Secret Dungeon

ความร่วมมือ

ในขณะที่ทุกคนกำลังพยายามในส่วนของตัวเองอย่างเต็มที่ บางคนรู้สึกตัวเร็วบางคนช้า แต่ต่างรู้สึกแบบเดียวกัน บรรยากาศรอบๆอยู่ดีๆก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ภายใต้แสงสว่างกับมีความมืดเข้ากลืนกิน คล้ายกับดวงอาทิตย์ที่ถูกเมฆหนาทึบบดบัง กลิ่นอายของความตาย ความกลัว ความเดียวดาย ได้แผร่ขยายด้วยความเร็วที่ดวงตาเกือบจะมองไม่ทัน
! พิธีกรรมของจอมเวทมนต์ดำ ถูกใช้ออกมาโดยฟีร่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ บรรยากาศเช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้หลายคนพอจะเข้าใจได้ว่าเป็นความสามารถของใคร จึงไม่ตื่นตกใจแต่อย่างใด
ฟีร่า ในชุดสีดำสนิท ปีกที่สวมใส่อยู่ด้านหลังเป็นปีกขนาดใหญ่สีดำเช่นเดียวกัน แม้ทุกอย่างจะเป็นสีดำ แต่กับมีสีดำที่โดดเด่นขึ้นมาภายใต้ความมืดมิดนี้ ซึ่งก็คือสิ่งที่สร้างบรรยากาศทั้งหมดนั้นขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวมันเองเพียงหนึ่งเดียว ดาบของจอมเวทมนต์ดำที่หญิงสาวกำลังถืออยู่นั่นเอง
! ฟับ ฟับ ฟับ
เสียงคลื่นดาบตัดผ่านอากาศจู่โจมเข้าหาเหยี่ยวทมิฬตัวที่อยู่ใกล้กับการป้องกันของฮันเทที่สุดทันที
คลื่นดาบปะทะเข้ากับร่างของเหยี่ยวทมิฬไร้สุ่มเสียง แต่ปรากฏเลือดไหลออกจากร่างของเหยี่ยวทมิฬตัว เลือดไหลราวกับน้ำที่ถูกเทออกมา เหยี่ยวทมิฬร้องออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น แต่ก็เพียงแค่ครู่หนึ่ง เพราะการโจมตีระรอกสองของคลื่นดาบได้ตัดเนื้อของมันออกเป็นส่วนๆ ทำให้ร่างที่ไร้ซึ่งชีวิตดำดิ่งสู่เบื้องล่าง
! ฟับ ฟับ ฟับ
การโจมตีของคลื่นดาบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่การป้องกันของฮันเทยังไม่ได้รับแรงปะทะ แม้ว่าเหยี่ยวทมิฬจะเร่งความเร็วของมันอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม แต่ความเร็วของคลื่นดาบที่อยู่ภายใต้พิธีกรรมมันคล้ายกับว่าคลื่นดาบที่ถูกฟันออกมาได้ตัดผ่านอากาศและปรากฏออกมาทันที ภายใต้ความสามารถเช่นนี้การเลือกที่จะหลบหรือหนีแทบจะเป็นไปได้ หากจะหาทางใดในการรับมือก็คงมีเพียงแค่การป้องกันเพียงอย่างเดียว
คลื่นดาบระรอกแรกสามคลื่นไม่สามารถสังหารเหยี่ยวทมิฬได้ในทันที จำเป็นต้องใช้ถึงระรอกสองถึงสามารถสังหารมันได้หนึ่งตัว หากมองจากระยะเวลาและสถานการณ์แล้ว การโจมตีของฟีร่าสามารถจัดการเหยี่ยวทมิฬได้เพียง 3 ถึง 4 ตัว นับว่ามากที่สุดในเวลาจำกัดเช่นนี้แล้ว
ซึ่งหมายความว่าฮันเทจะต้องการโจมตีของเหยี่ยวทมิฬถึง 6 ตัว
ในกลุ่มของเหยี่ยวทมิฬกลุ่มแรกที่มาถึง มีถึงสองตัวที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ตัวที่เหลือในกลุ่มไม่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์เหล่านั้นเลย เนื่องจากทักษะในการยั่วยุของฮันเทที่จะออกมานั้นมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก หากพวกมันไม่ได้ปะทะ จนกว่าจะถึงตอนนั้นพวกมันก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แม้แต่ตัวเดียว นี่คือความสามารถขั้นสูงของทักษระดับอเมทิสต์
ในระหว่างที่คลื่นดาบยังคงฟันออกไปนั้น มีตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้การป้องกันของฮันเท แต่ถูกมองข้ามไป ทำให้ตอนนี้มันเป็นตัวแรกที่จะเข้าปะทะ แต่การถูกมองนี้หาใช่ความบกพร่อง บนหลังของเหยี่ยวทมิฬปรากฏร่างของชายคนหนึ่งเกาะอยู่ด้านหลังของมัน บนมือของเขาถือวัตถุแหลมคมโค้งงอ ก่อนจะปักลงไปที่หลังของเหยี่ยวทมิฬอย่างเต็มแรง
! ฉึกก
! ฉืดดดดดดดดด
เสียงของวัตถุแหลมคมแทงทุละร่างของเหยี่ยวทมิฬพร้อมกับเสียงอันน่ากลัวที่เกิดขึ้นหลังจากวัตถุแหลมคนนั้นค่อยๆถูกลากผ่านกลางหลังทำให้หลังของเหยี่ยวทมิฬถูกเปิดออกมา เพียงรวดเดียว เห็นถึงกระดูกที่อยู่ด้าน
เหยี่ยวทมิฬตัวนั้นไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องร่างของมันดำดิ่งสู่เบื้องล่างในทันที ในขณะที่ร่างของมันเริ่มที่จะเสียการส่งตัว ชายผู้เป็นคนสังหารซึ่งไม่กี่วินาทีก่อนหน้าที่ยังคงอยู่บนหลังของมัน กับหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
พบเห็นอีกทีกับปรากฏอยู่บนหลังของเหยี่ยวทมิฬอีกตัวหนึ่งแทน การโจมตีของอาวุธแหลมคมในจังหวะที่แทงให้ทะลุผิวหนังของเหยี่ยวทมิฬจำเป็นต้องใช้พละกำลังอย่างมาก แต่เมื่อแทงลงไปสำเร็จแล้วที่เหลือล้วนเบื้องแรงน้อยกว่าทั้งสิ้น เห็นได้ชัดว่าอาวุธที่ใช้นั้นมันไม่ใช่อาวุธแหลมคมธรรมดา แม้มันจะดูไม่ค่อยหน้ากลัวเพราะมีขนาดที่สั้นคล้ายกับมีด แต่ขนาดของมันที่ดูเหมือนเขาของสัตว์กับแหลมคมเกินกว่าที่รูปลักษณ์ของมันจะเป็นนั้นทรงพลังอย่างมาก
ที่สำคัญกว่าการสังหารเหยี่ยวทมิฬด้วยความเร็วนั้น การเคลื่อนไหวชั่วพริบตาปรากฏขึ้นบนหลังของเหยี่ยวทมิฬอีกตัวหนึ่งก็เป็นความสามารถที่น่ากลัวอย่างมาก เพียงพริบตาเดียวเหยี่ยวทมิฬก็ถูกอาวุธแหลมคมสังหารไปถึงสองตัว หากรวมกับการโจมตีของคลื่นดาบความเร็วอาจจะด้อยกว่านิดหน่อยแต่ผลลัพธ์กับเท่ากัน เรียกได้ว่าห่างกันเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
เพียงครู่เดียวเหยี่ยวทมิฬก็ดำดิ่งสู่พื้นดินถึง 4 ตัวและตัวที่ 5 กำลังถูกโจมตีโดยคลื่นดาบอยู่ ด้วยความเร็วของการโจมตีทั้งสองก่อนการปะทะที่จะเกิดขึ้นอาจจะเหลือเหยี่ยวทมิฬเพียง 4 ตัว
การโจมตีที่ฮันเทจะต้องรับหายไปกว่าครึ่ง แต่เจ้าตัวที่อยู่ภายใต้การป้องกันไม่สามารถรับรู้สถานการณ์ภายนอกได้แม้แต่น้อย
เควินที่ตรงเข้าหาฮันเทโดยไม่กังวลถึงการโจมตีของไทม์มาเซียและปีเตอร์ เห็นสถานการณ์ตรงหน้าทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นความเร็วของเข้าก็ไม่ได้ตกลง คล้ายกับเป็นความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถจะทำได้แล้ว