The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่145 บุกดันเจี้ยน48 (มุ่งหน้าสู่ชั้นที่100กันเถอะ)

             “โว้วววววว….นี่มันสนุกมากๆเลย”

              คลื่นน้ำแหวกกระจาย 

              ปลายขาเรียวสวยสวมรองเท้าบูธหุ้มเกราะซึ่งมีกงล้อเปลวเพลิงติดอยู่ที่ปลายฝ่าเท้าทั้ง2ข้าง

              ‘ไฟเยอร์เจ็ทสกี’ คาถาเวทปกติที่ทำให้ผู้ใช้เวทเพลิงสามารถเดิน ,วิ่ง ,สไลด์ บนน้ำได้ไม่ต่างจากบนบก

              แต่ความเร็วที่ใช้ย่อมสัมพัทธ์กับความเร็วในการก้าวขาของผู้ร่ายนอกจากนี้หากขาจมลงไปในน้ำลึกเกินไปจะทำให้เวทไฟหยุดทำงานและจมน้ำในที่สุด ซึ่งส่วนมากคนที่ใช้เวทนี้มักจะพบปัญหาแบบนั้นกัน ทำให้เวทมนตร์ไฟบทนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมสักเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาแล้ว

              เซเลน่าสไลด์บนน้ำไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีจังหวะที่ขาจมน้ำลึกเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้เวทมนตร์ 'ไฟเยอร์เจ็ทสกี 'ยังคงทำงานต่อไปได้โดยไม่ติดขัดและไม่มีปัญหาหยุดทำงานกลางคัน แถมยังใช้งานได้เร็วขึ้นจนผิดวิสัยด้วย

              ใช่แล้วล่ะ ความจริงนั้นที่เซเลน่าใช้แท้จริงไม่ได้มีแค่คาถาเวทเพียงบทเดียว แต่จริงๆแล้วมี2บทซ้อนกันอยู่ คือ 

             ‘ไฟเยอร์เจ็ทสกี’ + ‘ไฟเยอร์แอเรียล’ นั่นเอง

              หากผู้ใช้เวทมนตร์เพลิงที่ไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานของ2คาถานี้พร้อมกัน คงได้คิดว่าเซเลน่าเป็นเทพแห่งการเล่นสกีเพลิงบนน้ำแน่ๆ

              แอเรียลเป็นเวทมนตร์พยุงตัวและใช้เร่งความเร็วทำให้มนุษย์บินบนอากาศได้ แต่กรณีนี้แค่ใช้แอเรียลพยุงตัวให้ขาไม่จมน้ำลึกเกินไปก็เท่านั้นเอง เพื่อให้เวทมนตร์ ‘เจ็ทสกี’ สามารถทำงานได้เต็มที่ นอกจากนี้หากต้องการก็สามารถใช้แอเรียลเร่งความเร็วได้เพิ่มขึ้นด้วย

              “หลังออกไปจากดันเจี้ยนนี้ได้เมื่อไหร่ ฉันคิดว่าจะไปลงแข่งเล่นสกีเวทมนตร์กลางน้ำสักหน่อย” 

              เดิมทีแล้วการจะเล่นสกีบนน้ำได้ด้วยเวทมนตร์ผู้ที่จะเล่นได้ต้องเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำเท่านั้น นั่นคือใช้บทร่าย‘อควอร์เจ็ทสกี’ นั่นเอง 

              “เอ่อ..น่าสนแหะ..คนอื่นๆคงทึ่งน่าดูที่พวกเราเล่นสกีเพลิงบนน้ำได้น่ะ…ฮ่ะๆๆ”

              เรเวลใช้ ‘ไฟเยอร์เจ็ทสกี’ ผสานกับ ‘แอเรียล’ แซงเซเลน่าไปในพริบตา

              “หน็อยแน่…จะมาแข่งกับฉันงั้นเรอะ!..”

              เด็กสาวผมแดงลงเท้าถีบผิวน้ำเร่งความเร็วตามไปเช่นกัน

              ส่วนเซซิเลียกับรูอันก็ลงมาเล่นบ้าง โดยใช้บทร่ายคือ 

              ‘เอิร์ธเจ็ทสกี’ + ‘เอิร์ธแอเรียล’

              กับ 

              ‘วินเจ็ทสกี' + ‘วินแอเรียล’

              ทั้งหมดใช้คาถาเวท2บทพร้อมกันอย่างง่ายดายราวกับเป็นเรื่องปกติ แสดงให้เห็นถึงการควบคุมพลังเวทและพลังสเตตัสได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าเบื้องลึกเบื้องหลังนี้ก็คือลูกอมสีรุ้งปริศนานั่นเอง

              หลังฟังคำบอกเล่าของเรเวล คนที่เหลือก็หยิบลูกอมสีรุ้งที่ตนมีมาตรวจสอบดูอีกครั้ง จากอาร์ติเฟกซ์สกิลตรวจสอบของรูอันและเซซิเลีย ปรากฎข้อมูลแค่เพียงว่ามัน <กินได้> <ไม่มีพิษ> <ไม่มีสารอาหาร> <ไม่ให้พลังงาน> นอกจากนี้ก็ไม่ได้บอกข้อมูลอย่างอื่นอีกเลย อาจเป็นเพราะเลเวลของสกิลตรวจสอบนั้นต่ำเกินไปก็ได้ เลยรู้ข้อมูลเพียงเท่านี้ แต่ทั้งคู่สันนิษฐานว่าระดับความหายากของลูกกวาดสีรุ้งนี้น่าจะอยู่ระดับ Legend หรือ ระดับตำนานขึ้นไปแน่ๆ และนี่คงเป็นหนึ่งในสมบัติอันประเมินค่าไม่ได้ของดันเจี้ยนแห่งนี้เช่นกัน

              ที่มาของมันมาจากต้นไม้กอเล็กๆและมีใบโปร่งใสเหมือนคริสตัลในดันเจี้ยนชั้นที่99แห่งนี้ และมีเพียงแค่ต้นเดียวเท่านั้นซึ่งนับว่าแปลกมากเมื่อเทียบกับต้นไม้วัตถุดิบหายากอื่นๆ และเมื่อเด็ดผลของมันซึ่งมีสีรุ้งออกจากต้นทั้งหมด ต้นไม้จะเหี่ยวเฉาและสลายหายไปทันที 

              โชคดีมันมีลูกอมสีรุ้งอยู่ 9 ลูก ทั้งหมดเลยพอกับจำนวนคน4คน ตกคนละ2ลูก เหลือเศษอีก1 ซึ่งที่เหลือยกให้รูอันไป

              หลังจากลองกินมันดู1ผล ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็น มันทำให้ทักษะการควบคุมพลังเวทเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลชนิดที่เรียกว่าการฝึกควบคุมมานานับ10ปีก็มิอาจเทียบได้เลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังทำให้จิตใต้สำนึกกับค่าสเตตัสหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วย นั่นทำให้พวกเขาทั้ง4คนชินกับค่าสเตตัส LV50 ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

              เมื่อเห็นดังนั้นเซเลน่าจึงลองกินเข้าไปเพิ่มอีก1ลูก แต่ผลลัพธ์คราวนี้นั้นน่าผิดหวังคือ ความสามารถในการควบคุมพลังเวทไม่เพิ่มขึ้นเลย ทุกๆอย่างล้วนเหมือนเดิม ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเสียของหายากระดับตำนานไปฟรีๆ1อันจนเด็กสาวผมแดงจิตตกไปครู่หนึ่ง แต่หลังจากได้สนุกกับสกีเพลิงบนน้ำเธอก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปแล้ว 

              เมื่อการบันเทิงคลายเครียดทุกๆอย่างจบลง ทุกคนก็มารวมตัวกันอีกครั้ง เก็บของที่เหลืออยู่ใส่ถุงย่ามเวทมนตร์ต่อให้เสร็จ จากนั้นเหน็บอุปกรณ์เวทพกพานี้ไว้ตรงตะขอชุดเกราะข้างเอวซึ่งถูกออกแบบมาให้เข้ากับกระเป๋ามิตินี้เป็นอย่างดี 

              “เอาล่ะ..เก็บของเสร็จหมดละ”

              เรเวลตบมือพอเป็นพิธี จากนั้นอัญเชิญอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา

              แน่นอนว่าคนอื่นๆก็ทำตามเช่นกัน

              “จะไปกันแล้วสินะคะ”

              “อ้าาาา..หลังผ่านชั้นสุดท้ายนี้ไปก็จะได้ขึ้นไปบนพื้นสักที..เห้อออ”

              เด็กสาวผมแดงบิดขี้เกียจ พร้อมสูดอากาศเข้าเต็มปอด

              "เดี๋ยวผมร่ายสกิลบัพให้นะครับ…แม้ตามข้อมูลแผนที่3มิติของท่านเซซิเลียดันเจี้ยนชั้นที่100 จะไม่มีสัตว์ปีศาจใดๆอาศัยอยู่เลยก็ตาม แต่เพื่อความไม่ประมาท”

              รูอันร่ายสกิลบัพเพิ่มเกจพลังชีวิต1สกิล ,เพิ่มความเร็ว2สกิล ,เพิ่มความทนทาน3สกิล ,เพิ่มกำลัง1สกิล

              สกิลบัพทั้ง4ประเภทร่ายซ้อนทับกันถึง7ชั้น ซึ่งในจำนวนนี้กว่าครึ่งเป็นสกิลที่ปลดล็อคใหม่หลัง LV40

              ทั้ง4คนใช้แอเรียลบินข้ามทะเลสาปไปจนถึงเนินฝั่งก้อนหินไร้พื้นหญ้าตรงทิศตะวันตก ซึ่งมีถ้ำทางเข้าเป็นโพลงขนาดใหญ่หมึมารออยู่

              “ตามข้อมูลแผนที่ของเซซิเลียและแผนที่ที่สฟิงซ์มอบให้ในความทรงจำ ถ้ำนี้คือประตูทางลงบันไดไปสู่ชั้นที่100สินะ”

              เรเวลและทุกๆคนหันกลับไปเชยชมทิวทัศน์ดันเจี้ยนชั้น99 ซึ่งสวยงามไม่แพ้รีสอร์ทริมทะเลสาบชื่อดังเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นค่อยก้าวเท้าเข้าไปยังปากถ้ำมืดสนิท

              "ในถ้ำนี่เย็นจังแหะ"

              "ถ้าคิดเรื่องลามกฉันเตะนายออกไปข้างนอกแน่"

              "คะ!..คะ...ใครคิดเรื่องลามกกันยัยบ้า!!!"

              "หยุดทะเลาะกันสักทีเถอะค่ะ!!"

              ภูมิศาสตร์ทางเข้าค่อยๆแคบลงเรื่อยๆจนถึงทางลงบันไดซึ่งเป็นโพลงบันไดที่มีฐานโครงสร้างมาจากผลึกอัญมณีสีม่วงเรืองแสงจากๆฉาบย้อมไปทั่วและลึกสุดลูกหูลูกตา   

              "ถ้าขูดหินนี่ไปขายข้างนอกคงรวยเละเลย..สภาพนี่ล่อโจรชะมัด"

              เรเวลใช้ปลายหอกสีเงินกะเทาะผลึกอัญมณีสีม่วงเบาๆ

              รูอันชะโงกศีรษะมองลงไปยังโพลงบันไดด้านล่างซึ่งมีหน้าตาคล้ายบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีบันไดหินแปะริมผนังวนเป็นเกลียวทอดลงสู่ด้านล่างไกลลิบที่ต่อให้ใช้สเตตัสการมองเห็นระดับLV50ก็ยังมองไม่เห็นปลายทาง แน่นอนว่าลักษณะพื้นผิวที่เห็นทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอัญมณีสีม่วงทั้งนั้น

              “ดูจากลักษณะภูมิศาสตร์และความลึกแล้ว ผมคิดว่าใช้แอเรียลบินลงไปน่าจะง่ายกว่าปีนบันไดลงไปนะครับ”

              “อืมนั่นสินะ..ฉันว่านายพูดถูก”

               เซเลน่าเอามือตบบ่ารูอันแทนคำชมเชยจนเด็กหนุ่มตัวน้อยรู้สึกเกร็งๆ

              “ทางลงค่อนข้างแคบสำหรับ4คนที่จะเคลื่อนไหวพร้อมกัน งั้นพวกเรากระโดดลงไปทีละคนแล้วร่ายแอเรียลกันเถอะค่ะ”

              เรเวลพยักหน้า ก้าวขาเหยียบขอบบ่อ และอาสาที่จะกระโดดนำลงไปก่อน

              เอ่อ..ในเวลานี้ควรพูดปลุกใจเท่ๆสินะ

              “เอาล่ะ…ทีนี้พวกเราไปกันเถอะ…มุ่งหน้าสู่ชั้นที่100 ไปเอาคริสตัลมหาเวทมนตร์แล้วกลับบ้านกัน!!”

              เรเวลกระโดดเอาหัวลงแล้วร่ายแอเรียลทันที

              “ครับ!!..”

              รูอันกระโดดตามมา แล้วตามด้วยเซซิเลีย

              "ชิ..เจ้าพวกนี้มันไม่รู้จัก Lady First เลยแหะ”

              เซเลน่าบ่นอุบอิบเล็กน้อยแล้วกระโดดตามไปเป็นคนสุดท้าย

             

              

     

     

              #คุยกับคนเขียน(ไรท์)#

             -รู้สึกแย่ที่ตัวเองอัพช้าจนน่าเกลียดเลยครับ T_T

             -ขอเปลี่ยนบทร่ายเวทธาตุดินนิดหน่อยจากนำหน้าคำว่า Grand(แกรนด์) เปลี่ยนเป็น Earth(เอิร์ธ) 

              เช่น ‘แกรนด์แอเรียล’ → ‘เอิร์ธแอเรียล’

              -หลังจากนี้สำนวนการเขียนฉากต่อสู้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยครับ ตามการเขียนของไรท์ที่คิดว่ามันเหมาะสมมากขึ้น เขียนง่ายขึ้น อ่านแล้วลื่นไหลขึ้น          

               

             

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน