อีกฝากฝั่งของวังหลวง ค่ำคืนอันแสนมืดมิดได้ดำเนินไปเรื่อยๆ คืนนี้ก็เป็นคืนที่อี้เฉียนจะต้องมาดูแลสนมฮงเช่นเคย อาฉางพร้อมชาดอกไม้เดินตามอี้เฉียนเข้าไปในห้องนอนของสนมฮง
"ชาดอกไม้หอมๆมาแล้วพะยะค่ะ พระชายา"
"เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?"
"ข้าให้อาฉางเรียกเจ้าว่าพระชายาเองแหละ หรือเจ้าไม่พอใจ?"
"ไม่เป็นเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้าพึงพอใจยิ่งนัก..ขอบพระทัยท่านพี่ที่เมตตาข้า" สนมฮงลุกขึ้นจากเตียงและกำลังจะเดินเข้ามาสวมกอดอี้เฉียน ทว่าอี้เฉียนกลับถอยหลังออกห่าง สร้างความประหลาดใจให้สนมฮงเป็นอย่างมาก ครั้นเมื่อเห็นว่านางกำลังวิตก อี้เฉียนจึงรีบแก้สถานการณ์ทันที
"วันนี้ข้าไปว่าราชการที่หัวเมืองเหนือ เเคว้าเหยาหมิง คนที่นั้นมีอาการเป็นหวัดเรื้อรังค่าเกรงว่าข้าจะติดมาเช่นนั้นเจ้าควรอยู่ห่างๆข้าไว้ก่อน อาฉางนำชาดอกไม้ส่งให้นาง"
"พะยะค่ะองค์ชาย"
"ท่านพี่ทรงประชวร มีพระอาการยังไงบ้างเจ้าคะ เสี่ยวอี้เจ้าจงรีบไปตามหมอมาดูอาการท่านพี่เดี๋ยวนี้!"
"ช้าก่อน…ถ้าแค่เวียนหัวนิดหน่อย พักสักหน่อยก็คงหาย เจ้าดื่มชาแล้วพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปหอตำราซักหน่อย"
"หมายความว่าคืนนี้ท่านพี่ จะไม่นอนที่นี่หรือเจ้าคะ?"
"ข้าก็เพิ่งบอกไปว่ากลัวเจ้าจะติดหวัดจากข้า เพราะฉะนั้นคืนนี้ข้าจะกลับไปนอนที่จวนแล้วพรุ่งนี้เช้าข้าจะนำชาดอกไม้มาให้เจ้าอีกครั้ง ข้าไปล่ะ" อี้เฉียนไม่รีรอให้สนมฮงตอบอะไร ทันทีที่เขาพูดจบประโยคมือทั้งสองข้างก็เปลี่ยนไปไขว้หลังแล้วเดินออกจากห้องนอนของสนมฮงไปทันที ความโมโหและไม่ได้ดั่งใจสะสมขึ้นในตัวของสนมฮงพร้อมที่จะระบายมันออกมา เเน่นอนว่านางไม่สามารถยื้ออี้เฉียนไว้ได้ พ่าง!! เปรียง!!!! ว้ายยย!!" เสียงถ้วยน้ำชาพร้อมกับโถหล่นเเตก น้ำชากระจายเต็มพื้น
"พระสนม!!ทรงอย่ากริ้วไปเลยเจ้าค่ะ"
"เจ้าจะไม่ให้ข้าโกรธได้ไงนี่เป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ท่านพี่ไม่ยอมนอนที่จวนของข้า ปฏิเสธข้าแบบนี้ตั้งแต่ที่จางซูเจินถูกเนรเทศออกไป…เจ้าจะให้ข้าคิดยังไง!!"
"แต่ถึงอย่างไรตอนนี้พระสนมก็ได้เลื่อนขั้นเป็นพระชายาแล้วนะเจ้าคะ ไม่ดีใจหรือเจ้าคะ?"
"เห็นๆกันอยู่ว่าเลื่อนแค่คำพูด ไม่มีราชโองการหรือเปล่าประกาศไปทั่วให้ใครรู้ ดีไม่ดี..ในวังก็เห็นจะมีแต่อาฉางนั่นแหละที่เรียกข้าแบบนั้น"
"แต่ถึงจะไม่ได้มานอนด้วย แต่องค์ชายก็มาหาพระสนมทุกวันนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าองค์ชายอาจจะติดภารกิจหรือว่าราชการหนักช่วงนี้นะเจ้าค่ะ"
"ข้าอายุขนาดนี้แล้ว ข้าดูออกหมดแหละว่าใครเป็นยังไง รวมถึงที่ท่านพี่เปลี่ยนไปด้วย เสี่ยวอี้เจ้าจงไปสืบมา ว่าทำไมท่านพี่ถึงได้เมินเฉยต่อข้าเช่นนี้และอีกอย่าง…ไปสืบให้ข้าด้วยว่าซูเจินถูกขับไล่ออกไปที่ใดและตอนนี้นางมีชีวิตเป็นยังไงบ้าง!!"
"ได้เจ้าค่ะ ขอเวลาข้าอีก 2 วันนะเจ้าคะ!"
"ได้..หลังจาก 2 วันนี้ข้าต้องรู้เรื่องทั้งหมด"
"เจ้าค่ะ"
"สนมลีล่ะ เจ้าได้ข่าวนางบ้างหรือเปล่า?"
"ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่ประชุมใหญ่ในวันนั้น นางก็ถูกย้ายไปที่คุกหลวงเจ้าค่ะ"
"แปลกๆ!"
"แปลกยังไงหรือเจ้าคะ?"
"เจ้าคิดว่ามันไม่แปลกหรือไง วังหลังมีเรื่องทะเลาะกันจนกระทั่งเกือบเอาชีวิต แต่ท่านอาไม่มีการไล่สอบปากคำหรือไต่สวนอะไรทั้งสิ้น"
"จริงด้วย แปลกจริงๆนะเจ้าคะ"
"เรื่องมันชักไม่ชอบมาพากล เอาเป็นว่าเจ้าไปสืบเรื่องนี้ให้ข้าด้วยแล้วกัน มันต้องมีอะไรที่ข้ายังไม่รู้แน่ๆ!!" สนมฮงเริ่มระเเคะระคายกับเรื่องที่เกิดขึ้นหลายๆอย่าง มันเป็นเรื่องค่อนข้างซับซ้อนและแปลกสำหรับนางมาก สนมลีไม่มีใครกล่าวถึง ซูเจินถูกขับไล่ไปที่ไหนไม่มีใครรู้ อี้เถียนหายตัวไปจากวังอย่างลึกลับและอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ อี้เฉียนดูหมางเมินกับนางขึ้นทุกวัน สนมฮงเริ่มสังเกตุและพิสูจน์อย่างแรกด้วยการส่งคนไปเช็คที่คุกหลวง เเต่ทว่าทหารเฝ้าประตูคุกกลับไม่ยอมให้คนของนางเข้าไปทั้งๆที่อ้างว่ามาตามคำสั่งของนาง เเต่ทหารเฝ้าประตูก็ไม่ยอมให้เข้า ด้านเสี่ยวอี้เริ่มไล่ถามจากขุนนาง ทหาร และนางกำนันห้องเครื่องที่นางรู้จักเพื่อสอบถามเบาะแสของซูเจิน แต่ก็ได้คำตอบมาว่าไม่มีใครรู้เช่นเดิม เสี่ยวอี้ตัดสินใจใช้เวลาทั้งสองวันเพื่อออกไปถามชาวบ้านที่อยู่นอกวังว่ามีใครพบเห็นซูเจินหรือไม่ เเต่จนเเล้วจนเล่าก็ไม่มีใครพบเห็นและไม่เคยเจอนางเลย แน่นอนว่าตอนนี้ทั้งสนมฮงและเสี่ยวอี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับใครสักคน นั่นยิ่งเป็นสาเหตุทำให้นางเกิดความกังวลและระแวงขึ้นมาทันที
"ไม่ได้…ข้าจะอยู่เฉยแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น"
"พระสนมจะทำอะไรหรือเจ้าคะ?"
"เจ้านำจดหมายนี้ไปส่งให้ท่านอาของข้า ข้าได้เขียนข้อความทั้งหมดลงในจดหมายนี้แล้ว เมื่อท่านอาของข้าเปิดอ่าน เขาก็จะรู้ทันทีว่าข้าต้องการให้เขาทำอะไร ไปคืนนี้เลย"
"คืนนี้หรือเจ้าคะ?"
"ใช่ เพราะตอนนี้ในใจของข้ามันร้อนรุ่ม อยากรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขากำลังวางแผนทำอะไรกับข้ารึเปล่า? อีกอย่างท่านพี่เฝ้ารอการให้กำเนิดทายาทเสียขนาดนั้น จะยอมปล่อยซูเจินที่กำลังตั้งท้องอยู่ ไปได้ยังไง!!"
"แต่พระสนมก็รู้ว่าประตูเมืองปิดในตอนกลางคืนนะเจ้าคะ"
"เจ้าไม่ใช่คนโง่เสี่ยวอี้ ในเมื่อประตูเมืองไม่เปิดเจ้าก็หาวิธีอื่นออกไปสิ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะออกไปไม่ได้"
"พระสนม! เเต่ถ้าฝ่าบาททรงทราบ ข้าเกรงว่า……"
"เจ้ากลัวท่านอามากกว่าข้างั้นหรือ หากเจ้าไม่ทำตามที่ข้าสั่ง ข้าจะสั่งเฆี่ยนเจ้าจนตาย เจ้าจะเอาแบบนั้นไหม?"
"ไม่เจ้าค่ะ ข้าไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ ไปแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวอี้กำจดหมายในมือถือพร้อมกับรีบวิ่งออกไปอย่างเร็ว ด้วยความที่อยู่รับใช้มานานนางจึงรู้ดีว่าคนอย่างสนมฮงทำได้ทุกอย่างที่นางอยากจะทำ หน้าที่ของเสี่ยวอี้ตอนนี้คือนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ถึงมือของท่านอาของพระสนมฮง เพราะถ้าไปไม่ถึงนางคงมีชะตากรรมที่ไม่เป็นสุขแน่……