มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

ตอนที่ 203 พวกก่อกวน

ชายสองคนพากันกระตุกพร้อมกัน พร้อมกับมีควันโปร่งแสงลอยออกมาจากร่างของพวกเขาและถูกปากของหู่หลี่ลี่ดูดเข้าไป


หู่หลี่ลี่ยังดูดควันนั้นเข้าไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น และมากขึ้น ชายสองคนสั่นเบาๆ และไม่นาน ก็เปลี่ยนชายหนุ่มสองคนให้กลายเป็นศพแห้งๆ นอนอยู่บนพื้น


ขณะเดียวกัน หู่หลี่ลี่ก็เหมือนกับได้โด๊ปยา รู้สึกสบายตัวอย่างมาก เธอรู้สึกว่าพลังงานอสูรในร่างกายของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้เธอได้รับก้าวที่ยิ่งใหญ่ไปสู่การเป็นจิ้งจอกสามหาง


“หรือว่านี่คือพลังงานแก่นแท้?” หลังจากย่อยควันนั้น หู่หลี่ลี่ก็ยิ่งสวยและทรงเสน่ห์ยิ่งขึ้น เธอกะพริบตา และมองไปที่ศพที่แห้งเหี่ยวบนพื้น


“อ๊า...ทำฉันกลัวแทบตาย...” แม้ว่าเธอจะเป็นอสูรจิ้งจอก หู่หลี่ลี่ก็ยังกระเถิบหนีจากศพพวกนี้ ยังไงก็ตาม หลังจากฆ่าสองคนนี้ เธอไม่ได้เสียใจหรือว่ารู้สึกผิดเลย


เหมือนว่าเธอเริ่มจะไม่สนใจชีวิตของมนุษย์แล้ว


หรือว่านี่คือความแตกต่างของอสูรและมนุษย์? มนุษย์ต้องทำงานหนักและนาน และแม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จ อย่างมาก เขาก็สามารถมีชีวิตได้เพียง 100 ปี


แต่อสูรสามารถฝึกตนได้นับพันปีจนกระทั่งในที่สุดกลายเป็นเทพอสูร อิสระ และไร้ซึ่งสิ่งผูกมัด


คำพูดนี้จากแม่ของเธอลอยเข้าหูหู่หลี่ลี่


“ฮึ่ม อย่ามาโทษฉัน พวกนายหาเรื่องเอง” มุมปากของหู่หลี่ลี่พลันแขวนรอยยิ้มแสยะ เธอพลิกฝ่ามือ และพลันปรากฏกลุ่มเพลิงสีเขียวกระโดดออกมา และตกลงบนรางของศพทั้งสอง เผาร่างทั้งสองจนสะอาด ราวกับว่าไม่เคยมีพวกเขาอยู่


เพลิงจิ้งจอกนี้ เป็นคาถาเฉพาะของตระกูลอสูรจิ้งจอก ซึ่งได้รับมาตั้งแต่เกิด


เพียงแค่ดูดซึมมนุษย์ธรรมดาสองคน พลังอสูรของฉันยังเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ถ้าฉันดูดซึมผู้ฝึกตนล่ะ ฉันสงสัยจังว่าจะทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน? บางที ฉันคงจะสามารถข้ามผ่านสามหาง สี่หาง และบางทีไม่นานก็อาจจะไปถึงระดับเก้าหาง!


เมื่อคิดเรื่องนี้ หู่หลี่ลี่อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ จากนั้นเธอพลันจำได้ถึงหลวงจีนรูปนั้นที่อยู่ข้างๆ ซูจี เจ้าโล้นนั่นต้องเป็นผู้ฝึกตนสายพุทธแน่ๆ


ฮึ่ม ฮึ่ม ฉันต้องหาทางดูดพลังงานแก่นแท้ของเขา! ด้วยสิ่งนี้ ฉันก็จะมีความสามารถพอที่จะช่วยม๊าล้างแค้น!


หู่หลี่ลี่พยักหน้าให้ตัวเอง และจากนั้นรีบหายไปในป่า


ในป่ากลายเป็นเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครรู้ว่ามีเรื่องน่าสะพรึงเกิดขึ้นในสถานที่นี้ นอกจากนี้ เด็กสาวที่นิสัยดี ได้ค่อยๆ สลายไป


ฉินเฉาไม่รู้ว่าเรื่องที่เขาประกาศเมื่อเช้านี้จะสร้างเรื่องใหญ่ขึ้น


และกลุ่มที่วุ่นวายที่สุดคือแก๊งใต้ดินของเมืองซู่หนาน


ในศูนย์สปาระดับสูง เฉินสีกำลังแช่น้ำร้อน ไม่มีใครอยู่ข้างๆ เขา แม้แต่สาวงามที่คอยบริการเขายังต้องรออยู่อีกห้อง


ทุกคนในโลกใต้ดินต่างรู้ว่านี่เป็นกฎของนายท่านสี


เมื่อเขาแช่น้ำร้อน ห้ามใครไปยุ่งกับเขา


แต่ในเวลานี้ บางคนได้เดินเข้ามาหาเฉินสี


เฉินสีพลันลืมตาขึ้น คว้าปืนที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อนถัดจากเขาและชี้ไปที่คนที่กำลังเข้ามา


“นายท่านสี บอดี้การ์ดพวกนั้นกลับมาแล้วครับ”


คนนั้นพูดอย่างเย็นชาโดยปราศจากความกลัว


“เสี่ยวชิ...” เมื่อเห็นคนคนนั้น นายท่านสีก็วางปืนลง และพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันก็คิดว่าใครที่กล้ารบกวนฉัน นายท่านสี”


“ผมรู้ว่านายท่านสีจะไม่ฆ่าผม” ชายที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวชิพูดเบาๆ เขาอายุราวๆ 20 ปี เฉินสีเก็บเขามาจากบ้านเด็กกำพร้าเมื่อเขายังเป็นทารก เฉินสีมีบุตรบุตรธรรม ยิ่งกว่านี้ เขายังไม่มีบุตรในสายเลือด ฉะนั้น เสี่ยวชิคนนี้ก็ต้องเป็นลูกบุญธรรมของเขา


ในโลกใต้ดิน ครั้งหนึ่งเคยมีคนแพร่ข่าวลือว่าเฉินสีไร้สมรรถภาพ แต่พวกเขาทั้งหมดตอนนี้ตายแล้ว


ดังนั้น ในเมืองซู่หนานแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับเฉินสีว่ามีสมรรถภาพหรือไม่


“นายเป็นคนที่ฉันเชื่อมั่น ถ้านายตายไป แล้วใครที่ฉัน เฉินสีจะเชื่อใจได้?” เฉินสีอายุมากกว่า 40 ปี แล้ว แต่ยังดูเด็กกว่าอายุ เขามีพุงกะทิที่เขาพยายามลดมันอยู่โดยการแช่น้ำร้อน


“แล้วก็ เรื่องเล็กๆ พวกนี้ นายไม่ต้องมาด้วยตัวเอง ให้พวกลูกน้องมาก็ได้”


“นายท่านสี มันไม่เหมือนกัน” เสี่ยวชิผู้เหมือนกับหิน (ชิ หมายถึงหิน) พูดอย่างเย็นชา “มีข่าวว่าฉินเฉานั่นปัจจุบันมีการติดต่อกับแก๊งใต้ดินในเมืองตงชวน มันพูดได้ว่า เขาและมู่หรงเจียงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน”


“ไอ้จิ้งจอกเฒ่ามู่หรง...” นายท่านสีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “อย่าไปกังวลเรื่องมัน แค่ทำมัน เจ้าจิ้งจอกเฒ่านั้นไม่กล้าต่อต้านฉันหรอก ต่อให้มันกล้า มันก็จะไม่ทำมันเพื่อยามตัวเล็กๆ คนหนึ่งหรอก”


“เมื่อนายท่านสีพูดอย่างนั้น งั้น ผมจะทำมัน”


“อืม” นายท่านสีพยักหน้า “ทำให้สะอาด เฮ้อ ลูกชายคนโตของตระกูลซูส่งคนไปตั้งเยอะ เพียงเพื่อฆ่ายามคนหนึ่ง”


“วางใจได้ครับ นายท่านสี ให้ผมจัดการเอง”


จากนั้น โดยไม่รอช้า เสี่ยวชิหันกลับและออกจากห้องไป


“ฮึ่ม ฉินเฉา...” นายท่านสีพิงเข้ากับอ่างน้ำร้อนอีกครั้ง และหรี่ตาลง “ยามตัวเล็กๆ อย่างแก ในมือของนายท่านสีอย่างฉัน ฉันสามารถบีบแกจนตายได้...”


ในเมืองซู่หนาน นายท่านสีค่อนข้างมีอำนาจ ที่นี่ ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่สำเร็จ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคาอยู่ในใจเขา


และนั่นก็คือการตายของลูกบุญธรรมของเขา ฟางหัว!


ใครมันช่างกล้ามากระตุกหนวดเสือของนายท่านสี! ถ้าฉันหาเจอล่ะก็ ฉันจะทำให้มันต้องร้องขอชีวิต!


นายท่านสีลูบรอยแผลเป็นบนร่างกายของเขา ซึ่งได้รับมาตอนที่เขาอยู่ในโลกใต้ดินตอนยังเป็นวัยรุ่น นี่เป็นบันทึกความรุ่งโรจน์ในอดีตของเขา


บางที อาจเพราะฉันไม่ได้แสดงบารมีมานาน และคนก็พากันลืมไปแล้ว ว่าฉัน นายท่านสีเคยทำอะไรมาบ้าง ฮึ่ม ครั้งนี้ ฉันจะใช้เจ้ายามนั่นส่งคำเตือนถึงคนอื่น!


ฉินเฉาไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อในโลกใต้ดินของเมืองซู่หนานกำลังจับตามองเขา เวลานี้การกลับมาทำหน้าที่ของเขาในเมืองซู่หนานวันแรกยังไม่ทันเสร็จ เขาก็เบื่อซะแล้ว ผิดกันกับวันเวลาในเมืองตงชวนที่มีแต่ความตื่นเต้น


ในเวลานั้น เขาเป็นเพื่อนเหลียวชาชาไปโรงเรียนทุกวัน และบางครั้งยังต้องเล่นบทเป็นฮีโร่ผู้โดดเดี่ยว


บางที เมื่อฉันก้าวสู่เส้นทางของเทพปีศาจ วันที่สงบแบบนี้ จะไม่ใช่ความพอใจของฉันอีกต่อไป


“พี่ฉิน บุหรี่” จางลี่ยามผู้นับถือฉินเฉาเดินมา และเสนอบุหรี่จงหนานไห่ให้เขา


“หืม จงหนานไห่” ฉินเฉาหยิบมาอันหนึ่งและคาบไว้ในปาก “บุหรี่นี่รสดี”


“หึหึ ลิ้นของผมค่อนข้างพิเศษ” จางลี่พูดอย่างยิ้มแย้ม และจุดบุหรี่ในปากให้ฉินเฉา “พี่ฉิน พี่สอนผมสักท่าสองท่าได้มั้ย?”


“อะไร นายอยากจะเรียนกังฟู?” ฉินเฉารู้ว่าจางลี่เอาของให้เพื่อที่จะได้รับสิ่งตอบแทนกลับ


“ครับ ครับ!” จางลี่พยักหน้าและพูด “กังฟูของพี่ฉินสุดยอด แม้แต่ดอกไม้งามของโรงเรียนเรา อาจารย์ซู พี่ยังเด็ดไปได้ พวกเรา เหล่าพี่น้องอิจฉาแทบตายแล้ว...”


“ฮึ่ม ใครจะไปอิจฉากัน!” ก่อนที่เขาจะพูดจบ เฉินหยิงหยางพร้อมกับใบหน้าที่เศร้าสร้อย บิดเอวอ้อนแอ้นอย่างแรงเมื่อเดินเข้ามา ร่างกายของเขาโน้มมาหาร่างกายของฉินเฉา แต่เขาพิงล้มเหลว เพราะว่าฉินเฉารีบหลบไปทางอื่น


“ดูสิ คนใจร้าย” เฉินหยิงหยางรีบทำท่าหายใจไม่ออก น้ำตาไหลมาจากหางตาของเขา และพูดอย่างสะอึกสะอื้น “หลังจากที่จากไปหลายวัน คุณก็ยังไม่สังเกตเห็นเค้า เค้าต้องพบกับความทุกข์ยากเพื่อคุณ ฮือๆ ๆ คุณลืมไปแล้วหรือไง?”


พร้อมกันนั้น เขาก็เข้ามาทุบหลังฉินเฉาด้วยแรงปานกลางหลายครั้ง


“คุณมันใจร้าย เค้าเกลียดคุณ!”


“จางลี่ เห็นนี่มั้ย?” ฉินเฉายักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ “แม้ว่าฉันจะเก่งกังฟู ฉันก็ยังกลัว ‘ผู้หญิงปลอม’ ....”


“ใคร ใครเป็นผู้หญิงปลอมกัน!” เฉินหยิงหยางทุบฉินเฉาสองครั้ง “เค้าเป็นชายแท้”


“อืม ชายแท้!” ฉินเฉาทำได้แค่ทำมือคำนับเพื่อยอมแพ้ “ฉันกลัวนายแล้ว โอเค๊”


“คุณ คนใจร้าย ยังล้อเค้าเล่นอีก!” เฉินหยิงหยางชี้ไปที่รอยแผลที่อยู่บนหน้าและร้องออกมา “คุณเห็นนี่มั้ย เมื่อคุณไม่อยู่ หน้าเค้าก็กลายเป็นอะไรไปแล้ว?”


“อะไร?” ฉินเฉาสังเกตเห็นใบหน้าที่อ่อนแอของเฉินหยิงหยาง และถามออกมา “นี่นายลองเล่น S&M กับสหายกระบองไฟฟ้าหวังเหรอ?”


“คุณพูดเรื่องอะไร!” เฉินหยิงหยางกลอกตา “เราถูกคนจัดการต่างหาก”


เมื่อเฉินหยิงหยางพูดอย่างนี้ ฉินเฉาพลันสังเกตเห็นรอยแผลบนหางตาของจางลี่ หัวใจของเขาพลันจมลง และพูดอย่างเย็นชา


“ใครเป็นคนทำ?”


ไม่ว่าจะยังไง มันสามารถพูดได้ว่ายามพวกนี้เป็นพี่น้องของเขา ทำร้ายพวกเขาก็เหมือนกับทำร้ายฉินเฉาเหมือนกัน


“ผมไม่รู้ พวกมันเป็นนักเลงเจ้าถิ่น” จางลี่จุดบุหรี่ให้ตัวเอง และพูด “คนพวกนี้เข้ามาอาละวาดหลายวันแล้ว พวกมันมักจะมาล้อมทางเข้าโรงเรียนเอาไว้ และขู่นักเรียนไม่ก็ยั่วยุยามของพวกเรา ครั้งล่าสุด หนึ่งในพวกเราทนไม่ไหว ดังนั้นเขาจึงเข้าไปใกล้พวกมัน จากนั้นเขาก็ถูกตีขาหัก ตอนนี้เขายังอยู่โรงพยาบาลอยู่เลย กระบองไฟฟ้าหวังก็กลัวจนไม่กล้ามาทำงานตลอดหลายวันนี้”


“เรื่องจริงเหรอ?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว คิดว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง ถ้านี่ไม่ใช่ความตั้งใจของพวกมัน แล้วทำไมนักเลงพวกนี้ถึงมาก่อกวนที่หน้าโรงเรียน?


“อืม พวกเราสองสามคนที่เข้าไปช่วยก็ถูกจัดการด้วย” จางลี่พลันพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่แผลของผมไม่หนัก ผมจัดการพวกมันไปสองคน”


“ไอ้หยา เอาแต่ต่อยตีทุกวัน แล้วเมื่อไหร่จะจบ....?” เฉินหยิงหยางลูบแผลบนใบหน้าอย่างมีอารมณ์ “ผิวขาวๆ และบอบบางบนหน้าของเค้าต้องกลายเป็นแบบนี้....”


ฉินเฉาต้องกลั้นอ้วกของตัวเอง เขารู้สึกว่าเฉินหยิงหยางยังหนังหนากว่าเขาอีก


“พี่ฉิน ดู พวกมันมาอีกแล้ว!” เมื่อพวกเขากำลังคุยกัน จางลี่พลันชี้นิ้วของเขา พวกเขาเห็นคนหลายคนในชุดที่แตกต่างเริ่มเข้ามารวมกันรอบโรงเรียน แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร พวกเขาต่างถือท่อเหล็ก แท่งเหล็ก หรือบางสิ่งที่คล้ายกัน


พวกมันมาด้วยจุดประสงค์ไม่ดี!


โดยเฉพาะตัวผู้นำที่ใส่ชุดขนมิงค์ตัวใหญ่พร้อมแว่นกันแดดและคาบบุหรี่ไว้ในปาก


เมื่อเห็นคนพวกนี้ ยามที่ใจกล้าหลายคนรีบพุ่งไปที่ประตู ถือกระบองปิดทางเข้าเอาไว้


“ทำไมถึงมาที่นี่อีก?” จางลี่เอากระบองออกมาและมองคนพวกนี้อย่างหงุดหงิด


ในอดีต มันมีแค่สิบกว่าคน แต่วันนี้ พวกเขารวมกันมากกว่า 30 คน


มันเหมือนกับว่าวันนี้ พวกเขาต้องการสร้างเรื่องใหญ่


“ไอ้สวะ แกเป็นใคร? แกไม่มีค่าพอจะถามฉัน หลิวแหย”


ชายในชุดขนมิงค์คีบบุหรี่ออกจากปาก และพูดดูถูก “ฉัน หลิวแหย มาที่นี่เพื่อจะเจอ...ฉินเฉา ให้มันม้วนออกมา ฉัน หลิวอี้ อยากจะถามมันสักสองสามคำถาม”


“แกคิดว่าแกเป็นใคร?” จางลี่พูดเหน็บแนมออกไป “แกคิดว่าแกมีค่าพอจะเจอพี่ฉินหรือไง?”


“ถ้าฉันไม่เจอมัน พวกแกทั้งหมดคงต้องลำบากกันแล้ว” หลิวแหยแสยะยิ้ม “จัดการมัน!”


จบตอน

คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน