“หึ! รู้กฎแต่ยังกล้าทำผิด ต้องโดนลงโทษเพิ่มอีกเท่าตัว!”
หลี่ว์กว่างแค่นเสียงเ็าแล้วลากขาข้างหนึ่งของจางเลี่ยงออกไปราวกับลากสุนัขตายตัวหนึ่ง
“เอ่อ... อย่างที่คิดไว้เลย กินหม่าล่าทั่งมากไปส่งผลต่อสติปัญญาจริงๆด้วย...”
เมื่อเห็นภาพนี้ลู่เซิ่งก็ได้แต่มองบนใส่หนึ่งที
“นาย... นายเป็บ้าหรือไง ทำไมต้องมาใส่ร้ายฉันด้วย?”
ในตอนนั้นเองเมื่อเห็นสถานการณ์บานปลายไปกันใหญ่ ลั่วเซวียนเซวียนก็แทบจะสำลักความโกรธจนตาย
“ใส่ร้ายที่ไหนกัน เธอเป็คนบอกให้ฉันช่วยเองไม่ใช่เหรอ?” ลู่เซิ่งถามกลับด้วยสีหน้าซื่อบื้อ
“ฉัน... ฉันบอกให้ช่วยก็จริง แต่ไม่ได้บอกให้ช่วยแบบนี้!” ลั่วเซวียนเซวียนโกรธจนตัวสั่นเทา
“เอ่อ... น้องสาว นี่เป็ความผิดของเธอแล้วล่ะ ในเมื่อเธอขอให้ฉันช่วยฉันก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ”
ลู่เซิ่งพูดพลางชี้ไปยังกลุ่มคนมุงที่อยู่ไม่ไกลแล้วกล่าวต่อว่า “ดูสิ ผลจากการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่แค่ไอ้เบื๊อกร่างั์ที่ตามตื๊อเธอเมื่อกี้หรอกนะแต่ต่อไปคงไม่มีใครกล้ามาตอแยเธออีกแล้วล่ะเพราะคงไม่มีใครอยากเสนอหน้ารับเป็พ่อเด็กให้ลูกคนอื่นหรอก...”
“นายนี่มัน!”
ใบหน้าสวยของลั่วเซวียนเซวียนแข็งค้างท่าทางของลู่เซิ่งแทบจะตอกหน้าเธอจนพูดไม่ออก
แต่ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของเธอเลยสักนิดเขากลับพูดด้วยท่าทางน่าเลื่อมใสว่า “ไม่ต้องขอบคุณหรอกในฐานะที่ฉันเป็พาลาดินผู้ทรงเกียรติการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คือหน้าที่ที่ฉันพึงกระทำอยู่แล้ว”
พูดมาถึงตรงนี้ดูเหมือนเขาจะยังรู้สึกไม่หนำใจจึงตั้งใจเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นแล้วะโกับลั่วเซวียนเซวียนว่า“เมียจ๋า เดี๋ยวเค้าเข้าไปหาค่านมผงให้ลูกในเหวลึกก่อนนะเย็นนี้เจอกันที่บ้านนะ”
ทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นลู่เซิ่งก็พลิ้วกายหายเข้าไปในถ้ำปีศาจลาวาทันทีทิ้งให้ลั่วเซวียนเซวียนยืนอึ้งอยู่กับที่เพียงลำพังกว่าจะดึงสติกลับมาก็ผ่านไปครู่ใหญ่
“สารเลว! หน้าด้าน! ไอ้บ้านี่สมควรโดนสับเป็หมื่นชิ้น! ฉัน...ฉันไม่จบกับนายแค่นี้แน่!!!”
......
เมื่อก้าวเข้าสู่ถ้ำปีศาจลาวาอีกครั้งคลื่นความร้อนที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัวก็พุ่งเข้าใส่หน้าจนลู่เซิ่งอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“หือ? ทำไมมันร้อนขนาดนี้เนี่ย?”
[แจ้งเตือน: คุณได้เข้าสู่ ‘ถ้ำปีศาจลาวา’ ปัจจุบันอยู่ใน ‘โหมดฝันร้าย’ ท่านไม่สามารถออกไปได้จนกว่าจะกำจัดบอสใหญ่ประจำด่านสำเร็จ]
[แจ้งเตือน: คุณได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทำให้เสียค่าพลังชีวิต 1 หน่วยต่อวินาที]
[แจ้งเตือน: คุณถูกคำสาปชั่วร้ายจากกองทัพปีศาจ ทำให้เสียค่ามานา 1 หน่วยต่อวินาที]
HP-1
MP-1
......
เอฟเฟกต์ดีบัฟสองอย่างปรากฏขึ้นบนตัวของลู่เซิ่งทันที
“นี่น่ะเหรอโหมดฝันร้ายของถ้ำปีศาจลาวา? เอฟเฟกต์ดีบัฟน่ากลัวชะมัดถึงขั้นลดเืลดมานาต่อเนื่องเลย”
เมื่อเห็นแถบเืและมานาลดลงเรื่อยๆลู่เซิ่งก็ใอยู่บ้าง
เนื่องจากก่อนหน้านี้การเคลียร์ถ้ำปีศาจลาวาโหมดทั่วไปนั้นง่ายดายเกินไปเขาไม่เสียเืเลยแม้แต่หยดเดียวก็ล้มบอสตัวสุดท้ายลงได้แล้ว
ดังนั้นครั้งนี้ลู่เซิ่งจึงตัดสินใจแบบรวดเดียวจบ ปรับระดับความยากของเหวลึกเป็โหมดฝันร้ายซึ่งเป็ระดับสูงที่สุดทันที
ทว่าสิ่งที่ลู่เซิ่งคาดไม่ถึงก็คือทันทีที่เข้าสู่ถ้ำปีศาจลาวาในโหมดฝันร้าย เขายังไม่ทันได้เริ่มตีมอนสเตอร์สักตัวเืกับมานาก็เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องเสียแล้ว
ยังดีที่ในตอนนี้เขายังมีผลของพร์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’และสกิล ‘พรจาก์’ ติดตัวอยู่ไม่เพียงแต่เืและมานาจะสูงเกิน 100,000 หน่วยอย่างน่าใแต่แม้กระทั่งค่าจิติญญาก็ทะลุ 10,000 หน่วยไปแล้ว!
ยิ่งค่า‘จิติญญา’ สูงเท่าไหร่อัตราการฟื้นฟูมานาและเืก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเอฟเฟกต์ดีบัฟจากการลดเืลดมานาในเหวลึกระดับฝันร้ายนี้จึงยังเทียบไม่ได้กับอัตราการฟื้นฟูอัตโนมัติของตัวเขาเอง
เมื่อเห็นว่าแถบเืและมานายังคงเต็มเปี่ยมลู่เซิ่งจึงแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“โฮก!!!”
ทันใดนั้นมีเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวดังมาจากด้านหน้า
ซ่า...
ตามมาด้วยร่างของปีศาจกำยำที่สูงกว่าสามเมตรมันะโพรวดออกมาจากแม่น้ำลาวาด้านข้าง และพุ่งเข้ามาจู่โจมลู่เซิ่งอย่างดุดัน
“เหอะ! อยากตายนักใช่ไหม!”
เมื่อเห็นมอนสเตอร์กล้าพุ่งเข้ามาโจมตีก่อนลู่เซิ่งก็ยิ้มเยาะอย่างดูแคลน เตรียมจะฟาดค้อนปิดบัญชีมันในทีเดียว
ทว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นกลับเหนือความคาดหมายของเขาไปไกล
ฟึ่บ!
[พลาดเป้า!]
......
“อะไรเนี่ย?”
เมื่อเห็นคำว่า‘พลาดเป้า’ ปรากฏขึ้นบนหัวของมอนสเตอร์ลู่เซิ่งก็ใสุดขีด เขาแทบจะเปิดดูค่าสถานะพื้นฐานของมันตามสัญชาตญาณ
[เป้าหมาย: ผู้พิทักษ์เพลิง]
[ประเภท: ปีศาจระดับชนชั้นสูง]
[เลเวล: 55]
[ค่าพลังชีวิต: 3,100]
[ค่ามานา: 2,200]
[ระดับดาวพลังรบ: 150 ดาว]
[สกิลเฉพาะ: เพลิงผลาญกระดูก]
...ปีศาจที่แข็งแกร่งเหล่านี้ คือนักรบระดับชนชั้นสูงของกองทัพปีศาจ!
......
“เวรเอ๊ย! มอนสเตอร์เลเวล 55 เลยเหรอเนี่ย?”
เมื่อเห็นเลเวลของ‘ผู้พิทักษ์เพลิง’ สูงถึงเลเวล 55 ลู่เซิ่งก็ใจหายวูบ
เพราะบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันภายใต้ข้อจำกัดของกฎเกณฑ์เมื่อผู้ใช้อาชีพเลเวลต่ำไปท้าทายมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่ามาก จะเกิด‘สถานะไร้ผล’ ขึ้นมากมาย เช่น พลาดเป้าต้านทาน หลบหลีก หรือสถานะภูมิคุ้มกัน
ในขณะเดียวกันเมื่อมอนสเตอร์เลเวลสูงโจมตีผู้ใช้อาชีพเลเวลต่ำกว่าก็จะได้รับโบนัสการโจมตีมหาศาลไม่เพียงแต่อัตราแม่นยำจะสูงกว่าการโจมตีมนุษย์ที่มีเลเวลเท่ากันแต่มันยังสร้างดาเมจและคริติคอลได้รุนแรงกว่าปกติมากๆ ด้วย
นี่คือข้อจำกัดแห่งกฎฟ้าดินของดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันเพื่อให้ผู้ใช้อาชีพเก็บเลเวลแบบก้าวหน้าตามลำดับขั้น ไม่คิดฝันจะทำอะไรเกินตัว
สำหรับลู่เซิ่ง
ตอนนี้เขาเพิ่งจะเลเวล21ซึ่งห่างจาก ‘ผู้พิทักษ์เพลิง’ เลเวล 55 ตัวนี้ถึงสามสิบสี่เลเวล!
ภายใต้เงื่อนไขนี้แม้ว่าค่าสถานะทั้งหมดของเขาจะทะลุ 10,000 หน่วยไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่สามารถเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์นี้ได้การโจมตีที่ฟาดออกไปจึงกลายเป็สถานะไร้ผลทั้งสิ้นพวกมันไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ ‘ผู้พิทักษ์เพลิง’ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ในเวลาเดียวกัน‘ผู้พิทักษ์เพลิง’ ตัวนั้นก็เริ่มเปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรงใส่ลู่เซิ่ง
“เพลิงผลาญกระดูก!”
ตูม...
เปลวเพลิงที่น่าสยดสยองพุ่งเข้าใส่และกลืนกินร่างของลู่เซิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปในพริบตา
HP-398!
HP-422!
HP-369!
......
“ดาเมจแรงชะมัด!”
เมื่อเห็นตัวเลขความเสียหายลอยขึ้นเหนือหัวเป็ชุดลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะหนังตากระตุก
แม้ว่าเืของเขาในตอนนี้จะยังสูงเกิน100,000หน่วย ต่อให้ยืนนิ่งๆ ‘ผู้พิทักษ์เพลิง’ตัวนี้ก็ไม่มีทางลดเืเขาจนหมดได้ในเวลาสั้นๆ
แต่ในใจของเขากลับมีความรู้สึกโชคดีอย่างแรงกล้าผุดขึ้นมา
ใช่แล้วมันคือความโชคดี
เพราะก่อนที่จะเข้าสู่ถ้ำปีศาจลาวาหากเขาไม่รอบคอบพอที่จะเลือกเสริมพลังสกิล ‘พรจาก์’ที่เพิ่มค่าสถานะพื้นฐานทั้งหมดแต่ดันไปเลือกเสริมพลังสกิลโจมตีล้วนๆ ของสายพิพากษาแทนละก็...
ในตอนนี้ที่เขาเผชิญหน้ากับ‘ผู้พิทักษ์เพลิง’ ตัวนี้เขาอาจจะถูกมันซัดร่วงไปแล้วภายใต้ผลกระทบของสถานะไร้ผล
“ดูเหมือนว่า 'เสริมพลังหมื่นเท่า' ของฉันก็ไม่ได้ไร้เทียมทานไปเสียทุกอย่างถ้าไม่มีเลเวลคอยหนุนหลังแล้วไปเจอศัตรูที่เลเวลสูงเกินไปฉันก็ยังมีสิทธิ์เป็อันตรายถึงชีวิตได้เหมือนกัน”
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งจึงแอบเตือนตัวเองให้ระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม