ออร์คลอร์ดเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า มันยกขวานขนาดมหึมาในมือขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะเหวี่ยงออกไปอย่างรุนแรง
เส้นแสงสีดำพุ่งตรงมาด้วยพลังอันมหาศาล แรงปะทะจากขวานที่เหวี่ยงลงมายังคงเป็นคลื่นพลังทำลายล้างที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม พื้นดินแตกกระจายและระเบิดขึ้นเป็นเศษหินดินทรายที่ปลิวกระจัดกระจาย
“เร็วมาก!”
อนาเธอร์ถึงกับตกใจและหลบการโจมตีของมันไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว พลางสวนกลับด้วยพลองที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงแห่งเนตรทองอัคคี
เขาฟาดพลองลงไปตรงแขนของมัน แรงกระแทกที่ทรงพลังส่งผลให้เปลวเพลิงสีทองไหลรินเข้าผิวของออร์คหลอด
ร่างของมันสะดุ้งขึ้นเพราะความเจ็บปวด เสียงร้องคำรามของมันดังขึ้นจนหูอื้อ
“ทำได้แค่นี้เหรอมนุษย์ซิ๊ก!”
ออร์คลอร์ดตะโกนท้าทายและเหวี่ยงขวานออกไปปะทะกับพลองทองสัมฤทธิ์ของชายหนุ่ม ทั้งสองแทบปลิวกระเด็นออกไปพร้อมกัน
“มีพลังแค่นี้แต่ริอาจสังหารลูกหลานของข้าซิ๊ก!”
ออร์คลอร์ดยังคงต่อสู้ด้วยพลังอันดุดัน และการโจมตีที่ไม่ปรานีใดๆ หลังจากการโจมตีด้วยขวานครั้งนั้น เส้นแสงสีดำสนิทวาดผ่านอากาศ ราวกับคมมีดที่ฟาดฟันผ่านทุกสิ่งทุกอย่าง อนาเธอร์เองก็พยายามเบี่ยงตัวหลบอย่างสุดกำลัง
“หือ? มันกำลังทำอะไร!”
แต่กลับพบว่ามีเงาร่างขนาดใหญ่พุ่งมาจากด้านบน เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นออร์คลอร์ดในท่ากระโดดกลางอากาศ พร้อมเท้าที่กำลังจะกระทืบลงมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ทักษะ "กระทืบพื้นทลายปฐพี" ของมันนั้นทรงพลังมหาศาลจนยากจะคาดเดาผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้
“หลบไม่พ้นแล้ว!”
อนาเธอร์ตะโกนก้องและรีบยกพลองในมือขึ้นมารับแรงกระแทกเต็มกำลัง
เขากัดฟันแน่นพร้อมที่จะเผชิญหน้า
“ปัง!”
แต่คลื่นพละกำลังนั้นมันรุนแรงเกินกว่าที่ตนจะรับไหว พลองในมือถึงกับบิดงด ราวกับภูเขาถล่มทับลงมาที่ร่างกายของชายหนุ่มเลยก็ว่าได้
“อึก! รุนแรงมาก!”
ขาทั้งสองข้างที่รับน้ำหนักมหาศาลทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อฉีกขาด พื้นดินเบื้องล่างแตกกระจายออกเป็นวงกว้าง เศษหินดินทรายกระเด็นปลิวไปทั่วบริเวณ แรงสั่นสะเทือนจากการกระทืบของออร์คหลอด ทำให้ทุกสิ่งโดยรอบคล้ายกับแหลกสลายไปชั่วขณะ
“แม่งเอ้ย ขนาดฉันมีร่างกายเพชรอมตะที่ลดความเสียหายได้ถึงครึ่งนึงแล้วนะ”
อนาเธอร์รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านจากขาลามขึ้นมาทั่วร่าง แต่ในจิตใจเขายังคงแข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ ขณะที่หัวหน้าออร์คถอยหลังไปเล็กน้อยเพราะแรงสะท้อนของพลองในมืออนาเธอร์
ชายหนุ่มอาศัยช่วงเวลานั้นในการรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เปลวเพลิงสีทองจากเนตรทองอัคคีสุวรรณอยู่ในดวงตา เขากัดฟันแน่น พร้อมจะปลดปล่อยพลังออกมา
“แกมันจะแน่แค่ไหนกันวะ”
อนาเธอร์กล่าวพลางพยายามประคองตัวลุกขึ้น แม้ขาจะสั่นไหวและเต็มไปด้วยบาดแผลรุนแรง เขาก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เขาเปิดใช้ทักษะ พลองแห่งราชันย์ พลองในมือเปล่งแสงเจิดจ้าอย่างไม่มีสิ่งใดเทียบเคียง
“ครืนนนนนนนนนนนน!”
คลื่นกระแทกอันมหาศาลที่เปล่งพลังแห่งราชันย์ออกไปนั้น แผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วบริเวณ
“เปรี๊ยง!”
แรงระเบิดจากการโจมตี ทำให้ร่างของออร์คหลอดต้องปลิวกระเด็นไปไกล มันเริ่มคำรามออกมาด้วยความโกรธทันที
【ทักษะสกิล ความบ้าคลั่งแห่งราชันย์】
ในขณะนั้น ร่างของออร์คลอร์ดเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของมันแดงฉานดั่งเปลวเพลิงในนรก โลหิตพวยพุ่งด้วยความดุร้ายที่มิอาจหยุดยั้งได้ ผิวหนังสีเขียวเข้มของมันแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีดำทะมึน
พร้อมกับลวดลายสัญลักษณ์ประหลาดที่ปรากฏขึ้นบนผิวหนังตามแขน ขา และแผ่นอก แสงสีแดงเข้มจากลวดลายนั้นส่องประกายอันร้ายกาจ มันทำให้ร่างของออร์คหลอดดูคล้ายปีศาจในสภาพที่เกรี้ยวกราดและอำมหิตที่สุดที่เขาเคยพบเจอ
“ทักษะความบ้าคลั่งแห่งราชันย์!”
อนาเธอร์บ่นพึมพำออกมาอย่างเคร่งเครียด นี้เป็นทักษะขั้นสูงสุดของเผ่าพันธุ์ออร์ค
ปลดปล่อยสัญชาตญาณการทำลายล้างออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด ทุกครั้งที่ออร์คเข้าสู่สภาวะนี้ มันจะสูญเสียความเจ็บปวดและไม่สนใจต่อการบาดเจ็บใดๆ จนกว่าจะสังหารศัตรูตรงหน้าได้สำเร็จ มันจะยิ่งทวีพลังมากขึ้นเรื่อยๆจนกว่าร่างกายจะสลายไป
ดวงตาเนตรทองอัคคีสุวรรณของเขาเรืองแสงพลางจับจ้องไปที่ออร์คหลอดซึ่งบ้าคลั่งขึ้นทุกวินาที การโจมตีแบบเดิมคงไม่พออีกต่อไป
“ตายซะมนุษย์ซิ๊ก!”
ร่างของออร์คลอร์ดสูงใหญ่เข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ แรงก้าวแต่ละก้าวของมันทำให้พื้นดินแตกกระจาย ราวกับโลกทั้งใบกำลังสั่นสะเทือนไปกับแรงที่มันปลดปล่อยออกมา
【ทักษะสกิล พลองเทพสวรรค์】
อนาเธอร์หายใจลึกและเรียกใช้ทักษะสูงสุดของเขา เปลวไฟสีทองเข้มปกคลุมพลองทองสัมฤทธิ์ เปล่งประกายแห่งเทพเจ้า
“ปัง!ปัง!ปัง!”
เขาเหวี่ยงพลองขึ้น และเริ่มกระหน่ำฟาดใส่ออร์คลอร์ดที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา ทันทีที่พลองของเขาปะทะกับร่างกายของมัน แรงปะทะทำให้เปลวไฟสีทองเข้มระเบิดกระจายออกมา
พลังอันดุดันของออร์คหลอดถูกสกัดด้วยพลองที่ปลดปล่อยพลังแสงอัคคีเต็มกำลัง
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
อย่างไรก็ตาม ออร์คลอร์ดไม่ได้ถอย มันกรีดร้องด้วยเสียงแหลมต่ำที่แฝงด้วยความบ้าคลั่งและพลังทำลายล้างรุนแรง มันยกขวานที่เต็มไปด้วยพลังทมิฬฟาดใส่อนาเธอร์ การโจมตีหนักหน่วงของมันทำให้เขาต้องถอยกรูด ขณะที่ร่างกายก็เริ่มอ่อนแรงลงในทุกๆการปะทะ
“ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นงั้นเหรอ?”
อนาเธอร์พูดออกมาอย่างจริงจัง ตอนนี้เขาต้องหาทางจัดการออร์คลอร์ดในสภาวะนี้ให้ได้โดยเร็ว หากปล่อยให้ความบ้าคลั่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ช้าร่างกายของตนก็จะไม่สามารถต้านทานพลังมหาศาลนั้นได้อีกต่อไป
และแล้ว เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไป
การปะทะกันของทั้งสองดำเนินไปด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน
“มะ..ไม่ไหว! ค่าสถานะของมันแข็งแกร่งกว่าเดิมไปหลายเท่าแล้ว!”
อนาเธอร์ยืนโซเซอยู่ท่ามกลางสนามรบอันปั่นป่วน พลองทองสัมฤทธิ์ที่เคยเป็นอาวุธคู่ใจของเขาได้แตกหักลงแล้ว
ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผล รอยเลือดสีแดงเข้มไหลซึมออกจากเนื้อผ้าที่ขาดวิ่นและปนเปื้อนหยดเลือด ใบหน้าของเขาซีดเซียว แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและเหนื่อยล้า นี่เป็นการต่อสู้ที่หนักหนาเกินกว่าครั้งใดๆที่เขาเคยเจอ
อนาเธอร์ทำได้เพียงกัดฟันแน่น สายตาจับจ้องไปยังร่างของออร์คหลอดที่ยืนโงนเงนอยู่เบื้องหน้า แม้จะบาดเจ็บไปบ้าง แต่พลังอันบ้าคลั่งของมัน ยังคงทำให้ออร์คหลอดตนนี้มีพละกำลังมากมายที่เกินกว่าจะต้านทานไหว
“หมดแรงแล้วเรอะมนุษย์ซิ๊ก!”
เสียงคำรามกึกก้องของออร์คลอร์ดดังก้องไปทั่ว มันเดินเข้าใกล้อนาเธอร์อีกครั้ง
ดวงตาสีแดงดั่งเลือดของมันยังคงวาววับ เต็มไปด้วยโทสะที่ไม่สามารถระงับได้ ความเจ็บปวดและแรงกดดันทำให้อนาเธอร์หายใจหนักหน่วง จิตใจของเขาเริ่มล้าจนไม่อาจตั้งสมาธิได้ดีพอ
แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังนี้ ระบบผู้สืบทอดก็ส่งเสียงเตือนเบาๆในจิตใจของเขา
【โฮสต์จะฝืนร่างกายไปทำไม?】
【เปิดใช้ร่างจำแลงซุนหงอคงซะ!】
อนาเธอร์เองก็เห็นด้วย
เขารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย หลับตาและเปิดใช้พลังระดับสูงสุดที่ตนเองมี
ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แสงสีทองเข้มที่ส่องสว่างราวกับอาทิตย์ยามเที่ยงวัน แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขา ชายหนุ่มได้กลายร่างเป็นร่างแห่งเทพวานร ร่างกายแข็งแกร่งสูงใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อที่เพิ่มพลังแกร่งราวกับเหล็กกล้ากระจายไปทั่วร่าง
เหนือศีรษะของเขามีมงกุฎทองคำที่แผ่พลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา เส้นขนสีทองที่ยาวด้านบนทั้งสองเส้นปลิวสะบัดในอากาศราวกับเส้นไหมที่สะท้อนแสง สัญลักษณ์แห่งซุนหงอคงอยู่ที่นั่น
สายลมรอบตัวหมุนวนเป็นพายุเบาๆ เปลวเพลิงสีทองลุกโชนห้อมล้อมร่างกาย คล้ายเทพเจ้าที่ฟื้นคืนชีพ พร้อมกับในมือที่มีพลองสีทองอร่ามกำลังเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ และมันก็คืออาวุธระดับเทพเจ้า พลองทองสมปรารถนา
“..................”
เมื่อดวงตาสีทองของเขาลืมขึ้น แววตาของอนาเธอร์กลับกลายเป็นสายตาที่ทรงอำนาจ และไม่มีสิ่งใดในโลกนี้จะขวางเขาได้อีกต่อไป
“ฉันมันโง่และหยิ่งผยองไปเอง.. ”
“คิดว่าตนเองจะสามารถจัดการกับมันได้โดยที่ไม่ต้องใช้ทักษะร่างจำแลง แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว... ต่อให้จะเป็นกระต่ายที่อ่อนแอ สิงโตก็ต้องใช้แรงทั้งหมดในการออกล่าสังหาร!”
...
หยุด 2 วัน ลงอีกทีวันที่ 1 แล้วก็หมดโปรโมชั่นแล้วนะ ขอพักผ่อนจากงานหนัก ???? หลังจากนี้จะลงแบบปกติ 2-4 ตอน แต่จะพยายามทำให้ได้ 4 ตอนทุกวัน
ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ❤️