ไผ่ไม่รู้ตัวเลยว่าการแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นกลายเป็นตัวตนที่แข็งแกรงอย่างมากในอนาคต
สำหรับไผ่นั้นหลังจากที่ผ่านชั้นแปดมาและรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นจึงได้ใจเดินขึ้นชั้นเก้าอย่างมั่นใจ แต่สุดท้ายก็ถูกแรงโน้มถ่วงกว่า2500เท่ากดทับจนนอนราบอยู่กับพื้นห้องจนไม่สามารถขยับตัวได้
แต่เพราะประสบการณ์ที่ได้รับมาจากชั้นที่แปดทำให้ไผ่ค่อย ๆ ปรับตัวและสามารถลุกขึ้นมานั่งได้หลังจากที่ผ่านไปสามชั่วโมง
ต้องยอมรับว่าชั้นที่เก้านั้นน่ากลัวมากจริง ๆ และจากที่ไผ่รู้มายังไม่เคยมีใครขึ้นมาถึงชั้นที่เก้าได้เลยแม้แต่คนเดียวตั้งแต่รัฐบาลค้นบนหอคอยสิบชั้นแห่งนี้
ไม่ต้องพูดถึงชั้นที่เก้าเลยตลอดการครอบครองหอคอยของรัฐบาลมีคนขึ้นมาถึงชั้นที่แปดได้ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ ซึ่งคนเหล่านั้นเมื่อกลับออกไปต่างก็กลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งของประเทศทั้งนั้น
ผิดกับครั้งนี้ที่มีคนนับสิบคนที่ขึ้นมาถึงชั้นที่แปดนี้ได้และสาเหตุก็คงเป็นเพราะพวกเขาทุ่มเทฝึกฝนด้วยวิธีที่ถูกต้องมาตั้งแต่ชั้นที่หนึ่งก็เป็นได้ ถึงทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวจนสามารถขึ้นมาถึงชั้นที่แปดได้
หลังจากที่สามารถลุกขึ้นนั่งได้ไผ่ก็สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะระเบิดพลังปราณออกมาโดยไม่มีกักอีกต่อไป “ไม่จำเป็นต้องระวังอีกต่อไปแล้ว”
ทักษะจักรพรรดิมายาเก้าธาตุถูกใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดไม่เพียงแค่นั้นไผ่ยังเรียกต้นไม้แห่งการรู้แจ้งให้ปรากฏขึ้นกลางหลังและดูดซับพลังธาตุอย่างเต็มกำลังและขัดเกลาร่างกายไปพร้อม ๆ กัน
“แปลกมาก” ไผ่อุทานออกมาด้วยความแปลกใจ เนื่องจากไผ่รู้สึกว่าทักษะจักรพรรดิมายาเก้าธาตุนั้นสามารถดูดซับพลังธาตุได้รวดเร็วผิดปกติ
ในตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพราะมีปราณธรรมชาติหนาแน่นมากจึงทำให้ดูดวับได้ง่ายขึ้นแต่หลังจากนั้นไม่นานไผ่ก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช้เพราะเหตุนี้
“หรือว่า…” ไผ่อดคิดถึงเรื่องที่น่าตกใจเรื่องหนึ่งไม่ได้ “ความจริงอาจจะอยู่ในชั้นต่อไป” เมื่อคิดได้เช่นนั้นไผ่ก็ส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปแล้วหันมาตั้งใจฝึกฝนแทน
ตู้ม
ตู้ม
ตู้ม
เสียงระเบิดอย่างรุนแรงจากการโจมตีของไผ่ดังขึ้นไม่หยุด
หลังจากกัดฟันฝึกฝนตลอดหนึ่งเดือนไผ่ก็สามารถเคลื่อนที่ภายในชั้นนี้ได้อย่างคล่องแคล้วในที่สุด เมื่อสามารถปรับตัวและเริ่มคุ้นชินกับแรงกดดันของชั้นนี้ได้แล้วไผ่ก็เริ่มฝึกฝนโดยการใช้ธาตุต่าง ๆ ที่ทำความเข้าใจมาก่อนหน้านี้อย่างเอาเป็นเอาตาย
การได้ฝึกฝนในสถานที่ที่ล้ำค่าเช่นนี้ไผ่ไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว เพราะทุกวินาทีที่เสียไปมันหมายถึงความแข็งแกร่งของเขาที่หายไป
ยี่สิบห้าต่อมา
ตลอดยี่สิบห้าวันที่ไผ่ฝึกฝนอยู่ที่นี่ไม่มีใครสามารถขึ้นมาบนชั้นเก้าได้เลยสักคน ซึ่งไผ่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะศักยภาพของพวกเขาแค่สามารถมาถึงชั้นที่แปดได้ก็ถือว่าน่าตกใจมากแล้ว
“แต่น่าแปลกใจที่ไม่เห็นคนพวกนั้นเลยแม้แต่คนเดียว เราอาจจะพลาดอะไรก็ได้” ไผ่พึมพำด้วยความสงสัย เพราะเหล่าอัจฉริยะที่แท้จริงที่ไผ่รู้จักนั้นไม่มีใครเข้ามาในที่แห่งนี้เลยสักคน จะบอกว่าอายุเกินก็เป็นไปไม่ได้
“ดินแดนลึกลับแห่งนี้เปิดขึ้นเพียงแค่สามเดือนเท่านั้นและอีกไม่มีกี่วันก็จะครบกำหนดแล้ว เห็นทีคงจะพลาดโอกาสในชั้นที่สิบไปแล้วสิ”ไผ่เอยพร้อมกับถอนหายในออกมาเบา ๆ ด้วยความเสียดาย เพราะชั้นที่สิบจะต้องทำให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้แน่นอน
“ฉันก็อยากจะรู้ว่าชั้นที่สิบนั้นเป็นยังไง ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร” เมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกสองสามวันก่อนที่ดินแดนลึกลับจะปิดตัวลง ไผ่จึงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ชั้นสิบด้วยแววตามุ่งมั่นจากนั้นไผ่ก็เดินขึ้นไป
เมื่อมาถึงหน้าประตูไผ่สูดหายใจเข้าลึกและเตรียมพร้อมสำหรับแรงกดดันที่จะต้องเจอ จากนั้นไผ่ก็ก้าวขาผ่านประตูเข้าไปโดยไม่สังเกตเห็นเลยว่ามีม่านพลังบางอย่างอยู่ตรงหน้า
ในขณะที่ขาของไผ่เตะม่านพลังลึกลับทักษะจักรพรรดิมายาเก้าธาตุของเขานั้นกลับตอบสนองต่อม่านพลังลึกลับด้วยตัวมันเองโดยที่ไผ่ไม่รู้ตัวเลย
ในความคิดแรกหลังจากที่ก้าวขาผ่านประตูมาคือแรงกดดันอย่างรุนแรง แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเมื่อไผ่ก้าวผ่านประตูเข้าไปสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไผ่คือห้องเล็กประมาณสามสิบตารางเมตรเท่านั้น
ที่ใจกลางห้องมีแท่นไม้ตั้งอยู่ ที่ด้านบนแท่นไม้นี้มีกล่องหยกสีรุ้งอยู่หนึ่งใบ ไผ่มองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจว่ามีอันตรายอะไรอยู่หรือไม่
เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายอะไรไผ่จึงเดินเข้าไปหาแท่นไม้นั้นพร้อมกับยื่นมือไปเปิดกล่องหยกอย่างช้า ๆ
ภายในกล่องหยกมีของอยู่เพียงชิ้นเดียวนั้นก็คือป้ายหยกที่มีลวดลายเก้าสี ไผ่หยิบขึ้นมาพลิกสำรวจดูก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ไผ่พยายามส่งพลังจิตวิญญาณหรือพลังปราณเข้าไปแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันนิ่งสนิทเหมือนกับป้ายหยกธรรมดาเท่านั้น
ไผ่พยายามทุกวิถีทางแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งเขาชะงักไปเมื่อมองไปที่ลวดลายเก้าสีบนป้ายหยก
“หรือว่า..” ความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของไผ่ จากนั้นไผ่จึงลองใช้ทักษะจักรพรรดิมายาเก้าธาตุเพื่อส่งพลังปราณธาตุไฟเข้าไป หลังจากป้ายหยกสัมผัสได้ถึงปราณธาตุไฟลวดลายสีแเดงบนป้ายหยกก็ส่องสว่างออกมา
ไผ่เห็นแบบนั้นก็เปิดรอยยยิ้มกว้างก่อนจะใช้ส่งปราณธาตุทั้งเก้าเข้าไปพร้อมกันผ่านทักษะจักรพรรดิมายาเก้าธาตุ
เมื่อป้ายหยกสัมผัสได้ถึงปราณธาตุทั้งเก้าป้ายหยกในมือของไผ่ก็ลอยหลุดจากมือก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในห้วงจิต.