อินน์และลีออนที่รีบหันไปมองทันทีเมื่อได้ยินเสียงของคนแปลกหน้า ก่อนที่จะเจอกับชายที่ใส่สูทสีแดงยืนขวางมองพวกเขาอยู่
ลีออนที่ไม่ไว้ใจการปรากฏตัวของเขาก็รีบใช้พลังพิเศษของตัวเองมองไปที่ชายชุดสูทสีแดงคนนั้นทันที แต่กลับไม่ได้ผลอะไรกับเขาเลย
ชายชุดสูทสีแดงที่เห็นลีออนพยายามจะใช้พลังพิเศษบางอย่างกับเขา ก็ยิ้มเย้ยหยันออกมาก่อนที่จะปล่อยวิเศษออกมามหาศาล กระจายไปทั่วท่าเรือขนาดใหญ่จนทำให้ เหล่าเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนและพนักงานท่าเรือได้รับผลกระทบของมัน จนตัวแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้ เพราะโดนวิเศษที่แข็งแกร่งกว่าเข้าข่ม
ลีออนและซินซินที่อยู่ใกล้สุดนั้นดูเหมือนพวกเขาจะได้ผลกระทบมากที่สุด
สีหน้าของพวกเขาแสดงความอึดอัดออกมา จนลีออนที่ทนไม่ไหวต้องทรุดตัวคุกเข่าลงไป
“ถ้าวัดระดับวิเศษตามหน่วยของที่นี่ผมก็อยู่ระดับSนะ คิดยังไงถึงจะมาลองใช้พลังพิเศษกับผมกัน ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ”
ชายชุดสูทสีแดงที่เห็นสายตาอาฆาตของลีออนที่มองเขา ก็ได้พูดเย้ยหยันลีออนออกมาก่อนที่จะหันไปทางโกดังที่ร่างของชายเมือกเขียวสลบอยู่
“ถึงแม้ว่าเพื่อนร่วมงานของฉันจะบอกให้มาช่วยไอ้หมอนั้น แต่เมื่อเห็นเด็กที่มีความสามารถอย่างพวกเธออยู่ในประเทศวาเรียนี้แล้ว…คงจะปล่อยให้พวกเธอมีชีวิตอยู่ไม่ได้หรอกนะ”
เมื่อชายในชุดสูทสีแดงพูดจบ อยู่ดีๆ ก็ปรากฏหอกขึ้นมาบนหน้าของเขาและปักลงไปที่พื้นตรงหน้า การปรากฏตัวของหอกที่มีมังกรสีทอง ซึ่งเป็นสัตว์ทรงภูมิปัญญาของเลฟเดนเลื้อยพันอยู่รอบตัวหอก พร้อมกับวิเศษที่ปล่อยออกมาจากหอกอย่างมหาศาลและมากมายกว่าที่ชายสูทแดงปล่อยออกมาก่อนหน้านั้นมาก ทำให้เหล่าหน่วยบริการประชาชนโดยรอบรวมถึงซินซินและลีออน รู้สึกอึดอัดขึ้นไปอีก
ชายในชุดสูทสีแดงแสดงสีหน้าอิ่มเอมของเขาออกมาเมื่อเห็นผู้คนโดยรอบต่างทรุดลงไปกับพื้นเพราะวิเศษของอาวุธประจำกายของเขา เขาค่อยๆ มองไปโดยรอบเพื่อลิ้มรสความรู้สึกของผู้ที่อยู่เหนือกว่า ก่อนจะหันไปสบตาเขากับลีออนที่ยังคงมีสายตาอาฆาตอยู่ไม่ต่างจากเดิมเลย
“นี่เป็นอาวุธพิเศษประจำกายของฉัน ที่ฉันภูมิใจมากเลยนะทำไมดูพวกนายไม่ค่อยตกใจกับพลังของมันเลย”
“ถ้าคุณรู้ว่าพ่อของเขาเป็นใครคงไม่ถามอย่างนี้หรอกครับ”
อินพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินมายืนอยู่ด้านหน้าของลีออนที่กำลังแข็งทื่อเพราะโดนกดดันอยู่ เหมือนเขาไม่รู้สึกอะไร
“นี้นายขยับตัวได้ด้วยยังงั้นหรอ?”
เมื่อชายชุดสูทสีแดงเห็นอินเดินเข้ามาขวางอยู่ที่ด้านหน้าของเขาก็มีสีหน้าตกใจออกมาเล็กน้อย พร้อมกับถามออกไป
ชายชุดสูทสีแดงในตอนนี้นั้นมีสีหน้าดูจริงจังขึ้นอย่างมาก เมื่อเห็นอินไม่ได้โดนกดดันด้วยวิเศษเหมือนคนอื่นๆ ทำให้เขาคิดไปเองว่าอินนั้นอาจจะมีระดับวิเศษที่พอกับเขา
“นี้ผมกำลังขัดความสุขของคุณอยู่หรือปล่าวครับ ยิ้มออกมาหน่อยสิ…รู้สึกดีใช่ไหมล่ะที่เห็นคนอื่นด้อยกว่าตัวเองน่ะ…มองไปรอบๆ เหมือนที่ทำก่อนหน้านี้สิครับ มองพวกเขาที่โดนกดดันจากวิเศษของคุณ คุณนี้มันเก่งกาจสุดยอดไปเลย ดูจากคำพูดของคุณแล้วคงไม่ใช่คนของประเทศนี้สินะ…
…
คุณไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าถ้ามีคนที่เก่งกาจขนาดนี้ เข้ามาในประเทศรัฐบาลจะไม่รู้นะ”
“รู้แล้วจะทำไมมมม ฉันจะฆ่าแกซะแล้วค่อยหนีไปก็ยังได้ คิดว่าแค่ทนแรงกดดันจากวิเศษของฉันได้ แล้วจะเอาชนะฉันได้ยังงั้นหรอ…ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งหมดในทีเดียวให้ดูเอง”
ชายในชุดสูทสีแดงที่กำลังโมโหเพราะรอยยิ้มของอิน ก็คว้าหอกของเข้าไว้
ทันที่ที่เขาจับหอกนั้น ก็มีวิเศษมหาศาลพวยพุ่งขึ้นไปจากปลายหอก เสมือนเขากำลังถือหอกขนาดใหญ่กว่าโกดังหลายโกดังต่อกันอยู่
“ฉันจะกลบแกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจของแกนั้นเอง”
“ไม่ทันแล้วครับ”
อินที่เห็นว่าชายในชุดสูทสีแดงนั้นกำลังจะฟาดวิเศษขนาดใหญ่ลงมา ก็พูดขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มให้แก่เขา
“อ๊ากกก”
ไม่ทันที่ชายชุดสูทสีแดงจะฟันลงมาถึงอินเขาก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะทันทีที่อินพูดจบก็มีแสงหลายสายยิงลงมาจากบนฟ้าทันที
ภายใต้แสงที่ส่องลงมานั้นชายชุดสูทสีแดงไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้จะปล่อยวิเศษออกมาขัดขืนก็ไม่สามารถทำได้ เขาทำได้แค่เพียงมองขึ้นไปบนฟ้าและเห็นเขากับยานเหาะของหน่วยบริการประชาชนที่ยิงแสงบางอย่างมาใส่เขาอยู่หลายลำ
เมื่อเห็นว่าแสงที่ส่องลงมายังชายชุดสูทสีแดงนั้นจับกุมเป้าหมายได้แล้ว หน่วยบริการประชาชนก็ได้โรยตัวลงมาจากยานฟรีต้าและพุ่งตัวเข้าไปล้อมชายชุดสูทสีแดงไว้
หน่วยบริการประชาชนสองคนได้ถือกระเป๋าเป้ไปวางไว้ข้างๆ ชายชุดสูทสีแดงพร้อมกับหยิบของบางอย่างออกมา ที่มีลักษณะเป็นวงแหวนพวกเขาใช้อุปกรณ์วิเศษล็อกไปที่ข้อมือและข้อเท้าของชายชุดสูทสีแดงทั้งสองข้าง
เมื่อวงแหวนนั้นเริ่มทำงานมันก็กระจายวิเศษที่ดูดออกมาจากชายชุดสูทสีแดง ออกมาจนกระจายไปทั่ว
วิเศษถูกปล่อยออกมาอยู่นานกว่าจะหยุดลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าวิเศษของชายสูทแดงได้หมดลงแล้ว หนึ่งในเจ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่ล้อมชายชุดสูทแดงอยู่ก็ได้ชูมือเป็นสัญญาณไปให้ยานฟรีต้าของหน่วยบริการประชาชนที่ลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา
เมื่อเรือเหาะด้านบนได้รับสัญญาณแล้วก็ปิดแสงที่ส่องลงมายังชายชุดสูทสีแดงคนนั้นทันที
“ยิ้มสิครับ ยิ้มมมม ลีลามากก็อย่างนี้แหละ หนีไปแต่แรกก็คงไม่โดนจับแล้ว”
“ฮาาาฮาฮาฮาฮา”
อินเมื่อเห็นว่าการจับกุมเสร็จสิ้นแล้วก็เดินเข้ามาหาชายชุดดำพร้อมกับเยาะเย้ยเขาไปด้วย และเสียงหัวเราะอย่างซะใจของลีออน
ชายชุดสูทสีแดงที่ถูกปล่อยวิเศษออกจากร่างกายจนหมดก็ไม่มีเรี่ยวแรงอะไรที่จะตอบโต้ได้เลย เขาได้แต่สะลึมสะลือมองไปที่ อินและลีออนที่กำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่
“ที่คาดแขนสีเขียว? …พวกเด็กใหม่เนี่ยนะ ถึงจะยังไม่รับการอบรมหลักสูตรจนครบก็เถอะแต่มาแสดงมารยาทแย่ๆ กับผู้ต้องหาแบบนี้ได้ยังไงห่ะ ถอยไปเลย”
เมื่อหนึ่งในหน่วยบริการประชาชนที่เข้าจับกุมชายชุดสูทสีแดง ต่อว่า อินกับลีออนออกมาเมื่อเห็นท่าทีของพวกเขา ลีออนที่รู้ตัวว่ากำลังโดนต่อว่าอยู่ก็เลยก้มหัวขอโทษให้กับหน่วยบริการประชาชนคนนั้นไป ผิดกับอิน…
“ขอโทษครับขอโทษ”
“ลุงอย่ามาเบ่งน่าาา…ผมขอกำลังเสริมไปนานแล้วแต่พึงเห็นยายฟรีต้าเอง….พวกลุงดักรอจับกุมมันอยู่โดยใช้พวกผมเป็นเหยื่อล่อใช้ใหม่…คำสั่งใครบอกมาเลย นี้มันลีออน ลูกสองวีรบุรุษนะ”
ลีออนที่เผลอขอโทษไปก่อนและไม่ได้เตี๊ยมกับอินไว้ เมื่อเห็นท่าทีของอิน เขาก็รีบเงยหน้าขึ้น และทำท่าจะหาเรื่องลุงเจ้าหน้าที่คนนั้น
แต่สิ่งที่อินพูดมามันกลับถูกทุกอย่าง…ทำให้ลุงเจ้าหน้าที่รีบหันหน้าหนีชายหนุ่มทั้งสองคนตรงหน้าและทำงานของตัวเองไป
บริเวณท่าเรือในตอนนี้เต็มไปด้วยหน่วยบริการประชาชนมากมายพร้อมกับนักข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ที่มาติดตามสถานการณ์ด้วย เมื่ออินแวะไปทำลายม่านลวงตาตามจุดต่างๆ ให้กับแคร์เขาก็กลับมารวมกับเพื่อนของตน
อินน์ ฟินน์ ลีออนและซินซิน ได้ถูกจัดให้ไปรวมกันอยู่หลังรถพยาบาลซึ่งแคร์ให้หน่วยพยาบาล เข้ามาเช็กสภาพร่างกายของทั้งสี่คนก่อน แต่เมื่อถึงคิวตรวจร่างกายของลีออนเขาก็บ่นออกมา
“พวกนี้ก็แค่พนักงานงานทั่วไปเขาจะทำร้ายผมได้ไงล่ะ ไม่จำเป็นต้องตรวจร่างกายก็ได้”
“ตรวจไปก่อนเถอะ ยังไงนายก็เพิ่งไปเผชิญหน้ากับระดับSมา อาจจะโดนเขาทำอะไรที่ไม่รู้ก็ได้”
แคร์ที่เห็นลีออนไม่อยากตรวจก็พูดออกมาพร้อมกับชี้นิ้วให้เขาเดินตามพยาบาลไป
“ฟินน์ส่วนเธออธิบายให้ฉันฟังที ทำไมถึงเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นละ แค่จะมาตรวจดูก่อนไม่ใช่หรอ”
“ใช่ครับ แต่ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงเริ่มโจมตีผมก็ไม่รู้เหมือนกัน โชคดีที่อินได้ยินคำสั่งโจมตีจากพวกเขาก่อน เลยเรียกกำลังเสริมได้ทัน”
“และกำลังเสริมนั้นเกินครึ่งยังเป็นพวกของมันอีก เห้ออ หลังจากนี้งานใหญ่แน่เลย แต่พวกเธอมาถูกที่จริงๆ หลังจากอินทำลายม่านหลวงตาแล้ว ก็เจอหีบบรรจุฟายฟินแทบจะมากกว่าที่ยึดมาตลอดหลายปีนี้อีก”
“พวกเธอสินะ ที่เปิดโปร่งลูกน้องของฉัน”
ในขณะที่แคร์กำลังพูดอยู่ อยู่ดีๆ ก็มีชายแก่คนนึงโผล่เขามาระหว่างการสนทนาของฟินน์และแคร์ พร้อมกันกับนักข่าวมากมายที่กำลังเดินตามเขามาอยู่ด้วย
“เมื่อแคร์เห็นหน้าของผู้ที่เพิ่งมาก็เดินถอยมาให้ใกล้กับฟินน์ก่อนที่จะพูดเบาๆ ขึ้นมา
“คนนี้คือมอร์แกน เจ้าของ กาสิโนและก็หวย อีกทั้งยังเป็นเจ้าของท่าเรือแห่งนี้ด้วย”
“ต้องขอบคุณพวกเธอมากนะที่เปิดโปงลูกน้องของฉัน แค่ฉันรู้ว่ามีการขายยาเสพติดเกิดขึ้นในพื้นที่ของฉัน ฉันก็รู้สึกแย่มากแล้ว”
มอร์แกนพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมาจับมือฟินน์ และเขาก็เดินไปจับมือกับอิน ซินซิน และลีออนที่พึ่งเดินมาพอดีโดยมีนักข่าวมากมายคอยถ่ายรูปอยู่ด้วย
“ยังไงฉันคงต้องขอตัวก่อนนะเดี๋ยวฉันจะมาขอบคุณอย่างจริงจังอีกทีหนึ่ง ตอนนี้ฉันต้องไปให้ข่าวกับพวกนักเขาข่าวก่อน”
เมื่อมอร์แกนพูดจบเขาก็ปลีกตัวเดินออกไปพร้อมกันนักข่าวมากมาย ที่ตามเขาไปด้วย
“เขาดูเป็นคนใจดีดีนะ”
ฟินน์ที่เห็นท่าทางของมอแกนก็พูดชื่นชมออกมา แต่แคร์กับแสดงสีหน้าตรงกันข้าม
“มีหรอเจ้าของจะไม่รู้เรื่องการขายยา”
“คิดถูกแล้วครับ โหงวเฮ้งตัวร้ายชัดๆ คงมีแต่ฟินน์มันเท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก”
ทันทีที่ฟินน์ได้ยินอินพูดถึงเขา เขาก็หันไปมองอินอย่างไม่พอใจ ก่อนที่สายตาของคนที่เห็นด้วยกับอิน อย่างแคร์ ลีออน และซินซินจะลุมมองมาที่เขา