(จบ) หวนกลับมาพลิกชีวิตใหม่ในยุค 80

    บทที่ 38 สามารถร่วมมือกันได้ (รีไรต์)

    บทที่ 38 สามารถร่วมมือกันได้ (รีไรต์)



    เหวยเสวี่ยทนไม่ไหว จึงกระโดดออกมาตะโกนใส่คนที่กล่าวโทษอวิ๋นซาน “เห็นใครทำอะไรงั้นเหรอ? พวกคุณเห็นพี่สะใภ้ฉันทำร้ายร่างกายคนอื่นหรือไง?”


    “ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครล่ะ?”


    “ฉันเป็นคนลงมือเอง บอกให้รู้ไว้เลย ยัยแก่นี่สมควรโดนแล้ว ถ้าเธอไม่พุ่งเข้ามาตีพี่สะใภ้ฉัน ฉันก็ไม่ตีเธอหรอก! อายุขนาดนี้แล้ว ยังมารังแกเด็กสาวอีก ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง!” พูดจบเหวยเสวี่ยก็ถ่มน้ำลายลงพื้น


    มารดาของหลี่เว่ยเหอเห็นคนรอบข้างเข้าข้างตัวเอง ยิ่งไม่ยอมลุกขึ้น ตะโกนว่าจะแจ้งตำรวจจะส่งอวิ๋นซานกับคนที่ทำร้ายเธอเข้าคุก


    “คงโดนน้อยไปสินะ” เหวยเสวี่ยกำหมัดจะเข้าไปอีก อวิ๋นซานรีบดึงตัวเธอไว้ เมื่อกี้เป็นเพราะช่วยเหลือเธอ แต่ถ้าตอนนี้ลงมืออีกก็จะไม่ถูกต้อง


    “งั้นก็แจ้งตำรวจเลยสิ ลูกชายตัวดีของคุณก็บอกว่าจะแจ้งตำรวจเหมือนกัน แจ้งพร้อมกันเลยดีไหม เขาต้องสงสัยว่าลวนลามผู้หญิงด้วยนะ”


    อวิ๋นซานหัวเราะเยาะ มองมารดาของหลี่เว่ยเหอ เธอไม่มีความคิดจะช่วยปกปิดเรื่องของหลี่เว่ยเหอกับถงเสี่ยวอวี้เลย


    “แก นังตัวดี แกยั่วยวนใช่ไหม!” มารดาของหลี่เว่ยเหอลุกขึ้นจากพื้น จะวิ่งเข้าไปข่วนหน้าอวิ๋นซานให้พัง เธอเชื่อคำพูดของอวิ๋นซานโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสอง แต่เธอคิดว่าต้องเป็นนังตัวดีนั่นยั่วยวนลูกชายเธอแน่ ๆ!


    ตอนนี้ไม่ใช่แค่เหวยเสวีย แม้แต่เหวยเจาก็เข้าสู่สถานะเตรียมพร้อมสู้แล้ว ยกเว้นมารดาของหลี่เว่ยเหอ คนที่มุงดูก็เห็นชัดเจน มีคนใจดีรีบเข้าไปดึงมารดาของหลี่เว่ยเหอไว้ บอกให้เธออย่าใจร้อน ไม่งั้นคนที่จะเสียเปรียบก็คือตัวเธอเอง


    ในขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่นั้น หลี่เว่ยเหอก็วิ่งเข้ามาลากแม่ของเขาออกไป เขารู้สึกอับอายมาก แม่ของเขาทำตัวเหมือนแม่ค้าตลาด ไม่เหมือนแม่ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเลย “แม่ครับ กลับไปกินข้าวกันเถอะ”


    มารดาของหลี่เว่ยเหอมองเห็นลูกชายแล้วยืดอกขึ้นมาทันที “เว่ยเหอ ลูกไปไหนมา? เมื่อกี้ผู้หญิงตํ่าช้านั่นพูดว่า... เธอยั่วยวนลูกใช่ไหม?”


    หลี่เว่ยเหอหน้าแดงกํ่า ไม่กล้ามองอวิ๋นซาน และอยากจะปิดปากผู้เป็นแม่เสียให้ได้ แม่กำลังพูดอะไรออกมา?


    “ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ อย่าพูดเหลวไหลไปเลย กลับบ้านกันเถอะ”


    “ลูกไม่เห็นหรือว่าแม่ถูกรังแก? ดูหน้าแม่สิ โดนพวกนั้นตีจนเป็นแบบนี้ เรารีบแจ้งตำรวจกันเถอะ จับพวกนี้เข้าคุกให้หมด”


    หลี่เว่ยเหอได้ยินคำว่าแจ้งตำรวจก็ตกใจจนสะดุ้ง “ผมบอกว่ากลับบ้านไง!” เขาตะโกนเสียงดัง


    มารดาของหลี่เว่ยเหอไม่คิดว่าลูกชายจะตวาดใส่เธอ โดยเฉพาะต่อหน้าคนมากมายแบบนี้ ยิ่งต่อหน้าผู้หญิงตํ่าช้านั่นด้วย นี่มันทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกชัด ๆ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสี นํ้าตาแห่งความน้อยใจเกือบจะไหลออกมา นี่มันลูกที่เธอเองเป็นคนให้กำเนิดนะ!


    เหวยเสวี่ยทำเสียงเย้ยหยัน “ลูกชายยังรู้สึกอายแทนเลย ยังไม่ไปอีกเหรอ?”


    อวิ๋นซานมองเหวยเสวี่ยแวบหนึ่งก็แทบจะหลุดขำออกมา เด็กสาวคนนี้น่ารักจังเลยนะ


    เหวยเสวี่ยรับรู้ถึงสายตาชื่นชมของอวิ๋นซาน ก็รู้สึกภูมิใจยืดอกขึ้นมาอีก


    มารดาของหลี่เว่ยเหอโกรธจนหน้าอกบีบรัด แต่ลูกชายของเธอกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่เธอถูกเด็กสาวดูถูกเช่นนี้ แต่เขากลับนิ่งเฉย!


    วันนี้หลี่เว่ยเหออารมณ์ไม่คงที่ จากเหตุการณ์ที่ถูกถงเสี่ยวอวี้และคนอื่น ๆ ใส่ร้าย แล้วยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก เขาไม่มีความอดทนที่จะฟังแม่บ่นอีกต่อไปแล้ว


    เขาจูงมือมารดาเดินออกไป กัดฟันพูดเสียงต่ำข้างหูของเธอ “ถ้าแม่อยากให้ผมติดคุกก็ทำเรื่องวุ่นวายต่อไปได้เลย”


    มารดาของหลี่เว่ยเหอตกใจ สีหน้าซีดเผือด นั่น... นั่นหมายความว่าสิ่งที่หญิงต่ำช้านั่นพูดเป็นความจริงเหรอ?


    แม่ลูกคู่นี้เดินจากไป ดูเหมือนไม่มีเจตนาจะเอาเรื่องกับอวิ๋นซาน คนอื่น ๆ จึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อ


    อวิ๋นซานถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าเธอจะพูดว่าไม่กลัวการแจ้งตำรวจ แต่ก็รู้สึกว่าถ้าไม่ต้องแจ้งก็ดีกว่า เธอกลัวจะทำให้เหวยเสวี่ยลำบาก


    เมื่อมองไปที่พี่น้องคู่นี้อีกครั้ง เธอนึกออกแล้วว่าทำไมเมื่อกี้ถึงรู้สึกว่าเหวยเสวี่ยดูคุ้นตา ที่แท้ก็เป็นน้องสาวของเหวยเจา


    “สหายเหวยทั้งสอง ขอบคุณมากจริง ๆ เชิญไปดื่มชาที่บ้านฉันสักถ้วยนะคะ”


    เหวยเสวี่ยพูดตรง ๆ “พวกเรามาหาเพราะว่ามีธุระกับพี่สะใภ้ค่ะ”


    อวิ๋นซานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “งั้นเชิญขึ้นไปคุยกันบนบ้านเถอะค่ะ”


    เหวยเสวี่ยมองพี่ชายของตนแวบหนึ่ง เหวยเจาถือถุงมันเทศและถั่วลิสงมาด้วย ตั้งใจจะมาเยี่ยมอวิ๋นซาน เพราะการมาเยี่ยมโดยมือเปล่าคงไม่เหมาะ


    เขาพยักหน้า “งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ”


    อวิ๋นซานมองเขาแวบหนึ่ง คิดว่าเขาพูดจาสุภาพดี


    พอขึ้นไปบนตึก เห็นอวิ๋นโหย่วฝูกำลังจะออกไปข้างนอก พอเห็นอวิ๋นซานกลับมาเขาก็โล่งอก “เมื่อกี้ได้ยินเสียงดังมากจากข้างล่าง พ่อกำลังจะลงไปดูพอดี”


    “ไม่ต้องดูแล้ว ทุกคนกลับไปหมดแล้ว”


    ตอนนี้อวิ๋นโหย่วฝูกลับไปทำงานแล้ว ตอนเที่ยงเขาจะกลับมากินข้าวที่บ้านและงีบพักสักครู่


    พานหงเสียก็อยู่บ้าน เธอกำลังผัดกับข้าวอยู่ พอเห็นมีแขกมาบ้าน แถมยังเป็นคนที่เคยช่วยเหลืออวิ๋นซาน เธอก็รีบบอกให้อวิ๋นโหย่วฝูชงชา


    อวิ๋นซานเข้าไปช่วยมารดา มาสองคนต้องผัดกับข้าวเพิ่มอีกสักสองอย่าง พอดีที่บ้านมีปลาหมึกแห้งกับไข่


    เหวยเจาที่เข้าไปในบ้านแล้ว เห็นอวิ๋นซานและมารดากำลังยุ่งอยู่ข้างนอก เขารีบผลักเหวยเสวี่ยให้ไปช่วย


    เหวยเสวี่ยไม่โกรธรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กออกไปช่วยอย่างร่าเริง


    อวิ๋นซานไม่ปล่อยให้เธอช่วย แต่ให้เธอกลับเข้าไปนั่งในห้องกับพานหงเสีย


    พานหงเสียพาเหวยเสวี่ยเข้าห้อง ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของช่านช่านพอดี พานหงเสียจึงรีบเข้าไปอุ้มหลานสาวออกมา เด็กคนนี้ตื่นแล้ว ตอนกลางวันต้องนอนสองรอบ ตอนเช้าหนึ่งรอบ ตอนบ่ายอีกหนึ่งรอบ


    เหวยเสวี่ยเข้าไปใกล้แล้วอุทานว่า “เด็กน้อยน่ารักจังเลย!”


    เหวยเจาก็เอียงคอมองดู เห็นว่าหน้าตาน่ารักจริง ๆ แต่พอคิดอีกที พ่อแม่ของเธอก็หน้าตาดีทั้งคู่ ก็ไม่แปลกอะไร เขาพูดว่า “หน้าตาเหมือนพ่อมาก”


    เหวยเสวี่ยไม่เคยเห็นหลินสุยอัน จึงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเหวยเจา “ฉันว่าเหมือนพี่ซานซานนะ”


    เหวยเจาวิจารณ์อย่างเป็นกลาง “เหมือนสุยอันมากกว่า”


    เหวยเสวี่ยเถียงคอเป็นเอ็น “เหมือนพี่ซานซาน!”


    อวิ๋นซานเดินถือจานออกมาเกือบจะหลุดขำออกมาเด็กผู้หญิงคนนี้นี่มันน่ารักจริง ๆ 


    พานหงเสียกับอวิ๋นโหย่วฝูก็หัวเราะ “พอแล้ว ๆ อย่าทะเลาะกันเลย เด็กคนนี้มีส่วนที่เหมือนทั้งพ่อและแม่นั่นแหละ มานั่งกินข้าวกันเถอะ”


    บนโต๊ะอาหาร เหวยเจาพูดถึงจุดประสงค์ที่เขามาในวันนี้


    เขาอยากถามว่าถั่วลิสงห้ารสนี้ทำอย่างไร ที่บ้านของเขาปลูกถั่วลิสงไว้หนึ่งไร่ ส่วนหนึ่งเอาไปสกัดน้ำมัน ที่เหลือยังมีอีกมาก


    พานหงเสียจึงหัวเราะ “บังเอิญจังเลย พวกเราก็กำลังจะทำขนมไว้ขายช่วงตรุษจีนเหมือนกัน”


    เหวยเสวี่ยพูดอย่างตื่นเต้น “เรามาร่วมมือกันเถอะ!”


    เหวยเจาจ้องน้องสาวอย่างตำหนิ “อย่าไปรับปากอะไรมั่วสิ กินข้าวของเธอไปเถอะ” แล้วหันไปพูดกับพานหงเสีย “คุณอาอย่าถือสาเลยนะครับ น้องสาวผมเรียนหนังสือมาไม่เคยใช้สมองเลย พูดจาไม่คิด พวกเราช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ จะไปร่วมมือได้ยังไง”


    อวิ๋นซานมองพี่น้องคู่นี้ พวกเขาไม่เพียงแต่หน้าตาคล้ายกัน นิสัยก็คล้ายกันด้วย แต่เหวยเจามีประสบการณ์มากกว่าน้องสาว เธอจึงรับคำ “ได้สิ พวกเราร่วมมือกันได้”


    เหวยเจาถึงกับตกใจ “พี่สะใภ้ครับ พวกเราไม่รู้อะไรเลย ช่วยอะไรไม่ได้หรอก…”


    พานหงเสียก็ชอบพี่น้องคู่นี้เหมือนกัน จึงยิ้มพูดว่า “จะช่วยไม่ได้ยังไง ตอนคั่วพวกนี้ก็ต้องการคนช่วยนะ”


    อวิ๋นซานพยักหน้า “แล้วก็ยังต้องใช้คนช่วยขนของ ทั้งขายของอีก”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) หวนกลับมาพลิกชีวิตใหม่ในยุค 80 ที่คุณอ่าน