อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 31 : มหาสมุทรปรานเทพ

    เมื่อเหล่าภรรยาสลบไสล นนท์และสหายต่างออกจากสำนักในกลางดึก 


    " ไอ้หนู จะไปที่ใด " หมาป่าเอ่ยถาม 


    " ในป่าลึก " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    เมื่อมาถึงตีนเขา " ไอ้หนู ระยะทางช่างไกลยิ่งนัก ที่เหาะมานี่ราวสิบล้านลี้ได้ " นนท์พยักหน้า


    " พี่เขย แดนเทพห้ามข้ามแนวเขานี้ " นนท์หันมองยังน้องสิบ 


    " น้องสิบ หากข้ามไปแล้วมีโทษอันใดรึไม่ " นนท์จับจ้องยังยอดเขา


    " พี่เขย มิมีโทษใด เพียงแต่จะมิทำการรักษาหรือชดเชยสิ่งใดให้ " นนท์พยักหน้า


    " เรื่องรักษาหรือชดเชยนั้นมิจำเป็น " นนท์พยักหน้าให้เหล่าสหาย


    " ไปกันเถอะ " นนท์ทะยานร่างขึ้นไปยังยอดเขาอย่างรวดเร็ว


    " ยอดเขาก็อยู่เพียงแค่นี้ ใยขึ้นมิถึงสักที " จงซานเอ่ยขึ้น


    นนท์กวาดตามองผ่านเนตรมังกร " ใกล้แล้ว " นนท์ร้องบอกทุกคน


    " กว่าจะถึงยอดได้ นี่ตั้งสามวันเชียวนะ " หมาป่าบ่นอุบ 


    " เอาน่า " นนท์ลูบหัวหมาป่า 


    นนท์กวาดตามองทั่วยอดเขา ถึงกับแข็งค้าง เหล่าสหายก็มิเว้นต่างแข็งค้างตามกัน


    " มหาสมุทรปรานเทพ " นนท์พึมพำออกมา


    มหาสมุทรปรานเทพกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่ไร้ซึ่งพลังงานใดแผ่กระจายออกมา


    " ไอ้หนู ใยมิมีพลังงานใดเลย " หมาป่าเอ่ยถาม


    " มันถูกผนึกไว้ หากมิผนึกมหาสมุทรปรานเทพไว้ล่ะก็ ปรานเทพคงถาโถมทำลายแดนเทพย่อยยับเป็นแน่ " หมาป่าพยักหน้า


    " พี่นนท์ ทำเช่นไรดี " อวี่ตงซินเอ่ยถาม


    " ข้าจะลองเสี่ยงดู " นนท์มองยังลึกลงไปยังตีนเขา ที่เป็นชายหาดของมหาสมุทรปรานเทพ


    " พวกเจ้ารออยู่ข้างบน " เหล่าสหายต่างส่ายหน้า


    " มาด้วยกัน ไปด้วยกัน ตายด้วยกัน " นนท์ยกยิ้มให้เหล่าสหาย


    " สามีเหตุใดจึงมิรอภรรยาเล่า " เหล่าสามีได้แต่ยิ้มเจื่อน 


    " ไปกันเถิด " นนท์เอ่ย 


    ทางเดินลัดเลาะไปตามขอบเขาสูงชัน ดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะง่ายดายสำหรับทุกคน แต่ความจริงนั้นกลับมิใช่อย่างที่พบเห็น


    ร่างของแต่ละคนอาบย้อมไปด้วยเหงื่อไคล เหงื่อกาฬหลั่งรินราดรดหยดลงพื้น ทุกหยาดหยดที่หยดลงพื้นนั้นเสมือนถูกกลั่นปรานสรรพสิ่งจากต้นกำเนิดหนึ่งหยด 


    ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าและสับสน ว่าที่ทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด แต่ด้วยความเชื่อสุดหัวใจของเหล่าสหายที่มีให้กัน แววตาต่างฉายแววมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ 


    " ไอ้หนูเมื่อใดจะถึง " หมาป่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า 


    " เหลือครึ่งทาง " นนท์เอ่ยขึ้นด้วยสภาพที่มิต่างกัน 


    " น้องหญิง " ร่างบางของจินยี่ทรุดลงที่พื้น นนท์ผินกายกลับไปมอง เพ่งไปยังภายในร่างของจินยี่


    " ยี่เอ๋อร์เผาผลาญแก่นต้นกำเนิดจนหมดสิ้น " นนท์ยื่นธาราเพลิงสวรรค์ให้กู้อินชาง


    " พี่ชาง ให้นางกินสามหยด " กู้อินชางกรอกธาราเพลิงสวรรค์สามหยดที่ปากบางของจินยี่


    " พี่ชาง " นนท์พยักหน้า


    " ไปกันต่อ " นนท์หยัดกายลุกยืนด้วยความยากลำบาก แล้วก้าวเท้าออกไปอย่างเชื่องช้า ยามนี้พลังกายถูกเผาผลาญจนมิหลงเหลือ


    ทุกคนต่างเผาผลาญแก่นต้นกำเนิดของตนอย่างเชื่องช้าโดยที่มิรู้ตัว 


    ร่างกายเริ่มโอนเอนและสั่นไหว ทุกก้าวที่ใช้ออกไปนั้นแทบจะมิมีเรี่ยวแรง จากก้าวปกติหลงเหลือเพียงครึ่งก้าวที่ใช้ออกได้


    " ตุบ " ร่างของเหล่าภรรยาต่างทรุดลงทีละคน นนท์มองยังเหล่าภรรยาที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายซึ่งกัน พลางพยักหน้า


    " เหลือเพียง ครึ่งวัน " นนท์เอ่ยขึ้น ผินกายกลับมองยังเหล่าสหาย ที่ต่างทรุดกายลงกับพื้น นนท์เร่งกรอกธาราเพลิงสวรรค์ให้กับเหล่าสหายในทันที


    " ไปกันต่อ " นนท์กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก 


    นนท์กลับแปลกใจใยเหล่าสหายจึงมีท่าทีอ่อนแรงเช่นนี้ ทั้งที่กลืนธาราเพลิงสวรรค์เข้าไปแล้ว 


    นนท์เร่งสำรวจตนเอง ลมปรานแห้งเหือด ทั้งแก่นต้นกำเนิดยังเหือดแห้ง คงเหลือเพียงพลังกายเพียงอย่างเดียวในเวลานี้


    นนท์ผินกายกลับมองยังเหล่าสหายและภรรยาก็มิได้แตกต่างกัน คงเหลือเพียงพลังกายและจิตใจที่มุ่งมั่น


    " อีกเพียงหนึ่งชั่วยาม " นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า 


    ร่างสูงนั้นโงนเงนเจียนล้มฟุบลงที่พื้น เท้าต่อเท้า ก้าวต่อก้าว เต็มไปด้วยความยากลำบาก 


    " อีกเพียงก้าวเดียว " นนท์หยุดเท้าที่ม่านพลัง 


    " พวกเจ้าเรียงตัวไปตามแนวของม่านพลัง " เหล่าสหายต่างขยับกายของตนอย่างยากลำบาก 


    " พวกเจ้าพร้อมรึไม่ " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " ข้างหน้านี้ เป็นม่านพลังที่กักเก็บปรานเทพไว้ ข้ามิรู้ว่าหากเข้าไปภายในแล้วจะเป็นเช่นไร " นนท์สูดหายใจเข้าลึก


    " แต่ให้พวกเจ้ารู้ไว้ ว่าข้านั้นดีใจและภูมิใจในตัวของพวกเจ้าทุกคน " นนท์ถอนหายใจหนัก


    " ไอ้หนู ใยพูดเช่นนี้ เจ้าคิดว่าพวกข้าจะซึ้งรึ " หมาป่ามันยังมีแรงเยาะนนท์


    " เอาล่ะ " นนท์พยักหน้าให้เหล่าสหาย ทุกคนต่างก้าวเท้าเข้าไปในมหาสมุทรปรานเทพ 


    " เปรี้ยง " สายอัสนีสีทองฟาดผ่าทั่ว นนท์พลันแตกตื่น 


    กวาดตามองรอบ วายุอัสนีคลั่งสีทองฟาดผ่าสายอัสนีสีทองทั่ว สายอัสนีสีทองแปลบปลาบทั่วท้องนภาที่บ้าคลั่ง


    " ครืน " คลื่นปรานเทพสูงชันนับแสนจั้งซัดเข้าหาชายฝั่ง ด้วยเวลานี้เรียวแรงจะขยับกายยังมิมี ต่างคนต่างมองหน้ากับ แล้วพยักหน้าให้กัน


    " จับมือกันไว้ " นนท์ยื่นมือสองข้างเกาะกุมเหล่าภรรยาและสหายไว้ 


    " หากมิอยากมองก็หลับตาเสีย " นนท์และเหล่าสหายต่างพากันหลับตา


    " ตูม " ร่างของทุกคนหายไปพร้อมกับคลื่นยักษ์กระทบฝั่ง


    " ท่านเจ้าสำนัก ท่านจะมิชดใช้เลยรึ หากข้านำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อจิตทัศนะแห่งแดนเทพ สำนักอักกะจะต้องโดนลงโทษเป็นแน่ " ชายชราคนเดิมพยายามอย่างหนักในการขอค่าชดใช้ที่หมาป่าได้ทำร้ายศิษย์ของตระกูลตน


    " ผู้อาสุโส ท่านหมาป่าก็ได้บอกแล้วว่าจะมิชดใช้ให้ " เจ้าสำนักสาขาเอ่ยขึ้น


    " ท่านมิกลัวรึ " เจ้าสำนักสาขาพลันส่ายหน้า 


    " ข้าใยต้องกลัว วันนั้นหากมิใช่เพราะศิษย์คนนี้มาร้องไล่พวกเราออกจากสำนัก ทั้งยังได้บอกว่าสำนักแห่งนี้เป็นของตระกูลฟู่ " เจ้าสำนักสาขายกยิ้ม


    " หากมิทำเช่นนี้ ท่านหมาป่าคงมิทำอันใด " ชายชราถึงกับหน้าเสีย แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิยอม


    " ดี หากมิยอมจ่าย ในการประลองจัดอันดับของแดนเทพ ศิษย์ของพวกเจ้าทุกคนเกิดพิกลพิกาลขึ้นมา ก็อย่าหาว่าข้ามิเตือน " เจ้าสำนักพยักหน้า


    " หากเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอบอกกับท่าน หากการประลองจัดอันดับของสำนัก ศิษย์ของท่านเกิดพิกลพิกาบขึ้น ก็อย่าได้มาโทษศิษย์ของข้าแล้วกัน " ชายชราสูดหายใจเข้าลึกแล้วผินกานเดินออกจากวิหารกลาง


    " ผู้อาวุโส หากท่านต้องการค่าชดใช้ ไว้ข้าจะไปแจ้งให้จิตทัศนะแห่งแดนเทพตัดสิน ว่าจะต้องชดใช้เท่าใดจึงจะยุติธรรมต่อศิษย์ผู้นี้ " ชายชราถึงกับสะดุ้งแล้วเร่งจากไปอย่างรวดเร็ว


    " เจ้าว่าเช่นไดนะ พวกมันยังมิออกมาอีกรึ " ชายชราถึงกับหน้านิ่ว 


    " มิใช่ว่ามันตายไปแล้วดอกนะ " ชายชราพึมพำ


    " ผู้อาวุโส จะทำเช่นไรดีขอรับ " ชายชราครุ่นคิด


    " หาต่อไป หากมันตายก็ให้นำศพของมันกลับมาด้วย " ชายหนุ่มเร่งจากไป


    " หากมิเจอศพของมันคงจะเสียเวลาโดยเปล่า " ชายชราสูดหายใจเข้าลึก


    " พวกเจ้าตื่นได้แล้ว " เสียงชราดังกังวานปลุกให้นนท์ตื่นจากหลับไหล ร่างโปร่งนอนนิ่งที่พื้นกวาดตามองโดยรอบ 


    " นั่นมันวายุอัสนีปรานเทพคลั่งนี่ " นนท์พึมพำ นนท์ฉุกคิดได้ว่ามีผู้ปลุกตน


    " ผู้อาวุโส " นนท์หยัดกายนั่งแล้วประสานสองมือคารวะ 


    " ที่นี่คือ " นนท์เอ่ยถามในทันที 


    " นี่คือบรรพตเทพบรรพกาล " นนท์พยักหน้า


    " คงเป็นมายาที่เกิดขึ้นกับเหล่าสหายของข้าใช่รึไม่ " ชายชราท่าท่างใจดีพยักหน้า


    " พวกเจ้าทุกคนนั้น ได้รับการคัดเลือกจากจิตทัศนะแห่งบรรพตเทพบรรพกาล " นนท์พยักหน้า


    " เวลาของเจ้าในแดนเทพเหลือน้อยยิ่งนัก รับนี่ไปแล้วเร่งหลอมเถิด " นนท์และสหายต่างพยักหน้า


    " นี่คือ " นนท์มองยังผลึกสีแปลกตามิคุ้นเคย 


    " นั่นผลึกต้นกำเนิดเทพ " นนท์ถึงกับตาโต 


    " ผลึกต้นกำเนิดเทพ " ชายชราพยักหน้า


    " เร่งหลอมเถิด " นนท์พยักหน้า แล้วเรียกเบาะเต๋าออกมาแจกจ่ายให้เหล่าสหาย 


    " เจ้าถึงกับมีของเหล่านี้ ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก " นนท์ยกยิ้ม


    " ผู้อาวุโสหากท่านมิรังเกียจ " นนท์ยื่นเบาะเต๋าให้ชายชรา


    " ดี ข้ามิเกรงนะ " ชายชรารับเอาเบาะเต๋าแล้วลองนั่งดู


    " ดีจริง เจ้าถึงกับหยั่งรู้เต๋าบรรพกาลขั้นสูงได้ สมแล้ว สมแล้ว " นนท์พยักหน้า


    " เริ่ม " นนท์เริ่มทำการดูดซับผลึกแก่นต้นกำเนิดเทพ


    ผลึกแก่นต้นกำเนิดเททพกลับกลายเป็นของเหลว แล้วหลั่งไหลเข้าสู่ตันเถียน 


    " ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นที่ตันเถียน ปรานเทพบริสุทธิ์พุ่งทะลวงเข้าสู่จุดชัพจรทั่วร่าง แล้วกระจายเข้ายกระดับดวัยวะและของเหลวทั่วร่าง ทั้งยังขัดเกลากระดูกช่วยระดับกระดูกให้แข็งแกร่งขึ้นอีกระดับ 


    แก่นต้นกำเนิดเหลวแทรกซึมเข้าสู่แก่นต้นกำเนิดเดิม แล้วเร่งควบแน่น


    " วิ้ง " แก่นต้นกำเนิดเทพเปล่งประกายสีทองวิบวับ ส่องลอยอยู่ในตันเถียน นนท์ตรวจสอบแก่นต้นกำเนิดเทพพลางพยักหน้า


    " ตูม " ปรานเทพบริสุทธิ์ระเบิดพลังขยายแก่นต้นกำเนิดเทพ นนท์สะท้านทั่วร่าง 


    " ราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้า " ชายชราพึมพำ 


    " อืม " นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกาย เนิ่นนานราวสามวัน นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น 


    นนท์ตรวจสอบร่างของตน พลางกำหมัด 


    " พลังกายราชันย์สูงสุดสมบูรณ์มิใช่คู่มือแล้ว " นนท์พึมพำ


    " ไอ้หนู เป็นเช่นไร " หมาป่าเอ่ยถาม


    " ดียิ่งนัก " นนท์ตอบ 


    " ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์ประสานสองมือให้ชายชรา


    " มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว " นนท์ยกยิ้ม


    " ผู้อาวุโส ข้าสงสัยว่ามันคือด่านทดสอบใช่รึไม่ " ชายชราพยักหน้า


    " เป็นการทดสอบขั้นสุดท้าย " นนท์พนักหน้า


    " การทดสอบนั้นจำเป็นด้วยรึที่ต้องให้พวกข้ากลั่นปรานสรรพสิ่งจากแก่นต้นกำเนิด " ชายชรายกยิ้ม


    " หากมิขจัดของเก่าออกจนหมด แล้วจะใส่ของใหม่ได้เช่นไร " ชายชราเอ่ย


    " จริงอย่างที่ท่านว่า " นนท์ยกยิ้ม


    " ผู้อาวุโส เวลานี้พวกเรามีปรานเทพในร่างแล้ว ผลึกปรานสรรพสิ่งยังใช้ได้รึไม่ " เซียงเหรินฮุยเอ่ยถาม


    " เจ้าใช้ทุกอย่างได้เช่นเดิม แต่หากให้ดีที่สุดก็ต้องเป็นผลึกปรานเทพ หรือน้ำปรานเทพ " นนท์พยักหน้า


    " พวกข้าจะไปหาสองสิ่งนี้ได้จากที่ใด " หยางฟงเอ่ยถาม


    " เจ้าถามสหายของเจ้าสิ มิใช่ว่าตลอดทางที่ลงมา สหายของเจ้าพบเจอสิ่งใดบ้าง " นนท์ยกยิ้ม


    " ผู้อาวุโส ข้าพาศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกมาที่นี่ได้รึไม่ " ชายชราส่ายหน้า


    " เจ้าจะพามายังที่นี่ได้ก็ต่อเมื่อ คนผู้นั้นได้รับการคัดเลือกจากบรรพตเทพบรรพกาล " นนท์พยักหน้า


    " ผู้อาวุโส หากผู้อื่นมาที่นี่จะเป็นเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม


    " ผู้ที่มิได้รับการคัดเลือกจากบรรพตเทพบรรพกาล จะมองเห็นที่นี่เป็นป่า และเต็มไปด้วยสัตว์อสูร " นนท์พยักหน้า


    " ได้เวลาพวกเจ้าต้องไปแล้ว " ชายชราเอ่ย


    " ผู้อาวุโส กลับทางเดิมได้รึไม่ " ชายชราพยักหน้า


    " นั่นคือทางที่เจ้ามา " ชายชราชี้นิ้วไปยังประตู 


    " ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์ลุกยืนประสานสองมือให้ชายชรา


    " จริงสิ ผู้อาวุโส ข้าและสหายจะมาที่นี่ได้รึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " ข้าก็มิอาจรู้ได้ แต่หากเจ้าอยากจะมาก็ลองดู " นนท์พยักหน้าแล้วผินกายเดินไปยังประตู 


    เมื่อประตูเปิดออก ภาพที่เห็นทำเอานนท์แข็งค้าง ตำหนักสีทองลอยตัวเหนือมหาสมุทรปรานเทพที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา


    " ครืน " วายุอัสนีปรานเทพคลั่งยังคงล่องลอยอยู่เบื้องบน ทั้งสายอัสนีสีทองยังคงฟาดผ่ามิเลือกที่ 


    นนท์กวาดตามองยังมหาสมุทรปรานเทพ นนท์ยกยิ้มให้สหาย แล้วกระโจนลงไปยังมหาสมุทรปรานเทพ


    " ไอ้หนู รอข้าด้วย " ทั้งเหล่าภรรยาและสหายต่างกระโจนร่างลงไปยังมหามุทรปรานเทพ


    " ลงไปดูข้างล่างกัน " นนท์ปล่อยร่างให้จมลงไปยังก้นมหาสมุทรปรานเทพ


    " ไอ้หนู นี่ควรจะเรียกว่าเช่นไร สองชั่วยามแล้วยังมิถึงก้นมหาสมุทรปรานเทพอีกรึ " หมาป่าส่งเสียงทางจิต


    " ราวหนึ่งชั่วยาม " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " นั่นบ่อน้ำเทพ " น้องสิบชี้นิ้วไปยังบ่อน้ำสีทอง 


    " นี่เพียงยอดของมัน "  นนท์ดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร้ว


    " ถูเขาบ่อน้ำนี่สูงถึงล้านจั้ง ยุคบรรพกาลมีทวยเทพมากมายเพียงใด " นนท์ถึงกับขนลุก เพราะมิอาจคะเนได้เลยว่าจำนวนทวยเทพในยุคโบราณนั้นมีจำนวนเท่าใด


    " ไอ้หนู มิใช่มีภูเขาบ่อน้ำเทพเพียงลูกเดียว " หมาป่าสะกิดนนท์ให้ดู 


    " ภูเขาบ่อน้ำเทพนับล้านลูก " นนท์ถึงตะลึง


    " ไอ้หนู เจ้าคิดว่าเหตุใดจึงมีบ่อน้ำปรานเทพมากมายถึงเพียงนี้ " หมาป่าเอ่ยถาม


    " ข้าว่านี่คงเป็นสุสานของเหล่าทวยเทพ หากจะทิ้งร่างของเหล่าทวยเทพไว้ยังโลกเบื้องล่าง คงไดเิดสงครามแย่งชิงร่างของทวยเทพเป็นแน่ " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " เหตุใดน้ำปรานเทพจึงมากมายเป็นถึงมหาสมุทรได้ " หมาป่าเอ่ยถาม


    " เจ้าก็ดูบ่อน้ำเทพสิ มากมายเพียงใด " หมาป่าพยักหน้า


    " ข้าว่าเร่งเก็บบ่อน้ำเทพนี่ก่อน แล้วเรื่องทีเหลือค่อยไปคุยยังตำหนัก " นนท์พยักหน้า แล้ววาดมือเก็บบ่อน้ำเทพใส่ไว้ในแหวนห้วงมิติ และเก็บเอาน้ำปรานเทพใส่ถังล้านล้านภัง 


    ช่วงที่เก็บน้ำปรานเทพนั้น นนท์เทียวเข้าเทียวออกแหวนห้วงมิติจนเหล่าสหายเบื่อ


    " น่าจะเพียงพอแล้ว " นนท์เร่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำในทันที


    " ข้าอยากได้สายอัสนีสีทองนั่น " นนท์ครุ่นคิดหาวิธี


    " ข้าจะลองเอา บ่อน้ำนี่ล่อสายอัสนี " นนท์ลอยตัวเข้าหาวายุอัสนีปรานเทพ 


    " เข้ามา " นนท์เรียกบ่อน้ำเทพออกมา 


    " เปรี้ยง " สายอัสนีสีทองฟาดผ่าเข้าใส่บ่อน้ำเทพในทันที


    " ตูม " บ่อน้ำเทพพลันสั่นไหว 


    " วิ้ง " นนท์ถึงกับตื่นเต้น


    " ได้ผล " นนท์ร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง


    " ไอ้หนู เร่งเร็วเข้า " หมาป่าร้องตะโกน 


    " พวกเจ้ามาช่วยกัน " นนท์แจกจ่ายบ่อน้ำเทพให้เหล่าสหาย


    " ไอ้หนู ห้าวันแล้วยังมิหมดอีกรึ " หมาป่าร้องถะโกนถาม


    " สุดท้ายแล้ว " นนท์ร้องตอบ


    " ไปกันเถอะ " นนท์เร่งทะยานร่างกลับเข้าฝั่ง เมื่อถึงฝั่งนนท์ผินกายกลับมายงตำหนักสีทอง แล้วโค้งให้เหล่าสหายจึงโค้งตาม


    " ไอ้หนู ที่เจ้าว่าได้ผล สิ่งใดที่ได้ผล " หมาป่าเอ่ยภาม


    " ข้ารู้สึกว่าบ่อน้ำเทพนี่ มิสามารถใช้เส้นปรานโกลาหลเพื่อฟื้นฟูพลังได้ ข้าจึงลองใช้สายอัสนีสีทองเพื่อฟ์้นฟูพลัง และมันก็ได้ผล เวลานี้บ่อน้ำเทพกำลังฟื้นฟู " เหล่าสหายต่างฉีกยิ้มทันใด


    " ขึ้นไปกันเถอะ " นนท์เดินขึ้นตามทางลัดเลาะขึ้นเขา 


    " พวกมันออกมาจากป่าแล้ว ท่าทางจะได้ของดีจากป่ามามิน้อย " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น


    นนท์ส่งกายจิตไปเจาะทะเลความรู้ของเหล่าชายหนุ่มทั้งแปด แล้วผนึกกายจิตไว้ทั้งหมด


    " หากสังหารพวกนี้จะเป็นเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม


    " พี่เขย แท้จริงแล้วเขตนี้หากมีการสังหารกัน แดนเทพจะมิใส่ใจ " น้องสิบเอ่ยขึ้น


    " พวกมันมาจากตระกูลเอี้ยน มาเพื่อจับตัวข้าไป " นนท์เอ่ยขึ้น


    " ข้าอยากจะเล่นสนุกกับพวกมัน " นนท์วาดมือฝังกายจิตของเหล่าชายหนุ่มทั้งแปดไว้ แล้วเก็บร่างเหล่านั้นเข้าไว้ในแหวนมิติ


    " กลับกันเถอะ " นนท์เดินลัดเลาะตามทางที่สูงชันจนถึงยอดเขา แล้วทะยานร่างกลับไปยังสำนักในทันที

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน