาปกป้องดินแดนได้สำเร็จ แต่สุดท้ายไม่ได้กลับไปยังฉางอานที่เจริญรุ่งเรืองเพื่อจัดงานแต่งของเขากับชิงเหมย ั้แ่ต้นจนจบ ตัวละครนี้มีนิสัยชัดเจน เป็โอกาสให้นักแสดงได้แสดงฝีมืออย่างมาก
รถหยุดลงกะทันหัน หลี่เหยียนเปิดม่านหน้าต่างรถมองสถาปัตยกรรมที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์สีฟ้าซึ่งอยู่ด้านข้างพลางพูด “ถึงแล้ว พวกเราเข้าไปทางประตูหลังนะ”
หลี่เหยียนกับผู้ช่วยอู๋เฮ่าลงจากรถแล้วกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีแฟนคลับและคนแอบถ่ายแล้ว ก็คอยคุ้มกันเสิ่นซีโหลวเข้าไปทางประตูหลัง พอหัวหน้าบรรณาธิการ ‘นิตยสารดารา’ เห็นพวกเขาเข้ามา ก็หยุดพูดคุยกับช่างภาพแล้วเดินไปต้อนรับ
“เสี่ยวหลี่จื่อ ถ้าพวกนายยังไม่มาอีก สตูดิโอนี้ฉันจ่ายเงินฟรีแล้วนะ”
หลี่เหยียนได้ยินคำตำหนิของพี่แอนนาก็กล่าวขอโทษด้วยใบหน้าทะเล้นแล้วตรงไปจูงมือเธอมาทักทาย “พี่แอนนา เื่ของพี่ ผมเอาไว้เป็อันดับแรกเลยนะ พอดีระหว่างทางอยู่ๆ พวกเราก็เจอเื่นิดหน่อย เลยทำให้ล่าช้าไปน่ะ”
เสิ่นซีโหลวกับอู๋เฮ่าที่อยู่อีกข้างมองชายหนุ่มที่แข็งแรงกำยำทำท่าทางออดอ้อน ทั้งสองมองสบตากัน ก่อนจะตัวสั่นขนลุกทั้งร่าง
แอนนาเดินมาหาเสิ่นซีโหลว ท่วงท่าขณะเดินมีความคล้ายมิแรนด้า นางมารสาวในภาพยนตร์ ‘นางมารสวมปราด้า’ เส้นผมเธอก็ย้อมเป็สีขาวเช่นกัน แต่งหน้าประณีตงดงาม ทาปากสีแดงเพลิงร้อนแรง เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้จะอายุสี่สิบปีแล้ว แต่กลับดูแลตัวเองดีเป็อย่างยิ่ง เหมือนคนเพิ่งสามสิบต้นๆ
หลี่เหยียนส่งสายตาให้เสิ่นซีโหลวเป็เชิงบอกให้เขาทักทายคน
ตอนเสิ่นซีโหลวอยู่ข้างนอกจะรักษาคาแรกเตอร์เย่อหยิ่ง จึงเอ่ยทักไปอย่างเรียบเฉย “พี่แอนนา สวัสดีครับ”
แอนนากลับไม่สนใจท่าทีเ็าของเขา ด้วยเคยเห็นการสัมภาษณ์ของเขาในอินเทอร์เน็ตมานานแล้ว รู้ว่าเขาเย่อหยิ่งพูดน้อย เพียงแต่ดวงตารูปดอกท้อคู่นี้ของเขากลับดูน่าประทับใจมากกว่าเห็นจากหน้าจอภาพยนตร์ แต่บุคลิกที่เ็าแบบนี้ ไม่รู้จะแบกรับธีมการถ่ายในวันนี้ได้หรือเปล่า
“เสี่ยวเจี๋ย มานี่หน่อย” แอนนาหันไปพูดกับหลี่เหยียน “เสี่ยวเจี๋ย พาเสิ่นซีโหลวไปห้องแต่งหน้าปรับลุคเถอะ เร่งมือหน่อยนะ สตูดิโอเช่าแค่ครึ่งวัน ต้องเร่งมือกันแล้ว”
“อู๋เฮ่า นายไปห้องแต่งหน้าเป็เพื่อนเสิ่นซีโหลวก่อน ฉันกับพี่แอนนามีเื่ต้องคุยกันนิดหน่อย” อู๋เฮ่าที่ถูกหลี่เหยียนเรียกรีบคว้าข้าวของเดินตามหลังเสิ่นซีโหลวไปยังห้องแต่งหน้า
สไตลิสต์ในห้องแต่งหน้ามาถึงนานแล้ว หลังจากเสิ่นซีโหลวและผู้ช่วยเข้าไป พอทักทายพวกเขาอย่างเรียบง่ายแล้วก็นั่งลงตรงหน้ากระจกแต่งหน้า จากนั้นผู้คนในห้องแต่งหน้าก็ง่วนกับงาน ช่างแต่งหน้าและสไตลิสต์เข้าประจำที่อย่างพร้อมเพรียง
หลี่เหยียนกับแอนนากำลังคุยเื่น่าสนใจในวงการ ขณะพูดก็พลันเห็นเสิ่นซีโหลวที่เพิ่งปรับลุคเสร็จเดินเข้ามา ลุคนี้ลบล้างรูปลักษณ์หน้าจอทีวีที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและเ็าตามปกติของเขา เขาสวมเสื้อหนังตอกหมุดดำเข้ากับเชิ้ตผ้าไหมลายหัวกะโหลก กางเกงหนังสีดำห่อหุ้มขาเรียวยาวทั้งสอง รัดเอวด้วยโซ่เงินแหวกแนวเส้นใหญ่หนา ดูเก๋ไก๋เป็ตัวเอง เรือนผมสีบลอนด์น้ำตาลก็ถูกย้อมเป็สีฟ้าม่วงด้วยเช่นกัน ใบหน้าที่เค้าโครงเด่นชัดแต่งแต้มเป็แนวสโมกกี้ ดวงตารูปดอกท้อถูกวาดด้วยอายไลเนอร์ดำหนาจนดูเป็อันธพาลร้ายกาจ
แอนนามองสำรวจเสิ่นซีโหลวในลุคนี้อยู่ข้างๆ พลางพยักหน้า นี่ก็คือหนุ่มน้อยหัวแข็งที่กราดเกรี้ยวอันธพาลอย่างที่เธออยากได้ ตอนแรกเธอยังคิดว่าเสิ่นซีโหลวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและเย่อหยิ่งจะเอาไม่อยู่ ดูเหมือนว่าตนจะกังวลจนเกินเหตุไป
แอนนาตบมือเรียกรวมตัวกลุ่มคนที่กำลังทำงาน พลางเอ่ยปากพูด “เริ่มถ่ายได้แล้ว!”
เสิ่นซีโหลวคว้ากีตาร์เบสเดินมาถึงตรงกลางฉากสีขาว ก่อนแบกขึ้นบนบ่าอย่างเท่ๆ เท้าข้างหนึ่งเหยียบเก้าอี้ ยกยิ้มมุมปากอย่างยียวน พลางขยิบดวงตารูปดอกท้ออย่างยียวนร้ายกาจให้กล้อง หนุ่มน้อยหล่อเท่สบายๆ ที่ดวงตาเป็ประกาย ทำให้บรรดาหญิงสาวในสตูดิโอกระวนกระวายใจ เหล่าผู้ชายในสตูดิโอก็เหมือนจะถูกสะกดด้วยเช่นกัน ดวงตาเป็ประกายสุดขีดยามจับจ้องคนที่ยืนเปลี่ยนท่าโพสบ่อยครั้งกลางฉากสีขาว
ช่างภาพมองรูปในกล้องแล้วะโออกมา “เจ๋ง”
หลี่เหยียนกับแอนนายืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดูรูปที่ช่างภาพส่งออกมา เห็นแบบนั้นแอนนาก็พูดขึ้นในใจว่า ‘นิตยสารรอบนี้สงสัยต้องแจ้งให้ตีพิมพ์เพิ่มสักแสนฉบับซะแล้ว’