การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 69 ที่ปรึกษาของกองกำลังคุณชายแมวขาว

           ตระกูลไป๋และตระกูลเพ่ยได้เชิญหมอที่มีชื่อเสียงทั้งหมดภายในเมืองมารักษาอาการบาดเจ็บของคนภายในตระกูล ทำให้ข่าวเรื่องยอดฝีมือตระกูลไป๋ถูกหญิงสาวปริศนาทุบตีได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า และข่าวเรื่องยอดฝีมือตระกูลเพ่ยถูกสัตว์อสูรจิ้งจอกขาวปริศนาทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็ว สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก โดยชาวเมืองต่างพากันจับตามองว่าตระกูลเหวินจะได้เจอเหตุการณ์แบบเดียวกับตระกูลไป๋และตระกูลเพ่ยหรือไม่
    มิติแดนอสูร
           “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย
           “ที่นี่คือที่ไหน? พลังปราณอสูรภายในสถานที่แห่งนี้ช่างหนาแน่นนัก !” พี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
           “สถานที่แห่งนี้มีผู้คนอาศัยอยู่มากมายนัก พวกข้าขอเดินสำรวจดูบริเวณโดยรอบได้หรือไม่ ?” น้องรองราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวถามหวังเหว่ย
           “ฮ่าๆ ทำตามที่พวกเจ้าต้องการกันได้เลย แต่พวกเจ้าไม่ควรสำรวจสถานที่กันนานนัก เพราะพี่น้องของพวกเจ้ากำลังรอพวกเจ้ากลับไปอยู่” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมองสัตว์อสูรร่างมนุษย์สองคนที่อยู่ใกล้กับเขา “พวกเจ้าทั้งสองพาแขกไปเดินสำรวจบริเวณโดยรอบมิติแดนอสูร”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” สัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้งสองคนได้พาสามราชาตุ่นอสูรโลหะเดินสำรวจดูบริเวณโดยรอบมิติแดนอสูร โดยเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่อยู่ภายในมิติแดนอสูรได้ทำการต้อนรับขับสู้สามราชาตุ่นอสูรโลหะเป็นอย่างดีตามคำสั่งของหวังเหว่ย
           หลังจากสามราชาตุ่นอสูรโลหะออกไปแล้ว หวังเหว่ยได้ไปหาเฟิงเฟยที่อาคารของหน่วยคะแนนผลงาน
           “นายท่าน” เฟิงเฟยกล่าวทักทายหวังเหว่ย
           “อืม เฟิงเฟยงานของเจ้าราบรื่นดีหรือไม่ ?”
           “จิวซื่อนางได้ช่วยข้าจัดระบบงานของหน่วยคะแนนผลงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปได้ด้วยดีขอรับ” เฟิงเฟยกล่าวตอบหวังเหว่ย
           “โอ้! จิวซื่อนางมีความสามารถรอบด้าน ขาดแต่เพียงด้านการต่อสู้เท่านั้น ในอนาคตเมื่อข้ามีระดับเลเวลที่สูงมากพอ ข้าจะสร้างอุปกรณ์วิเศษระดับตำนานและสอนทักษะการต่อสู้ที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์วิเศษให้กับนาง เพื่อให้นางสามารถต่อสู้ร่วมกับพวกเราและปกป้องดูแลตัวเองได้” หวังเหว่ยกล่าวกับเฟิงเฟย
           “ข้าเห็นด้วยขอรับนายท่าน หากนางมีความสามารถในด้านการต่อสู้ นางจะกลายเป็นกำลังสำคัญของนายท่านแน่นอนขอรับ” เฟิงเฟยกล่าวสนับสนุนหวังเหว่ย
           “ฮ่าๆ เรื่องนี้คงต้องรอให้ข้ามีระดับเลเวลและพลังปราณอสูรมากพอจะหลอมอุปกรณ์วิเศษระดับตำนานก่อน เอาล่ะ มาพูดถึงเรื่องในตอนนี้กันก่อน เจ้าช่วยบอกเหล่าสัตว์อสูรเตรียมพักงานของตนเองกันด้วย ข้ามีงานจะให้พวกเจ้าทุกคนทำ และจะมีสัตว์อสูรทำสัญญากับข้าเพิ่มอีก30,000ตน เจ้าช่วยกระจายข่าวเรื่องนี้ให้เหล่าสัตว์อสูรภายในมิติแดนอสูรทราบด้วย”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เฟิงเฟยได้ออกไปจัดการเรื่องราวต่างๆในทันที
           ภายหลังจากการพูดคุยกับเฟิงเฟย หวังเหว่ยได้ออกมาจากอาคารที่พักของหน่วยงานคะแนนผลงาน จากนั้นเขาได้ไปหาสามราชาตุ่นอสูรโลหะที่กำลังยืนรอเขาอยู่
           “มนุษย์ พวกเราพึงพอใจมากสำหรับข้อเสนอของเจ้า พี่น้องของเราคงรอนานแล้ว เจ้าพาพวกเรากลับไปที่ถ้ำได้เลย” พี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างเบิกบานใจ
           “ฮ่าๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเจ้าจะต้องชอบ เช่นนั้นพวกเราก็กลับไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาสามราชาตุ่นอสูรโลหะพร้อมกับตนเองออกไปจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ
    ณ ถ้ำใต้ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
           ในทันทีที่ออกมาจากมิติแดนอสูร พี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะได้ตะโกนขึ้นเสียงดัง “พวกเจ้าทุกตนฟังข้า พวกข้าสามพี่น้องได้ไปสำรวจสถานที่อยู่ใหม่ของพวกเรามาแล้ว สถานที่แห่งนั้นมีพืชสมุนไพรอยู่มากมายละลานตา และมีพลังปราณอสูรหนาแน่นกว่าที่นี่นับสิบเท่า ข้าได้สอบถามพวกเขามาแล้ว ขอเพียงพวกเราขยันทำงาน พวกเราจะไม่อดอยากอย่างแน่นอน”
           เฮ้ เฮ้ เฮ้
           เสียงตะโกนโห่ร้องที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติยินดีได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งถ้ำ จนถ้ำเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและพร้อมถล่มลงมาได้ทุกเวลา
           หลังเสียงตะโกนโห่ร้องเงียบลง พี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะได้หันมามองหวังเหว่ยพร้อมกับกล่าวอย่างจริงจัง “นายท่าน ข้าและพี่น้องทั้งหมดขอทำสัญญาเพื่อติดตามรับใช้นายท่าน”
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของพี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะ “เช่นนั้นก็อย่ารอช้า พวกเรามาเริ่มทำสัญญาสัตว์อสูรกันเลย” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้เขียนอักษรสัญญารูปแบบที่สี่ขนาดใหญ่ขึ้นกลางอากาศ จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้มือแตะเบาๆไปที่อักษรสัญญา
           วิ้ง วิ้ง
           อักษรสัญญาได้เปล่งแสงสีเขียวสดใสออกมา จากนั้นได้แตกกระจายเป็นเส้นแสงสีเขียวสดใสขนาดเล็กหลายหมื่นสาย พุ่งตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตนและสามราชาตุ่นอสูรโลหะ สร้างความตื่นตกใจให้กับสัตว์อสูรเหล่านั้นในทันที
           หวังเหว่ยเมื่อได้เห็นดังนั้นจึงได้กล่าวออกมาว่า “ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเจ้าคืออักษรสัญญาสัตว์อสูร หากพวกเจ้าพร้อมแล้วก็ตอบรับการทำสัญญาได้เลย”
           หลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตนและสามราชาตุ่นอสูรโลหะ ได้ตอบรับการสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยในทันที
           ตูม!
           ลำแสงสีเขียวขนาดเล็กหลายหมื่นสาย ได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงนับร้อยเมตร เนื่องจากมีเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากพร้อมใจกันทำสัญญาสัตว์อสูรกับนักอัญเชิญอสูร จึงทำให้มีปรากฎการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
           ข้าจะพาพวกเจ้าเข้าไปภายในดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ที่พวกเจ้าใฝ่ฝันถึง หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้พาเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตนและสามราชาตุ่นอสูรโลหะ เข้าไปภายในมิติแดนอสูร
           วูบ
    มิติแดนอสูร
           สามราชาตุ่นอสูรโลหะได้มายืนอยู่ข้างหวังเหว่ยในทันทีที่เข้ามาในมิติแดนอสูร ส่วนเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน ได้พากันตกตะลึงเมื่อได้เข้ามาอยู่ในมิติแดนอสูร บางตนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความดีใจออกมาและเริ่มพากันออกสำรวจบริเวณโดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
           หวังเหว่ยเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น โดยไม่ได้กล่าวว่าอะไรหลังจากได้เห็นท่าทีของเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ
           “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้หยักหน้าตอบรับการทักทาย จากนั้นเขาได้เริ่มติดต่อสื่อสารทางจิตกับเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ทั้ง35,000ตน รวมถึงเฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์
           “ข้าอยู่ตรงทางเข้ามิติแดนอสูร ให้พวกเจ้าทุกคนมารวมตัวกันในทันที”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน”
           หลังจากยกเลิกการติดต่อสื่อสารทางจิต หวังเหว่ยได้กล่าวกับเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน “พวกเจ้ามารวมตัวกันได้แล้ว ข้ามีงานให้พวกเจ้าทำ”
           หลังจากได้ยินคำกล่าวตอบหวังเหว่ย เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน ได้มารวมตัวกันอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้หวังเหว่ยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
           “ใครเป็นคนสอนวิธีการรวมกลุ่มให้กับพวกเขา” หวังเหว่ยกล่าวถามสามราชาตุ่นอสูรโลหะ
           “น้องเล็กเป็นคนสอนขอรับนายท่าน ในตอนที่พวกเราบุกไปที่อุโมงค์แร่ ก็เป็นน้องเล็กที่คิดวิธีหลบหนีขอรับ” พี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวตอบหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้หันไปมองน้องเล็กตุ่นอสูรโลหะอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากที่ใด”
           “ข้าเรียนรู้มาจากในฝันของข้าขอรับนายท่าน” น้องเล็กราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวตอบหวังเหว่ย
           "บางทีนี่อาจจะเป็นการระลึกชาติ ข้าควรจะลองทดสอบความสามารถของเขา" หวังเหว่ยคิดในใจ
           “ข้าจะหลอมอุปกรณ์วิเศษ พวกเจ้ายืนรออยู่ตรงนี้อย่าพึ่งไปไหน ข้ามีงานสำคัญอยากให้พวกเจ้าทำ”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน ได้ยืนนิ่งอยู่ในกลุ่มของตนเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหลังจากกล่าวจบ
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาได้เริ่มใช้ทักษะเทพหลอมสร้าง หลอมสร้างอุปกรณ์วิเศษที่ใช้สลายม่านพลัง อุปกรณ์วิเศษลดแรงโน้มถ่วง และอุปกรณ์วิเศษยกสิ่งของขนาดใหญ่ โดยใช้แร่โลหะหินเหล็กในการหลอม
           เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้สร้างอุปกรณ์วิเศษทั้งสามอันเสร็จเรียบร้อย
           วูม วูม
           “ฟู่ว เสร็จเรียบร้อย” ได้เวลาเริ่มแผนการสักที
           จากนั้นเขาได้ลุกขึ้นหันหน้าไปมองสำรวจบริเวณโดยรอบที่ในตอนนี้มีเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์35,000ตน เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน และเฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ มายืนรวมตัวกันครบทุกคนแล้ว
           “ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวกันในครั้งนี้ เพราะมีงานสำคัญให้พวกเจ้าทำ ข้าอยากให้พวกเจ้าไล่ทหารรับจ้างออกจากอุโมงค์แร่ของตระกูลเพ่ยและตระกูลไป๋ ตระกูลละหนึ่งแห่ง โดยให้พวกเจ้าทำตามแผนการของน้องเล็กราชาตุ่นอสูรโลหะ และจดจำเอาไว้ให้ดีเหล่าสัตว์อสูรที่บาดเจ็บในการต่อสู้ให้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์35,000ตน เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน และเฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกัน
           น้องเล็กราชาตุ่นอสูรโลหะที่ยืนอยู่ข้างหวังเหว่ยได้ตกตะลึงอย่างถึงที่สุดเมื่อได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้ยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับสามราชาตุ่นอสูรโลหะ “ข้าจะตั่งชื่อให้กับพวกเจ้าทั้งสาม พี่ใหญ่ราชาตุ่นอสูรโลหะ เจ้าชื่อหลินกาน น้องรองราชาตุ่นอสูรโลหะ เจ้าชื่อหลินฟู น้องเล็กราชาตุ่นอสูรโลหะ เจ้าชื่อหลินฉี”
           “ขอบคุณนายท่านขอรับ” สามราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวกับหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้เรียกให้เหวินหนิงถังเข้ามาหา จากนั้นเขาได้มอบอุปกรณ์วิเศษทำลายม่านพลังให้กับหลินฉี
           “นี่คืออุปกรณ์วิเศษสลายม่านพลัง อุปกรณ์วิเศษชิ้นนี้ใช้พลังปราณอสูรในการทำงาน หลินฉี ข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นที่ปรึกษาของกองกำลังคุณชายแมวขาว หลังจากนี้พี่น้องของเจ้าทั้ง30,000ตน คือกองกำลังคุณชายแมวขาว ข้าจะออกไปรอพวกเจ้าที่ด้านนอกมิติแดนอสูรในจุดที่อยู่ห่างจากอุโมงค์แร่ของตระกูลเพ่ย10กิโลเมตร สำหรับตำแหน่งของอุโมงค์แร่ให้เจ้าสอบถามจากเหวินหนิงถัง ตั้งใจทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี”
           “ข้าจะทำอย่างเต็มความสามารถขอรับ” หลินฉีน้องเล็กราชาตุ่นอสูรโลหะกล่าวกับหวังเหว่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
           “ดีมาก เช่นนั้นพวกเจ้าก็เริ่มวางแผนกันได้เลย ข้าจะออกไปรอพวกเจ้าที่ด้านนอกมิติแดนอสูร หลังจากวางแผนเสร็จแล้วให้เจ้าบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิต” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ออกจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ
    ณ ถ้ำใต้ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
           หลังจากออกมาจากมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้ติดต่อกับวิหกน้อยผ่านการสื่อสารทางจิต “วิหกน้อยข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยสักเล็กน้อย เจ้ามาหาข้าตอนนี้เลยได้หรือไม่ ?”
           “หนูเข้าใจแล้ว หนูจะรีบไปหานายท่าน” หลังจากกล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต วิหกน้อยได้บอกกับหวังลู่เมิ่งว่าหวังเหว่ยเรียกให้ไปหา จากนั้นนางได้มาหาหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วผ่านทางประตูมิติในมิติแดนอสูร
           เวลาผ่านไปสองนาที
           วูบ
           “หนูมาแล้วนายท่าน” วิหกน้อยเดินเข้ามาหาหวังเหว่ยพร้อมกับยิ้มอย่างน่ารัก
           หวังเหว่ยได้อุ้มนางขึ้นมาอย่างเบามือพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนตอบรับการทักทายของนาง “เจ้ามาได้รวดเร็วดีมากวิหกน้อย ข้าอยากให้เจ้าใช้ทักษะบินผ่านมิติเพื่อย่นระยะทางพาข้ากลับขึ้นไปบนพื้นดิน”
           “หนูเข้าใจแล้ว” หลังจากกล่าวจบวิหกน้อยได้เริ่มใช้ทักษะบินผ่านมิติพาหวังเหว่ยกลับขึ้นไปบนพื้นดินในทันที
           วูบ วาบ
           เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที วิหกน้อยได้พาหวังเหว่ยบินผ่านมิติ ทะลุผ่านชั้นหินและชั้นดินหลายชั้นจนกลับขึ้นมาถึงบนพื้นดิน
           “วิหกน้อยขอบคุณเจ้ามาก เจ้ากลับไปเล่นกับพี่สาวลู่เมิ่งต่อได้แล้ว” หวังเหว่ยลูบหัววิหกน้อยอย่างอ่อนโยนขณะกล่าว
           “ขอบคุณนายท่าน” วิหกน้อยกล่าว จากนั้นนางได้กลับเข้าไปในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญอย่างรวดเร็ว
           หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกลสำรวจบริเวณโดยรอบอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากไม่พบสิ่งผิดปกติเขาได้นั่งสมาธิปรับสมดุลพลังปราณอสูรอย่างใจเย็น เพื่อรอเหล่าสัตว์อสูรของเขาออกมาจากมิติแดนอสูร
           เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
           หลินฉีน้องเล็กราชาตุ่นอสูรได้กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต “พวกเราพร้อมแล้วขอรับนายท่าน”
           “อืม เช่นนั้นข้าจะนำพวกเจ้าออกมาจากมิติแดนอสูร” หวังเหว่ยกล่าวผ่านการสื่อสารทางจิต จากนั้นเขาได้นำเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ35,000ตน เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน และเฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ และสามราชาตุ่นอสูรโลหะออกมาจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ วูบ วูบ
           หลังจากออกมาจากมิติแดนอสูร เหล่าสัตว์อสูรได้แบ่งกลุ่มออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ โดยกลุ่มทางด้านหน้าสุดมี เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ หลินกาน หลินฟู ในร่างสัตว์อสูรใช้ความสามารถที่สัตว์อสูรระดับราชาและราชินีขึ้นไปสามารถทำได้ขยายขนาดของร่างกายเป็น20เมตร
           ห่างออกไป10เมตร มีเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ30,000ตน ที่กลับร่างเป็นสัตว์อสูรแล้ว และเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน ยืนรวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบกลุ่มละหกตน รวมถึงหลินฉีและเหวินหนิงถังที่ยืนในใจกลางของกลุ่ม
           ห่างออกไป100เมตร มีเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ5,000ตน กระจายกันยืนห่างกันออกไปโดยรอบบริเวณ
           เมื่อได้เห็นเหล่าสัตว์อสูร หวังเหว่ยได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย พวกเจ้าคงจะพร้อมกันแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มกันได้เลย
           หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ หลินฉีน้องเล็กราชาตุ่นอสูรโลหะได้ยกมือให้สัญญาณ เริ่มแผนการได้
           เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ หลินกาน หลินฟู ในร่างสัตว์อสูรขนาด20เมตร ได้ร้องคำรามและเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ด้วยฝีเท้าอันหนักหน่วง
           เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ30,000ตน และเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะ30,000ตน ที่ยืนรวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบกลุ่มละหกตน ได้เริ่มร้องคำรามออกมาเช่นกันและเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ด้วยฝีเท้าอันหนักหน่วง
           เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ5,000ตน ที่กระจายกันยืนห่างกันออกไปโดยรอบบริเวณ ได้เริ่มวิ่งไปมาทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดฝุ่นตลบตรงบริเวณที่พวกเขาได้วิ่งผ่านไปมา
           “หืม? นั่นเสียงอะไร” เหล่าทหารรับจ้างของตระกูลเพ่ยที่อยู่ภายในอุโมงค์แร่ได้พากันออกมาจากภายในอุโมงค์แร่ หลังจากได้ยินเสียงร้องคำรามและเสียงก้าวเดินที่ดังสนั่นหวั่นไหว
           หัวหน้าทหารรับจ้างได้เบิกตากว้างขึ้นทันทีที่ได้เห็นเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากมายเหลือประมาณราวกับกำลังเห็นภาพหลอน “นั่น! นั่นมันอะไรกัน !”
           “นะ นี่ข้ากำลังฝันไปใช่หรือไม่! สัตว์อสูรจำนวนมากมายกำลังมาทางนี้ พวกเราควรทำเช่นไรกันดีท่านหัวหน้า ?” ทหารรับจ้างกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
           “จะ จำนวนขนาดนั้น... อาจจะมีมากถึงห้าแสนตน! อีกทั้ง... อีกทั้งยังมีราชาสัตว์อสูรจำนวนมากอีกด้วย” ทหารรับจ้างอีกคนกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
           “พวกเจ้าดูให้ดี นั่นใช่สัตว์อสูรจิ้งจอกขาวหรือไม่? หรือว่า! สัตว์อสูรจิ้งจอกขาวตนนี้จะเป็นตนเดียวกับที่บุกไปที่คฤหาสน์ตระกูลเพ่ย” ทหารรับจ้างอีกคนกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนก
           “ขะ ข้าไม่อยู่แล้ว ใครอยากจะอยู่ต่อก็เชิญ” หัวหน้าของทหารรับจ้างได้รีบใช้ทักษะวิชาตัวเบาหนีกลับไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว
           “ท่านหัวหน้า !” เหล่าทหารรับจ้างราว9,000คน กล่าวด้วยความตกตะลึง จากนั้นพวกเขาได้พากันใช้ทักษะวิชาตัวเบาตามหัวหน้าของตนกลับไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์ในทันที
           ห่างออกไป5กิโลเมตร ณ เหมืองแร่อีกแห่งหนึ่งของตระกูลเพ่ย เหตุการณ์เช่นเดียวกันได้เกิดขึ้นกับเหมืองแร่แห่งนี้ เหล่าทหารรับจ้างราว9,000คน ได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบากลับไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้
           เวลาผ่านไปสามสิบนาที
            เหล่าสัตว์อสูรทั้งสามกลุ่มที่นำโดยหลินฉีได้มาถึงยังอุโมงค์แร่ตระกูลเพ่ย ในทันทีที่มาถึงอุโมงค์แร่ หลินฉีได้ให้เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ10,000ตน กระจายตัวกันออกไปคุ้มกันบริเวณโดยรอบอุโมงค์แร่ จากนั้นเขาได้ใช้อุปกรณ์สลายม่านพลังที่หวังเหว่ยมอบให้ทำลายม่านพลังในทันที
           วาบบบ!
           ม่านพลังได้จางหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่หลินฉีใช้อุปกรณ์สลายม่านพลังที่หวังเหว่ยมอบให้ 
           หลังจากม่านพลังสลายไปแล้ว หวังเหว่ยได้เปิดใช้ "อุปกรณ์ลดแรงโน้มถ่วง" เพื่อลดแรงโน้มถ่วงบริเวณโดยรอบหลายกิโลเมตรลงนับพันเท่า จากนั้นเขาได้เปิดใช้ "อุปกรณ์ยกสิ่งของขนาดใหญ่" หลังจากเปิดใช้งานอุปกรณ์ได้ขยายขนาดใหญ่ขึ้นนับร้อยเมตรและได้ยกก้อนแร่ขนาดใหญ่ของตระกูลเพ่ยขึ้นจากพื้นดิน หวังเหว่ยได้นำก้อนแร่ขนาดใหญ่เข้าไปเก็บไว้ภายในมิติแดนอสูรท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าสัตว์อสูรของเขา