วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 12 ระดับ s 1/2

    อินน์และลีออนที่รีบหันไปมองทันทีเมื่อได้ยินเสียงของคนแปลกหน้า ก่อนที่จะเจอกับชายที่ใส่สูทสีแดงยืนขวางมองพวกเขาอยู่


     

    ลีออนที่ไม่ไว้ใจการปรากฏตัวของเขาก็รีบใช้พลังพิเศษของตัวเองมองไปที่ชายชุดสูทสีแดงคนนั้นทันที แต่กลับไม่ได้ผลอะไรกับเขาเลย


     

    ชายชุดสูทสีแดงที่เห็นลีออนพยายามจะใช้พลังพิเศษบางอย่างกับเขา ก็ยิ้มเย้ยหยันออกมาก่อนที่จะปล่อยวิเศษออกมามหาศาล กระจายไปทั่วท่าเรือขนาดใหญ่จนทำให้ เหล่าเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนและพนักงานท่าเรือได้รับผลกระทบของมัน จนตัวแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้ เพราะโดนวิเศษที่แข็งแกร่งกว่าเข้าข่ม


     

    ลีออนและซินซินที่อยู่ใกล้สุดนั้นดูเหมือนพวกเขาจะได้ผลกระทบมากที่สุด

    สีหน้าของพวกเขาแสดงความอึดอัดออกมา จนลีออนที่ทนไม่ไหวต้องทรุดตัวคุกเข่าลงไป


     

    “ถ้าวัดระดับวิเศษตามหน่วยของที่นี่ผมก็อยู่ระดับSนะ คิดยังไงถึงจะมาลองใช้พลังพิเศษกับผมกัน ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ”


     

    ชายชุดสูทสีแดงที่เห็นสายตาอาฆาตของลีออนที่มองเขา ก็ได้พูดเย้ยหยันลีออนออกมาก่อนที่จะหันไปทางโกดังที่ร่างของชายเมือกเขียวสลบอยู่



     

    “ถึงแม้ว่าเพื่อนร่วมงานของฉันจะบอกให้มาช่วยไอ้หมอนั้น แต่เมื่อเห็นเด็กที่มีความสามารถอย่างพวกเธออยู่ในประเทศวาเรียนี้แล้ว…คงจะปล่อยให้พวกเธอมีชีวิตอยู่ไม่ได้หรอกนะ”


     

    เมื่อชายในชุดสูทสีแดงพูดจบ อยู่ดีๆ ก็ปรากฏหอกขึ้นมาบนหน้าของเขาและปักลงไปที่พื้นตรงหน้า การปรากฏตัวของหอกที่มีมังกรสีทอง ซึ่งเป็นสัตว์ทรงภูมิปัญญาของเลฟเดนเลื้อยพันอยู่รอบตัวหอก พร้อมกับวิเศษที่ปล่อยออกมาจากหอกอย่างมหาศาลและมากมายกว่าที่ชายสูทแดงปล่อยออกมาก่อนหน้านั้นมาก ทำให้เหล่าหน่วยบริการประชาชนโดยรอบรวมถึงซินซินและลีออน รู้สึกอึดอัดขึ้นไปอีก


     

    ชายในชุดสูทสีแดงแสดงสีหน้าอิ่มเอมของเขาออกมาเมื่อเห็นผู้คนโดยรอบต่างทรุดลงไปกับพื้นเพราะวิเศษของอาวุธประจำกายของเขา เขาค่อยๆ มองไปโดยรอบเพื่อลิ้มรสความรู้สึกของผู้ที่อยู่เหนือกว่า ก่อนจะหันไปสบตาเขากับลีออนที่ยังคงมีสายตาอาฆาตอยู่ไม่ต่างจากเดิมเลย


     

    “นี่เป็นอาวุธพิเศษประจำกายของฉัน ที่ฉันภูมิใจมากเลยนะทำไมดูพวกนายไม่ค่อยตกใจกับพลังของมันเลย”


     

    “ถ้าคุณรู้ว่าพ่อของเขาเป็นใครคงไม่ถามอย่างนี้หรอกครับ”


     

    อินพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินมายืนอยู่ด้านหน้าของลีออนที่กำลังแข็งทื่อเพราะโดนกดดันอยู่ เหมือนเขาไม่รู้สึกอะไร


     

    “นี้นายขยับตัวได้ด้วยยังงั้นหรอ?”


     

    เมื่อชายชุดสูทสีแดงเห็นอินเดินเข้ามาขวางอยู่ที่ด้านหน้าของเขาก็มีสีหน้าตกใจออกมาเล็กน้อย พร้อมกับถามออกไป



     

    ชายชุดสูทสีแดงในตอนนี้นั้นมีสีหน้าดูจริงจังขึ้นอย่างมาก เมื่อเห็นอินไม่ได้โดนกดดันด้วยวิเศษเหมือนคนอื่นๆ ทำให้เขาคิดไปเองว่าอินนั้นอาจจะมีระดับวิเศษที่พอกับเขา


     

    “นี้ผมกำลังขัดความสุขของคุณอยู่หรือปล่าวครับ ยิ้มออกมาหน่อยสิ…รู้สึกดีใช่ไหมล่ะที่เห็นคนอื่นด้อยกว่าตัวเองน่ะ…มองไปรอบๆ เหมือนที่ทำก่อนหน้านี้สิครับ มองพวกเขาที่โดนกดดันจากวิเศษของคุณ คุณนี้มันเก่งกาจสุดยอดไปเลย ดูจากคำพูดของคุณแล้วคงไม่ใช่คนของประเทศนี้สินะ…


     

    …


     

    คุณไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าถ้ามีคนที่เก่งกาจขนาดนี้ เข้ามาในประเทศรัฐบาลจะไม่รู้นะ”


     

    “รู้แล้วจะทำไมมมม ฉันจะฆ่าแกซะแล้วค่อยหนีไปก็ยังได้ คิดว่าแค่ทนแรงกดดันจากวิเศษของฉันได้ แล้วจะเอาชนะฉันได้ยังงั้นหรอ…ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งหมดในทีเดียวให้ดูเอง”


     

    ชายในชุดสูทสีแดงที่กำลังโมโหเพราะรอยยิ้มของอิน ก็คว้าหอกของเข้าไว้


     

    ทันที่ที่เขาจับหอกนั้น ก็มีวิเศษมหาศาลพวยพุ่งขึ้นไปจากปลายหอก เสมือนเขากำลังถือหอกขนาดใหญ่กว่าโกดังหลายโกดังต่อกันอยู่


     

    “ฉันจะกลบแกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจของแกนั้นเอง”


     

    “ไม่ทันแล้วครับ”


     

    อินที่เห็นว่าชายในชุดสูทสีแดงนั้นกำลังจะฟาดวิเศษขนาดใหญ่ลงมา ก็พูดขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มให้แก่เขา


     

    “อ๊ากกก”


     

    ไม่ทันที่ชายชุดสูทสีแดงจะฟันลงมาถึงอินเขาก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะทันทีที่อินพูดจบก็มีแสงหลายสายยิงลงมาจากบนฟ้าทันที


     

    ภายใต้แสงที่ส่องลงมานั้นชายชุดสูทสีแดงไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้จะปล่อยวิเศษออกมาขัดขืนก็ไม่สามารถทำได้ เขาทำได้แค่เพียงมองขึ้นไปบนฟ้าและเห็นเขากับยานเหาะของหน่วยบริการประชาชนที่ยิงแสงบางอย่างมาใส่เขาอยู่หลายลำ


     

    เมื่อเห็นว่าแสงที่ส่องลงมายังชายชุดสูทสีแดงนั้นจับกุมเป้าหมายได้แล้ว หน่วยบริการประชาชนก็ได้โรยตัวลงมาจากยานฟรีต้าและพุ่งตัวเข้าไปล้อมชายชุดสูทสีแดงไว้


     

    หน่วยบริการประชาชนสองคนได้ถือกระเป๋าเป้ไปวางไว้ข้างๆ ชายชุดสูทสีแดงพร้อมกับหยิบของบางอย่างออกมา ที่มีลักษณะเป็นวงแหวนพวกเขาใช้อุปกรณ์วิเศษล็อกไปที่ข้อมือและข้อเท้าของชายชุดสูทสีแดงทั้งสองข้าง

    เมื่อวงแหวนนั้นเริ่มทำงานมันก็กระจายวิเศษที่ดูดออกมาจากชายชุดสูทสีแดง ออกมาจนกระจายไปทั่ว


     

    วิเศษถูกปล่อยออกมาอยู่นานกว่าจะหยุดลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าวิเศษของชายสูทแดงได้หมดลงแล้ว หนึ่งในเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่ล้อมชายชุดสูทแดงอยู่ก็ได้ชูมือเป็นสัญญาณไปให้ยานฟรีต้าของหน่วยบริการประชาชนที่ลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา


     

    เมื่อเรือเหาะด้านบนได้รับสัญญาณแล้วก็ปิดแสงที่ส่องลงมายังชายชุดสูทสีแดงคนนั้นทันที


     

    “ยิ้มสิครับ ยิ้มมมม ลีลามากก็อย่างนี้แหละ หนีไปแต่แรกก็คงไม่โดนจับแล้ว”


     

    “ฮาาาฮาฮาฮาฮา”


     

    อินเมื่อเห็นว่าการจับกุมเสร็จสิ้นแล้วก็เดินเข้ามาหาชายชุดดำพร้อมกับเยาะเย้ยเขาไปด้วย และเสียงหัวเราะอย่างซะใจของลีออน


     

    ชายชุดสูทสีแดงที่ถูกปล่อยวิเศษออกจากร่างกายจนหมดก็ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรที่จะตอบโต้ได้เลย เขาได้แต่สะลึมสะลือมองไปที่ อินและลีออนที่กำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่


     

    “ที่คาดแขนสีเขียว? …พวกเด็กใหม่เนี่ยนะ ถึงจะยังไม่รับการอบรมหลักสูตรจนครบก็เถอะแต่มาแสดงมารยาทแย่ๆ กับผู้ต้องหาแบบนี้ได้ยังไงห่ะ ถอยไปเลย”


     

    เมื่อหนึ่งในหน่วยบริการประชาชนที่เข้าจับกุมชายชุดสูทสีแดง ต่อว่า อินกับลีออนออกมาเมื่อเห็นท่าทีของพวกเขา ลีออนที่รู้ตัวว่ากำลังโดนต่อว่าอยู่ก็เลยก้มหัวขอโทษให้กับหน่วยบริการประชาชนคนนั้นไป ผิดกับอิน…


     

    “ขอโทษครับขอโทษ”



     

    “ลุงอย่ามาเบ่งน่าาา…ผมขอกำลังเสริมไปนานแล้วแต่พึงเห็นยายฟรีต้าเอง….พวกลุงดักรอจับกุมมันอยู่โดยใช้พวกผมเป็นเหยื่อล่อใช้ใหม่…คำสั่งใครบอกมาเลย นี้มันลีออน ลูกสองวีรบุรุษนะ”


     

    ลีออนที่เผลอขอโทษไปก่อนและไม่ได้เตี๊ยมกับอินไว้ เมื่อเห็นท่าทีของอิน เขาก็รีบเงยหน้าขึ้น และทำท่าจะหาเรื่องลุงเจ้าหน้าที่คนนั้น


     

    แต่สิ่งที่อินพูดมามันกลับถูกทุกอย่าง…ทำให้ลุงเจ้าหน้าที่รีบหันหน้าหนีชายหนุ่มทั้งสองคนตรงหน้าและทำงานของตัวเองไป



     

     

     


     

    บริเวณท่าเรือในตอนนี้เต็มไปด้วยหน่วยบริการประชาชนมากมายพร้อมกับนักข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ที่มาติดตามสถานการณ์ด้วย เมื่ออินแวะไปทำลายม่านลวงตาตามจุดต่างๆ ให้กับแคร์เขาก็กลับมารวมกับเพื่อนของตน


     

    อินน์ ฟินน์ ลีออนและซินซิน ได้ถูกจัดให้ไปรวมกันอยู่หลังรถพยาบาลซึ่งแคร์ให้หน่วยพยาบาล เข้ามาเช็กสภาพร่างกายของทั้งสี่คนก่อน แต่เมื่อถึงคิวตรวจร่างกายของลีออนเขาก็บ่นออกมา


     

    “พวกนี้ก็แค่พนักงานงานทั่วไปเขาจะทำร้ายผมได้ไงล่ะ ไม่จำเป็นต้องตรวจร่างกายก็ได้”


     

    “ตรวจไปก่อนเถอะ ยังไงนายก็เพิ่งไปเผชิญหน้ากับระดับSมา อาจจะโดนเขาทำอะไรที่ไม่รู้ก็ได้”


     

    แคร์ที่เห็นลีออนไม่อยากตรวจก็พูดออกมาพร้อมกับชี้นิ้วให้เขาเดินตามพยาบาลไป


     

    “ฟินน์ส่วนเธออธิบายให้ฉันฟังที ทำไมถึงเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นละ แค่จะมาตรวจดูก่อนไม่ใช่หรอ”


     

    “ใช่ครับ แต่ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงเริ่มโจมตีผมก็ไม่รู้เหมือนกัน โชคดีที่อินได้ยินคำสั่งโจมตีจากพวกเขาก่อน เลยเรียกกำลังเสริมได้ทัน”


     

    “และกำลังเสริมนั้นเกินครึ่งยังเป็นพวกของมันอีก เห้ออ หลังจากนี้งานใหญ่แน่เลย แต่พวกเธอมาถูกที่จริงๆ หลังจากอินทำลายม่านหลวงตาแล้ว ก็เจอหีบบรรจุฟายฟินแทบจะมากกว่าที่ยึดมาตลอดหลายปีนี้อีก”


     

    “พวกเธอสินะ ที่เปิดโปร่งลูกน้องของฉัน”


     

    ในขณะที่แคร์กำลังพูดอยู่ อยู่ดีๆ ก็มีชายแก่คนนึงโผล่เขามาระหว่างการสนทนาของฟินน์และแคร์ พร้อมกันกับนักข่าวมากมายที่กำลังเดินตามเขามาอยู่ด้วย


     

    “เมื่อแคร์เห็นหน้าของผู้ที่เพิ่งมาก็เดินถอยมาให้ใกล้กับฟินน์ก่อนที่จะพูดเบาๆ ขึ้นมา


     

    “คนนี้คือมอร์แกน เจ้าของ กาสิโนและก็หวย อีกทั้งยังเป็นเจ้าของท่าเรือแห่งนี้ด้วย”


     

    “ต้องขอบคุณพวกเธอมากนะที่เปิดโปงลูกน้องของฉัน แค่ฉันรู้ว่ามีการขายยาเสพติดเกิดขึ้นในพื้นที่ของฉัน ฉันก็รู้สึกแย่มากแล้ว”


     

    มอร์แกนพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมาจับมือฟินน์ และเขาก็เดินไปจับมือกับอิน ซินซิน และลีออนที่พึ่งเดินมาพอดีโดยมีนักข่าวมากมายคอยถ่ายรูปอยู่ด้วย


     

    “ยังไงฉันคงต้องขอตัวก่อนนะเดี๋ยวฉันจะมาขอบคุณอย่างจริงจังอีกทีหนึ่ง ตอนนี้ฉันต้องไปให้ข่าวกับพวกนักเขาข่าวก่อน”


     

    เมื่อมอร์แกนพูดจบเขาก็ปลีกตัวเดินออกไปพร้อมกันนักข่าวมากมาย ที่ตามเขาไปด้วย


     

    “เขาดูเป็นคนใจดีดีนะ”


     

    ฟินน์ที่เห็นท่าทางของมอแกนก็พูดชื่นชมออกมา แต่แคร์กับแสดงสีหน้าตรงกันข้าม


     

    “มีหรอเจ้าของจะไม่รู้เรื่องการขายยา”


     

    “คิดถูกแล้วครับ โหงวเฮ้งตัวร้ายชัดๆ คงมีแต่ฟินน์มันเท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก”



     

    ทันทีที่ฟินน์ได้ยินอินพูดถึงเขา เขาก็หันไปมองอินอย่างไม่พอใจ ก่อนที่สายตาของคนที่เห็นด้วยกับอิน อย่างแคร์ ลีออน และซินซินจะลุมมองมาที่เขา


     

    คล้ายกับเรื่องวิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน ที่คุณอ่าน