เหล่าบริกรและพนักงานต่างก็ตกตะลึงไปกับการปฏิเสธของเชฟไลท์ ซึ่งมันสอดคล้องไปกับคำพูดของผู้จัดการที่พูดก่อนหน้านั่น พอดิบพอดี
“ผู้จัดการรู้ได้ยังไงครับ/ค่ะ ว่าเชฟไลท์จะปฏิเสธ??!!”
“หึหึ ก็เพราะฉันและทางโรงแรมได้เคยยื่นข้อเสนอให้กับเชฟไลท์ พิจารณาั้แ่ก่อนที่จะหมดสัญญามาั้แ่หลายเดือนก่อนแล้วนะสิ แต่เชฟไลท์ก็ยืนกรานหนักแน่นที่จะขอกลับไปเปิดร้านอาหารเป็ของตัวเองที่ประเทศไทย!!”
ผู้จัดการได้บอกเล่าถึงเื่ต่างของเชฟไลท์ให้กับบริกรได้รับฟัง พลางเว้นคำพูดไปชั่วครู่ เพื่อไตร่ตรองว่าจะบอกเล่าถึงความลับที่ทางโรงแรมได้ยื่นข้อเสนอไปให้กับเชฟไลท์ ให้เหล่าบริกรได้รับทราบดีหรือไม่
เมื่อไตร่ตรองดูดีแล้ว ก็คิดว่าไม่มีอะไรจะต้องปิดบัง ทางด้านผู้จัดการจึงได้เริ่มต้นเล่าเื่ต่างๆ ให้เหล่าพนักงานได้ฟังเป็การฆ่าเวลา
“พวกเธอคงยังไม่รู้...ทางเ้าของโรงแรมของเรา ได้เคยยื่นข้อเสนอมากกว่า หลายหมื่นดอลล่าห์ต่อเดือนให้กับเชฟไลท์มาแล้ว แต่เชฟไลท์ก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่คิดเลยสักนิด แน่นอนว่าทางเราก็แอบกังวลว่า ข้อเสนอของเราจะน้อยกว่าทางโรงแรมอื่นๆ ที่แอบติดต่อเข้ามาลับหลังหรือไม่ จึงได้เอ่ยถามออกไปตรงๆ”
“แต่สุดท้ายคำตอบของเชฟไลท์ บวกกับข้อมูลที่เราแอบสืบอย่างลับๆ คือเชฟไลท์้าจะกลับไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ ที่ประเทศบ้านเกิดของตัวเองจริงๆ โดยทั้งหมดได้ถูกเตรียมรอไว้แล้ว ขอเพียงสัญญาของเชฟกับทางเราหมดลง เชฟไลท์ก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาทันที!!”
ผู้จัดการได้บอกเล่าทุกอย่างให้กับเหล่าบริกรและพนักงานคนอื่นั้แ่ต้นจนจบ อีกทั้งยังได้เล่าถึงการที่เ้าของโรงแรมเสนอตัว ขอเป็นายทุนให้กับร้านอาหารเล็กๆ ของเชฟไลท์ที่ประเทศไทยอีกด้วย
และแน่นอนคำตอบที่ทางเ้าของโรงแรมได้รับกลับไป ก็คือ การปฏิเสธอีกครั้ง!!
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าเชฟไลท์จะดื้อรั้นหัวแข็ง ปฏิเสธไปเสียทุกอย่าง
ในเมื่อทางเ้าของโรงแรมอยากที่จะช่วยเหลือตัวเขาจริงๆ ทางด้านเชฟไลท์จึงได้ร้องขอของขวัญจากทางเ้าของโรงแรมเป็เครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องที่ลงโปรแกรมสำหรับร้านอาหารที่โรงแรมแห่งนี้ใช้งาน
ที่มีมูลค่าในตัวโปรแกรมสูงกว่าหลายล้านดอลล่าห์เลยทีเดียว
แน่นอนว่าทางเ้าของโรงแรมเมื่อได้ยินถึงคำขอนี้ ก็ถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อย เพราะลำพังเครื่องแม่ที่เป็เครื่องเซิร์ฟเวอร์ อาจจะไม่ได้มีราคามากเท่าไหร่นัก พอจะให้กันได้แบบสบายๆ จะ10-20 เครื่อง ก็ไม่เป็ปัญหา
หากแต่ความตั้งใจของเชฟไลท์ ในคำขอครั้งนี้คือ ตัวโปรแกรมสำหรับร้านอาหาร นี้ต่างหาก
เพราะโปรแกรมดังกล่าวนี้ จัดเป็โปรแกรมที่ทางโรงแรมได้จ้างโปรแกรมเมอร์ระดับสูงเขียนขึ้นมาเป็การเฉพาะเจาะจง ทำให้นอกจากจะมีมูลค่ามากมายมหาศาลแล้ว โปรแกรมนี้ยังถือเป็กรรมสิทธิ์ของทางโรงแรมที่ไม่อาจเผยแพร่แก่สาธารณะได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางด้านเ้าของโรงแรม แม้ใจหนึ่งจะลังเลที่จะยกของขวัญให้กับเชฟไลท์อยู่บ้าง
แต่เพราะเล็งเห็นถึงความสัมพันธ์ในระยะยาวกับเชฟไลท์ รวมไปถึงร้านอาหารเล็กๆ ของเชฟไลท์ที่จะเปิดขึ้นในประเทศไทย ที่วันดีคืนดีร้านอาหารเล็กๆ อาจจะเติบโตเป็โรงแรมในอนาคต
การผูกสัมพันธ์ด้วยการลงทุนในครั้งนี้ จึงถือเป็เื่ที่ทางเ้าของโรงแรม พร้อมที่จะกล้าได้กล้าเสียดูสักครั้ง
ดังนั้นแล้วเชฟไลท์จึงได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลงโปรแกรมสำหรับร้านอาหาร เป็ของขวัญจากทางโรงแรมแห่งนี้นั่นเอง
“ว่าแต่เชฟไลท์ คุยอะไรกับสุภาพสตรีคนนั้นอยู่นานสองนาน...อีกเดี๋ยวทางโรงแรมก็จะปิดห้องรับแขกนี้แล้ว ยังไงพวกเธอไปแจ้งแก่สุภาพสตรีคนนั้นสักหน่อยเถอะ!” ผู้จัดการที่ได้บอกเล่าเื่ราวต่างๆ ให้กับเหล่าพนักงานได้ฆ่าเวลา
จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็พบว่าใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ประจวบเหมาะกับที่เห็นเชฟไลท์ คุยกับสุภาพสตรีที่แต่งชุดราตรีอยู่นานแล้ว
จึงได้เอ่ยทักให้บริกรที่อยู่ใกล้ๆ ไปแจ้งเื่กำหนดเวลาของทางโรงแรมให้กับแเื่ ได้รับทราบ
“เดี๋ยวดิฉันไปบอกให้เองค่ะ!!” บริกรหญิงที่เป็คนดูแลสุภาพสตรีคนดังกล่าวมาั้แ่แรก ได้เสนอตัวออกไปรับหน้า
บริกรหญิงที่ชื่อว่าแจน เดินเข้าไปใกล้ๆ กับวงสนทนาระหว่างเชฟไลท์และสุภาพสตรีที่ยืนอยู่กันตามลำพัง
หูของเธอได้ยินถึงการสนทนาของพวกเขาโดยบังเอิญ ซึ่งพอจะจับใจความได้ดังนี้
“ชีวิตใหม่ของคุณ อาจจะเหนื่อยอยู่บ้างสักหน่อย แต่ดิฉันเชื่อว่าคุณจะทำมันได้อย่างแน่นอน!!” หลังจากสุภาพสตรีในชุดราตรีพูดจบ เธอก็ก้มศีรษะให้กับเชฟหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มให้กับบริกรสาวเป็การส่งท้าย
พร้อมกับสาวเท้าฉับๆ เดินหายไปในหมู่ฝูงชน ที่ต่างพากันทยอยเดินออกจากห้องรับแขกแห่งนี้ไปหมดแล้ว!!
“สุภาพสตรีคนนั้น คุยอะไรบ้างเหรอคะ...เชฟถึงทำสีหน้าแบบนั้น??!!” บริกรแจน หันมาทัก เมื่อเห็นว่าเชฟหนุ่มดูมีสีหน้าผิดแปลกไปจากทุกที
รอยยิ้มที่เคยดูอบอุ่นอยู่เสมอ กลับกลายเป็ว่าตอนนี้มันดูว่างเปล่าจนสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ดูฉงนสงสัยของเ้าตัว
“ไม่รู้สิ ผมฟังเื่ที่เธอพูดไม่รู้เื่เลยแม้แต่คำเดียว ตอนแรกผมก็ขอบคุณเธอไปตามปกติ ก่อนจะบอกถึงตำแหน่งที่ตั้งของร้านอาหารแห่งใหม่ที่ผมจะกลับไปเปิดให้เธอได้รับรู้เผื่อว่าในอนาคตเธออาจจะแวะเวียนมาเที่ยวที่ประเทศไทย”
เอ่ยมาถึงตรงนี้คิ้วของ เชฟไลท์ ก็พลันขมวดเข้าหากัน ประหนึ่งกำลังคิด วิเคราะห์อะไรบางอย่างพร้อมกันไปด้วย
“สุภาพสตรีคนนั้น เอ่ยถึง ชีวิตใหม่ของผม ที่อาจจะยากลำบากอยู่บ้างสักหน่อยและอาจจะเข้าไปพัวพันกับเื่ต่างๆ มากมายโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับอวยพรขอให้ผมนั้นโชคดี...คุณคิดว่าเธอหมายความว่ายังไงเหรอครับ?!” ชายหนุ่มนั้นดูสับสนเป็อย่างมาก
จึงได้บอกเล่าการสนทนาเมื่อครู่ออกไป หวังว่าบริกรสาวและคนอื่นๆ จะช่วยไขความสงสัยที่เกิดขึ้นนี้ให้กับเขาได้
อย่างที่บอกไป เชฟหนุ่มผู้นี้ ไม่ใช่คนหัวดื้อและหัวรั้น เขาเป็เพียงปุถุชนคนธรรมดา ที่มีทั้งข้อดีและข้อด้วยอยู่ในตัว
ซึ่งเ้าตัวก็รู้ถึงเื่นี้เป็อย่างดี ว่าตัวเองนั้นถนัดในเื่อะไรและขาดประสบการณ์ในเื่ไหนบ้าง
ดังนั้นอะไรที่เขามองว่าตัวเองยังไม่รู้หรือไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เขาก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอยู่เสมอ โดยเขาเชื่อว่า ‘การช่วยกันคิดช่วยกันทำ หลายๆ คนย่อมดีกว่าทำด้วยตัวคนเดียว!!’
“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสุภาพสตรีท่านนั้น ้าจะสื่อถึงอะไร? แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ฉันรับรู้ได้เลยก็คือ เธอคนนั้นน่าจะหวังดีกับเชฟไลท์ ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่อวยพรขอให้เชฟโชคดีหรอกค่ะ...จริงไหม?!” บริกรสาวดูมั่นใจในคำตอบของเธอว่าสุภาพสตรีเมื่อครู่ น่าจะมีเจตนาที่ดีกับเชฟไลท์ อยู่ไม่มากก็น้อย
เชฟหนุ่มเมื่อได้รับคำตอบจากบริกรสาว ก็คลายความสงสัยลงได้เปลาะหนึ่ง อีกทั้งตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมามัวแต่ยืนเอ้อระเหยเสียเวลาไปเปล่าๆ
เพราะยังมีผู้คนอีกหลายต่อหลายคน ที่กำลังยืนรอเลี้ยงส่งเขาอยู่อีกฟากหนึ่ง...ไม่ว่าจะเป็ผู้จัดการของโรงแรมที่สามารถพึ่งพาได้เสมอ
บริกรทั้งชายหญิง รวมไปถึงบริกรแจนที่ทุกคนต่างเป็มิตรและให้ความสนิทสนมกับเขามาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“พวกเราทุกคน ขออวยพรให้คุณโชคดีกับร้านอาหารของตัวเอง หากวันไหนพวกเราได้ไปเที่ยวที่ประเทศไทย พวกเราขอฝากท้องไว้กับคุณด้วยนะ...เชฟไลท์!!” ผู้จัดการของทางโรงแรมได้เข้ามาสวมกอดต่อเชฟไลท์อย่างอบอุ่น
“พวกเราคนครัวก็ขอขอบคุณและขออวยพรคุณเช่นกัน ตลอดหลายปีมานี้ที่ได้ทำงานอยู่ภายใต้ครัวเดียวกัน เชฟไลท์ทำได้ดีมากๆ ไว้มีโอกาสหน้า เรามาแลกเปลี่ยนอาหารกันอีกนะ!” บรรดาเชฟจากหลากหลายสัญชาติได้เข้ามาสวมกอด เพื่อเป็การบอกลา
“โชคดีนะครับ เชฟไลท์!!” ทางด้านของบริกรต่างยิ้มและโบกมือลา
‘ทุกคนช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!!’ ไม่มีคำใดที่จะเปรียบเปรยกับการร่ำลาในครั้งนี้ การทำงานรวมกับทุกคนในโรงแรมแห่งนี้ ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า แต่ทั้งหมดนี้ มันคือความทรงจำที่แสนล้ำค่าสำหรับเชฟหนุ่มและทุกๆ คน
“ขอบคุณครับ ไว้ทุกคนมาเที่ยวที่ประเทศไทย ผมขอเป็เ้ามือเลี้ยงทุกคนเอง!!” การบอกลามักเป็สิ่งที่ยากเสมอ
เชฟหนุ่มโค้งคำนับให้กับทุกคนเป็ครั้งสุดท้าย เขาก้าวออกมาจากโรงแรมที่เขาทำงานเป็ครั้งสุดท้าย
แต่ทว่า...คงไม่มีใครคาดคิดว่านั้นจะเป็ครั้งสุดท้ายที่ทุกคนจะได้พูดคุยกับเชฟไลท์ ที่แสนอบอุ่นและมีฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม!!
[ข่าวด่วน: อุบัติเหตุสลด! ลูกตำรวจเมาแล้วขับ ซิงรถหรูชนอนาถ เซ่นสังเวยพ่อครัวหนุ่มอนาคตไกล จากสถาบัน WAc ดับคาที่ อ่านต่อด้านใน...!!]
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
พักสักนิดแล้วมาสนุกกับตอนที่ 4-5 เวลา 20.00 นะครับ