อาบรัม ใช้ทักษะบางอย่างพาพวกเขาทั้งเจ็ดคนบินขึ้นบนอากาศ ก่อนจะสร้างพื้นที่สำหรับการยืนบนชั้นบรรยากาศ สิ่งนี้มีลักษณะคล้ายกับแผ่นปูน แต่มันกินเป็นวงกว้างออกไปหลายร้อยเมตร พื้นที่ถูกสร้างขึ้นมาเคลื่อนที่ออกไปพร้อมกับพวกเขาด้วยความเร็ว
! ฟู่ววววววว
เสียงลมพัดผ่านเป็นครั้งคราว แต่ทุกครั้งที่รู้สึกถึงลมเย็น มันพัดเข้าใส่อย่างรุนแรง แม้จะไม่อาจสร้างปัญหาให้กับพวกเขา แต่ความเย็นของลม ให้ความรู้สึกที่หนาวสุดขั้วหัวใจ
"มองดูให้ดี ด้านล่างของพวกเจ้าคือทะเลมืด ประวัติของมันยาวนานจนไม่อาจที่จะบรรยายออกมาได้ในวันเดียว เป็นโชคดีของข้าที่สามารถนำมันเข้ามาในมิติแห่งนี้ได้ ภายใต้ทะเลอันกว้างใหญ่นี้เต็มไปด้วยทรัพยากรและของล้ำค่ามากมายจากอดีต บางอย่างแม้แต่ตัวข้าก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพลังของสิ่งเหล่านั้นเอ่อล้นออกมา นานวันเข้ามันจึงก่อร่างสร้างตัวขึ้น กลายเป็นเสมือนจิตวิญญาณที่ไม่อาจจากไปได้ หากว่ามันออกห่างจากสิ่งที่สร้างพวกมันขึ้นมา มันจะค่อยๆสลายไปในไม่ช้า"
"สิ่งที่ข้าต้องการให้พวกเจ้าทำเพื่อผ่านการทดสอบนี้ให้ได้คือ การเอาชนะจิตวิญญาณในอดีตที่คอยคุ้มครองสิ่งของผู้ให้กำเนิดพวกมัน หากนำสิ่งของออกมาได้จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ"
"เงื่อนไขยังคงเหมือนเดิม ห้ามให้ความช่วยเหลือในการเอาชนะจิตวิญญาณเหล่านั้นโดยเด็ดขาด และไม่มีกำหนดเวลา"
"หากใครสามารถเอาชนะจิตวิญญาณและได้ของมาแล้ว ให้เรียกชื่อของข้าให้ดังที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ แล้วข้าจะมา"
เคลื่อนที่เข้ามาเหนือทะเลมืดไม่นานการเคลื่อนไหวก็หยุดลง ในขณะที่ยังไม่มีใครถามอะไร อาบรัมพูดมาก่อนว่า
"ทุกๆครั้งที่การเคลื่อนไหวหยุดลง ให้พวกเจ้าหนึ่งคนกระโดดลงไป"
หลินเริ่มขยับตัว เพื่อบอกว่าเขาจะเป็นคนแรกที่ลงไปเอง แต่ก็ถูกหยุดไว้โดยอาบรัม
"ยกเว้นเจ้า เจ้าจะเป็นคนสุดท้ายที่ลงไป"
หลินทำตามอย่างว่าง่าย คนที่เหลือมองหน้ากัน เหมือนจะยังไม่มีใครสามารถตัดสินใจได้ว่าใครจะไปก่อน ในขณะนั้นเอง หยางเทียน ที่ยืนแยกจากคนอื่นได้มองลงไปเบื้องล่างก่อนจะกระโดดลงไป
ทักษะที่สามารถช่วยหายใจภายในน้ำ เป็นทักษะที่ทุกคนต้องเรียนรู้ มันจำเป็นอย่างมากหากต้องการที่จะผ่านดันเจี้ยนที่บอสอาศัยอยู่ภายใต้ท้องทะเล แต่ก็ไม่ใช่เพียงทักษะอย่างเดียวที่สามารถทำให้หายใจภายในน้ำได้ อุปกรณ์บางอย่างก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหตุนี้เช่นเดียวกัน และราคาของมันก็ไม่ได้สูงมากด้วย
เมื่อการเคลื่อนไหวที่ถูกควบคุมโดยวานรขาวอาบรัมหยุดลงอีกครั้ง ปีเตอร์จึงเป็นคนที่สองที่โดดลงไปในทะเลมืด หากมองจากด้านบนลงไปบนพื้นผิวของทะเล มันเหมือนกับว่ามีกำแพงสีดำบดบังสายตาเอาไว้ทำให้ไม่สามารถมองเห็นแม้แต่สีของน้ำทะเลว่าเป็นสีอะไรได้ หากมองด้วยตาเปล่าก็คงจะคิดได้ว่าน้ำทะเลนั้นเป็นสีดำ
ความสูงในการกระโดดลงไป จัดอยู่ในระดับความสูงที่สูงมากทีเดียว หากกระทบกับผิวน้ำอาจจะทำให้บาดเจ็บสาหัสได้เลย ถึงอย่างนั้นแล้วก็คงไม่มีใครที่โดดลงไปและปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บ การนำอุปกรณ์ที่ช่วยเคลื่อนไหวบนอากาศหรือใช้ทักษะ ไม่ได้ถูกห้ามโดยอาบรัม หมายความว่ามันสามารถใช้ได้
"ไปก่อนนะ" เสียงที่สดใสแต่แอบแฝงไปด้วยความกังวลดังขึ้น
"อืม ไว้เจอกัน" เสียงตอบรับอย่างนุ่มนวลแฝงไว้ด้วยความเป็นห่วงถูกกล่าวออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาว
เรเชลมองลงไปเบื้อล่างก่อนที่จะกระโดดลงไปเป็นคนที่หก ก่อนหน้าเรเชลคือฟีร่าซึ่งเป็นคนที่ห้าแล้ว ระยะห่างของแต่ละคนห่างมากถึงหนึ่งพันไมล์ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่อาบรัมตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เพราะการเคลื่อนไหวที่ถูกควบคุมโดยอาบรัม มักจะหยุดในระยะเวลาไม่ต่างกันเมื่อเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือแค่อาบรัมกับหลินที่ยังคงเดินทางต่อ
"ที่ๆข้ากำลังจะพาเจ้าไป อาจเรียกได้ว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้แก่เผ่าพันธุ์เจ้าก็ว่าได้ มันเป็นหนึ่งในห้าพื้นที่ของดินแดนถือกำเนิดในมิตินี้ ที่คนภายนอกต้องการที่จะเข้ามาเพื่อค้นหาความลับบางอย่างภายใต้วิหารของเผ่าพันธุ์ที่ล่มสลายไปแล้ว แต่เรื่องนั้นหาใช่เรื่องที่เจ้าต้องใส่ใจไม่ รอบๆวิหารต่างหากคือสิ่งที่เจ้าควรจะใส่ใจ"
"อย่าคิดว่าที่นี่จะง่ายเหมือนกับการเก็บผลอับเฉา เพียงเพราะเจ้าเป็นผู้ถือกำเนิดใหม่แล้วครั้งหนึ่ง เพราะสถานที่แห่งนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ถือกำเนิดใหม่แล้วเท่านั้น หวังว่าเจ้าจะเข้าใจนี่ทุกคำพูดที่ข้าได้กล่าวเพื่อเตือนเจ้า นั่นคือทั้งหมดที่ข้าสามารถบอกได้ ขอให้โชคดี"
เมื่ออาบรัมพูดจบร่างของเขาเลือนหายไปในทันทีพร้อมกับพื้นที่สร้างขึ้นมา ทำให้ร่างของหลินตกลงไปด้านล่างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ภายใต้เท้าของชายหนุ่มปรากฏไฟสีเหลืองช่วยพยุงเขาเอาไว้บนอากาศ ก่อนจะทรงตัวได้ในเวลาไม่นาน
หลินมองสถานที่โดยรอบนอกจากท้องฟ้าและท้องทะเลอันกว้างใหญ่แล้ว เขามองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆโดยรอบเลย อย่างน้อยบรรยากาศที่นี่ก็ยังดีกว่าป่าที่เต็มไปด้วยต้นอับเฉา
หลินก้มมองลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะพุ่งดำดิ่งลงไป โดยไม่รีรอ